GOD DAMNED HERO View my profile

Slade

[Slade008] : Broken

posted on 06 Mar 2008 13:27 by dcdiary  in Slade

 

I won't regret ...

 

-------------------------------------------------------------

 

เจสัน ท็อดด์ ออกตัวจะร่วมมือกำจัดซุปเปอร์แมน

 

 

เพื่อเหตุผลไหนฉันไม่สนใจแต่เจ้าเด็กนี่อาจมีประโยชน์ เลยนัดพบกันเพื่อวางแผน

 

 

 

ฉันรอที่ร้านกาแฟเล็กๆในเมโทรโปลิส มองรูปปั้นของซุปเปอร์แมนอยู่ไกลๆ เสียงกระดิ่งที่ประตูร้านดังขึ้น ท็อดด์ตรงดิ่งมาที่โต๊ะ

 

"เดธสโตรค..." ฉันพยักหน้าให้เขานั่ง แล้วแผนก็เริ่มถูกถักทอด้วยผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน  คือ บุรุษเหล็ก

 

 

11นาฬิกาวันเดียวกัน แผนเริ่มดำเนินอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเจ้าพวกตัวแสบโผล่ออกมาอาละวาท ฉันที่รออยู่มองเหตุการณ์พร้อมประมวลผล

 

 

เหลือบตามองบนฟ้า ตามคาด เป้าหมายปรากฏตัว ซุปเปอร์แมนพุ่งตรงเข้าไปจัดการระหว่างที่กำลังจะออกตัวกลับ

 

ฉันพุ่งตัวเข้าไปโจมตีทันที

 

ดาบยาวเหวี่ยงตวัดสู่จุดตาย มันกระทบอกแกร่งเหล็กไหลหักกระเด็นไปอีกด้าน ซุปเปอร์แมนที่หันข้างเพื่อเบียงตัวหลบอีกครึ่งของดาบที่แทงเข้าไป

 

ซุปเปอร์แมนเหมือนจะชะล่าใจกับดาบที่ฉันใช้ในคราวแรกและไม่หลบอีกด้ามที่แหวกอากาศกรีดผ่านตัวเอสที่กลางอก

 

มีดไทเทเนียมผสมคริปโตไนท์เรียกเลือดไหลอาบปากแผลได้

 

ดวงตาสีฟ้าของซุปเปอร์แมนเบิกกว้าง

 

นั่นแหละถึงจะสนุกซุปเปอร์แมน....คริปโตไนท์ในมีดที่ผสมไปอย่างเจือจางไม่ทำให้ซุปเปอร์แมนอ่อนแรงแต่สามารถตัดผ่านผิวหนังเหล็กนั่นได้

 

ไม่รอให้ซุปเปอร์แมนได้คิดว่าอะไรที่ทำอย่างนั้นได้ ฉันสาวเท้าวาดมีดหมายจะปักเข้าไปให้มิดด้าม

 

เสียงผ้าคลุมสะบัดพรึ่บเสียงดัง ร่างสีดำพร้อมแขนแกร่งคว้าข้อมือที่กำลังจะกดมีดลงไปไว้

 

 

ดาร์คไนธ์ใช้แรงดันและลากฉันและตัวเองออกห่างจากซุปเปอร์แมน เหมือนจะรู้ว่าฉันมี คริปโตไนท์มากกว่านั้นอยู่ที่ตัว

 

ไม่เป็นไร จัดการแบทก่อนก็ได้ ฉันปรายตามองไปเห็นท็อดด์ที่ออกมา และตรงไปที่ซุปเปอร์แมน

 

 

"เสลด!!..." เสียงของแบทแมนเรียกให้ความสนใจกลับมาอยู่ที่อัศวินราตรีตรงหน้า เขาเงื้อกำปั้นขึ้นและปล่อยมันพุ่งตรงเข้ามา

 

ฉันเบี่ยงหลบ ใช้นิ้วมือหมุนมีดคริปโตไนท์ให้อยู่ที่ปลายนิ้วแล้วกดแรงลงไปในมันแทงผ่านถุงมือสีดำเพื่อให้ปล่อยข้อมือของฉัน

 

แบทแมนชักมือกลับพร้อมถอยกรูด ฉันอาศัยช่วงที่แบทกำลังทรงตัว พุ่งตรงพร้อมเหวี่ยงขาเตะเข้าไปที่กราม

 

ผ้าคลุมปลิวตามแรงลมที่ร่างใหญ่ถลาถอยหลัง เขากัดฟันกรอด...

 

"...นายโกหกดิ๊ค!!?" แบทแมนคำรามก้อง ขว้างแบทดาแรงมาเต็มแรง ฉันไม่ตอบอะไรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถาม

 

เขาพุ่งตัวเข้ามาใช้ผ้าคลุมบังทิศการเตะ รู้อีกทีก็โดนกระแทกเข้าเต็มแรงที่ท้อง ฉันโดดชิ่งกำแพงข้างๆอ้อมหลังแบทแมน

 

บิดข้อมือสะบัดให้กระบองเหล็กยืดตัวตรง ปลายเหล็กของมันกระทุ้งไปกลางหลังแบทแมน ร่างสูงเซ ก้มต่ำยกมือยันพื้นและเหวี่ยงดันตัวเองไปอีกทางเพื่อทรงตัวคว้าแบทดาแรงแล้วพุ่งตรงมา

 

 

เสียงเหล็กกระทบกันดังก้อง กระบองและแบทดาแรง ที่สัมพัสและแยกจากกันอย่างรวดเร็ว เขาเอี่ยวตัวต่ำหลบกระบองที่ฟาดตัดแนวนอน เตะขวางมาที่แขนเต็มแรง

 

อีกครั้งที่เสียงเหล็กดังสะท้อนจากการหล่น ฉันจับข้อเท้าแบทแมนแล้วเหวี่ยงไปอีกทาง แบทแมนใช้วิธีเดียวกันคือชิ่งกับกำแพง ใช้เท้ายันเพื่อเพิ่มแรงส่งตัว

 

"ดิ๊คไม่รู้เรื่องนี้!?" แบทถามเสียงเข้มลอดออกมาจากฟันที่ขบกันแน่น

 

"...ดิ๊คไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้..." ฉันเอื้อมมือคว้าปืนแล้วสาดกระสุนในแบทแมนที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่ เขาขว้างแบทดาแรงเบี่ยงวิถีกระสุน มันกระทบพื้นข้างๆ ดัง พิ้ง! พิ้ง!

 

"แต่นายทำลายความเชื่อใจของเขา!!..."แบทคำรามก้อง พร้อมบุกเข้ามาอีกครั้งก่อนที่ฉันจะได้ยิง การต่อสู้ระยะประชิด ทั้งหมัด ทั้งลูกเตะ ที่อัศวินราตรีส่งมา เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

 

 

"..." เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วแบทแมน ได้แต่คิดอยู่ในใจ พร้อมรับและปัดป้อง บวกจู่โจมใส่แบทแมน

 

เมื่อผละจากการประมือกัน เหมือนแบทแมนจะเพิ่งนึกบางอย่างออก

 

"นายต้องการอะไรกันแน่...เสลด!!?" เขาหรี่ตามองที่ฉัน ผ้าคลุมปลิวตามแรงลมที่ปลิวมาเบาๆ

 

ฉันมองกลับไปตรงๆ ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบัง

 

"...ปกป้องดิ๊ค" ฉันเตะขาขึ้นเกี่ยวกระบองเหล็กที่อยู่ที่พื้นขึ้นมาบนมือ ควงมันเป็นวงกลมแล้วจบด้วยท่าพร้อมจู่โจม

 

แบทแมนคำรามในลำคอกับคำตอบของฉัน

 

 

"...และนายกำลังขวางฉันบรูซ..." ฉันหมุนตัวเพิ่มแรงให้กับกระบองที่ฟาดไป แบทแมนกระโดดหลบทำให้ปลายกระบองทุบลงไปที่พื้นแตกเป็นรอยยาว "ใครที่ขวางฉันจะต้องตาย...ไม่เว้นแม้แต่นาย"ฉันยกกระบองขึ้น ตั้งท่าโจมตีอีกครั้ง

 

ฉันมองแบทแมนที่นั่งชันเข่ากำลังจะลุกขึ้นมาหันไปมองอีกทาง ดวงตาหลังหน้ากากเบิกกว้าง นิ่งไปพักใหญ่เหมือนลืมไปสนิทว่าฉันกำลังจะโจมตี

หันไปมองตาม เจสัน ท็อดด์ ปล่อยมือออกจากมีด ที่ปลายจมหายไปในร่างของซุปเปอร์แมน และร่างใหญ่ทรุดฮวบลงต่อหน้าเด็กหนุ่ม

 

 

ผ้าคลุมสีดำปลิวผ่านหน้าไป แบทแมนที่ออกตัววิ่งตรงออกไป พร้อมตะโกนใส่คอมลิ้งค์ว่า ซุปเปปอร์แมนได้รับบาดเจ็บ ให้ส่งคนมาด่วน

 

งานเสร็จแล้ว...

 

 

ฉันยิ้มกับตัวเอง อยากเห็นจริงๆว่าดิ๊คจะทำหน้ายังไงถ้ากลับไปเร็วกว่าที่บอกไว้

คงยิ้มจนแก้มปริ หรือจะไปดินเนอร์บนเรือยอร์ชดี?

 

ไม่เหมือนฉันเลย สมาธิกลับไม่อยู่ที่งานอย่างนี้...

 

ฉันหันหลัง กำลังจะเดินเลียดเข้าไปตามตรอก เสียงวี้ด แหลมบาดหู ก่อนที่ร่างทั้งสามจะปรากฎขึ้น

 

".....เสลด?" เสียงที่คุ้นเคยสั่นเทา ดวงตาหลังหน้ากากสีดำเบิกกว้างมองตรงมาที่ฉัน เขามองเลยฉันไป ภาพของแบทแมน และซุปเปอร์แมนที่ทรุดอยู่ที่พื้น เลือดสีแดงสดนองพื้น

 

ร่างบางสั่นเทามองสับกันระหว่างฉันกับภาพข้างหลัง จอห์นที่วิ่งผ่านเราไปดูอาการของซุปเปอร์แมน เหลือ อาเซนอลและไนท์วิงยืนประจันกับฉันเท่านั้น

 

ริมฝีปากบางสั่นเทาเสียงเบาๆลอดออกมา ไนท์วิงต้องกระแอมเรียกเสียงตัวเองอีกที ถามเสียงสั่น

".....เสลด?...ทะ...ทำไมถึง...?"

 

 

"..." ฉันไม่ตอบอะไร มองตรงไปที่ร่างบางที่กำลังยืนนิ่ง พูดไปก็เหมือนแก้ตัว

 

 

"...พูดอะไรซักอย่างสิ...เสลด..."เสียงดิ๊คสั่นและเงียบหายเมื่อเรียกชื่อฉัน ที่ทำทุกอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อให้มันออกมาเป็นอย่างนี้เลย ฉันขยับเท้าเข้าไป

 

เสียงตั้งกระบอกปืนดังขึ้นข้างตัว อาเซนอล จ่อปืนมาที่ฉัน หรี่ตาลง

"นายไปไม่รอดแล้ว เดธสโตรค!!..."

 

ดิ๊คหลับตาหลังหน้ากากค่อยๆหันหน้าไปอีกทาง ก่อนที่ฮีโร่คนอื่นๆในลีกค์จะปรากฎตัวและจับกุมตัวฉันไว้

 

I won't regret ...

Everything is for protecting you....

 

--------------------------------------------------------------------------------

Lu : ฮ้า~~~ Finished ไปแร้วกับลุงเสลด จบซีซันนี้ ซีซันหน้าโผล่อีกทีในห้องสายบัวเลยแล้วกัน กร้ากกก~~~! ไม่นึกเลยชีวิตนี้จะได้เห็นลุงในสภาพนั้น ....

 คงสมใจเหล่าผู้ตาร้อนทั้งหลาย(ลูกัดผ้าเช็ดหน้า ร้องห่มร้องไห้) งานนี้คนที่ลำบากที่สุดคงเป็นDickล่ะนะ...

สู้ๆนะจ้ะทุกคน โฮะๆ...(<<--จบซีซันแล้วเย้ยได้ เอิ้กๆ)

[Slade007] : Superman must die...

posted on 22 Feb 2008 10:55 by dcdiary  in Slade

 

Diary...

 

เล็กซ์ ลูเธอร์

 

มันคิดว่ามันเป็นใครถึงได้กล้ามาขู่เดธสโตรก เดอะ เทอร์มิเนเตอร์คนนี้...

 

มันกล้าเอาสิ่งที่สำคัญที่สุดมาขู่อย่างนี้...

 

มันเอาดิ้คมาขู่ฉันอย่างนั้น...

 

ชีวิต ซุปเปอร์แมน เพื่อปกป้อง ดิ้ค

เพื่อ ดิ้ค

นายซุปเปอร์บอยสเกาท์นั่นจะต้องตาย

 

...

ดิ้กกลับไปบลัดเฮเว่นเพราะมีงานด่วน บอกไปว่ายังมีงานที่ก็อธแธม รู้สึกผิด...ที่ไม่ได้บอกความจริงไปทั้งหมด ว่าเป็นงานแบบไหน

 

 

จอภาพขนาดใหญ่เรืองแสงขึ้นก่อนที่ภาพของไอ้เหม่งนั่นจะฉายขึ้นมา มันบอกว่าอุปกรณ์พิเศษที่เล็กซ์ คอร์ปคิดค้นขึ้นจะช่วยกำจัดซุปเปอร์แมนได้แน่นอนและกำลังจัดส่งมาให้ในอีกไม่กี่นาที พูดจบมีเสียงเคาะที่ประตู ฉันหันกลับไปมองจอก็เห็นเจ้าประธานาธิบดีเหม่งนั่นยิ้มให้ บอกให้ไปดูที่ประตู...เกลียดน้ำเสียงที่เหมือนยุเด็กๆไปดูของขวัญหลังวันคริสมาสต์นั่นจริงๆ

 

 

หน้าห้อง กล้องเหล็กขนาดกลาง วางนิ่งอยู่ เสียงแว่วมาจากในห้องว่าให้หยิบเข้าไป

 

 

รหัสล็อคที่ลูเธอร์บอกถูกปลดออก กล้องส่งเสียงและพ่นไอเย็นออกมาเพราะระบบไฮโดลิกค์ ชั้นถูกแบ่งออกอย่างชัดเจน ชั้นบนสุดฟูกกำมะหยี่สีดำหุ้มมีดสปาตาร์เล่มใหญ่ ใบมีดทำจากเหล็กผสมอะไรซักอย่างมีแสงสีเขียวบางๆเรืองออกมา ชั้นที่สองกระบอกปืน ผลิตพิเศษโดยด้ามและปากกระบอกเป็นอัลลอยน์ผสมไทเทเนียม เคลือบสีดำคาดส้ม...ดีไซน์เก๋ ลูเธอร์

 

 

ชั้นล่างสุดเป็นกระสุนไรเฟิลและแมคกาซีนปืนออโต้เมื่อครู่ ถูกจัดเรียงเป็นแถวและใส่ในแมคอย่างเรียบร้อย หัวลูกกระสุนเมื่อกระทบกับแสงไฟมันสะท้อนประกายสีเขียวใส

 

 

ไม่ต้องคิดเลยว่าทั้งหมดนั้นคืออะไร...

 

 

จุดอ่อนเดียวของซุปเปอร์แมน

 

คริปโตไนท์...

 

และเพิ่มความอันตรายเข้าไปอีกเท่าตัวด้วยการมาอยู่ในมือ เดธสโตรก

 

ลูเธอร์ นั่งมองฉันชื่นชมอาวุธใหม่ที่ได้มาผ่านจอสองด้าน

 

 

"ดูเหมือนคุณจะรู้แล้วนะ ว่าคุณต้องทำยังไงต่อ เดธสโตรก" จอวูบดับไป ห้องทั้งห้องเงียบสงัด จนเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทที่แขวนไว้ดังขึ้น

 

 

"ว่าไง...ยังไม่ถึงวันเลยเหงาแล้วเหรอ?" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ดิ้คโทรมาถามว่างานเป็นยังไงบ้าง ...ว่ายังไงดีล่ะ?

 

 

"ลูกค้าเพิ่งส่งของมาให้เอง...พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มงาน"ดิ้คครางในลำคอ ได้ยินแล้วก็ต้องหัวเราะ ฉันก็ไม่อยากห่างเธอเท่าไรนักพ่อนกน้อย

 

 

แต่เพื่อความปลอดภัยของเธอ...ของเรา...

 

 

"เย็นนี้อนุญาติให้สั่งพิซซ่ามากินได้นะ...." ของอร่อยคงพอทำให้ดิ้คหายเหงาได้บ้าง เจ้าตัวทำเสียงดีใจ(ปกติจะไม่ยอมให้กิน...ฉันไม่ได้เข้มงวดไปนะ คิดเอาสิมีแต่แป้งทั้งนั้น เดี๋ยวหุ่นเพรียวๆของดิ้คเสียไปทำไง?) ดิ้คบอกว่าอเลิร์ตกับทิมซนเสียยิ่งกว่าเก่าอีก...ทั้งที่เราไม่อยู่ที่นั่นแค่คืนเดียวเองแท้ๆ

 

 

"ซนกว่าเจ้านายมันได้อีกงั้นเหรอ?" ฉันแหย่แล้วหัวเราะตามเบาๆ ดิ้ค วีนกลับมาว่าไม่ซนซักหน่อย....ฮืม ซนสิ ซนสุดๆเลยด้วย

 

 

"..แต่ ...เอ่อ..." เสียงดิ้คเบาหายไป เด็กหนุ่มจะเป็นอย่างนี้เสมอเวลาที่อยากได้หรืออยากให้ทำอะไรให้

 

 

"อะไร...พูดมาสิ" เสียงดิ้คสูดหายใจเข้าแล้วเงียบไปอีกนิดหน่อย ก่อนที่จะมีเสียงอู้อี้มาตามสาย แล้วก็เงียบกันไปครู่หนึ่ง

 

 

"...ส...เสลด?" อา...ฉันกำลังรอน้ำเสียงอย่างนี้อยู่เลย เสียงที่ฟังดูไม่ค่อยมั่นใจและแฝงความผิดหวังอยู่หน่อยๆ...

 

ฉันยิ้ม

 

"ขอฉัน 30 นาทีดิ้ค..." ว่าแล้วก็วางสาย คว้าเสื้อสูทสีเบญเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ต่อโทรศัพท์ถึงบริษัทย่อยในก็อธแธม จัดเที่ยวบินด่วนไปบลัดเฮเว่น

 

----------------------

 

ออกจากสนามบินดิ่งกลับแมนชั่น เคาะเบาๆที่ประตูสอง-สามครั้ง รอไม่นานประตูก็เปิดออกช้าๆ ทันทีที่บานประตูไม้กว้างพอที่จะเห็นหน้าคนที่มา ดวงตาสีฟ้าคู่โตเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

 

"เสล...อู๊ฟฟ~!!" เสียงใสถูกขัดด้วยจูบที่ฉันก้มลงไปประทับ มือบางยกขึ้นขย้ำเข้าที่ปกเสื้อสูทสีเบญดึงร่างเราแนบชิด พร้อมกับริมฝีปากบดเบียด

 

 

ดิ้คครางเบาๆในลำคอ หอบหายใจเมื่อจูบถูกพักยก ฉันโอบแขนรอบเอวบาง ก้าวเข้าห้องพร้อมดิ้คในอ้อมกอด เด็กหนุ่มมองตรงมาด้วยสายตาตั้งคำถาม

 

 

"บอกแล้วไงว่าขอแค่ครึ่งชั่วโมง..."คำตอบตามด้วยจูบเบาๆ

 

 

"...ผมดีใจที่คุณมานะเสลด...แต่..เอ่อ...แล้วงานล่ะ?"

 

 

"its can wait..."ดิ้คเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าถอยหลังไปชนขอบเตียง ใบหน้าขาวขึ้นสีเรื่อน้อยๆ

 

 

ฉันลูบไปตามโครงหน้าได้รูปเบาๆ ดิ้คดูเหมือนจะชอบจริงๆเวลาที่ฉันลูบไล้และสัมผัสเขา เชยคางขึ้นแล้วก้มไปจูบอีกที อ่อนหวาน นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

มือลากลงมาปลดกระดุมเชิ้ตสีเข้มที่ดิ้กใส่ช้าๆ แล้วรุกรานเข้าไปข้างใต้เนื้อผ้านั้น อกเนียนที่ยอดอกเริ่มชันจากการปลุกเร้า เสียงครางแผ่วๆลอดออกมาจากลำคอดิ้คอีกครั้ง ฉันลากมือกร้านผ่านผิวเนียนสู่แผ่นหลัง ลูบขึ้นลงช้าๆเป็นรีมต่อเนื่อง

 

 

ผละจากจูบ ดิ้กขบเบาๆที่ริมฝีปากฉันก่อนที่จะพรมจูบลงมาที่คอและไหล่กว้าง มือบางช่วยฉันถอดสูทและปลดกระดุมเสื้อ มันตามกันลงไปกองที่พื้นอย่างรวดเร็ว เตียงนุ่มลั่นเบาๆเมื่อน้ำหนักของเราทั้งสองทิ้งลงไป

 

 

สะโพกบางถูกคร่อมด้วยเข่าทั้งสอง ร่างใหญ่โลมอยู่เหนือดิ้ค ฉันโน้มตัวลงไปจูบที่คอ ขบเบาๆและพรมจูบลงมาถึงเนินอก ดิ้คส่งเสียงแผ่วๆเมื่อฉันตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากับยอดอกที่ตั้งชัน ลากไล้ลงมาอีกถึงหน้าท้องราบ จูบลงไป ได้ยินเสียงหัวเราะจากดิ้ค ฉันเงยหน้าขึ้นน้อยๆ ดิ้คยกมือปิกปากนิดๆ ใบหน้าแดงก่ำ

 

 

"..ก็..มันจักจี๋นี่" ฉันยิ้ม ออกเชิงแสยะเสียมากกว่า

 

 

"หืมม..ดูเหมือนเราจะมีพวกบ้าจี้อยู่ด้วยสินะ" ว่าแล้วก็เอาคางขยี้ลงไปที่หน้าท้อง หนวดที่กำลังขึ้นนี่สินะอาวุธพิฆาต หึหึ...

 

 

ดิ้คหัวเราะเสียงดัง เขาเบี่ยงตัว พลักฉันแล้วขึ้นมาคร่อมเอง

 

 

"พอเลย...คุณจะทำให้ผมหัวเราะจนขาดใจตายหรือไง?" ดิ้คยิ้ม ฉันส่ายหัว

 

 

"อันที่จริงฉันกะจะให้เธอมีความสุขจนขาดใจต่างหากล่ะ" ดิ้คฉีกยิ้ม โน้มลงมาฉวยจูบร้อนแรง พลิกตัวเองขึ้นมานั่งคร่อมร่างของฉัน

 

 

"นั่นแหละที่ผมกำลังรออยู่" ฉันเลื่อนมือที่วางอยู่บนต้นขาดิ้ค ไปที่จุดไวต่อสัมพัส ขยับมันช้าๆเรียกเสียงครางอย่างพอใจเบาๆจากดิ้ค ขยับหยอกเย้าอีกจนรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในมือนั้นแข็งขืน ดิ้คที่หลับตาพริ้มอยู่ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ความสุขที่ได้รับหายไปเมื่อฉันลงมือลง

 

 

"...เสลด?..." เสียงครางแผ่วเบาเรียกชื่อฉัน ริมฝีปากฉันกระตุกยิ้มขึ้นบางๆทำให้ดิ้คขมวดคิ้ว

 

 

"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...เธอต้องขยับเองดิ้ค ถ้าฉันถูกใจจะมีรางวัล..."เลือดฉีดขึ้นหน้าเด็กหนุ่ม มือบางเลื่อนลงช้าๆจากอกบางสู่หน้าท้อง... สานต่อความสุขสมที่หยุดไปกลางคัน นิ้วเรียวสัมพัสกันผิวหนังก่อนที่จะกอบกุมไว้ในมือ ขยับช้าๆ ลมหายใจเข้าที่สั่นสะท้านบอกให้รู้ถึงกระแสความปราถนาที่กำลังกลับคืนมา

 

 

มือของดิ้คขยับไวขึ้น ไวขึ้น จังหวะที่คลอไปกับเสียงครวญเบาๆแต่ร้อนแรง เสียงเรียกชื่อฉันเบาๆหลุดออกมาพร้อมเสียงครือ ฉันรู้สึกได้ว่าเลือดกำลังสูบฉีดไปทั่วร่าง อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นภาพดิ้คที่กำลังช่วยตัวเอง แล้วครางชื่อฉันอย่างนั้น ใครจะตายด้านได้ลง?

 

 

ฉันมองตามพ่อนกน้อยทุกอิริยาบท ทุกครั้งที่ขยับ ทุกๆสีหน้าท่าทาง

 

 

ดวงตาสีฟ้าคู่งามหลับสนิท ลมหายใจหอบ ถี่กระชั้น มืออีกข้างที่จับแขนฉันไว้เกร็งกระตุก ร่างบางที่คร่อมอยู่ก็เกร็งจนสั่นน้อยๆ ดิ้คกำลังจะถึงจุดแล้ว

 

 

"...What are you thinking of?" ฉันถามเสียงต่ำ ยกมือขึ้นลูบใบหน้ามลที่ตอนนี้เหงื่อซึมจนเปียก

 

 

"You..." ดิ้คตอบเสียงเครือ กึ่งคราง

 

 

"ดีใจหรือเปล่าที่ฉันกลับมา?"

 

 

"ใช่..." คราวนี้กระซิบตอบผ่านเสียงหอบ เรียกรอยยิ้มมุมปากอย่างที่ทำมาได้ตลอด

 

 

"แล้วอยากได้อะไรเป็นรางวัลที่ทำนี่เพื่อนฉันล่ะ? เพราะฉันชอบมองเวลาที่เธอสัมพัสตัวเองมันทำให้ฉันอยากสัมพัสตัวฉันบ้าง อยากได้นี่เป็นรางวัลหรือเปล่า? อยากมองฉันเหมือนที่ฉันมองเธออยู่นี่หรือเปล่า? อยากมองฉันถึงจุดด้วยชื่อเธอที่ออกมาจากริมฝีปากฉันหรือเปล่า?" ดิ้คฮัมเสียงต่ำ รัดมือแน่นขึ้นพร้อมกัดฟันกรอด

 

 

"ใช่!..."ดิ้คตอบเสียงรอดไรฟันที่ขบกันแน่น

 

 

"งั้นตามที่ต้องการ พ่อนกน้อย สำหรับการเป็นเด็กดี...แต่ก่อนอื่น..."เสียงฉันคงฟังดูคล้ายพวกตาแก่โรคจิตเข้าไปทุกวันๆ แต่ถ้าทำแล้วมันทำให้ดิ้คเป็นแบบนี้ได้ล่ะก็...คงต้องยอมแบบไม่มีข้อโต้แย้งเสียล่ะมั่ง

 

 

ดิ้คกระชับมือเข้าไปอีก รอบการสาวเร็ว รุนแรงและถี่ขึ้น สะโพกบางขยับน้อยๆเสียดสีไปกับร่างกายฉัน ส่วนล่างที่กำลังแข็งขืนก็พลางทำเอาส่งเสียงครางตามไปอย่างลืมตัว มืออีกข้างยกขึ้นมาหยอกเย้ากับยอดอก

 

 

ฉันมองและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม...

 

 

จังหวะสุดท้ายที่ดิ้ตขยับ พร้อมเสียงร้องชื่อฉันอย่างสุขสม น้ำกามสีขุ่นเปรอะขึ้นตามช่วงท้องและมือ ก่อนที่ดิ้คจะฟุบร่างนอนทับบนร่างฉัน

 

 

"ดีมาก..." ฉันขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย ร่างบางนอนหลังอยู่ที่เตียงโดยมีฉันอยู่ด้านบน ดิ้คหอบเบาๆลืมตามองตรงมาที่ฉัน

 

 

"My reward now..." ดิ้คพูดพร้อมลากนิ้วเข้าปาก ดูดนิ้วจนถึงโคนแล้วค่อยๆดึงออกมาช้าๆ ดิ้ครู้ว่าฉันมองเขาอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว

 

 

"อา...ดูท่าว่าจะติดไว้ไม่ได้สินะ?" ดิ้คหัวเราะ ฉันก้มลงไปจุบพ่อนกน้อยจอมยั่วอย่างหิวกระหาย ลิ้นอุ่นบดเบียดกันนัวเนีย ถึงมันจะสำราญใจที่ได้ดูดิ้คสัมพัสตัวเอง แต่มันก็ทรมานอย่างกับตกนรกที่ได้แค่นั่งดูอะไรที่สุดยอดยั่วอารมณ์เฉยๆ

 

 

ร่างเปลือยเปล่าของเรานอนทาบชิด ฉันขยับตัวไปข้างหน้าช้าๆให้เกิดการเสียดสีระหว่างผิวกาย เพิ่มความรุ่มเร้าให้กับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่แล้ว ดิ้คส่งเสียงครางเหมือนแมวเบาๆ ฉันลูบไปตามลำตัวด้านข้างดิ้ค ลงไปที่เรียวขา ก่อนที่จะค่อยๆยกพาดกับไหล่

 

 

มือสากของฉันคลึกกับสะโพกมลแล้วค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปช้าๆเพื่อขยายช่องไม่ให้ดิ้คต้องเจ็บมากนักเวลาที่ฉันใส่เข้าไป

 

 

ค่อยๆดันนิ้วแรกเข้าไปช้า ดิ้คร้องเบาๆแต่ไม่ใช่ด้วยความเจ็บปวดแช่อยู่พักหนึ่งแล้วตามด้วยนิ้วที่สอง ขยับเข้าและออกช้าๆสร้างจังหวะง่ายๆที่ดิ้คพอจะรับไหวในช่วงแรก เมื่อฉันโดนจุด ดิ้คครางเสียงดังก่อนจะยกมือปิดปากอย่างไว หน้าขึ้นสีเรื่อถึงใบหู ฉันที่หัวเราะ หึหึ...แอดนิ้วที่สามเข้าไป เพิ่มจังหวะเข้าออก มือปากที่ยกมาปิดปาก กวาดลงไปที่ผ้าปูเตียงและทึ้งมันเบาๆ

 

 

"อ๊า..เสลด!..." จ้าๆ...ชอบใช่ไหมล่ะ? ฉันยิ้มแล้วขยับมือเขาออกถี่และลึกขึ้นอีก สะโพกบางยกขึ้นมารับตามจังหวะ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะพร้อมฉันดึงนิ้วออกช้าๆให้ดิ้คได้รู้สึกถึงทุกเซนที่ดึงออก ดิ้ควีนด้วยเสียงครางเบาๆ

 

 

"พร้อมนะ?..."ฉันถามพร้อมจับขาดิ้กที่พาดไว้กับไหล่ให้มั่นแล้วสอดตัวเองเข้าไปช้าๆ ดิ้คครางแผ่ว ยกสะโพกขึ้นมารับฉัน

 

 

ธีมที่ค่อยๆสร้างขึ้น เรียกเสียงร้องจากดิ้คได้ไม่ขาด ทุกครั้งที่ฉันไปถูกจุดเข้าสะโพกมลจะยกขึ้นมาเพื่อเร่งจังหวะอีก ดิ้คกัดฟันกรอด เร่งฉันให้ขยับตัว

 

 

"...เสลด!..สเล....อ้ะ! อ๊า...Damn it!...เร็วอีก!!" ดิ้ค วีนเสียงสูง มือบางทึ้งดึงผ้าปูเตียงเสียยับยู่ยี่ ใครจะกล้าปฏิเสธลง

 

 

ฉันกดตัวพรวดลงไปจนมิด ดึงออกช้าก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปอีก เร็วและแรงขึ้นตามที่ดิ้คต้องการ เสียงเนื้อที่กระทบกับเป็นจังหวะทำให้ฉันแทบลืมความยับยั้งชั่งใจเสียหมด ฉันไม่ต้องการรุนแรงเกินไปกับดิ้ค ไม่อยากให้ต้องเจ็บตัวหลังจากนี้ แต่เล่นพลีสกันอย่างนี้บ่นกันไม่ได้นา...

 

 

ฉันโถมตัวใส่ กดตัวลงลึกไปในตัวดิ้ค เขากรีดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดปนเปไปกับสุขสม ฉันครางเสียงต่ำตามเบาๆ

 

 

ก้มไปพรมจูบที่ซอกคอ ลิ้มรสเหงื่อแล้วกัดเบาๆฝากรอยแนวฟันจางๆที่ซอกคอ แขนบางของดิ้คโอบรอบคอแน่น พร้อมฝังเขี้ยวขาวลงไปที่ไหล่ ดิ้คเลียเบาๆตรงแผลที่เพิ่งฝากไว้ มีเลือดซิบที่รอยฟันน้อยๆ

 

 

"ผม...เป็นของคุณ..เสลด...."ดิ้คหยุดไปเพราะกลั้นเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไม่อยู่เพราะฉันไปโดนจุดของเขาเข้า "ต่ะ..อื้อ!...แต่..อย่าลืมเสียว่า..คุณก็เป็นของผม...อ้ะ!.."ฉันยิ้ม แน่นอนไม่เคยลืมแม้แต่วินาทีเดียวพ่อนกน้อยของชั้น

 

 

ความเสียงสะท้านแล่นวาบผ่านร่างกาย ฉันกำลังจะเสร็จแล้ว ด้วยความยั่วยวนที่เกินห้ามใจจากเด็กหนุ่มตรงหน้า มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะอยู่ให้นานกว่านี้ ฉันใช้มือขยับของดิ้คพร้อมกับจังหวะที่ฉันกระแทกเข้าไป

 

 

ดิ้คครางเสียงดัง จากความสุขที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน เล็บจิกที่ไหล่หมายจะหาที่ยึดไม่ให้ตัวตนหายไปกับความสุขที่ได้รับ

 

 

"เสลด...เสลด!!...อ๊าา!" อีกครั้งที่เอนโรฟีนและอะดรีนาลีนหลั่งในร่างกายของเด็กหนุ่มส่งผลให้ ร่างบางสั่นสะท้าน ลมหายใจขาดห้วง และกรีดเสียงดัง

 

 

ฉันเสร็จหลังจากดิ้คนิดเดียว เสียงครางต่ำๆลอดลำคอฉันออกไปพร้อมกับปลดปล่อยภายในดิ้ค เรานอนหอบกันอยู่พัก ฉันยังอยู่บนตัวดิ้คอยู่ มันคงจะหนักหน่อยแต่ไม่อยากลุกไปเลย

 

 

"ชอบรางวัลของเธอไหม?"ฉันกระซิบถามที่ข้างหูพร้อมขบเยาๆที่ติ่งหู ดิ้คครางในลำคอมือบางลูฐขึ้นลงที่แผ่นหลังกว้าง

 

 

"มากๆเลยครับ"ดิ้คหัวเราะเบาๆ ถึงจะไม่ได้มองอยู่แต่เขาต้องกำลังหน้าแดงเหมือนลูกตำลึงอยู่แน่นอนเลย

 

"ดีแล้ว...พรุ่งนี้ฉันจะให้วินเทอร์กรีนมาช่วยดูแลแล้วกัน..."ฉันหลับตาช้าๆ หัวหนุนอยู่บนอกบางของดิ้ค ดิ้คถามว่าทำไม...ฉันบอกไปว่าไม่อยากให้ดิ้คอยู่คนเดียวเพราะงานอาจกินเวลานานหลายวัน เสียงฮัมตอบกลับมาเบาๆจากดิ้ค

 

 

"จะว่าไป...ผมยังสั่งพิซซ่าได้อยู่ใช่ไหมเนี่ย?"ดิ้คถามเสียงใส ฉันหัวเราะเบาๆ

 

 

"ถ้าเธอยังกินไหวอยู่นะ..." ดิ้กคว้าผ้าห่มมามัดไว้รอบเอวแล้วถลาไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะล้มปุ นั่งนิ่งที่พื้น ฉันที่มองตามหัวเราะเบาๆกับตาขวางๆที่ดิ้คส่งมา

 

 

"เธอขอเองนา?..." ดิ้คจุ๊ปากขัดใจ ก่อนหน้าจะขึ้นสีเรื่อ "ไม่ต้องย้ำนักก็ได้ครับ" ว่าแล่วก็กระหน่ำกดเบอร์ร้านพิซซ่า

 

-------------------------------------------

-------------------------

-----------

วันถัดมา

 

 

ฉันกำลังจะกลับไปเอาอุปกรณ์ที่ก็อธแธม แต่ก่อนหน้านั้น ดิ้คที่กำลังอุ่นพิซซ่าเมื่อคืนอย่างขะมักเขม้น

 

 

ดิ้คไม่ยอมให้ฉันไปจนกว่ากาแฟหรือพิซซ่าจะเสร็จ ฉันนั่งมองพ่อนกน้อยวุ่นอยู่หน้าไมโครเวฟ โดยมีเจ้ากระต่ายทั้งสองนั่งมองอยู่บนโต๊ะด้วย

 

 

"ดิ้ค...ฉันขอแค่กาแฟก็พอแล้ว..." ดิ้คหันวูบ ขมวดคิ้ว "...ไม่เป็นไร ฉันไม่กวนแล้ว" เสียงนาฬิกาดีดเสียงดัง ดิ้คตบมือแปะ ยิ้มร่า จัดมันลงในจานแล้วมาวางที่โต๊ะก่อนจะนั่งเก้าอี้ตรงข้าม

 

 

"...เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ดิ้ค?" เจ้าตัวส่ายหัว ส่งยิ้มร่ามาให้

 

 

"ก็คุณจะไปทำงานหลายวัน...อย่างน้อยก่อนไป ขอทานอาหารเช้าด้วยกันก็ยังดีใช่ไหมล่ะครับ?" แก้มขึ้นสีเรื่อเล็กน้อยก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตางับพิซซ่า ฉันหัวเราะเบาๆ น่ารักจริงๆพ่อนกน้อยของฉัน

 

 

"...นั่นสินะ" ฉันยกกาแฟขึ้นมาจิบ ซ่อนรอยยิ้มน้อยๆไว้ แล้วความสุขช่วงสั้นๆก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์

 

 

"รับเถอะครับ ไม่เป็นไร" ดิ้คยิ้ม แล้วฉีกพิซซ่าเป็นชิ้นเล็กๆให้กระต่ายทิม

 

 

"...ไม่ล่ะ งานเริ่มตอนแปดโมง" ฉันกดปิดสายเข้าแล้วใส่มันลงกระเป๋าเสื้อไป ฉันรู้อยู่แล้วว่าสายที่โทรเข้ามามีเรื่องอะไร

 

 

ซุปเปอร์แมน...

 

"งานที่ว่า งานแบบไหนเหรอครับ?...อ้ะ! คือผมไม่ได้ตั้งใจเข้าไปยุ่ง..."ดิ้คถามขึ้นมา ก่อนที่จะส่ายหัวแล้วปัดมันไป ฉันยิ้ม

 

 

"ไม่เป็นไร...แค่งานส่งของไปให้ลูกค้ายักษ์ใหญ่น่ะ...แต่ดูท่าลูกค้าจะเรื่องมากเรื่องของที่ต้องใช้ด้วยน่ะ..." ดิ้คพยักหย้าช้าๆ

 

 

ใช่แล้ว...ไม่รู้จะใช้อะไรก่อนดีเลยล่ะ ระหว่างมีด กับ ปืน...

 

 

เรานั่งคุยกันจนแปดโมง ฉันหยิบเสื้อสูทใส่แล้วเดินออกไปหน้าห้อง พร้อมกวักมือเรียกดิ้ค เจ้าตัวเดินออกมาทำหน้างงๆ

 

ฉันยกมือลูบแก้มดิ้ค แล้วดึงเด็กหนุ่มมาจูบ มือบางวางทาบที่อกจูบตอบอย่างนุ่มนวล

 

 

"แล้วจะรอนะครับ" ดิ้คยิ้ม

 

 

"...จะรีบกลับมา" ฉันยิ้มตอบ

 

ใช่แล้ว...ฉันจะรีบกลับมาเมื่อบุรุษเหล็กสิ้นชื่อแล้ว ไม่นานหรอกพ่อนกน้อย...

 

 

เพื่อเธอ...

 

ซุปเปอร์แมนจะต้องตาย...

 

Slade Wilson.

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

Lu : โฮกกกก....*คลานออกมาจากมุมมืดแล้วล้มแปะอยู่แถวๆท้ายได* ขออภัยที่ช้าค้าบบ...ป๋มเข้าใจว่ามีหลายคนที่รอดูท่าทีลุงเสลดเรื่องรอฉะกับเฮียซุปอยู่...ทั้งหนูDickหนูJason ตัวเฮียSupeเอง แล้วไหนจะยัง นังLex อีกก ขอเริ่มบู๊ตอนหน้านะฮ้าบบบ...*ลงไปหมอบกราบ*

พยายามถักพรมอยู่หลายวันดันโดนความงี่เง่าส่วนบุคคลที่มีอยู่ในตัวมากมายนั้นขัดแข้งขัดขาอยู่หลายที พรมจึงออกมาตะกุกตะกุก สะดุดไปสะดิ้งมา...กรุณาทำใจ แต่ข้าก็ทำการปู "พรมขาว" สำเร็จแล้วเว้ยเฮ้ย!! ว้า ฮ่าๆๆๆๆ...*จิตตกสุดขีด*

[Slade006] : All my Truthfulness...

posted on 08 Feb 2008 14:49 by dcdiary  in Slade

Dear Diary... 

 

ดิ้กพลุนผลันออกมาเมื่อได้รับข่าวจากพ่อบ้านว่า บรูซ เวย์น หายตัวไป จะกลับก็อธแธมเสียให้ได้

ไม่อยากให้ไป แต่ห้ามไว้ก็เท่านั้น เขาตัดสินใจว่าจะไปแล้ว ไม่ว่ายังไงดิ้กก็คงหาวิธีไปจนได้ เลยบอกว่าจะไปด้วย ดิ้กพยายามปรามฉันไว้ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกพ่อนกน้อย

จากบลัด เฮฟเว่นถึงก็อธแธมใช้เวลาเพียงอึดใจเดียว

ระหว่างที่เครื่องเจ็ทบินอยู่เสียงเครื่องมือสื่อสารของดิ้กดังขึ้น โรบินติดต่อเข้ามา พยายามจะไม่สนใจฟัง ไม่อยากรับรู้เรื่องราว แต่ห้องขับเคลื่อนที่แค่นั้น ถึงไม่อยากฟังก็ชัดเลยทีเดียว

โจ็กเกอร์หลุดออกมาอีกแล้ว...เฮอะ เซอร์ไพรท์เสียจริง?

ก็เห็นมันเข้า-ออกเป็นว่าเล่นหยั่งกับเข้าห้องน้ำ

พร้อมอีกข่าวที่เสียงของโรบินเบาลงเมื่อรับรู้ว่าฉันอยู่ใกล้ๆ ดิ้กปัดไปว่าไม่เป็นไร โรบินถอนหายใจและบอกว่า เจสัน ทอดด์ กลับมาแล้ว...

เจสัน ทอดด์?...

อดีตโรบินคนที่สอง?

เรดฮู้ด?...

ไอ้เด็กแสบที่ปลอมเป็นไนธ์วิง ไม่สิ...ทวงสิทธิ์ล้มๆแล้งๆจะเป็นไนธ์วิง แล้วทำร้ายดิ้กที่นิวยอร์ก

ฉันไม่ถูกชะตากับเจ้าหนูนี่เท่าไรนัก ดีเลยถ้ามันเป็นคนเอาตัวแบทแมนไปก็สบายเลย พวกตัวเกะกะ น่ารำคาญทั้งหลายจะได้หายๆไปให้พ้นสายตาซักที

...ช่างเป็นความคิดที่โหดร้ายต่อดิ้กอะไรอย่างนี้ วิลสันเอ๋ย...

 

ลงจากเจ็ท รถที่สั่งไว้มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ดิ้กบอกอยากไปตรวจดูที่อาร์คแฮมก่อน แต่พอจะออกรถดันได้ยินเสียงสวรรค์ ผู้คุมคุยกันว่าโจ้กเกอร์อยู่แถวสุสานเก่า ไม่ไกลจากนี่เท่าไร

ดิ้กหันมามองกึ่งขอร้องโดยไม่พูด ....เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว....จะไปเดี่ยวนี้แหละครับ...

 

ไปถึงก็ต้องขอชมเจ้าจำอวดนั่นเลยทีเดียว เซนส์การจัดสถานที่ห่วยแตกสิ้นดี...ลวดสลิงคมกริบที่เอามาทำเป็นสายรุ้งประดับ ดูท่าว่าจะตัดมนุษย์ออกเป็นชิ้นๆอย่างสวยงามได้ถ้าหากไปถูกเข้า หลุมศพที่ถูกรื้อขึ้นมากองๆระเกะระกะโดยเน้นเด่นที่หลุมศพใหม่ตรงกลาง ป้ายสลักอย่างประณีต ‘เจสัน ทอดด์' แล้วเทพธิดาที่แสยะยิ้มร่าอย่างกับเสียสตินั่น พร้อมเสียงกรีดร้องแผ่วๆที่ดังขึ้นมาจากหลุมศพ...คิดดูอีกที ถ้สนี่ใกล้วันฮัลโลวีน ฉันคงให้คะแนนเจ้าจำอวดนี่เกือบเต็ม

 

มองกวาดสายตาไปรอบๆ...ช่างง่ายดายเกินไปสำหรับโจ้กเกอร์ แค่เดินดุ่มๆไปขุดเจ้าเด็กนั่นขึ้นมาก็เสร็จพิธีแล้วงั้นเหรอ?

แม้โจ้กเกอร์จะจิตวิปลาสยังไงแต่มันก็ไม่โง่ขนาดนั้น ถ้าลองใจเย็นซักนิด สังเกตสิ่งรอบตัวหน่อย ก็จะเห็นกลไกทีตั้งแต่เด็กๆยังทำได้จนถึงขั้นที่พวกวิศวกรออกแบบบางคนมาลงมือทำเองเลย...เจ้าจำอวดนี่ร้ายไม่เบา หนักใจแทนเหยื่อที่เข้ามาติดกับจริงๆ

หันกลับมาอีกที...เจ้าเหยื่อตัวน้อยที่ว่านั่นเงื้อเตรียมขว้างแบทดาแรงเสียอย่างนั้น อยากหัวเราะกับความโก๊ะของไนธ์วิงจริงๆ แต่ทำไปคงไม่ดี...สุภาพบุรุษเขาไม่ทำกัน

เอื้อมไปหยุดมือบางของไนธ์วิงไว้ก่อนที่ ไอ้คนที่นอนอยู่ในโลงนั่นจะพนาสูญเพราะระเบิดจากแบทดาแรง

 

ไนธ์วิงชะงักกึ่ก...มองฉันอย่างสงสัย

"...คิดให้ดีๆไนธ์วิงถ้ามีกลไกที่ตอบสนองกับแรงระเบิดอยู่ล่ะ?...ฉันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นเยอะ" ฉันหยิบคีมออกมาเดินเข้าไปใกล้กลไกใกล้หลุมศพ ถ้าตัดจุดที่เชื่อมกลไกที่สัมพันธ์กันออกซะก็พอจะลดความเสี่ยงไปได้หลายเปราะ กลไกอย่างอื่นที่พอมองเห็นก็แยกออกเป็นเอกเทศ ไม่น่ามีปัญหาถ้าไม่ได้ไปถูกหรือเปิดการทำงานมันเข้า

 

เสียงร้องแว่วๆที่ได้ยินค่อยๆขาดหายเป็นช่วงๆ ดิ้กร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด มือบางกวาดดินที่อยู่ด้านบนออก...ถ้าคนที่อยู่ข้างใต้นั่นเป็นฉันล่ะ?...คงยาก ฉันคงไม่ยอมลงไปนอนในนั้นง่ายๆหรอก

 

ดิ้กทั้งขุดและกวาดดินออกมาเรื่อยๆ เจ้าตัวขอให้ช่วย แต่ปฏิเสธไป

 

ไม่อยากเข้าไปช่วย ฉันไม่ชอบทั้งบรูซแล้วก็เจ้าเด็กนั่น ข้างล่างนั่นจะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้ที่มาก็เพือดิ้กเท่านั้น เพื่อที่จะปกป้องดิ้กคนเดียวเท่านั้น

 

เหมือนดิ้กจะท้วงอะไรแต่เขาก็กัดริมฝีปากตัวเองไว้แล้วหันกลับไปขุดต่อ จนเสียงโลหะกระทบกัน...ดิ้กร้องเสียงดังด้วยความโล่งอกแต่ได้ไม่นานเมื่อสังเกตได้ว่า เสียงที่เคยแผ่วอยู่นั้นเงียบสนิท

หน้าของดิ้กถอดสี ถึงแม้จะอยู่ในนความมืดสลัวผิวที่เคยซีด กลับซีดลงไปอีกเหมือนจะจางหายไป เมื่อดิ้กเปิดฝาโลงออก

 

"พระเจ้า...เจสัน!!" เสียงของดิ้กสั่นแฝงไปด้วยความตกใจ ดิ้กกระโดดลงไปช่วงดึงเจ้าเด็กนั่นขึ้นมา เห็นแล้วยิ่งหงุดหงิดกับเจ้าเด็กอวดดีนี่ดิ้กก็ยังใจดีใส่มันอีก สมควรแล้วแท้ๆที่จะทิ้งมันไว้ในโลงเหล็กแล้วเชื่อมปิดตายไปเลย

 

"สเลด...ช่วยที" ดิ้กเงยหน้าขึ้นมาขอร้อง ไม่อยากเลยจริงๆ ลืมแล้วหรือไงเจ้าหนูนี่มันทำอะไรไว้บ้าง ความใจดีนี่แหละซักวันจะเป็นปัญหาได้

"มีเรื่องจะถามมันไม่ใช่เหรอ?...ก็ถามไปสิไม่เห็นต้องลากมันขึ้นมา..." ถอนหายใจแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง

"สเลด!!!" ดิ้กกระชากเสียงขึ้น ก็เข้าใจอยู่แต่ไม่อยากช่วยเลย ให้ตาย...

"ก็ได้ๆ..." ฉันโดดลงไปช่วยดิ้ก ปรยตามองสภาพไอ้หนูนี่แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ...สาสม ช่วยกันลากร่างโชกเลือดของมันออกมาแล้วพิงไว้ที่ป้ายหินสลักข้างๆเทพธิดา ที่ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับนางมารโปรยยิ้มแสยะบ้าคลั่ง

 

"โจ้กเกอร์?"ดิ้กถาม เจสันสบถพรืด "มันคิดว่าตลกดี ถ้าได้จับฉันยัดโลงอีกรอบวันนี้"

สำหรับไอเดียนี้ ให้เจ้าจำอวดนั้นสิบคะแนนเต็ม

"ใช่...ตลกจริงๆนั่นแหละ" ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง ดิ้กกระทุ้งศอกใส่เข้ามาเต็มแรง เข้าใจแล้ว...ไม่ยุ่งก็ได้ ฉันเดินถอยระยะออกมานิดหน่อย ไม่สนใจอยากจะฟังแต่ก็ไม่ทิ้งข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์

ดิ้กกำลังพยาบาลมันอยู่ เสียงของทั้งสองที่โต้เถียงกันได้ยินอย่างชัดเจน ทั้งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงสบถ แล้วตามมาด้วยความเงียบงัน ฉันยืนพิงป้ายหลุมศพอื่นกอดอกมองทั้งสองคนอย่างขุ่นเคือง

 

จนกระทั่ง

"นายเกลียดฉันดิ้ก..." ประโยคสุดท้ายที่โสตประสาทกรองและส่งให้สมองประมวลผลออกมาแล้วรู้เรื่อง ทุกคำพูดที่พ่นออกมาจากปากของเจ้าเด็กอวดดีนั่นกลืนหายไปกับโทสะที่เพิ่มพูนอย่างระงับไว้ไม่อยู่

ลิ้นนั่น...ฉันจะเฉือนมันออกมา ไม่! บั่นคอมันออกมาเลยสาสมกว่า!

ดาบพาดอยู่ที่คอของเจสัน ออกแรงอีกเพียงน้อยนิดก็จะตัดหลอดลมและเส้นเลือดของมันอย่างง่ายดาย

ตอนนี้ดวงตาจับจ้อง เหยื่อ ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว โทสะที่พลุ่งพล่านถูกระงับด้วยเสียงดิ้กที่แทรกตัดเข้ามา มือบางจับแน่นที่แขน และค่อยๆเบี่ยงดาบออกจากคอหมอนั่น

ฉันสูดหายใจเข้าและออกยาวๆ....พยายามข่มอารมณ์ฉุนเฉียวลง ถ้ายังอยู่ต่ออดีตโรบินคนที่สอง จะต้องกลายเป็นชิ้นๆด้วยมือฉันแน่

"ไนท์วิง...กลับ!"ฉันสั่งเสียงกร้าวหมุนตัวเดินออกไป ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้นจริงๆในตอนนี้

"...แต่" ดิ้กท้วง

"ไม่มีแต่..."เสียงเรียบๆที่พูดออกไปพร้อมฉวยข้อมือเล็กลากไปด้วยนั้น ไร้อารมณ์อย่างน่ากลัว ไม่ได้โมโหอะไรจริงๆจังๆมานานแล้ว ถ้ายังอยู่นานกว่านี้ เสียใจจริงๆที่ต้องบอกว่าสัญญาที่เคยให้ไว้กับดิ้ก อาจจะต้องผิดในวันนี้แหละ เดินออกห่างมาได้หน่อยก็ได้ยินเสียงมันเค้นหัวเราะ

แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองน่ะยังไม่รอดพ้นจากเงื้อมือพญายม ไอ้เด็กเวร

สืบเท้าย้อนหลังเล็กน้อยเพิ่มแรงเหวี่ยงให้ข้อมือ ดาบพุ่งออกจากมือด้วยความเร็วปักกับป้ายหินสลักเฉียดคอมันไปไม่กี่มิล ฉันกัดฟันกรอดเค้นเสียงพูดลอกไรฟัน

 

"สุขสันต์วันตายนะไอ้เด็กเวร..."

-------------------------------------------------------

ขับรถออกมาจากสุสานได้พักหนึ่ง เหยียบคันเร่งจนลืมว่าเบรคอยู่ตรงไหน ความเงียบงันที่แม้จะนั่งข้างๆกันในรถแต่ก็เหมือนไม่มีใคร เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มตามคันเร่งที่ถูกเหยียบจมลงไปเรื่อยๆและเกียร์ที่ถูกสับอยู่เป็นพัก

ฉันลอบมองดิ้กที่มองออกไปนอกหน้าต่างเหม่อลอย ด้วยกระจกหน้าเมื่อตาสีฟ้ามาสบที่กระจก ก็ต้องรีบเบือนสายตาหนี

 

ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ต้องเริ่มยังไง แล้วจะจบอย่างไร...

 

จนถึงแมนชั่นกำแพงก็ยิ่งหนาขึ้น ดิ้กยังไม่ยอมพูดอะไรกับฉัน...อะไรก็ได้ดิ้ก ถึงไม่ปฏิเสธแต่อย่างน้อยก็พูดอะไรบ้าง

โมโหตัวเองที่โดนเจ้าเด็กเจสันนั่นปั่นหัว ขุ่นเคืองที่ดิ้กไม่ยอมปฏิเสธหรือเถียงมันกลับ แต่ที่โมโหที่สุดคือ ตัวเอง อีกนั่นแหละ ที่ยังคงยึดติดกับอดีต

 

ดิ้กทิ้งตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อนที่โซฟา เสียงถอนหายใจเบาๆที่ได้ยินยิ่งเพิ่มพูนความทุกข์ที่กองสุมในอกเข้าไปอีก

 

ต่างคนก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วทั้งคู่ การเงียบใส่กันไม่ใช่ทางแก้ที่ดี มันช่วยได้แค่เพียงสงบอารมณ์และเพิ่มความอึกอัดเท่านั้น...

 

ฉันเดินเข้าไปอาบน้ำ พอออกมาดิ้กก็สวนเข้าไป ดวงตาสีฟ้ายังคงหลบการสบกันอยู่ ทุกข์ใจยิ่งนัก...คิดผิดจริงๆทีไม่ยอมจับมัดแล้วนั่งคุมไว้ที่บลัดเฮฟเว่น เอนตัวนอนลงบนเตียง ได้เพียงคิดย้อนว่าถ้าไม่ยอมให้ดิ้กมาก็อธแธมตั้งแต่แรก....

 

แต่มันสายไปแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วและฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดรอยร้าวขึ้นเด็ดขาด ตัดสินใจแล้ว...

 

"...ที่เจสันพูด มันไม่ใช่เรื่องจริง"ดิ้กพูดเสียงแผ่ว ก้มหน้านิ่ง...ฉันถอนหายใจ นี่แหละคือทั้งหมดที่อยากได้ยิน...

 

"ไม่ต้องพูดแล้ว..." ฉันพูดเสียงเรียบ ดิ้กเงยหน้าขึ้นมามองเบิกตากว้าง ตัวสั่นเทิ้ม เจ้าตัวพยายามที่จะกลั้นน้ำตาที่คลออยู่ไม่ให้ไหลลากลงมา

เกิดอะไรขึ้น!!?...ฉันพยายามจะปลอบทำไมผลมันออกมาตรงกันข้ามล่ะ!? ทำไมดิ้กมองกลับมาด้วยสายตาเจ็บปวดอย่างนั้นล่ะ!?...ฉันแค่ต้องการบอกว่า ฉันไม่ถือสาเรื่องในอดีต ไม่ต้องพูดแล้วเท่านั้น....

 

"ฉันไม่อยากฟัง...ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว..."ริมฝีปากบางของดิ้กสั่นระริก ทำไมกัน?...ฉันแค่อยากบอกว่าฉันไม่อยากฟังเพราะไม่ว่าอย่างไร ทุกอย่างระหว่างเราก็ยังเหมือนเดิม

 

"คุณไม่เข้าใจสเลด...เจสันเขาไม่รู้อะไรเลยต่างหาก ถึงพูดเรื่องแบบนั้นได้...คุณต้องฟังผม...ผมไม่ได้แก้ตัว ผมกับเขา เราไม่มีอะไร นอกจากคำว่า ผู้ช่วย..." ดิ้กที่พยายามอย่างหนักโดยการอธิบายผ่านเสียงสะอื้น ทำให้ฉันยิ้มออก ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว...ฉันเข้าใจทุกอย่างที่พยายามจะบอกแล้ว...ขอโทษจริงๆที่โง่บรม

สองมือรวบดิ้กเข้าประชิดตัว จูบที่แทนความรู้สึกทั้งหมด รุนแรงและช่วงชิงลมหายใจ ริมฝีปากนุ่มบดเบียดกันแน่น ไม่มีใครที่ยอมผละจากกัน ลิ้นอุ่นทาบซ้อนกันและไล้ลากอย่างโหยหา ฉันค่อยๆผละออกช้าๆ ขบริมฝีปากล่างของดิ้กเบาๆ

 

"...ฮึ้ก..คุณเชื่อ...ผมใช่ไหม?" ดิ้กถามเสียงแผ่ว น้ำตาไหลลากลงตามแก้ม ฉันค่อยๆโน้มเข้าไปเลียน้ำตาออกซบเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหู

"เชื่อสิ..." ดิ้กหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สองมือบางโอบกอดฉันแน่นเหมือนกลัวว่าฉันจะหายไปต่อหน้าต่อตา ฉันจูบที่หน้าผากของดิ้กเบาๆ มือขยี้ผมสีดำขลับอย่างเอ็นดู

 

"...ฉันไม่แคร์ว่าในอดีตเธอจะเป็นยังไง ดิ้ก...เพราะตอนนี้เธอเป็นของฉัน นั่นคือที่สำคัญ..."ฉันจูบลงไปที่หน้าผากของดิ้กอีกครั้ง

ดิ้กหัวเราะเบาๆ...เรานอนกอดกันอยู่บนเตียง คืนนี้ช่างยาวนานนัก หลังของดิ้กนาบชิดกับอกกว้างของฉัน ดิ้กนอนหนุนแขนฉันต่างหมอนซบมาที่ซอกคอ แขนอีกข้างกอดร่างบางแนบชิด เรานอนคุยกันทั้งคืน ทั้งเรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่อยากจะให้เป็นคุยกันจนเช้าถึงได้นอน

----------------------------------------------------------------

บ่ายคล้อย

หลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาเห็นบนโต๊ะมีกระดาษโน้ตและซองจดหมาย กระดาษโน้ตจากดิ้ก

 

"ไปทำธุระที่คฤหาสน์เวย์น จะกลับตอนค่ำ Love/D."

อ่านแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ พอเหลือบดูอีกชิ้นหนึ่งซองจดหมายประทับตรามาจากเมโทรโปลิส จ่าหน้าด้วยอักษรพิมพ์สวยงาม

 

"มิสเตอร์, สเลด วิลสัน."

 

เมโทรโปลิส?...เมื่อลองเปิดดู ข้างในกลับเขียนเป็นอีกแบบว่า

 

"ต้องการพบ เดธสโตรก"

พร้อมเวลาที่เครื่องเจ็ทจะออก อีก2ชั่วโมง ฉันโยนจดหมายไว้บนโต๊ะและเดินเข้าห้องน้ำไป

ก่อนออกจากแมนชั่นเขียนโน้ตแปะไว้เผื่อกลับช้ากว่าดิ้ก เมื่อถึงสนามบินเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่จอดรออยู่นั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาต้อนรับทันที

 

"ท่านประธานาธิบดีรออยู่ค่ะ" แล้วเธอก็เดินไปนั่งที่นั่งของตนเครื่องเจ็ทออกตัว เมโทรโปลิสคือที่หมายต่อไป

-------------------------

-------------

-----

เมื่อถึงจุดหมาย เธอนำตรงไปที่ห้องประชุมใหญ่ เก้าอี้หนังสีดำหันหลังให้อยู่หลังห้อง ข้างหน้าเก้าอี้นั้นมีจอภาพขนาดใหญ่กำลังฉายภาพของซุปเปอร์แมนอยู่

บุคคลที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเข้าอี้ค่อยๆหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับฉันที่ยืนอยู่ที่ประตู

 

"มิสเตอร์ วิลสัน..." ท่านประธานาธิบดีเอ่ยทัก

 

"....มิสเตอร์ ลูเธอร์..." เรื่องนี้มันชักไม่ชอบมาพากลเสียแล้วสิ...เล็กซ์ ลูเธอร์ กับฉันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกันเท่าไรนัก

 

"นั่งก่อนก็ได้ คุณเดธสโตรก"เล็กซ์วาดมือไปที่เก้าอี้ตัวท้ายสุด มุมตรงข้ามกับตน เดธสโตรกยืนนิ่ง ก่อนส่ายหน้าช้าๆ

 

"ไม่ล่ะ...เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว" ฉับตอบเสียงเรียบ อีกฝ่ายหัวเราะหึๆในลำคอ

 

"จะรีบกลับทำไมเล่าเดธสโตรก...ที่เรียกมาวันนี้เพราะมีเรื่องไหว้วานหรอกนะ..."เล็กซ์เอนตัวลงใช้ศอกทั้งสองเท้ากับโต๊ะ ยกนิ้วประสานกันทั้งสองมือ สายตาจับจ้องที่นักฆ่าตรงหน้า

 

"...ไปฆ่าซุปเปอร์แมนให้ฉันหน่อยสิ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เดธสโตรกยืนนิ่ง มองภาพซุปเปอร์แมนที่กำลังฉายอยู่บนจออย่างเฉยชา

 

"...ไม่รับ!" เดธสโตรกปัดเสียงเฉยชา เขาสัญญากับดิ้กไว้แล้ว... เล็กซ์ผงะชนผนักพิงทันที ดวงตาเบิกกว้าง มองสเลดที่กำลังจะเดินออกไป มือเอื้อมไปจับลูกบิด

 

"เข้าใจล่ะ...ยังไงก็ฝากทักทายเด็กคนนั้นด้วยแล้วกันนะมิสเตอร์ วิลสัน..."เล็กซ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นอีกฝ่ายชะงัก

"ว่าไง...นะ?"สเลดค่อยๆหันกลับมา กัดฟันกรอดถามออกไป...

 

"ก็เด็กคนนั้นไง...ริชาร์ด ดิ้ก. เกรย์สัน หรือเปล่านะ?"น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ปนขบขันของเล็กซ์กระตุกต่อมโทสะได้ดีนักเชียว สเลดจับลูกบิดประตูแน่น จนมีเสียงดังกร๊อบ...มันหลุดประตูติดมือออกมา สเลดโยนมันลงพื้นดัง โครม!

 

"อันที่จริง...งานนี้คุณมีทางเลือกนี๊ดดด~เดียว คุณเดธสโตรก"ว่าแล้วก็หัวเราะในขณะที่อีกฝ่ายกัดฟันกรอด ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโมโหจะกระโดดเข้าไปหักคอมันให้ตายคามือ

 

"หนึ่ง : ฆ่าผมตรงนี้แล้วริชาร์ด เกรย์สันก็จะเหลือแต่ชื่อสลักไว้บนแผ่นหินหน้าหลุม สอง:ไปเก็บไอ้เอเลี่ยนนี่แล้ว น้องหนูเกรย์สันจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์" สเลดกำหมัดแน่น กรามขบกันดังกรอดๆ

 

"...แกไม่กล้าหรอก ลูเธอร์...." เล็กซ์หัวเราะเสียงแหลมกดเปลี่ยนภาพในจอจากซุปเปอร์แมนเป็นดิ้ก

 

ปึ้ก!!!

 

เสียงดาบปักลงไปที่พื้นห้องประชุมหายเข้าไปหนึ่งส่วนสาม สเลดสะบัดตัวจะเดินออกจากห้อง มือเอื้อมจับขอบประตู ก่อนจะกัดฟันพูดข้ามไหล่ไป

 

"...จะหน้าไหนฉันก็จะฆ่าให้!!" จบประโยคประตูก็เหวี่ยงปิดดังโครม ก่อนที่มันจะหลุดออกจากวงกบทั้งบานลงสู่พื้น

 

"...ค่าประตูนี่จะหักจากค่าแรงนะ!" เล็กซ์พูดทิ้งท้ายถึงแม้เดธสโตรกจะลับสายตาไปแล้วก็ตาม...

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Lu :...งงไหม? ไม่งงนะ!! ต้องไม่งงเซ่!!! ฮือ....ขออภัยครับ เอนทรี่นี้ลูค่อนข้างเฟล ตอนนี้ปรอทความEmo Peakแตก...เฟลอย่างหนัก อะไรมันเลยออกมาไม่ได้อย่างที่ต้องการนัก(พูดไปก็เหมือนแก้ตัว....เอาเป็นว่าไม่ดีก็คือ ไม่ดี) ...

 สืบสาวต่อจากไอ้คุณลูเธอร์ให้แร้วนา...ไม่รุจะใช้ได้ป่าว...แต่ก็แปะลงไปแล้ว(ฮา...)

 *รูปนั้นคือลุงสเลดและดิ้ก เวอร์ชั่นเรเนเกด ขอบอกว่า โฮกกกก นกน้อยในกำมือ~~~~Love U Dickie~~>[]<\*

คราวนี้ไดปรอทสาร....หวังว่าคงไม่ทำให้ใครหลายๆคนลงแดงนะ? (เพราะไอ้ลูก็อยากโดนสารอย่างแรงเหมือนกัน ฮา...)

 

เอาเป็นว่า....ไว้คราวหน้าน่อ! >[]<\

[Slade 04+05 :Some better day...?]

posted on 29 Jan 2008 16:39 by dcdiary  in Slade

 

 

Dear Diary...

วันนี้เป็นอีกวันที่ความขุ่นมัวจางไป

วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกว่าทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยดี

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ดิ้กน่ารัก น่าฟัด เหมือนทุกๆวัน...

 

เมื่อเช้าเจ้านกน้อยของฉัน เดินเป๋อย่างกับเป็ด...ถ้าจับให้เดินตามเส้นตรงคงเบี้ยวไปตั้งแต่ก้าวแรกเลย (หึหึ..) เจ้าตัวโวยวายว่าเพราะฉันรุนแรง ...แล้วใครกันเอะอะก็สั่งให้แรงอีกมั่งล่ะ เร็วอีกมั่งล่ะ....เด็กๆนี่นะ ไม่ยอมรับอะไรซักอย่าง

 

พูดถึงเด็ก.... ว่าไปแล้วก็ขายหน้าตัวเองเมื่อวานไม่น้อย เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆซะ หรือฉันจะอยู่กับเด็กนานเกินไปแล้วนี่? ชักเริ่มเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆแถวๆนี้เข้าไปทุกวัน...?

 

พูดแล้วก็อดขำไม่ได้ เวลาเห็นดิ้กทำหน้าเหรอหราแบบนั้น...เหมือนเด็กๆเห็นผี(o[]O !!) แค่ลองโกนหนวดนี่ออกเท่านั้นเอง....ร้องซะเหมือนมีใครเอาบอมบ์มาวางไว้หน้าบ้าน...

 

ฮืม...โกนออกไปแล้วมันก็โล่งดี....แต่รู้สึกแปลกๆหรือไว้นานเกินไปแล้ว? ดิ้กถามเสียงตื่นว่าโกนทำไม? หรือดิ้กจะชอบ หนวด?...ฮื่อ...ทั้งที่ฉันคิดว่าโกนแล้วดูเด็กขึ้นแท้ๆนา หรือดิ้กจะชอบคนแก่จริงๆ...แต่ฉันก็ยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนี่ (...รู้สึกเหมือนหลอกตัวเองแต่ฉันยังไม่แก่ขาดนั้นนะ!)

 

งานคราวนี้ต้องปลอมตัวซะด้วย...แต่งตัวเสร็จดิ้กก็เดินเตาะแตะเข้ามาหาบอกจะไปหาเพื่อน คนที่เจอเมื่อคราวก่อนนั่นแหละ....วอลลี่ เวส

 

แน่นอนว่าโปรไฟล์ของหมอนี่หามาได้ไม่ยากเย็นนัก...แต่มันมีจุดที่น่าสงสัย อยู่หลายจุด...เห็นแค่โปรไฟล์มันไม่ได้ช่วยให้วางใจอะไรได้หรอก ไม่ได้ส่งเสียงตอบดิ้กไปแต่เจ้าตัวก็รู้อยู่ว่าขอแค่บอกก็รับรู้แล้ว จึงเดินออกไป

 

เสียงเครื่องมือสื่อสารกรีดเสียงร้องหนวกหูอยู่ในกระเป๋า...งานเข้าจนได้ ถ้าไม่ติดเสียว่างานง่ายแล้วเงินดีอย่าหวังว่าฉันจะยอม ทิ้งเวลาสโตรกดิ้กเชียว...

 

อันที่จริงไม่ควรเขียนรายละเอียดงานลงไดอารี่...แต่ก็เอาเถอะถือซะว่าจดรายละเอียดงานไปในตัวด้วย เป้าหมายงานครั้งนี้คือ ประธานบริษัทเคมีทางการแพทย์ที่ฉากหน้าเพื่อการแพทย์ส่วนฉากหลังยาเสพติด ...วันนี้เหยื่อมีประชุมบอร์ดกับคณะผู้บริหารที่ภัตตาคาร ในเมืองตอน12:00น. หวังว่างานคงเสร็จก่อนที่ดิ้กจะกลับแล้วกัน...

ออกไปเตรียมพร้อม แอบเข้าภัตตาคาร ตั้งแต่11น. ...ถ้าไม่ติดว่าเป็นงาน คงกลับไปลากดิ้กมานั่งด้วยกันแล้วแน่....ระหว่างที่กำลังฝันกลางวันเป้าหมายเดินเข้ามาพร้อมการ์ดอีกกลุ่มใหญ่ ไม่ยากเลยที่จะสไตร์ค ทั้งโขลงนั้น

เป้าหมายสั่งออร์เดิร์ฟและไวน์ เดินกลับเข้าในครัวและออกมาอีกทีพร้อมขวดไวน์สูตรพิเศษของตระกูลวิลสัน อึกแรกและอึกเดียว รับรองร่วงสู่อเวจี

...แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นไปดังคาด มันรินแจกทั่วทั้งโต๊ะมันเลยกอดคอกันดับหมู่อย่างราบรื่น ทีนี้เงินเป็นฟ่อนๆจักไปไหนเสีย?

เสียเวลานิดหน่อยอยู่กับพ่อครัว...(แอบไป(ขู่)ถามสูตรนิดหน่อย)กลับมาถึงบ้านก็เกือบๆบ่าย4ได้ ข้าวของล้มระเนระนาดเกลื่อนพื้นที่ทางเดิน...

 

เจ้าพวกนักฆ่าเมื่อวันก่อนแล่นวูบเข้าในหัว ดิ้ก!!?

 

รีบวิ่งเข้าไป ได้ยินเสียงโครมครามอยู่ในห้องรับแขก กำลังจะก้าวเข้าไป เหมือนอะไรบางอย่างตัวขาวๆวิ่งสวนออกมา กำลังจะทักก็ชนโครมเข้ากับดิ้กที่วิ่งกวดมันอกมาเสียเต็มรัก ล้มลงไปกองที่พื้นทั้งคู่

 

ดิ้กร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าฉัน...ยังไม่คุ้นที่โกนหนวดหรือเพราะร้อนตัวกันนี่?

 

ร่างบางยันตัวลุกขึ้นนั่งค้ำอยู่บนอกฉัน เจ้าตัวก้มลงมายิ้มแหยหัวเราะแฮะๆ....

 

เพิ่งสังเกตว่ามีอะไรบางอย่างเกาะอยู่บนหัวดิ้ก....กระต่าย? ....ไม่น่า...ตอนแรกคิดว่าตาฝาด จนมันร่วงจากหัวดิ้กลงมาใส่หน้า.....โอเค...นี่ของจริง