GOD DAMNED HERO View my profile

Superboy

Superboy010 : Until another sun rose on the world

posted on 28 Feb 2008 02:47 by dcdiary  in Superboy

 

 

หน้าชา....
เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม?
ผมบอกได้เลยว่าไม่เคย
ไม่เคยรู้สึกถึงคำว่าเจ็บทั้งกายและใจ
จนเมื่อซุปเปอร์แมนตบหน้าผม...

******************

ผมพาทิมกลับมาที่สมอลวิลล์
หากว่าผมพาเขากลับไปที่บ้าน...

คงไม่ได้แน่...

คลาร์ค อยู่ที่นั่นอยู่กับคุณลุงคุณป้า
ถ้าผมพาเขากลับไป คงได้เป็นเรื่อง
ผมตัดสินใจพาเขามาที่ฐานทัพลับ
(ถ้าคุณเป็นเด็กผู้ชายคุณจะรู้ถึงความหมายของมัน)

มันไม่ได้ห่างจากตัวบ้านจริงๆเท่าไหร่นัก...ซัก 10 ไมล์ได้มั้ง
ใกล้กับทะเลสาบเล็กๆ เหมาะสำหรับผมเวลามีเรื่องกลุ้มใจ

กระท่อมนี่มันจริงๆแล้วก็คือโรงนา
โรงนาเก่า ที่ผมบูรณะ(อันที่จริงเรียกว่าทำความสะอาดจะถูกกว่า)เองกับมือ
มันยังรกนิดหน่อยเพราะเสื้อผ้าและหนังสือที่กองเต็มไปหมด

ถามว่าอายไหม ที่ให้คนคนนี้มาเห็นสภาพแบบนี้

....อายสิ...อายชะมัดยาด

แต่จะให้ทำยังไงได้
ผมพาเขามาที่นี่

เสียใจ ทั้งเศร้า โกรธ ในเวลาเดียวกัน
ใครก็ตามที่ทำให้เขาต้องแบบนี้ ผมไม่อยากจะให้อภัยมัน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร

ไหล่ของเขาหลุด
คาดว่า มันน่าจะมาจากการที่เขาตกลงมากับเชือกนั่น
คนทำช่างคิดได้...ตกลงมาด้วยความสูงขนาดนั้น
กับแรงกระชากของเชือกที่ผูกไว้กับข้อมือเล็กๆนั่น
หากเป็นคนธรรมดา คงแขนขาดไปแล้ว
แต่หมอนี่ ได้รับการฝึกฝนทางร่างกายมาดี กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น
กระดูกแข็งแรง...ต้องขอบคุณแบทแมนกับไนท์วิงค์ในเรื่องนี้

ผมจับมันให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่
มันเจ็บ...ผมรู้
เขาพยายามกลั้นเสียง
ลำบากใจเหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้
ผมไม่อยากให้เขาเจ็บหรือทรมานมากไปกว่านี้อีกแล้ว
ไม่อยากเลย...

เขาขอบคุณผม
ถ้าเป็นปรกติ ผมคงไม่ได้เห็นหน้าที่ใสซื่อแบบนั้นแน่ๆ
เขาจะทำให้เรื่องทุกอย่างมันยากขึ้น
แค่นี้ผมก็ใจเต้นแทบจะออกมาดิ้นนอกร่างกายอยู่แล้ว

ผมให้เขาเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ระหว่างที่ผมจะออกไปหาอะไรมาให้เขาทาน
เพราะเสื้อที่มากับเขานั่น เป็นแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียว
เน้นๆว่า ไม่มีอย่างอื่นเลย
(อยู่มาได้ยังไงกันนะ กับสภาพแบบนั้น)

ผมกลับมา ก็ต้องอึ้งกับภาพที่เห็น
ถึงกับทำตะกร้าที่หิ้วมาด้วยหล่นลงกับพื้น

ภาพที่ผมเคยฝันว่าอยากจะเห็นมันซักครั้ง
ถึงแม้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่มันก็เป็นไปแล้ว

หมอนั่นใส่เสื้อของผม
เสื้อทีมีตัวเอสสีแดงอยู่บนอก
กับท่อนล่างและข้างในที่ผมรู้ว่าไม่มีอะไรเลยอยู่ในนั้น
แต่มันคงหลวมไปสำหรับเขา

เขานึกว่าผมไม่ชอบใจที่เขาเอาเสื้อตัวนั้นมาใส่
ที่ผมหน้าแดงมันคงทำให้เขาเข้าใจผิด
แต่ก็...ผมไม่ได้โกรธซะหน่อย

ผมบอกให้เขานอน

หมอนี่ยังทำตัวน่ารักได้อีก
เขาไม่อยากนอนคนเดียว
ถ้าเรื่องจริงเป็นแบบนี้ ผมยอมหัวล้านเลยเอ้า

ผมดึงเขาเข้ามากอด
ใจคิดอกุศล แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้
หมอนี่เจอเรื่องมามากแล้ว...

ผมนอนกอดเขาทั้งคืน
รู้สึกตัวอีกทีคือตอนที่หมอนี่สะดุ้งเฮือกขึ้นมาในตอนเช้ามืด
เขาพูดบางอย่างที่เหมือนกับว่าเขาจะจำทุกอย่างได้

แต่มันก็ไม่ใช่....

แล้วทันใดนั้นเองก็มีคนมาเคาะประตู
ผมเดาได้เลยว่าเป็นใคร

ผมออกไปคุยข้างนอกกับคลาร์ค
พร้อมกับทิมที่หลบอยู่หลังผม

คลาร์คตบหน้าผม...

ผมรู้ว่าผมทำให้เขาผิดหวัง

จริงๆแล้วผมรู้
รู้ว่าทำไมคลาร์คถึงทำแบบนี้
เพราะเขา...เพราะแบทแมน...

เราคุยกัน ใช้อารมณ์
ทิมที่หลบอยู่หลังผมคงงง จนสับสนไปหมด
แต่แล้วเรื่องทั้งหมดก็จบ หลังจากที่คลาร์คเดินออกไป
ทิ้งท้ายให้ผมกลับไปขอโทษแบทแมน

ผมเดินกลับมา

ทิมคงรู้ว่าหน้าที่แดงของผมนั้น มันห้อเลือดเล็กน้อยเพราะความเจ็บ
คลาร์คไม่เคยทำร้ายผม
แต่ผมก็สมควรโดน ผมรู้ดี...
บังอาญไปกระตุกหนวดซุปเปอร์แมน ไม่โดนหักแขนก็ดีถม

เขาเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าผม
สีหน้าของเขาแสดงอาการเป็นห่วง

'ห่วงตัวเองก่อนเถอะเจ้าคนเก่ง...'ผมคิด

เขาขอโทษผม เขาคิดว่าที่ผมโดนแบบนี้เป็นเพราะเขา

ผมไม่ตอบแต่สวมกอดเขาอีกครั้ง
ผมจะไม่ปล่อยให้เขาต้องอยู่คนเดียวอีก
ผมจะไม่ละสายตาจากเขาอีกเป็นอันขาด
ผมจะอยู่ข้างเขา....
นี่คือคำขาด...คำสัญญาจากผม
เด็กที่ชื่อ คอนเนอร์ เคนท์ หรือ Kon-El หรือจะ ซุปเปอร์บอย ก็แล้วแต่
จะให้สัญญา...

หน้าของเราสองคนใกล้กันมาก
ใกล้กัน...จนน่ากลัว

บรรยากาศตอนนั้น หากใครว่าไม่เป็นใจ ผมจะกระโดดถีบให้
บรรยากาศเป็นใจสุดๆ

แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ตอนที่ตาของเขาเริ่มลอย
เหมือนสติของเขาจะหลุดไป
ร่างกายเขาแข็งทื่อ
ผมพยายามเรียกสติเขากลับคืนมา

และแล้วเขาก็ตอบผม

"ให้ตายซิ คอน เห็นชั้นกุมหัวแบบนี้ก็แปลว่าชั้นเป้นอยู่แล้ว"

.....
......
......

ผมต้องกอดเขาแน่นขึ้น
แน่นขึ้นกว่าเดิม

เขากลับมาแล้ว....
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
แต่เขากลับมาแล้วจริงๆ

ผมจับมือเขา
ความดีใจล้นออกมา ที่สามารถสังเกตุได้จากเสียงหัวใจของผมที่เต้นเร็วขึ้น
นายจะได้ยินรึเปล่านะ

หน้าของเรายังคงใกล้กัน
เขาหลับตา และเอื้อมหน้าเข้ามาใกล้ๆผม
ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกได้จากสัมผัสบนริมฝีปาก

จูบที่ห่างหายไปนาน
คราวนี้มันอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อาจเป็นเพราะความคิดถึงที่ผมส่งไปถึงเขา และความรู้สึกของเขาที่ผมสัมผัสได้

อดไม่ได้...อดไม่ได้ที่จะต้องการมากกว่านี้...

ผมสอดลิ้นเข้าไป ไล้วนอยู่ในช่องปากเขา
เขาไม่ได้ขัดขืน แต่การกระตุกเล็กน้อยนั่นน่ารักชะมัด

เขาหายใจหอบเมื่อผมผละริมฝีปากออก
ไม่รอช้า ผมเริ่มใช้ลิ้นรุกรานมาถึงใบหูและซอกคอของเขา

เขาวีนว่าผมใจร้อนเกินไป เขาเพิ่งหายดี
แต่ใครสนกันล่ะ
แค่เห็นหมอนี่ในเสื้อของผม ก็ต้องอดกลั้นแทบตาย
ถ้าเป็นตอนนี้ ต่อให้โดนซุปเปอร์แมนตบอีกซกสี่ซ้าห้ารอบก็คุ้มล่ะวะ

ผมขบเบาๆที่ซอกคอของเขา
เขาคราง มือของเขาเอื้อมขึ้นมาจับบ่าของผม
ทางสะดวก ผมรู้ว่าเขาจะไม่ขัดขืนผมแล้ว
ผมจูบเขาอีกครั้งพาลเดินพาเขาไปที่เตียง
ผมดึงเสื้อหลวมตัวนั้นของเขาขึ้น
ทำให้เห็นร่างกายเล็กๆใต้เสื้อนั่น
เขาไม่ได้ใส่อะไร แหงล่ะ ผมเห็นทุกอย่าง
เห็นหน้าอก หน้าท้อง ทั้งส่วนนั้นของเขาที่เริ่มมีปฏิกิริยา

เขาเอาหน้ามาซุกกับหน้าอกผมด้วยความอาย
รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่มาทำอะไรแบบนี้ตั้งแต่เช้า
แต่ความรู้สึกผิดก็หายไปเมื่อเขาพูดว่า
"จะทำอะไรก็รีบทำสิ...มองแบบนี้อยู่ได้...มันอายนะรู้มั้ย"

ผมผลักเขาลงไปที่เตียง พร้อมกับตัวเองที่โน้มตามลงไป
เขาทำท่าจะถอดเสื้อตัวเดียวของเขาออก
แต่ผมรั้งไว้
ผมอยากให้เขาอยู่ในสภาพแบบนี้มากกว่า
ภาพแบบนี้ทั้งๆที่ยังใส่เสื้อของผม...

ผมพรมจูบลงไปที่หน้าอกของเขา
เขาเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงลอดออกไป
อีกข้างกำผมของผมไว้แน่น
มันไม่เจ็บ แต่รู้สึกได้ว่าเขาสั่นไปทั้งตัว

ผมไล่ลงมา จากไหปลาร้า หน้าอก จนถึงหน้าท้อง
เขาผอมลง...ผอมลงจากคราวที่แล้ว
ไล้ลงมาจนถึงจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเขา
ผมใช้ลิ้นไล้วนอยู่แถวนั้นอยู่พักหนึ่ง
ตาเหลือบไปเห็นหน้าท้องที่สั่นกระเพื่อมของเขา
เขาทำให้ผมยิ่งต้องการเขามากขึ้น
ผมเอาส่วนนั้นของเขาใส่เข้ามาในปาก ใช้ลิ้นหยอกล้อกับมัน
และริมฝีปากที่รูดมันขึ้นลง

"อ๊ะ...คอน..." เขาคราง
เสียงของเขาสั่น หน้าที่แดงก่ำเหมือนลูกมะเขือเทศ
ผมใช้ปากช่วยเขา ในขณะที่มือผมก็ไม่ได้อยู่เฉย
ผมใช้มันลูบไปที่หน้าอกของเขา เล่นกับยอดอกเล็กๆนั่น

เสียงของเขาที่พยายามกลั้นไว้ ดูเหมือนจะไม่ไหว
เขาครางดังขึ้น ในเสีบงครางนั้นเขาเรียกชื่อผมเป็นระยะๆ

เมื่อเขาถึงจุด ปากและใบหน้าของผมเลอะไปหมด
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องลูบมันไปรอบๆพลางมองมัน

ทิมนอนหายใจหอบอยู่บนเตียง
เสื้อของผมยับยู่ยี่อยู่เหนืออกเขา
เขากำมันแน่น ร่างกายสั่นเทิ้ม

ผมถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออก
ก่อนจะเริ่มเล้าโลมเขาอีกครั้ง
คราวนี้ผมจูบเขาพลางใช้มือคลึงหลังและบั้นท้ายของเขา
เขาเองก็ไม่ได้ขัดขืนแต่กลับตอบรับ
ด้วยการใช้ส่วนนั้นและด้านหลังของมันเสียดสีกับต้นขาของผม
มันทำให้ผมของขึ้นได้ไม่ยากเลย

'ร้ายมาก ทิมโมธี'ผมคิด

ผมเลียนิ้วของตัวเองก่อนที่จะสอดเข้าไปด้านหลังของเขาช้าๆ
เขาร้องออกมาเมื่อผมเริ่มขยับมันเล็กน้อย
ผมสอดนิ้วที่สองเข้าไป วนมันไปรอบๆ
ก่อนที่จะถอนมันออกมา แล้วยอกขาของเขามาพาดไว้กับเอวของผม

ผมใส่ของตัวเองเข้าไปแทนที่ ช้าๆ แต่เบามือที่สุด
ผมไม่อยากให้เขาเจ็บ เขาครางชื่อผมออกมา
เมื่อเข้าไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ผมเริ่มขยับช้า
ความร้อนและการบีบรัดของมันทำให้ผมอดครางออกมาไม่ได้เหมือนกัน

ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ แต่เจ้าตัวคงไม่ได้ยิน
ผมเริ่มเร่งจังหวะ พลางก้มลงไปจูบเขา ขบทีหู และซอกคอของเขาอีกครั้ง
ไม่นานเขาก็ปลดปล่อยร่างกายอีกครั้งก่อนที่ผมจะตามไปติดๆภายในตัวของเขา

เราทั้งคู่หายใจหอบก่อนที่ผมจะถอนตัวออกมา

"นายมันขี้โกง..."เขาบ่น

ผมไม่มีแรงแม้แต่จะตอบด้วยซ้ำ
ผมดึงเขาเข้ามากอด จูบที่ผมของเขา
เขาทำท่าเขินอาย น่ารักอีกแล้ว...

บรรยากาศเป็นใจอีกครั้ง
แต่ทุกอย่างสะดุดลงเมื่อเขาพูดประโยคนั้นกับผม

"นายต้องไปขอโทษแบทแมน"

ผมรู้น่าาาา...แต่อยู่อย่างนี้ซักพักไม่ได้รึไง
หมอนี่ชอบขัดบรรยากาศจริงๆสิน่า

ผมพยักหน้าหงึกๆ ประมาณว่ารู้แล้ว
เขาเหลือบมามองหน้าผมอีกครั้ง
ก่อนจะบอกขอบคุณ

ถ้าผมเลือกได้
ผมคงอยากได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ตลอดชีวิตเลยให้ตาย


บ่ายวันนั้น เราทั้งคู่ผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ก่อนที่ในตอนเย็นเราจะต้องกลับมาที่ตึกไททั่นส์แล้วผจญกับเหตุการณ์ข้างหน้า
ที่รอเราสองคนอยู่.....

 

 

***************************************

Nanaya : สิ้นชีพ.....พรมขาว...ไม่ถนัดเอาซะเลย หวังว่าคงไม่ทำให้ผิดหวัง
กันนะ T^T เรื่องพล็อตเรื่องเน้อหาหรือเรื่องฉากนี่ ห่วยสุดๆแล้วว่ะ คงห่วยสุดในได้นี้เลยล่ะมั้ง
ทนๆอ่านกันไปหน่อยเน้อ TAT

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

*อีดิทจากนังเอ็กซ์ *

คือว่า จิ้นจัดแต่อยากแบ่งปันดังนั้น

เหล่าสาวกมาเนียทั้งหลาย 

อีเอ็กซ์วาดภาพประกอบเอาไว้ ให้ไปดู ใน รูป ของ

File Browser (ที่ใส่รูปของExteen) แฟ้ม ของ Exit นะฮ้า

พอดีไม่กล้าเอามาลงที่นี่เดี๋ยวบ้านโดนปิด

5555+

*เผ่น* 

 

 

Superboy009 :Finally,we met....

posted on 21 Feb 2008 23:26 by dcdiary  in Superboy

***ขออนุญาตแก้ไขเล็กน้อย เพราะมีบางคนบอกว่าโหดไป =w=*** 

การตามหาใครคนหนึ่ง
ที่อยู่ๆ เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในเมือสกปรกที่ชื่อว่า ก็อธแธม ช่างยากเย็นนัก

ผมมองลงไปยังตึกราบ้านช่องเบื้องล่าง
ที่สุดท้ายที่ผมพบเบาะแสของคนคนนั้น

มันผ่านมากี่วันแล้วนะ?...

สุดท้ายแล้ว ที่พึ่งที่ผมพึ่งได้ ไม่มีเลย....

ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายนัก
ใจร้ายทั้งกับผม และคนสำคัญของผม

จะให้ผมไม่รู้สึกโกรธได้ยังไง?
ผมโกรธทุกสิ่งทุกอย่าง
โกรธตัวเอง โกรธคนรอบข้าง
ทำไมถึงไม่ใส่ใจกันบ้างล่ะ?

เครื่องมือสื่อสารที่ผมได้รัมาจากอัลเฟรดดังขึ้นอีกครั้ง

ผมแทบไม่อยากรับมันขึ้นมา
หลังจากที่ผมได้คุยกับออราเคิล หล่อนก็ไม่มีเบาะแสให้ผม
ผมควรจะโกรธ?
ไม่...หล่อนไม่ผิด...

ผมเปิดเครื่องมือสื่อสาร แล้วได้ยินเสียงอัลเฟรด
"คุณบรูซกลับมาแล้วครับ..."

เหวี่ยงผมลงไปในลาวายังไม่เจ็บปวดเท่าได้ยินคำนี้เลย
แล้วไง? "เค้ากำลังพักผ่อนอยู่ครับ"

แล้วไง!!!???

หมอนี่จะรู้เรื่องเป็นตายร้ายดีของคนคนนึงบ้างไหม
ผมจะไม่ว่าเลย แต่นี่ คนที่กำลังเจอกับปัญหาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น sidekick นะ
รู้บ้างรึเปล่า ว่าเขาหายไป รู้รึเปล่าว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง!!??

ผมรีบตรงบึ่งไปที่คฤหาสถ์ที่แสนภูมิใจของเขา
พังกระจกหน้าต่างห้องอย่างถือสิทธิ์

บรูซที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ
"ซุบเปอร์บอย...?"

ยังมีหน้ามาทำหน้างง
หมอนี่ไม่ได้รู้อะไรเลยใช่มั้ย!!?

ผมกระโดดขึ้นไปบนเตียงเขาด้วยความรวดเร็ว
เขาไม่มีทางเร็วไกว่าผมได้อยู่แล้ว

ใช้เข่าทั้งสองทับที่แขนขแงเขาทั้งสองข้าง
แล้วลงมือซัดหมัดลงไปอย่างไม่ยั้ง

ไม่สิ ความจริงผมรู้ตัวดีว่าผมยั้งมือ
หากให้คนคนนี้ตายไป ต้องมีคนร้องไห้เสียใจอย่างแน่นอน
และผมเองก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของหมอนั่นอีกแล้ว

ผมต่อยหน้าเขาอย่างขาดสติ
เลือดกกปาก ทั้งเลือดกำเดาและตาที่เริ่มช้ำ
ผมรัวหมัดได้เพียงแค่ 2 หมัด ทันใดนั้นอัลเฟรดก็เข้ามาห้ามผม

"พอทีเถอะครับ! ทำแบบนั้นคุณบรูซจะตายเอานะครับ!"เขาอ้อนวอน

"แล้วถ้าทิมตายไปแล้วล่ะ!!?? จะทำยังไง!? ยังมีหน้ามานอนพักผ่อนเอาแรงอีกเหรอ!?"

ผมหยุดมือแล้วมองไปยังใบหน้าที่นอนอยู่บนเตียงนั่น

"คุณจะไม่ใส่ใจกับมันเลยรึไง...เขาหายไปก็เพราะคุณ!...เพราะออกไปตามหาคุณ!"

ไม่ไหว มันจะทำใผมร้องไห้อีกแล้ว

"ทิมหายไปงั้นเหรอ!?..." บรูซถามผม

"เป็นความผิดผมเองครับ ที่ไม่ได้บอกคุณบรูซ..."อัลเฟรดพูดขึ้น ทั้งห้องมีแต่ความเงียบ

"คุณบรูซกลับมา พร้อมกับสภาพสะบักสะบอม ผมไม่คิดว่าควรจะพูดในตอนนั้นครับ"

ผมกัดฟันด้วยความโกรธ

ผมไม่อยากจะพูดกับคนพวกนี้อีกต่อไปแล้ว

ผมรีบออกจากที่นั่น ทางที่ผมเข้า
ผมทิ้งให้คนในนั้นอยู่กับสภาพความเสียหายที่ผมทำไว้
ผมไม่อยากจะขอโทษ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้...

ผมไม่มีทางไปอีกแล้ว
ทำไมคนแบบผมมักจะเจอแต่ทางตันเสมอ?...

....

เหมือนโชคจะเข้าข้าง
ผมได้ยินเสียงหวอของรถตำรวจดังมาแต่ไกล
มันมาจากทางเดียวที่ตรงไปอาห์คัม...

ผมบินตรงไปที่นั่น
ไม่มีเหตุผล...
ตอนนี้ทุกอย่างที่ผมทำได้คือตามทุกอย่างที่ผมคิดว่าสามารถทำได้

จนไปถึงสะพานที่อยู่ตรงข้ามสถานที่เลวร้ายนั่น

ผมไม่พบสิ่งใด...
ผมล้มเหลวอีกแล้ว......
......
......ไม่สิ

ผมเห็นบางอย่าง...
บางอย่างที่อยู่กลางน้ำนั่น

เชือก...

จะมีเชือกผูกกับสะพาน ทอดลงมากลางน้ำได้ยังไง?

ที่ปลายของเชือก มันจมลงไปใต้น้ำ...ไม่สิ

ไม่ใช่!!!

มีคนอยู่ที่ปลายเชือกนั่น!

ผมรีบเหาะลงไปเผื่อว่าผมจะยังช่วยใครก็ตามแต่ที่อยู่ตรงปลายเชือกนั่นได้ทัน

มือเล็กๆนี่ ช่างให้ความรู้สึกที่คุณเคย

ผมประคองร่างนั่นขึ้นมาเพื่อให้ศีรษะของเขาพ้นน้ำเพื่อจะได้หายใจ
ร่างนั้นดิ้นพราดๆอยู่ใต้น้ำ

ผมตกใจกับสิ่งที่เห็น

ใบหน้านั่น เหมือนของจรง ท่าจะไม่ใช่ความฝัน

"ทิม!?...."

เมื่อหัวของเขาโผล่พ้นน้ำ เขาก็สูดอากาศเข้าอย่างรุนแรง
ผมช่วยเค้าได้ทัน

ทันทีที่นึกออก ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำหรือพูดอะไร
ผมดึงเชือกที่ผูกอยู่ที่ข้อมือของเขาขาดและอุ้มเขาขึ้นฝั่งแทบจะทันที

เขาสำลักน้ำนิดหน่อย แต่พอยังมีสติ
ข้อมือเขาใช้การไม่ได้ อาจเป็นเพราะ กระดูกหักหรือข้อมือหลุด

ผมโผเข้ากอดเขา

คิดถึงเหลือเกิน...เป็นห่วง...

โชคดีที่เขาไม่เป็นอะไร โชคดีที่ผมสามารถช่วยเขาไว้ได้

"ดีจังทิม...ที่นายปลอดภัย...ฉันตามหานายมาตลอดเลยนะรู้ไหม" ผมพูด

"เอ่อ...ขอโทษนะครับ....ผมรู้จักคุณด้วยงั้เหรอ?"

..........
.............

ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น!!??

"นี่ฉันไง คอน นายจำชั้นไม่ได้งั้นเหรอทิม?"

"......ทิม?...นั้นชื่อผมงั้นเหรอครับ?"

......ผมควรจะทำยังไง? เหมือนหมอนี่จะสูญเสียความทรงจำ

"ผมเห็นหน้าคุณในฝัน...ตาของคุณมันคุ้นมาก....เหมือนผมเคยเรียกชื่อคุณ..."เขาพูด

"นึกให้ออกสิทิม...นี่ชั้นเอง คอนเนอร์!!"ผมย้ำ

".....ผมขอโทษ..."

ผมเริ่มเดือด ผมกระชากแขขแงเขา หวังพาเขากลับ
แต่เขาขัดขืน

"ไม่...อย่ามายุ่งกับผมเลย ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แล้วผมจะไว้ใขคุณได้ยังไง...ผมไม่อยากไว้ใจใครอีกแล้ว!"

ใครทำให้นายเป็นแบบนี้กัน?

"....ทิม...อย่ากลัวชั้นเลยนะ...ชั้นจะช่วยนายเอง...ไว้ใจชั้นเถอะ"

เขาจ้องหน้าผมนิ่ง มองลึกเข้าไปในตาผม
สายตาของเค้าหวาดกลัว น่าสงสาร

แต่แล้วเขาก็ยอมรับโดยง่าย

"ผมเชื่อคุณได้จริงๆใช่มั้ย?...คุณคอนเนอร์?..."

 


"....แน่นอน...กลับสมอลวิลล์กันนะ..."


********************************

Nanaya: ฟู่ววววว โล่งไปอีกเปราะ =3=" คอนจะพาทิมกลับสมอลวิลล์แล้วฮ่ะ
แควนๆป๋าอย่างเพิ่งรุมตื้บหนูน้าาาาา เข้าใจเด็กนิดนะเออ


เนื่องจากเมื่อวันซืนวันเกิดป๋า(ซึ่งหนูไม่ได้ไปฉลอง) เลยมาแฮบๆปี้เบิ๊ดเดย์~~~~ นะฮ้า
รูปที่วาดมาเมือ่เดือก่อนล่ะมั้ง เอามาเซ่นซะเลย =w=


ชอบซีรี่ย์นี้นะเออ เด็กน่ารัก กร๊ากกกกกกกกกกกกกก เหมือนสงครามแย่งป๋าดี ชอบๆ อิๆๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

Superboy008 : The Darkling Thrush

posted on 09 Feb 2008 00:51 by dcdiary  in Superboy

 

เช้าวันนี้เป็นวันที่สดใส กว่าทุกวัน
พอนึกได้ว่า ผมจะได้กลับไปที่ทาวเวอร์ แล้วเจอกับคนคนนั้น
คนที่น่ารักของผม

ตื่นเช้าขึ้นมาผมรีบตาลีตาเหลือกปลุกบาธ
หวังว่าจะได้กลับอย่างเร็ว
แต่แล้วปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยักจะตื่น
ด้วยความใจร้อน ผมเลยทิ้งโน้ตไว้ว่าจะกลับไปก่อน
อาจจะดูเลวไปซักนิด แต่ใครมันจะไปทนได้ล่ะ จริงมั้ย?

ผมรีบบินกลับมาที่ทาวเวอร์
แต่สภาพที่ผมเห็นคือ ตึกที่เงียบสงัด
ยังไม่มีใครตื่น(แหงล่ะ เพิ่ง 6.30)

ผมเดินไปที่ห้องผม
ผมอาจจะหวังมากไป ที่จินตนาการไปเองว่า เปิดประตูเข้าห้องผม แล้วผมจะเห็นคนคนนั้น
นอนกอดเสื้อของผมอยู่บนเตียง...ผมคงฟุ้งซ่านมากไปสินะ

ผมเปิดประตูเข้าไป ก็ไม่พบภาพที่คิดนั่น
บนเตียงผมว่างเปล่า แต่ยับยู่ยี่ ไม่ต่างจากเมื่อคืนก่อนหน้านั้น...
นี่แสดงว่าหมอนั่นไม่ได้แม้แต่จะเหยียบเข้ามา
ผมรีบเก็บที่นอนก่อน ก่อนที่ใครจะมาเห็นแล้วรู้ว่าผมแอบไปเล่นจ้ำจี้กะใครมา

ผมเดินไที่ห้องของเขา เผื่อว่าเขาจะอยู่
(ถึงจะโดนด่าผมก็ไม่แคร์)
แต่ห้องเขาก็ว่างเปล่า เตียงถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย

ผมชักสงสัยแล้วว่า
เขาหายไปไหน

แต่ ผมไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย
ผมรอ เผื่อว่าเขาจะไปไม่ไกล และจะกลับมาเร็วๆนี้
จนเมื่อเวลาล่วงเลยเกือบเที่ยง
ผมก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา
มันทำให้ผมหวั่นใจ

ผมโทรไปหาอัลเฟรด(ได้ยินว่าเขาจะกลับมาจากพักร้อนวันนี้)
เขาบอกกับผมว่า ทิม กำลังกลับไปที่ก็อธแธม

เป็นเรื่องน่าตกใจ เขาน่าจะทิ้งโน้ตใว้ให้ผมซักนิดก็ยังดี
แต่หมอนี่ก็เป็นแบบนี้เสมอ ไปไหนมาไหน ปรกติก็ไม่แคร์ผมอยู่แล้ว (ใจร้ายชะมัด)

แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบเกือบจะชาไปทั้งตัว เพราะ อัลเฟรดบอกผมเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้น
แบทแมนหายไป โจ็กเกอร์และเจสัน กลับมา

ทิมกำลังไปที่ก็อธแธมตัวคนเดียว ทั้งๆที่อันตรายขนาดนั้น

ไม่รอช้า ผมรีบบึ่งไปที่ก็อธแธมในทันที
กว่าจะไปถึง ผมก็ไม่พบทิมที่ถ้ำแบทแมน

ผมหน้าซีด ทั้งๆที่ชาวคริปตันไม่น่าจะมีอารการที่เรียกว่าหน้ามืดแท้ๆ
ทิมไม่อยู่ที่ถ้ำแบทแมน
เขาออกไปตามหาแบทแมนตั้งแต่หัวค่ำ จนป่านนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมาที่อัลเฟรด
ซึ่งปรกติแล้ว ในสถาณการณ์แบบนี้ เขาจะต้องติดต่อกับอัลเฟรด ตลอดเวลาแท้ๆ
อัลเฟรดว่าว่า โรบินติดต่อมา ใน ชม. แรก แต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไปเลย

ด้วยความใจร้อนผมรีบออกไปตามหาเขา(โดยลืมเรื่อง GPRS ที่ติดตัวเขาไปเลย)
ผมไปที่อาคัม ไม่พบร่องรอยอะไร
จากนั้นอัลเฟรดก็ติดต่อมาหาผม เขาบอกว่า ไนท์วิงค์ อยู่ที่ก็อธแธมกับ เดธสโตรค...

หรือผมควรจะขอคำแนะนำจากพวกนั้นดี?...

มีบางอย่างบอกให้ผมไปที่สุสานของเจสัน (ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร เหมือนพรายกระซิบยังไงหยั่งงั้น)
ผมไปที่สุสานในตอนมืด ตอนนั้นก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว สถานที่เหมือนมีคนมาแล้วก็ไป
ไม่มีใครอยู่ที่นั่น

ผมกังวล ทำอะไรไม่ถูก
เหมือนหัวใจจะเต้นแรง มือสั่น

"นายไปอยู่ที่ไหนนะ ทิม?..." เสียงในใจของผม ดังวนเวียนแบบนี้ตลอดเวลา

เหมือนผมจะทำอะไรขาดสติไปหมดในตอนนั้น

ดีที่อัลเฟรดบอกให้ผมกลับไปที่ถ้ำ ถ้าไม่มีเขา ผมอาจระเบิดอารมณ์อย่างไม่มีเหตุผลไปก็ได้

ผมกลับมาที่ถ้ำ ทั้งๆที่ใจยังกังวล

อัลเฟรดให้ผมดูแผนที่ในเมืองก็อธแธม เขาบอกว่า เขาจับสัญญาณของทิมได้
ในเขตตึกร้าง ใกล้กับสลัม
...สำหรับผม ทั้งก็อธแธมก็เหมือนกับสลัม หากจะเทียบกับสมอลล์วิลแล้วล่ะก็...

หลังจากที่ผมได้ตำแหน่งที่แน่นอนแล้ว ผมรีบไปที่นั่น
ที่นั่นมืดแล้วก็วังเวงมาก
ผม...ไม่เห็นอะไร นอกจากขยะ ซากอิฐแถวๆนั้น กองเลือด...
มันทำให้ผมใจไม่ดีเอาซะเลย
ผมกวาดตามองไปรอบๆ แล้วผมก็พบกับสิ่งที่ทำให้ผม แทบคลั่ง

ผมเห็นเศษผ้าชิ้นเล็กๆ เกี่ยวอยู่กับตะปูบนพื้น...
เมื่อหยิบขึ้นมาดู มันมีคราบเลือดติดอยู่
แต่มันก็ยังเห็นสีของเศษผ้าชิ้นนั้น

สัมผัสของชายผ้าที่คุ้นเคย สีดำที่กลับด้านด้านในสีเหลือง....
ผ้าแบบนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเขา...

ผมพยายามจะกลั้นน้ำตา แล้วภาวนา ว่าสิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่เรื่องจริง
มันน่ากลัวมาก ที่จินตนาการไปถึง เจ้าของเศษผ้าชิ้นนี้ ที่ตอนนี้อาจสะบักสะบอม หรือหนักกว่านั้น...

ความรู้สึกผิด กระแทกเข้ามาในใจผม เหมือนเอามีดที่ทำด้วยคริปโตไนท์ ปักอยู่บนอกผมมากว่าร้อยเล่ม

ทรมาน...กังวล...

หากผมไม่ไปสมอลล์วิลซะ เรื่องแบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น...
ผมอาจจะปกป้องเขาได้ เขาอาจไม่หายไปแบบนี้

ผมมห่างจากเขาไปแค่วันเดียว...มันเกิดเรื่องมากมายถึงขนาดนี้...

ผมแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ได้แต่เอาเศษผ้าชิ้นนั้น ขึ้นมานาบข้างแก้มผม
เหมือนเด็กผู้หญิงขี้แยที่เอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาตัวเอง



"ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ ไม่มีนายซัก 2 วัน

คงไม่ทำให้ถ้ำแบทแมนพังลงมาหรอก"


ใครสนกันล่ะ ต่อให้้ถ้ำแบทแมนพังลงมาก็เถอะ หากทำให้เขากลับมาได้...

ผมจะเป็นคนพังถ้ำนั่นลงมาเอง...

 



น้ำตานองอยู่ที่ดวงตาผมทั้ง 2 ข้าง...
พยายามกลั้นเอาไว้ให้มากที่สุด...

ทันใดนั้น ผมก็ได้รับการติดต่อจากอัลเฟรดอีกครั้ง
ว่า เราอาจได้เบาะแสเรื่องทิมจากออราเคิล..........


************************************


Nanaya : เขียนไปกลัวไป กลัวทำเนื่อเรื่องเพี้ยน สถาณการณ์ตอนนี้ ไม่อยากแตะต้องเรื่องส่วนของ ทิมที่ไปอยู่กะ Scarecrow เลย TAT/ พลาดตรงไหนให้บอกเน้อ

คราวนี้วาดภาพประกอบมาด้วย เผื่อช่วย บิ้ว อารมณ์ได้ ก๊ากกก(ใครจะเชื่อ เห็นรูปแล้วแป๊กละไม่ว่า =W=')

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้น

วันนี้ผมตื่นขึ้นมาโดยที่มีคนคนนั้นนอนอยู่เคียงข้าง

เขาตื่นก่อนผม

ผมเห็นใบหน้าที่ผมชอบ แต่ตอนนี้คิ้วของเขาเริ่มขมวดเป็นปมอีกแล้ว

ผมถามเขาว่าเขาโกรธที่ผมทำรึเปล่า

แต่มันก็ยังดีที่ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน

เขาก็ด่าผมเหมือนอย่างทุกที


ผมลุกขึ้นมาสวมเสื้อของผม

แอบนึกเสียดายที่ว่า

หากผมตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเขาสวมเสื้อของผมที่หลวมเกินไปสำหรับเขา

นอนอยู่ข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับวันใหม่ คงจะดีไม่น้อย


เขาบอกกับผมว่า ผมไม่ได้ยั้งมือกับเขา

ผมทำให้เขาเจ็บ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว

แต่ทำไมผมถึงรู้สึกกะปรี้กะเปร่านะ?

ลืมไป ผมไม่เหมือนคนทั่วไปนี่นะ


ผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน

ว่าเรื่องปกติสำหรับผม มันอาจจะไม่ปกติสำหรับมนุษย์ธรรมดาๆก็ได้

อย่างเช่น เรื่องการออกแรงเป็นต้น

ถึงแม้ว่าผมจะคิดว่าผมยั้งมือ แต่ผมอาจจะไม่ได้ทำจริงๆก็ได้

ผมคิดว่าผมกอดเขาเบาๆ แต่เขาอาจจะเจ็บก็ได้ (ก็ตัวเล็กออกขนาดนั้นนี่นะ)

สงสัยว่า ผมคงจะต้องระวังเรื่องนี้ให้มากขึ้นซะแล้ว


วันนี้ผมนมีนัด ผมมีนัดกับ บาธ ว่าจะกลับไปเยี่ยมเพื่อนๆที่ สมอลวิลล์ กัน

ผมเดินออกมาจากห้องก่อนทิม เพื่อเว้นช่วงเวลาให้ทิมย่องออกมา

จากห้องผมทีหลังอย่างไม่น่าสงสัยมากนัก


ที่ห้องอาหาร ผมพบกับบาธ เขาอยู่ชุดไปรเวทตัวโปรด พรร้อมกับเป้ใบใหญ่

ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะแบกเป้ใหญ่ขนาดนั้นไปทำไม

ทั้งๆที่ไปค้างแค่คืนเดียว แถมหมอนั่นตัวเล็กนิดเดียว(เล็กกว่าทิม)พูดได้ว่าขั้นจิ๋ว

ผมทักเขา และผมเพิ่งเอะใจว่า ในโรงอาหารไม่มีใครอยู่เลยนอกจากบาธ

เขาบอกว่า ทุกคนยังไม่ตื่นกัน เพราะเมื่อคืนดูหนังที่เช่ามาด้วยกัน ทั้งคอรี่ก็ไม่พลาด

ก็ดีเหมือนกัน คนมากๆ ก็น่าปวดหัว


เรานั่งคุยกันไม่นาน ทิม ก็เดินออกมาจากฮอลล์ทางเดิน

เขาเดินกระเผกๆ(แหงล่ะ ผมสังเกตุเห็นถึงแม้เขาจะทำเหมือนเขาสบายดีก็เถอะ)

บาธทักเขาอย่างร่าเริง แต่เขาก็ทำหน้าเฉยเมยเหมือนทุกครั้ง

ผิดกับผม ผมโบกมือให้เขา เขากลับหลบหน้า(ทั้งๆที่เมื่อก่อนจะจ้องอย่างเย็นชาแบบไม่กระดิกแท้ๆ)


เรา 3 คนนั่งคุยกันนาน เหมือนไม่ได้คุยกันมาเป็นเดือน

รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

พอเวลาซักประมาณเกือบ 8.30 ผมกับบาธก็ขอตัว


ผมปล่อยให้บาธวิ่งนำหน้าผมไป

ก่อนที่ผมจะตามเขาไป ผมก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาถามคนคนนั้นของผม...

ผมถามเขาว่าเขาจะเหงาไหม หากผมไม่อยู่ซัก 2 วัน

เขาก็ตอบอย่างเย็นชาเหมือนเดิม "ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ ไม่มีนายซัก 2 วัน

คงไม่ทำให้ถ้ำแบทแมนพังลงมาหรอก"

ทำไมหมอนั่นชอบเอาเรื่องของคนคนนั้นมาเป็นหัวข้อในการพูกแดกดันผมนะ

ผมรู้ว่าเขาต้องเหงาแน่ๆ หากเขาเครียด ใครจะเป็นคนทำให้เขาดีขึ้นล่ะ นอกจากผมจริงไหม?


ผมยิ้มกับคำตอบของเขา เป็นเชิงบอกว่า ผมรู้ว่าเขาโกหก

ผมก้มลงไปจูบเขา อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมคิดว่าผมจะทำได้

เขาไม่ขัดขืน แต่ก็ไม่เชิงตอบรับมัน

ผมไม่ว่าอะไรหรอก ผมเข้าใจดี


ผมโบกมือให้เขาก่อนสตาร์ทตัววิ่งตามบาธไป

ผมเห็นเขายกมือขึ้นมาเป็นเชิงว่า "ขอให้เดินทางดีๆ"

เท่านี้ผมก็แฮบปี้จนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว


ใช้เวลาไม่นานเลยสำหรับผมและบาธที่จะไปสมอลวิลล์

เมื่อผมไปถึงหน้า รร. ผมเห็นบาธยืนทำท่าเซ็งๆใต้ป้ายประชาสัมพันธ์ของ รร.แล้วบอกว่า

"นายมาช้านะ ตั้งเกือบนาที"

ทำเป็นวางท่า ก็แค่เกือบนาทีล่ะน่า ผมละอยากให้ไอ้ป้ายเหนือหัวหมอนั่นหล่นลงมาทับเจ้าเตี้ยนี่จริงๆ

เราเดินเข้าไปในโรงยิม ที่นั่นยังไม่มีใครมา และไม่มีใครใน รร. เพราะวันนี้เป็นวันหยุด

แหงล่ะ นัดไว้ 9.00 เช้า แต่มาถึงเอาก่อนเวลาตัวเกือบครึ่ง ชม.

ผมกับบาธเลยถือโอกาสแอบงีบซักเล็กน้อย

พลางคิดว่า วันนี้จะทำอะไรบ้าง จะคุยเรื่องอะไรกับเพื่อนๆบ้างดี แล้วแน่นอนที่ผมไม่ลืมที่จะคิดถึงหมอนั่น

คิดถึงหน้าบูดๆกับท่าเดินตลกๆเมื่อเช้า น่ารัก...


พวกเราได้โอกาสหลับเล็กน้อยก่อนที่เพื่อนๆจะทะยอยกันเดินเข้ามาในโรงยิม

กลุ่มพวกเราไม่ได้มีคนมากมาย ก็ประมาณ 5-6 คนเท่านั้น

แต่ทุกคนก็รักใครปรองดองกันดี

3 คนที่เดินเข้ามา ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย

เมื่อมากันครบ พวกเราตัดสินใจ ที่จะไปร้านอาหารสำหรับ Brunch

จากการวิ่งมาที่นี่ก็ทำให้สิ่งที่รับประมานไปเมื่อเช้าที่ทาวเวอร์ย่อยหายไปหมดแล้วล่ะมั้ง เพราะผมรู้สึกหิวขึ้นมา


เราไปร้านที่ชอบไปเป็นประจำ

พนักงานที่รับออร์เดอร์เราบ่อยๆ ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกว่าปรกติ

คงเพราะไม่ได้เจอกันนาน เจ้าหล่อนเลยออกอาการมากไปหน่อย

บาธ เป็นขวัญใจของเจ้าหล่อนกับคนทั้งร้าน คงเป็นเพราะความที่เข้ากับคนง่ายของหมอนั่นล่ะนะ


เรานั่งคุยเรื่องสัพเพเหระ

เรื่องสมัยก่อน เรื่องเพื่อนคนโน้นคนนี้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

รวมไปถึงเรื่องความรัก

เจ้าเพื่อน 3 คนนี่มีแฟนกันหมดแล้ว ต่างก็โม้เรื่องแฟนของตัวเองให้ฟัง

ว่าแฟนของตัวเองน่ารักขนาดไหน

แต่เท่าที่ฟังมา...ของผม น่ารักที่สุด


เราไปต่อกันที่ห้างเล็กๆ เดินเล่นตามประสา

ตกเย็นเราไปทานอาหารเย็นที่บ้านเพื่อนคนนึง

เมื่อถึงตอนค่ำเราตัดสินใจที่จะไปตั้งแคมป์กัน

แต่ก่อนหน้านั่น ก็โบว์ลิ่ง กีฬายอกฮิตตลอดกาล

แต่ผมไม่ได้เล่น เพราะผมยังมีคดีกับเจ้าของลาน

(ผมเคยทำลานด้านหลังเขาพัง เพราะผมโยนแรงเกินไป)

ถึงจะได้แค่ดู แต่ก็สนุกแล้ว


เราไปที่ที่ตั้งแคมป์ที่ทะเลสาป

กางเต้น สุมไฟ แล้วนั่งล้อมวง เฮฮา

ผมนึกอยากจะพาทิมมาเปิดหูเปิดตาแบบนี้บ้างเหมือนกัน

เมื่อไว้มีโอกาส ผมจะไม่พลาดแน่นอน

คืนนี้แทบไม่ได้นอน เรานั่งคุยกันจนเกือบเช้า

เมื่อทุกคนเข้านอน ก็หลับเป็นตายและไม่มีทีท่าว่าใครจะตื่นเช้ากันเลยซักคน


ผมตั้งตารอวันที่จะได้กลับไปที่ทาวเวอร์

ผมอยากเจอเขา อยากอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

อยากรู้ว่า เขาจะคิดหมือนผมรึเปล่า

ผมพลอยก็หลับไปในตอนนั้นเอง...


****************************************


Nanaya : แฮ่กๆๆ =[]=" หวังว่าคงหนีพ้นจากทิมมี่น้อ แบบว่าไม่อยากให้หนูคอนโดนกดอ่ะ

แต่ถ้าจะให้เรทๆ หลายวันติดก็ไม่ไหวเหมือนกันน่อ ข่าวว่าเด็กเพิ่งได้กันเอง เรื่องอย่างนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปจิเนอะ

ตอนนี้ขอหนีก่อนละกัน อิๆๆ 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

Superboy006 : และแล้ว...

posted on 27 Jan 2008 01:03 by dcdiary  in Superboy

เรื่องเมื่อวานมันยังคาใจไม่หาย
ผมสลบไปทั้งๆที่จำอะไรไม่ได้เลย
พอตื่นมาดันมาหมดแรงจนไม่ได้ถามเค้า
สิ่งที่จำได้ก็มีแต่เรื่องเจ้า คริปโตไนท์สีแดง นั่น เท่านั้นเอง

วันนี้ผมรอเจ้านั่นทั้งวัน จนไม่เป็นอันกิน
ผมอยากเคลียร์(ทำไมมันมีเรื่องที่ต้องเคลียร์เยอะจัง-*-)

อยากรู้ใจแทบขาดว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น
ยังเสียดายจริงๆนะนั่น
แต่ผมก็ต้องมานั่งคิดว่า "อย่างผมจะมีความกล้าพอที่จะถามรึเปล่า?"

แต่ผิดคาด
พอเจ้านั่นปรากฏตัวในตอนค่ำ ผมก็รีบลากมาที่ห้องผม
ผมถามเค้าตรงๆว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น
เค้าหน้าแดง แต่เค้าบอกว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้มีอะไร

..................ผมโล่งใจ

ยังไงซะ ผมก็คิดว่า มีอะไรกันทั้งๆที่มีสติจะดีที่สุด ที่สำคัญ หากเป็นครั้งแรกด้วยล่ะก็
ผมถามเค้าว่า เขาจะรังเกียจรึเปล่าถ้าผมทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ
เค้าเงียบ ได้แต่อ้ำอึ้ง.....แต่แล้วเค้าก็ส่ายหน้า

จะเป็นไปได้เหรอ? ที่เค้าจะไม่รังเกียจคนอย่างผม
ทั้งๆที่ผมก็ใช้กำลังกับเค้า(ถึงแม้จะไม่รู้สึกตัวก็ตามเถอะ)

เค้าบอกผมว่า

"เรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดขึ้นซักวันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"

ทำเป็นปากแข็งไป ผมรู้ว่า เค้าก็เขินเหมือนกันที่ต้องพูดอะไรแบบนี้
ไม่สิ ผมเองก็เขินไม่แพ้ไปกว่าเค้าหรอกน่า

ผมถามเค้าว่า จูบได้มั้ย?
แต่ผมขี้โกง..........ผมไม่ได้รอคำถาม
ที่จริงผมเกือยจะไม่ถามแล้วด้วยซ้ำ
ผมจูบเค้า แต่เค้าไม่ได้ขัดขืน มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
เค้าคงได้ยินเสียงหัวใจผม
(น่าอายชะมัด เค้าได้ยินเสียงหัวใจผมมากี่รอบแล้วนะ มันน่าอายมากรู้มั้ย)
แต่สิ่งที่น่าอายที่สุดมันเกิดขึ้นหลังจากนี้ตางหาก...

...

...

ผมไม่อยากจะสร้างคำถามอะไรอีกแล้ว ยิ่งถามมาก ผมกพอจะรู้ว่าโอกาสกินแห้วก็ยิ่งมีมาก
แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

"จะไม่เสียใจใช่มั้ย?" ผมถามเขา

"...ไม่หรอก"

เพียงแค่นั้น เหมือนสติผมขาดเป็น 2 เส้น
ผมผลักเค้าลงบนเตียงของผม
ผมรู้ว่าผมรอวันนี้มานาน แตาหากต้องรออีก มันคงจะยอกเกินไปสำหรับผมแล้ว ในตอนนี้
หมอนี่่ต่างหาก ที่พูดจากวนโทสะ คิดว่าผมไม่มีน้ำยารึไง
เดี๋ยวฉันจะโชว์ให้นายดู ทิมโมธี เดรค

 ผมลงจูบเค้าอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงและหนักแน่นกว่า
แทนที่เค้าจะผลักผม เค้ากลับนิ่ง แล้วเริ่มมาโอบรอบคอผมแทน
ทำให้ผมชักเสียวๆ คอ ว่าเค้าจะเอาอะไรมาแทงคอ ให้ผมสลบอีกมั้ย

ผมเลยตัดสินใจปลดเข็มขัดเค้า แล้วโยนมันไปที่มุมห้อง(ป้องกันไว้ก่อนเป็นดี)
ผมต้องรีกถอดเสื้อผ้าของเขาให้เร็ว เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี(จะได้เสี่ยงน้อยลง)
ดูเหมือนเค้าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายเดียวที่ถูกถอดซะด้วย

เราจูบกันพลางถอดเสื้อของกันและกัน หยั่งกะแข่งกันอยู่อย่างงั้นแหละ
จนเราสองคนเหลือแต่บ็อกเซอร์เท่านั้น

พอมาถึงตรงนี้...........ยุ่งล่ะสิ

ผมควรจะทำยังไงต่อ?

เหมือนทิมจะเห็นว่าผมนิ่งไป เค้าเลยผลักให้ผมนอนลง แบบไม่ทันตั้งตัว
เค้าขึ้นคร่อม มานั่งบริเวณท้องน้อยของผม เล่นเอาเสียวเหมือนกัน
ไม่อยากจะเข้าข้าง แต่คิดว่าตัวเองโชคดีชะมัดที่ได้มาเห็นมุมนี้ของนกโรบินผู้ห้าวหาญคนนั้น

หมอนั่นเย้ยผม เชิงว่า ถ้าผมไม่รู้วิธี เดี๋ยวเค้าจะทำทุกอย่างเอง

ผมรู้หรอกน่า ว่าอะไรเป็นอะไร ผมแค่ ต้องตัดสินใจอย่งถี่ถ้วนก็แค่นั้นเอง
ยังไม่ทันจะพูดหมอนั่นก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข
เหมือนจะมาเต้นอะโกโก้แล้วเห็นผมเป็นเสารูดซะงั้น
เหมือนจะถูกดูถูก แต่มันก็เสียวพิลึก

หมอนั่นเริ่มคราง มันจะทำใไห้ผมอดใจไม่ไหวแล้วนะ
พอเขาครางชื่อผมออกมาเท่านั้นแหล่ะ
ผมจะให้หมอนั่นได้ครางชื่อผมให้สมใจทั้งคืนแน่

ผมกลับมาเป็นฝ่ายอยู่ข้างบนอีกครั้ง(ผมไม่ปล่อยให้หมอนี่เล่นผมหรอก)
ผมขุดทุกอย่างที่ผมรู้ ทั้งจากในนิตยสาร หรือในวีดีโอ(ไม่ต้องถามเลยนะว่าเอามาจากไหน) นำมาใช้ในครั้งนี้
จริงอยู่ที่ครั้งแรก อาจจะมีเคอะเขินกันบ้าง แต่มันก็ผ่านไปด้วยดี (ผมคิดว่าน่ะนะ)

 ...

... 

********************************************

 

Nanaya : พอดีทิมบอกว่า ถ้าไม่กดงวดนี้จะไปกดกะคนอื่นนนน TWT พยายามแว้ว แต่ขมองตันอย่างแรงเจ้าค่า 

ผิดพลาด ไม่ถูกใจตรงไหนบอกน่อ จะมาเกลาให้ใหม่เน้~~~ ได้กันซะทีเกอะ คู่เนี้ยยยย

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

วันนี้จริงๆแล้วก็ตั้งใจจะเขียนไดอารี่แบบจริงๆจังๆอ่านะ(ปกติก็จริงจังอยู่แล้วแหล่ะ)
หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เล่นเอาเบลอไปทั้งคืนเลย
ความผิดน่ะเหรอ ก็เป็นเพราะหมอนั่นน่ะแหล่ะ(ถึงแม้เค้ามักจะบอกว่าผมเป็นคนผิดก็ตาม)
ถ้าทำได้ อยากจะเค้าไปต่อยซักทีสองทีให้สาแก่ใจ
แต่พอเห็นหน้าตาแบบนั้น(แบบที่ชอบ)แล้วทำไม่ลงทุกที
อย่างว่าแหล่ะ ถ้าผมจะทำจริงๆ ใครจะห้ามได้ ลำพังหมอนั่นเองก็สู้ผมไม่ได้อยู่แล้วด้วย

เมื่อวานอาจจะเป็นวันที่แย่สุดๆสำหรับเค้า วันครบรอบ และวันที่โดนคนอย่างผมฉวยโอกาส
หวังว่าเค้าจะไม่โกรธผมนะ

วันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียสุดยอด(เพราะนอนไม่หลับทั้งคืน)
ตื่นเช้ามาก็มานั่งทานอาหารเช้ากะเพื่อนๆตามปกติ
พวกนั้นพูดกันถึงเรื่องไปเที่ยว
จริงสินะ....
ผมเพิ่งบ่นๆไปเองว่าอยากไปเที่ยว ถ้าได้ไปจริงๆก็คงจะดี
ถ้าไปแล้ว หมอนั่นจะไปมั้ยนะ.... คิดไปคิดมา มันก็คงยาก
หมอนั่นคงติดกะค้างคาวแมนหยั่งกะปาท่องโก๋ ท่าทางหมอนั่นอาจจะไม่ชอบแสงแดด?
เอาเหอะ ลองชวนดูก็ไม่เสียหาย
อยากไปเที่ยวทะเลจังน้า...


ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้ลุยเท่าไหร่
เป็นช่วงพักร้อนของพวกวิลเลี่ยนส์รึไงนะ?
หรือว่าพวกซุปเปอร์ฮีโร่อย่างเราๆ มีเยอะกว่าจะนวนพวกนั้นนะ
สงสัยจริงๆ อยากจะรู้เหมือนกันว่าวันที่น่าเบื่อแบบนี้ มีใครทำอะไรบ้าง
ว่าแล้วผมเองก็ไม่รอช้า รีบบินออกนอกหน้าต่าง หาอากาศบริสุทธิ์กลางอากาศ
โลกข้างนอกนี่มีอะไรเยอะแยะ
อยากจะพาหมอนั่นบินอีกจังเลยน๊าาาาา.....

บินเพลินคิดโน่นคิดนี่จนกระทั่งเย็น(ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพระอาทิตย์จะตกดินอยู่รอมร่อ)
ผมเลยบินกลับทาวเวอร์ แล้วผมก็ไปเจอทิมที่นั่น
ตอนนั้นเพื่อนๆทุกคนเค้าออกไปโยนโบว์ลิ่งกันข้างนอก(ตกใจเหมือนกันว่า คอรี่ปล่อยให้ไปได้ไง)
ผมกับเค้ามาไม่ทัน สุดท้ายก็ได้แต่นั่งูทีวีอยู่ในทาวเวอร์(อันที่จริงแล้วผมเป็นคนดู ส่วนเค้าก็นั่งดีดแลปท็อปส์เล็กๆของเค้าไป)
รายการทีวีน่าเบื่อ ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆแล้ว สิ่งที่ผมสนใจคือคนที่นั่งดีดเครื่องเหล็กแต๊กๆอยู่ข้างๆผมต่างหาก

ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรืออากาศคืนนี้มันร้อนๆ มันร้อนจนผมเหงื่อซึมทั้งตัว
กลับกัน เค้ากลับไม่มีเหงื่อซักนิด ยังนั่งดีดคีย์บอร์ดด้วยเสื้อผ้าน่าอึดอัดนั่น(อยากจับถอดจริงๆให้ตาย)

ผมถามเค้าว่าณุ้สึกว่าอากาศร้อนมั้ย
เค้าส่ายหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไร มันทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดนะเนี่ย
แล้วอยู่ๆเค้าก็ปิดแลปท็อปส์เครื่องเล็กของเค้า ถอนหายใจแล้วหันมามองหน้าผม
เค้าถามผมว่า

"นายคิดยังไงกับคริปโตไนท์สีแดง?"

คริปโตไนท์สีแดง? อะไรกัน ได้ยินน่ะก็เคยหรอกนะ แต่ไม่เคยเห็นของจริงแบบจริงๆจังๆนี่นา แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะคิดยังไง

ว่าแล้วเจ้าตัวก็หยิบไอ้ก้อนผลึกสีแดงๆจากกระเป๋าคาดเอว!!!??

มิน่าล่ะ อากาศถึงได้ร้อน....ไม่สิ เจ้าผลึกนี่ต้างหากที่ทำให้ผมรู้สึกร้อน!!!

พอเจ้านั่นหยิบมันขึ้นมา เหมือนกับว่ารอบๆตัวผมพร่าไปหมด เหมือนหมอกลง
ผมรู้สึกมึนหัว หัวใจเต้นแรง เหงื่อแตกพลั่ก....
ตาผมพร่าไปหมด เห็นแต่ภาพลางเลือน แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว...
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากความทรมานอยู่ไม่นาน อยู่ๆมันก็รู้สึกดีขึ้นมาซะเฉยๆ
แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหมือนผมหลับไป...


.......


...........


ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบกับสภาพที่น่าตกใจ
ผมนอนอยู่บนเตียง ซึ่งคาดว่าเป็นเตียงผม ในห้องผม
ตื่นขึ้นมา ร่างกายเปลือยเปล่า
แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ มีทิมนอนอยู่ข้างๆ ในสภาพที่ไม่ต่างไปจากผม!!
เหมือนมีใครมาต่อยหน้า ผมตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก
แล้วดูเหมือนเค้าจะรู้ตัว เค้าลุกขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว มองซ้ายขวาเหมือนพินจพิจารณาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
เค้าหน้าแดง(แสดงว่านึกได้) แล้วเค้าก็คว้าเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องผมไปอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันได้รั้งเค้าไว้

ผมไม่สามารถจำได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่คิดแต่เรื่องนี้
ผมไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี...ไม่สิ จริงแล้ว

ผมเสียดาย!!! เสียดายที่จำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก!!!

ถ้าจำได้ซักนิด คงไม่เสียดายขนาดนี้
ความจริงแล้วผมควรจะรู้สึกผิดใช่ไหม
แต่ไม่เลย ทำไมกันนะ???

ว่าแล้วผมก็เริ่มหมดแรงอีกแล้ว ผมก็คงต้องพักผ่อนก่อนซะแล้ว เพราะแค่จะลืมตาต่อก็ไม่ไหวแล้ว
ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าพรุ่งนี้จะต้องทำอะไร จะต้องเคลียร์เรื่องนี้ยังไง
แล้วก็คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ (เพราะยังอดเสียดายไม่ได้)


++++++++++++++++++++++++++++++++

Nanaya : โอยยย.. เขียนไปตาจะปิดไปด้วย =A=" เด๋วส่วนของดิ๊คจะมาอัพพรุ่งนี้น่อ วันนี้หมดแรงแล้วก๊าาา

 

*************************************

Superboy 004 : เผลอ

posted on 16 Jan 2008 21:49 by dcdiary  in Superboy

วันนี้นั่งเรียนในห้อง ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนเลยแฮะ
เพราะเรื่องเมื่อวานล่ะมั้ง
ในใจก็ได้แต่คิดว่า เค้าจะเป็นยังไงบ้าง
บางที หมอนั่นอาจจะไม่คิดอะไรเลยล่ะมั้ง
ผมเนี่ยสิ ท่าทางจะแย่ เรียนไม่รู้เรื่องเลย แล้วสอบคราวนี้จะผ่านมั้ยนะ

พอเลิกเรียน ผมก็ตั้งใจว่าจะไปที่ตึกไททั่นส์เลย
เพราะคอรี่นัดไว้ ผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะกลัวเค้าหรอก แต่ไม่อยากมีเรื่องกะผู้ใหญ่เท่าไหร่ต่างหาก
แต่มันก็ดันมีโทรศัพท์มาจากบุคคลที่ไม่น่าจะมีแม้แต่เบอร์ผม

เดธสโตรค โทรมา....

จับใจความได้ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับคนสำคัญของผม
วันที่คนคนนั้นจะเศร้าโศกเสียใจ และในตอนนั้นจะไม่มีใครอยู่เคียงข้างเค้าได้

ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไร แต่เมื่อเค้าคนนั้นพูดแบบนั้น
ถึงแม้มันจะไม่น่าเชื่อก็ตาม แต่เรื่องแบบนี้ผมเองก็ไม่อยากจะล้อเล่น

ผมโทรไปหาเค้า เสียงของเค้าบอกได้เลย ถึงแม้ว่าเค้าจะพยายามทำเสียงนิ่งใส่ผม
แต่ผมก็เดาได้ว่าเค้าเป็นยังไง
ผมบอกให้เค้ารออยู่ตรงนั้น ป้ายรถเมล์หน้า รร. เค้า
ผมรีบไปหาเค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
สิ่งที่ผมเห็นคือ เค้ากับดอกไม้ช่อสีแดงในอุ้งมือ

หมอนั่นถามผมต่างๆนาๆ เค้าคิดว่าผมกวนประสาทเค้า
แต่ผมเปล่านะ
เค้าพูดมากน่ารำคาญผิดปรกติ ผมเลยลากเค้าขึ้นรถเมล์ซะเลย เผื่อจะได้หยุด
แล้วเค้าก็หยุดจริงๆ
คำถามสุดท้ายที่เค้าถามผม ผมตอบเค้าไปตามสิ่งที่ผมคิด
ผมบอกเค้าว่า ผมไม่อยากให้เค้าอยู่คนเดียว
เค้าหน้าแดงอีกแล้ว แล้วก็เงียบไปเลย
บางครั้งที่เค้าเงียบๆ สงบเสงี่ยมแบบนี้ ก็น่ารักไปอีกแบบ
แต่ผมชอบถ้าเค้าจะด่าผมมากกว่า

ระหว่างที่ยืนไว้้อาลัยกันอยู่นั้น
ผมสังเกตุได้ ว่าตัวเค้าสั่นไปหมด เหมือนกับจะร้องไห้ออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ผมจับมือเค้า มือเค้าสั่น จนน่าสงสาร
แต่ในตอนนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจับมือเค้าแน่น เพื่อบอกให้้เค้ารู้ว่า ผมอยู่ข้างๆเค้า....

หลังจากนั้นก็มีเรื่องช็อค
อยู่ๆเค้าก็พาผมไปที่หลังโบสก์ แล้วบอกให้ผมถอดเสื้อ!!!???
แถมเค้ายังถอดเสื้อของเค้าด้วย!!!???
ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก(ขอยอมรับว่าตอนแรกก็คิดเลยเถิดไปเหมือนกัน -////-" )

ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่พยายามหันหลังให้เค้า

แต่ลูกกะตาของผมมันไม่ยักกะยอมทำตามใจสั่งซักเท่าไหร่...อ่า ที่จริงต้องเป็นสมองสินะ
เพราะใจน่ะอยากจะหันไปมองใจจะขาด
หางตาผมเห็นเหลือบไปมอง สิ่งที่เห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว แต่ก็ทำให้ผมหน้าแดงได้เหมือนกัน
ผมเห็นแผ่นหลังขาวๆ เล็กๆ นั่น.....
แต่แล้วเหมือนถูกกระชากจิตสำนึกกลับมา ผมรีบชักตากลับ เพราะเหมือนกับเค้าจะรู้ตัว(รึเปล่านะ?)
ผมบอกเค้าไปตามตรงว่าเขิน แต่เค้าก็หาว่าผมบ้า
จะให้ไม่เขินได้ไงเล่า ใครกันแน่ที่บ้า
ปล่อยให้ผมฟุ้งซ่านคนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์นี่!!

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เค้าก็บอกให้ผมพาเค้าบินไปที่ทาวเวอร์ เพราะใกล้จะสายแล้ว
ผมเลยอุ้มเค้าขึ้นมา (อุ้มท่าเจ้าหญิง แก้แค้นเรื่องเมื่อกี๊ 555+)

บินไปได้ซักพัก ผมเองที่ทำเป็นเก่ง
แต่ที่จริงแล้ว ใจเต้นโครมครามไม่เป็นท่า
ไม่เคยใกล้ชิดเค้าเป็นเวลานานๆแบบนี้ มันทำผมใจเต้นแบบช่วยไม่ได้
ดูเหมือนเค้าจะรู้ว่าหัวใจผมเต้นแรง
เค้าเอาใบหน้ามาทาบกับหน้าอกผม เหมือนจะให้แน่ใจว่าใช่เสียงหัวใจผมรึเปล่า
ผมไม่มีสิทธิ์จะหนีซะด้วย....
ผมรู้ตัวดีว่าหมอนี่คงจะขำผมอยู่แน่ๆ เพราะนอกจากใจจะเต้นแรงแล้ว หน้าผมยังแดงจนรู้สึกได้อีกด้วย

แล้วเรื่องช็อคก็เกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีกี่เรื่อง เหมือนไม่จบไม่สิ้นซะที
แขนเล็กๆของเค้าโอบรอบคอผม
เค้าเป็นฝ่ายเริ่มจูบผมก่อน

โอ้วมายก๊อดดดดด!!!!.........

แล้วผมจะทำยังไงล่ะ!!!??
ผมไม่เคยถูกรุกก่อนแบบนี้(ปกติมีแต่รุกเค้า)
มันกลายเป็นประสบการณ์ชวนฝันกลางเวหาไปแล้วสินะ!!??
..............
ไม่รู้สิ...แต่ว่า...มันรู้สึกดีมากเลยนะ.......
ดีมากจนผมเผลอ..........เผลอไปหน่อย(ผมคิดว่างั้นนะ)....
แหงสิ...เป็นใครจะห้ามใจไหวล่ะ??
ผมเผลอจูบเค้าตอบ แถมใช้ลิ้นด้วย(ไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากไหน น่าจะเป็นสัญชาตญานนะ)
มันรู้สึกดีเหลือเชื่อ.....ร้อน...แล้วก็นุ่มด้วย....
ผมนึกว่ามันจะเปียกๆแบบแปลกๆ แต่ที่จริงแล้วมันรู้สึกดีสุดยอด
พอเค้าหน้าแดงก็รู้สึกว่า น่ารักเป็นบ้า เลยล่ะ!!!

พอมาถึงที่ตึกไททั่นส์

เค้าก็เดินหนีไปเลย(คงเพราะอาย หรือโกรธรึเปล่าก็ไม่รู้)
ปล่อยให้ผมยืนทื่ออยู่อย่างนั้น
หวังว่าผมคงไม่ทำอะไรให้เค้าไม่พอใจนะ

นอกจากนั้นวันนี้ก็ไม่มีอะไร
ได้เรียนรู้อะไรนิดหน่อย หึๆๆ
ถึงหลังจากนั้นเค้าจะไม่พูดกับผมก็ตาม
แต่ผมก็รู้สึกแฮบปี้ยังไงก็ไม่รู้แฮะ้

Ps. สงสัยเหมือนกันว่าอะไรจูงใจให้เค้าเริ่มก่อน แ่ต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเค้าน่ารักยิ่งขึ้นไปใหญ่

Ps2. ต้องหักห้ามใจ+ควบคุมตัวเองบ้างซะแล้วล่ะมั้งเรา

 

********************************************************

 

Nanaya : ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกก มาง้อแล้วนา หึๆๆ

รูปเหียก ขอโทษน๊าาาาาาาาาา

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อกวันก่อนผมยอมรับจริงๆว่าผมทำอะไรเกินตัวไปหน่อย
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หมอนั่นก็ไม่พูดอะไรกับผมอีกเลย...

วันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาผมตัดสินใจที่จะนอน ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น
แต่ความเครียด(ที่สั่งสม)มันทำให้ผมนอนไม่หลับ
ผมเลยลุกขึ้นมานั่งดูทีวี
ผมได้เปิดไปเจอหนังเก่าเรื่องนึง
เนื้อหาของมันก็เป็นแนวดราม่า โรแมนติคหน่อยๆล่ะมั้ง
เรื่องของเรื่องคือนางเอกเป็นเจ้าของบริษัททำตัวอย่างหนัง
เธอเครียดจากการที่ถูกแฟนหนุ่มทิ้ง เธอเลยตัดสินใจที่จะหนีจากโลกในเมือง ไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ
ที่นั้นเธอก็ได้ไปเจอชายหนุ่มแล้วเค้า 2 คนก็รักกันภายในเวลาไม่กี่วัน
เนิ้อหามีอยู่แค่นั้น ส่วนใหญ่เป็นน้ำๆที่ว่าแต่เรื่องบนเตียง(ทำไมเดี๋ยวนี้หนังแนวนี้มันถึงเยอะนักนะ)
มันก็ทำให้ผมแก้เบื่อไปได้บ้างล่ะนะ อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ว่าคนบางคนเนี้ยตกหลุมรักกันง่ายชะมัด
ภายในเวลาไม่กี่วันก็รักกันได้ ขนาดนางเอกที่เป็นคนเครียดตลอดเวลา
ยังมารักกับพระเอกที่ออกจะปัญญาอ่อนนิดๆได้เลย

มันก็ทำให้ผมนึกเรื่องของผมขึ้นมาเหมือนกันนะ
อย่างน้อยผมก็ยังหวังอยู่แหล่ะ(ถึงแม้มันอาจจะแทบเป็นไปไม่ได้เลยก็เหอะ)

วันนี้ตอนค่ำผมมีโอกาสได้เจอหมอนั่น.....
หมอนั่นก็ไม่พูดกับผมตามเคย
คอยหลบหน้าผมตลอด ผมก็เข้าใจแหล่ะนะว่าทำไม
ความเครียดก็ปะทุเข้ามาอีกแล้วสิ

พอทุกคนแยกย้ายกันเข้าไปพักผ่อน ผมเลยถือโอกาสเรียกเค้ามาคุย
ผมบอกเค้าว่าผมขอโทษ
เค้าไม่มีแม้แต่จะมองหน้าผม ระหว่างที่เราคุยกันเค้าหันไปมองทางอื่นตลอด
มันเหมือนกับว่า เค้าไม่มีแม้แต่จะฟัง
ผมไม่อยากใช้อารมณ์แบบคราวนั้นอีกแล้ว
ในใจก็คิดว่า จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี...

สุดท้ายวันนี้ผมก็รู้สึกตัวว่า ต้องเคลียร์ความรู้สึกทั้งหมดซะแล้ว
ผมจับบ่าเค้า เพื่อให้เค้าหันมาสนใจในสิ่งที่ผมจะพูดต่อไป
ผมบอกเค้าว่า ผมชอบเค้า...ผมรักเค้ามาก เป็นห่วง อยากจะคอยเป็นที่พึ่งให้เค้า....
ทุกอย่างตอนนั้นมันเหมือนกับหยุดนิ่งยังไงยังงั้น

แล้วเค้าก็...

 

หน้าแดง....

 

เหมือนลูกตำลึงสุก ผมไม่เคยเห็นเค้าหน้าแดงขนาดนี้มาก่อน
ในใจผมคิดว่า นี่มันอาจจะหมายความว่าเค้าก็ชอบผมเหมือนกัน รึเปล่า?...
ผมอยากให้สิ่งที่ผมคิดเป็นแบบนั้น
หน้าผมก็แดงเหมือนกัน
ผมตัดสินใจที่จะขอคบกับเค้า ไม่ใช่แบบเพื่อน ไม่ต้องถึงขั้นคนรัก แต่อยากให้ลองคบดู
แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้วในตอนนี้

เรื่องช็อคยังไม่จบ เมื่อเค้าพยักหน้าที่แดงก่ำน้อยๆ เหมือนกับบอกว่าตกลง
ใจมันเหมือนกันบินได้โดยที่ไม่ต้องใช้พลังพิเศษ

นี่มันหมายความว่าเค้ายอมงั้นเหรอ?
ผมไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงต่อ ต้องทำอะไร? ยังไง? เมื่อไหร่?

ผมเลยตัดสินใจจะแก้บรรยากาศที่เคอะเขินนี้ด้วยการพูดหยอกเค้าไปว่า

"จูบเลยได้ปะ?..."

แล้วผมก็ไม่พลาด...หมัดเล็กๆสวนกลับมาแทบจะทันทีทันใด
ไม่เจ็บร๊อกกกกกก (ได้แต่คิดในใจ)
หมอนั่นด่าผมเหมือนกับทุกครั้ง
ผมดีใจที่เค้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม(รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าใกล้เคียง)
เราต่างก็เขินกันทั้งคู่ พยายามจะคิดว่าจะจบวันนี้กันยังไง
ผมเลยบอกเค้าว่า หลับฝันดี เค้าก็บอกว่าเหมือนกัน
จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก เรา2 คน ก็ต่างแยกย้ายกันไปนอน
รู้สึกว่าวันนี้ช่างมีความสุขจริง

Ps. วันนี้เพ้อเจ้อ คนมันมีความสุข 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Nanaya : อ๊าคคคคคค อัพแบบมีลิมิตเวลาก็แบบนี้แหล่ะ เคลียร์แล้วน้า ผิดตรงไหนหรือไม่ชอบตรงไหนก็ขอโทดดดดนะค้าบบบบ

 

*********************************************

Superboy 002 : โกรธ

posted on 11 Jan 2008 23:31 by dcdiary  in Superboy

 

วันนี้มีเรื่องให้เครียดทั้งวัน
เริ่มจากตอนเช้าเลย ที่ตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายเผลอทุบโต๊ะข้างเตียงหัก....
ต้องซื้อใหม่อีกแล้ววววว!!!!!

ช่วงนี้ฝันร้ายแปลกๆบ่อยมาก
ฝันว่าอยู่คนเดียวในที่มืดที่ไม่มีใครเลย พอเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นคนหลายคน เพื่อนๆ ที่จ้องมองมา
เมื่อเดินเข้าไป ก็เหมือนพวกเค้าจะไกลออกไปทุกที พยายามเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง

ยังมีอีก....บางทีก็ฝันว่าเดินอยู่ตามทางเปลี่ยว เห็น ทิม นอนอยู่กลางถนน
ตรงนั้นเงียบมาก ไม่มีใครเลย เค้านอนแน่นิ่ง จนผมต้องเดินเค้าไปพลิกเค้าขึ้นมา
สิ่งที่ผมเห็นคือเลือด.......เต็มไปหมด บนร่างกายของเค้า เสื้อผ้าเค้ามีแต่คราบเลือด
และเลือดนั่นก็ไหลขึ้นมาตามแขนขาของผมเหมือนมีชีวิต แล้วผมก็เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ตั้งแต่ปลายนิ้ว
จนเหมือนกับมาถึงศีรษะ เหลือแต่เพียงเสื้อยืดสีดำกับร่างอาบเลือดของคนๆนั้นเท่านั้น.....

ผมไม่รู้ว่าผมฟุ้งซ่านหรือมันเป็นลางบอกเหตุ แต่มันน่ากลัวมาก เพราะมันเหมือนจริงเหลือเกิน
ผมไม่อยากนึงถึงมัน เพราะถ้าผมนึกถึงมัน มันจะทำให้ผมหงุดหงิดแล้วพาลใส่คนโน้นคนนี้ทั้งวัน

เรื่องที่สอง ตอนทานอาหารเช้า นมหมด ซีเรียลก็หมด ไม่มีอะไรให้ทานเลย ผมเลยตัดสินใจ
ไปที่มินิมาร์ท เพื่อหาอะไรทาน
แต่แล้วก็เจอกับชายชราคนนึง ที่เกือบจะโดนรถชนที่สี่แยก ผมเลยเข้าไปช่วยเค้า
เมื่อผมวางเค้าลง ไม่มีคำขอบคุณ แต