GOD DAMNED HERO View my profile

RedHood

Jason Todd 07 : The future hold a.... retard

posted on 15 Mar 2008 14:23 by dcdiary  in RedHood

แบทแมน จากอนาคต .... ผมยืนนิ่งมองคนตรงหน้าจากหัวจรดเท้า หน้ากากสีดำปิดหน้าทั้งหมด ยากจะเดาอารมณ์ของผู้สวมใส่ได้ แต่ท่าทีกระสับกระส่ายบอกผมว่าเขาหวั่นนิดๆ ว่าผมจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาบอก   แต่ว่านะ สำหรับคนที่ฟื้นจากความตาย แถมเพิ่งกลับจากการเดินทางท่องไปโลกต่างๆ มา 52 โลกรวดแบบผมแล้ว  ... เรื่องราวของเขายังจะน่าเชื่อซะกว่า

แบทแมนจากอนาคต ..... ว่าแต่ใครล่ะ  ถ้าไม่ใช่บรูซ ก็คงเป็นทิม ไม่ก็ ดาเมี่ยน ... ?  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ทั้งสามคนนั่น แล้วหมอนี่โผล่มาจากไหนทำไมถึงเป็นแบทแมนแทนบรูซ เกิดอะไรขึ้นในอนาคตกันแน่ ....  ผมสงสัย แต่ไม่มีอารมณ์จะถามต่อ แถมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงหากได้ยินคำตอบ ตัวผมชาวาบเมื่อคิดถึง ภาพแบทแมนยืนตรงหน้าในมือถือปืนจ่อหัวผม ภายใต้หน้ากากสายตาคงเต็มไปด้วยชิงชัง  เกลียดแค้น ความเจ็บปวดจนแทบกระอักปักหลักนิ่งในอก   เหมือนระเบิดเวลาติดตั้ง รอคอยขยี้ร่างกายและวิญญาณของผมให้แหลกสลายลงซักวัน   ทว่ามันไม่เคยระเบิดซักที ระเบิดเวลาเพียงแค่ส่งเสียงเดินช้าๆ เหมือนกับสนุกที่ได้มองผมดิ้นพล่านด้วยความทรมาน 

ทั้งที่ผมในตอนนี้ ... ไม่อยากจะรับรู้ หรือรู้สึกอะไรอีกแล้ว

ผมเหนื่อยเกินไป แถมแบทตาแรงที่ปักติดอยู่กับแขนนี่ก็ไม่ช่วยซะด้วย ผมคิดจะดึงมันออก แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ถ้ากระชากมันออกตอนนี้ เลือดคงไหลไม่หยุดแน่  รอให้กลับไปก่อน กลับไปที่บ้าน แล้วค่อยว่ากันต่อ  ผมเดินกลับไปที่เจ็ทที่ยืมทาเลียมา แต่แบทแมนจากอนาคต กลับเดินตามมาต้อยๆ เหมือนลูกหมาโดนทิ้ง

"นายคงไม่คิดจะตามไปด้วยหรอกนะ" ผมหันไปพูดข้ามไหล่ แม้จะใส่หน้ากากอยู่แต่ก็พออ่านสีหน้ากับท่าทางได้ แล้วก็บอกได้ว่าหมอนี่คิดอย่างมากเลย ที่จะตามผมไปด้วย   เขาพยักหน้าหงึกๆพลางเดินตามมา
 "ฉันไม่มีที่ไป .....กลับก็ไม่ได้"   พระเจ้า  !!!!!!   ให้ตาย เนี่ยเหรอแบทแมนในอนาคต !!!!!   ไม่มีที่ไป เนี่ยนะที่ออกมาจากปาก ท่าทางอนาคตกอทแฮมคงมืดมนน่าดู

"ไม่มีที่อยู่ด้วย แถมไม่มีเงินติดตัวซักดอลล์ เพราะงั้นขอติดไปด้วยนะ"    ยังไม่พอ .... คำพูดต่อมาทำให้ผมแทบหงายหลัง  เสียงต่ำแปลกแปร่งดูน่าเกรงขามด้วยอุปกรณ์ตัดแต่งเสียงที่ติดมาในชุด ทว่าไม่เข้ากับประโยคปัญญาอ่อนนั่นซักนิด

นายมาช่วยจริงรึเปล่าเนี่ย !!!  หรือว่าจริงๆ หมอนี่ไม่ได้มาจากอนาคต แต่มาจากโลกที่แบบว่า... ฮีโร่ทุกคนเป็นปัญญาอ่อนกันหมด ... เชื่อเหอะ จากที่เดินทางมาหลายโลก มันต้องมีมิติแบบนั้นอยู่แหงๆ

ทีแรกผมก่ะจะไล่เขาไปให้พ้น ผมไม่คิดจะช่วยเขาแน่อยู่แล้ว แต่ถ้าปล่อยให้หมอนี่ไปหาพวก JL เขาต้องโพล่งเรื่องของผมแน่ มันอาจมีผลเสียกับผมทีหลัง .. หรือบางทีผมควรจะกำจัดเขาซะตรงนี้เลยว่ะ ..  ยังไม่ทันจะคิดให้ถี่ถ้วน (ซึ่งบอกตามตรงสมองผมเบลอและคิดอะไรไม่ออกซักอย่าง)  เขาก็ปีนเข้ามานั่งในเจทคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว
"เห้ นายผ่านกอทแฮมรึเปล่า ช่วยขับผ่านกอทแฮมได้มั้ย อยากรู้ว่าเมื่อก่อนมันดูเป็นยังไงน่ะ"

...... อยากจะบ้า    ปุ่มที่กดแล้วมีสปริงให้เก้าอี้หมอนี่เด้งออกจากเครื่อง เหมือนในการ์ตูนมันอยู่ตรงไหนว่ะ !!!!!! 

----------------

ผมปล่อยให้เขาตามผมกลับมาถึงโกดังร้างในกอทแฮม ที่พักของผมจนได้หลังจากที่ ต่อสู้กับจิตใจตัวเองอยากถีบคนที่ตามมาด้วยออกจากเครื่องเจทหลายรอบ หลังจากรับฟังคอมเมนท์เกี่ยวกับบ้านเมืองยี่สิบกว่าปีก่อนของมัน

....   ผมไม่มีแผน ไม่มีอะไรซักอย่าง เหมือนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ .... ไม่สิ ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรอยู่  ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป ...บางทีถ้าหมอนี่ไม่เข้ามายุ่ง ผมอาจจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวแบบนี้  ปล่อยให้แบทแมนฆ่าผมซะ .... หึ มันควรจะเป็นแบบนั้นนะ จุดจบของเจสัน ทอดด์ ทำให้แบทแมนทำในสิ่งที่อยากให้ทำมาตลอด    ฆ่า...    ถ้าไม่ฆ่าโจกเกอร์ ก็ฆ่าผมนี่แหล่ะ ... 

คุณควรจะเลือกนะบรูซ

 ผมกลั้นหายใจพลางดึงแบทตาแรงอันเล็กๆ ออกจากแขน มันไม่ใช่ชนิดที่จะตัดอะไรให้ขาดได้ แต่เป็นแบบที่ใช้หยุดไม่ให้เคลื่อนไหวได้ เพราะฉนั้นแผลถึงไม่ใหญ่มาก แต่กระนั้น เลือดจำนวนมากก็ซึมออกมาจากแผลไม่หยุด
ระหว่างที่ผมพยายามทำแผลด้วยแขนข้างเดียวอย่างทุลักทุเล เจ้าแบทแมนตัวตลกนี่ก็จับเก้าอี้ผมหมุนไปหาเขา  ดึงแขนเลือดอาบของผมไปจะทำแผลให้ซะเฉยๆ ผมกระชากแขนกลับอย่างแรง เพียงเพื่อพบว่า  ผมทำไม่ได้
..... โกหกน่า มือที่กำข้อมือผมอยู่ไม่ขยับซักนิด ... หมอนี่แรงเยอะกว่าผมเหรอ ... ไม่หรอก อาจเพราะผมบาดเจ็บอยู่ (แต่ถึงอย่างนั้น แค่ดึงมือกลับเนี่ยผมจะไม่มีปัญญาเชียวเรอะ) 

    ไม่มีทางเลือก ต้องปล่อยให้เขาทำแผลให้ ซึ่งมัน ....  ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ผมว่าผมทำเองดีกว่าเยอะ แล้วไอแผลเนี่ยมองยังไงมันก็ควรจะต้องเย็บนะ แต่ช่างเหอะ เห็นท่าทีตั้งอกตั้งใจของหมอนี่แล้วด่าไม่ลง จะแกะแผลทำใหม่เองตรงนี้เขาคงรู้สึกแย่ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ไว้ผมอาบน้ำแล้วค่อยทำแผลเองดีกว่า ผมเดินหนีเขากลับไปที่โต๊ะคอม ...  เปิดมอร์นิเตอร์ เช็คทุกอย่าง  .... ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังมองหาอะไร  หัวผมปวดตึบๆ พยายามเพ่งมองคอมพิวเตอร์ตรงหน้า ผมทำอะไรค้างไว้นะ ก่อนหน้านี้ เรื่องค้ายาในกอทแฮม ตัวร้ายที่ออกมาเพ่นพ่าน พวกตัวตลก... โจกเกอร์ ถูกจับแล้วพร้อมกับ แสกร์โครว ดูเหมือนสองคนจะร่วมมือกันทำอะไรซักอย่าง  ผมเพ่งอ่านข่าว แต่เงาดำๆที่ป้วนเปี้ยนอยู่หางตา เคลื่อนไหวไปรอบๆห้อง งไม่ได้ทำให้อะไรง่ายขึ้นซํกนิดเดียว
  "นั่นแกทำอะไรไม่ทราบ!!!!?" ผมตะคอกถาม เขายังไม่ทันจะตอบ โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นซะก่อน  ผมคว้ามัน รีบรับสายเมื่อเห็นว่าใครโทรมา ก่อนจะเดินหนีไปคุยข้างนอก

ที่ปลายสาย น้ำเสียงที่ควรจะหวานละมุนเหมือนทุกทีเปลี่ยนเป็นเสียงเจืออารมณ์หงุดหงิด บวกกับกังวลใจ
 "เจสัน !!! ดาเมี่ยนหนีไป"   นึกว่าเรื่องอะไร มีไม่กี่เรื่องที่ทำให้ ทาเลีย อัลกูล นั่งไม่ติด หนึ่งในนั้นคือเรื่องของลูกชายแก้วตาดวงใจของเธอกับ บรูซ

"เธอต้องตามหาเขานะ เจสัน ไปช่วยเขาที "  ช่วยเรอะ เด็กอย่างนั้น ต่อให้หลงไปอยู่ในยุคไดโนเสาร์ก็ไม่ตายหรอก คนที่อยากได้ความช่วยเหลือน่ะ ตรงนี้ต่างหาก 

"เดี๋ยวสิ ผมถูกตามตัวโดยสภายุติธรรมอยู่นะ แค่นี้ก็แย่พอแล้ว จะให้ตามหาเด็กอีก...ผม "

"เจสัน ฉันช่วยเธอทุกครั้งรึเปล่าเวลามีปัญหา"  ผมพูดไม่ออกน้ำเสียงทาเลีย เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก ผมไม่อยู่ในฝ่ายที่จะต่อรองอะไรกับเธอได้ซะด้วย ทาเลียข่วยผมทุกครั้ง โดยแทบไม่ต้องร้องขอ หากไม่ได้เธอ ป่านนี้ผมอาจจะยังนอนอยู่ข้างถนน ความทรงจำขาดหาย เป็นใครก็ไม่รู้ เพราะทาเลียผมถึงจำทุกอย่างได้ และเพราะทาเลีย ผมถึงได้รู้ว่าบรูซไม่เคยคิดแก้แค้นให้ผมเลยแม้แต่น้อย

" ผมสำนึกในบุญคุณคุณเสมอ ทาเลีย แต่ว่า"

"ไม่มีแต่ เรื่องสภายุติธรรม ฉันจะจัดการเอง ท่านพ่อหายตัวไป เพราะฉนั้นฉันเลยมีสิทธิ์แทนเขาทุกอย่างใน the leaque of shadow เรื่องที่ซ่อนของเธอฉันจัดการเอง ตอนนี้เธอต้องไปตามหาเขาให้ฉัน" 

ผมตอบรับ ไม่มีทางเลือก ยังไงซะเรื่องหนีจากสภา ผมก็คิดจะขอความข่วยเหลือจากเธออยู่แล้ว

 หลังจากนั้นเราคุยกันอีกนิดหน่อย ทาเลียบอกว่ามันสำคัญกับเธอแค่ไหนหากดาเมียนเป็นอะไรไป และเพราะราสไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้น เธอเลยยิ่งกังวลกลัวว่าพ่อของเธอจะยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะใช้ร่างดาเมี่ยนสังเวยวิญญาณตัวเอง ผมถามเธอว่าทำไมไม่ติดต่อไปหาแบทแมน เธอบอกว่าเธอทำแล้ว ดาเมี่ยนไปหาบรูซ แต่แค่แวบเดียวก็กลับไปโดยไม่มีใครรู้ ผมถอนหายใจ ดาเมี่ยนเหมือนผมในแง่หนึ่ง เรามีพ่อ ที่ไม่เคยต้องการเรา เหมือนๆกัน เมื่อคุยจบ ทาเลียเงียบไป แต่ยังไม่วางสาย เหมือนมีอะไรจะพูด ผมปล่อยความเงียบไหลผ่านระหว่างเรา รอให้เธอพูดอะไรซักอย่าง

"..... เจสัน บอกฉันสิว่าเธอฆ่าเขาไม่สำเร็จ"   เธอถาม น้ำเสียงอ่อนลง ผมเงียบแทนคำตอบ

"ขอบคุณพระเจ้า"

"ผมนึกว่าคุณอยากให้ผมทำสำเร็จซะอีก"

".....เปล่าเลย เธอตายแน่ ถ้าเธอฆ่าซุปเปอร์แมนได้ บอกตามตรง ฉันกังวลแทนเธอ แต่ฉํนจะไม่ห้ามเธอ มันเป็นทางเลือกของเธอนี่" 

"ขอบคุณครับ"  ที่ปลายสายผมรู้สึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของเธอ แม้จะไม่ได้พูดอะไรซักคำ แต่ทาเลียเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เป็นแบบนี้เสมอๆ ผมนึกขอบคุณที่มีเธอเป็นพันธมิตร

ผมบอกลา วางสาย สัญญาจะติดต่อไปหากได้ข่าวเรื่องดาเมี่ยน ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง อากาศเย็นข้างนอกระเบียงทำให้ผมปวดแผล เมื่อกลับเข้ามาพบว่าเจ้านั่น เดินพล่านไปทั่วเห็นแล้วมันขัดหูขัดตาชมัด ผมสบถ  ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหนาย พยายามหันไปสนใจคอมพิวเตอร์ มองหาข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการตามหาตัวดาเมี่ยน ทั้งที่ใจจริงเหนื่อยสายตัวแทบขาด แถมไอตัวดำๆที่เดินว่อนไปมามันกวนอารมณ์ใช่ย่อย ผมเลยไล่เขาให้ไปอยู่อีกห้อง  ทว่าไม่นานเท่าไหร่ เสียงเรียกน่ารำคาญก็ดังขึ้นอีก คราวนี้ ร้องหาเสื้อผ้า
 .... อีกแป้ปนึง เขาจะร้องหิว ด้วยมั้ย ผมต้องชงนมให้เขารึเปล่า ผับผ่าดิ  นี่ผมต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง  ผมเดินตรงไปหาเขา ก่ะจะหาที่ระบายอารมณ์ แต่ก็ต้องยืนนิ่งเมื่อเขาถอดหน้ากากออก
     ตรงหน้าเป็นแค่เด็กวัยรุ่น อายุน่าจะพอๆกับผม   คิ้วเข้มสีดำขมวดเข้าหากัน เหมือนอยากบ่น แต่พูดอะไรไม่ได้ ทว่าไม่ใช่หน้าตาคมคายหรืออายุเขาหรอก ที่ทำให้ผมตกใจ แต่เป็นเค้าหน้านั่นต่างหาก  มันคุ้นมาก  บางอย่างในโครงหน้านั้น เหมือน บรูซ เวย์น อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็มีอะไรซักอย่าง ....

    "หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ" เขายกมือที่ใส่ถุงมือลูบหน้าตัวเอง ผมรีบส่ายหัว  หันหลังไปที่ตู้เสื้อผ้า โยนเสื้อยืด กับเกงเกงยีนส์ให้เขา ... ก่อนจะชั่งใจ คว้าเสวตเตอร์เพิ่มไปอีกตัว เพิ่งผ่านหน้าหนาวมาเองนะ เสื้อยืดอย่างเดียวเอาไม่อยู่หรอกมั้ง
... อ้ะ เห้ หมอนี่เปนแค่เหลือบไรติดตามไม่ใช่เหรอ จะไปคิดอะไรมากว่ะ 

"เอ้า เอาไปซะ แล้วเลิกยุ่งกับฉันซะทีนะเฟ้ย!!!! "  ว่าแล้วก็รีบเดินหนีออกจากห้อง กลับไปที่คอมพิวเตอร์  รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ผมคิดไปเองล่ะมั้ง ว่าหน้าหมอนั่นเหมือนบรูซ อันที่จริงมันก็ไม่เหมือนซะทีเดียว ไม่สิ แค่มีความรู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมาเท่านั้น ยังไงหมอนี่ก็เป็นแบทแมนจากอนาคต ไม่แปลกหรอก ถ้าเขาจะเกี่ยวข้องกับบรูซ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมปัดความคิดเรื่องนี้ออกจากหัว อย่างที่บอกตอนนี้ไม่อยากจะคิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับแบทแมนทั้งนั้น

 ผมนั่งหน้าจอตามเรื่องต่างๆที่พลาดไป พลางสอดส่ายหาร่องรอยของดาเมี่ยน ที่ที่คิดว่าเด็กนั่นจะไป แต่จนปัญญา ผมคิดถึงดาเมี่ยน จะว่าไปผมเคยใช้เวลาอยู่กับเขาช่วงที่พักตัวอยู่กับ ราสอัลกูล ตอนนั้นผมความทรงจำหายไป ช่วงแรกผมได้แต่นั่งนิ่งเหม่อลอย ชื่อบรูซติดอยู่ที่ริมฝีปาก ทั้งวันผมเฝ้าพึมพำชื่อนั้นเรียกหาราวกับสวดมนตร์ ทั้งที่ผมจำอะไรเกี่ยวกับชื่อนั้นไม่ได้สักนิด ทว่าพอเห็นหน้าดาเมี่ยน ความทรงจำกระตุกวูบ เค้าหน้าที่เหมือนกันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกันของดาเมี่ยน เรียกบางสิ่งในตัวผมกลับมา ความทรงจำชัดขึ้นแต่ก็ไม่สมบูรณ์ซะทีเดียว กระทั่ง ทาเลียพลักผมลงไปในบ่อลาซารัสผมถึงจำได้ทั้งหมด

     นั่งอยู่หน้าคอมซักพัก แต่ไม่คืบหน้าไปไหนเลยซักนิด ในที่สุดก็เพลียจนทนไม่ไหว ผมถอดหน้ากากออก ฟุบหน้าลงกับโต็ะคอมพิวเตอร์ เหนื่อย เหนื่อยสายตัวแทบขาด  เหนื่อยจนอยากจะหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นอีกแล้ว

....... ทำไมถึงได้ยังมีชีวิตอยู่อีกนะ 

   ผมหลับตา หลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที หน้าของหมอนี่จ่ออยู่ตรงหน้า  จ้องหน้าผมที่ตกใจจนแทบตกจากเก้าอี้ 

"ห้ะ  ทะ ทำอะไรของแก !!!!"  ผมตวาด แต่แทนที่หมอนั่นจะหงอ เขากลับขำออกมา 

"แล้วนายอะ ทำอะไร? มานั่งหลับตรงนี้เนี่ยนะ"
 น้ำเสียงกวนประสาทสิ้นดี ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่คนอยู่อาศัยแท้ๆ

"กะ ก็ .... มันเรื่องของฉัน"   ลุกพรวดพราด ไม่พอใจที่หมอนี่อยู่ใกล้เกินไป  จนตัวเองชนโต้ะ ทำให้ไอบ้านี่ยิ่งขำเข้าไปใหญ่ โว้ยยยยย แขนยาวๆยื่นเข้ามาจะช่วยพยุง ผมถอยหนีก่อนที่จะถูกตัว แล้วก็เพิ่งเห็นว่าตอนนี้ไอบ้านี่ใส่แค่เสื้อยืดตัวเดียวกับกางเกงใน เห้ยย มันจะมากไปแล้วนะ

"นอกจากจะขี้เซาแล้วยังซุ่มซ่ามด้วยนะ"   ผมอึ้งกับมันจริงๆ ไอเหลือบไรที่แค่มาอาศัยอยู่เนี่ย มีสิทธ์อะไรว่ะ แล้วก็ ข้างล่างของนายทำอะไรซักอย่าง เซ่ !!! คำพูดแล่นพล่านอยู่ในหัว แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออก อยากจะตบกะโหลกตัวเองนัก

"ที่จริง ชั้นจะมาบอกว่า...กางเกงที่นายให้มามันคับอะ มีตัวที่ใหญ่กว่านี้มั้ย? คือ...ก็ไม่อยากจะรบกวนอะนะ....แต่....ใส่อะไรแบบนี้แล้วมันนอนไม่หลับ เฮ้ย! ทำหน้าอย่างนั้นทำไม? ชั้นพูดอะไรผิด?"  ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ผมยกมือลูบหน้าพยายามอดกลั้น อยากชกหน้าหมอนี่จังๆ ซักที แต่ไม่อยากถูกตัวมันตอนที่มีแค่กางเกงในแบบนี้หรอกนะ คนอะไรว่ะเนี่ย

  เขาเอียงคอ ก่อนจะนึกได้แล้วก้มมองตัวเอง แต่ แทนที่จะอาย หมอนั่นกลับยืนเฉยๆ ทำหน้าขำๆ เหมือนไม่มีอะไร !!

WHAT  THE  F *** !!!!

"กะ  แก้   เรื่องแค่นี้ไปหาใส่เอาเองซิวะ"  ผมตวาด เสหน้ากลับไปมองที่คอมก่ะว่าจะทำตัวยุ่งๆ แต่หน้าจอกลับว่างเปล่าด้วย ScreenSaver บัดซบ !! 

"อ้าว ทำงั้นแล้วเดี๋ยวนายต้องมาว่าชั้นทีหลังแน่ๆ" เขาพูดเกาหัวแกรกๆ แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเหมือนนึกสนุกอะไรได้ ก่อนจะ ลอยหน้าลอยตา.....พูดต่อ
 " แกมันแค่คนอาศัย รุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล ออกไปนอนข้างนอกเลยไป้...นายต้องพูดอย่างงี้แน่เลย"    น้ำเสียงกวนประสาทดัดเสียงล้อเลียนผมชัดๆ (เหมือนด้วย)

 โว้ยยยย ผมเก็บตัวอะไรมาวะเนี่ย 
"หาตัวใหม่ให้หน่อยสิ?"  ผมได้แต่อ้าปากค้าง ลมออกหู แต่นึกคำโต้ตอบเจ็บแสบอะไรไม่ได้ซักอย่าง ทำได้แค่กระแทกเท้าปึงๆ ไปคุ้ยตู้เสื้อผ้าหากางเกงให้มัน
ผมคว้ากางเกงสั่วๆ มันก็ไซส์เดียวกันทั้งนั้นแหล่ะ แต่ถ้าตั้งใจหาให้ก็ดูจะเสียฟอร์ม  ผมโยนกางเกงให้ร่างสูงที่ยืนชะโงกหน้าอยู่ด้านหลัง เขารับไปใส่ต่อหน้า

"พอใจรึยัง ห้ะ !!! "  ผมตวาดใส่  ให้ตายเหอะ ตอนนี้ผมควรต้องอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ หมอนี่มันส่วนเกินชัดๆเลย

"แกจะเอาเสื้อฉันไปหมดตู้ก็ได้  เอาเงินไปด้วยเลยยังได้ แล้วก็ออกไปหาที่อยู่เองไกลๆ เลยไป"  หงุดหงิดโคตรๆ

เขาเงยหน้ามองเมื่อได้ยินผมไล่ ก่อนจะนิ่งไป รอยยิ้มยียวนหายไปจากหน้า

"ก็ได้...."

ตอบด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

"ฉันไม่เอาอะไรจากนายทั้งนั้นแหล่ะ"

 ตาสีฟ้าจ้องผม กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะดึงเสื้อเสวตเตอร์ออกจากตัว 

"งั้น.... ฉันถอดคืนให้ก่อนแล้วกัน"

..... มือค่อยเลิกเสื้อยืดขึ้น   !!! 

"นายไล่ฉันสินะ" 

... มันจงใจแน่ๆ หมอนี่ค่อยๆ ดึงเสื้อยืดพ้นตัว

"ฉันไปหาที่อยู่ใหม่ก็ได้"

.... ท่อนบนเปลือยหมดแล้ว ไอบ้านี่ค่อยๆขยับมาข้างหน้าผม จ้องหน้า ทำหน้าลูกหมา ท่าทางกวนโคตรๆ ไม่แค่นั้นมือปลดกระดุม รูดซิบกางเกงเฉยเลย   ชิทททททททท 

"นายจะไล่ฉันไปจริงๆ เหรอออ "  

ยังจะถามอีกเหรอ  

"ฉันรู้ นายไม่ใช่คนใจร้ายอย่างนั้นหรอก" 

ใจร้าย ใจร้ายขนาดนั้นเลยแหล่ะ  แต่นี่มันคนละเรื่องกัน

 ผมถอยหลังไม่รู้ตัว เขาก้าวเข้ามาใกล้ ขึ้น มือจับอยู่ขอบกางเกง ทั้งกางเกงนอกและกางเกงใน  !!!   ทำท่าจะดึงลงอยู่รอมร่อ  
"ใช่มั้ย? "
 
รอยยิ้มซื่อๆ ที่ไม่ซื่อแม้แต่นิดเดียว หมอนี่ชักกางเกงลงต่ำลงทีละนิด ทีละนิด หมิ่นเหม่  จนน่ากลัว !!!!


เลวววววว

 

"หยุดดดด  หยุดเลย  ให้อยู่ก่อนคืนนึงก็ได้ว่ะ  แต่นอนข้างนอกนะเว้ย แล้วก็รีบๆ ใส่มันกลับขึ้นไปเลย"   ผมรีบพูด หันหน้าไปทางอื่น แค่แวบเดียว พอหันกลับมาไอบ้านี่แต่งตัวเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยยิ้มพออกพอใจบนหน้า

"ขอบใจนะ นายเป็นคนดีอย่างที่ชั้นคิดเลย"  ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้อีก กลับไปสู้กับซุปเปอร์แมนยังดีกว่าอยู่กับมันเลย บัดซบ

"แค่คืนเดียวเท่านั้นเว้ยย !! แล้วก็เปลี่ยนความคิดใหม่ด้วย ฉันไม่ใช่คนดีเลยซักนิด ฉันเพิ่งจะพยายามฆ่า ซุปเปอร์แมนลืมไปแล้วรึไง" ผมตวาดกลับ แต่คำตอบทีได้มาแทบทำให้ลมจับอีกรอบ

"ลืมแล้ว"  พร้อมกับรอยยิ้มแบบเดิม
 "นายไปนอนสิ....เหนื่อยไม่ใช่เหรอ"  ... น้ำเสียงห่วงใยแบบนั้นน่ะเก็บไปใช้กับคนอื่นเหอะ
"ชั้นจะ เอ่อ นอนหน้าห้องละกัน นะ?"   เหอะ ไอประโยคที่เหมือนคำถามนั่นนะ มันแน่อยู่แล้วว่าแกก็ต้องนอนหน้าห้อง ผมหันหลัง เดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนโยนให้ ...... อ้ะเดี๋ยวสิ แล้วผมส่งให้มันทำไมว่ะ จะดึงคืนก็ไม่ทันแล้วด้วย หมอนั่นรับไว้ทำท่าพอใจสุดๆ  ฟัก  ไม่บ่อยเลยที่ผมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ให้ตายเถียงกับบรูซหรือ ตีกับโรบิน ยังเหนื่อยน้อยกว่าซักล้านเท่า

"อย่าแตะต้องอะไรข้างนอกเด็ดขาดเชียวนะ "

"ด้วยเกียรติของลูกเสือ"    ไม่พูดเปล่ายกนิ้วสาบานด้วย   ไอปัญญาอ่อนเอ้ยย  ผมเริ่มเชื่อจริงจังแล้วว่ามันมาจากมิติของคนปัญญาอ่อน

"ฝันด.."    ปึง !!!! ผมกระแทกประตูใส่หน้า ก่อนที่จะจบประโยค ก่อนจะหันหลังพิงประตู ปวดหัวกับไอบ้านี่ 

---------------

อยู่คนเดียวอีกครั้ง ผมอาบน้ำ นอนแช่น้ำอุ่นซักพัก ทำแผลให้ตัวเองใหม่ทั้งตัว ....  แผลเก่ายังไม่หาย ด้วยซ้ำ ในโลกของการต่อสู้บ้าๆนี่ไม่มีคำว่าหยุดพักซินะ
หลังจากนั้นผมตรงเข้านอน สมองปวดระบม ผมยกมือขึ้นลูบท้ายทอย นิ้วมือสัมผัสรอยแผลเป็น หลายสิบ ที่หลังศีรษะ แผลที่โจกเกอร์กระหน่ำฟาดด้วยท่อนเหล็ก 
แผลพวกนี้คอยเตือนผม   ว่าอะไรๆ อาจจะแย่ไปกว่านี้ได้อีก ... 
เตือนว่าแบทแมน ไม่มีวัน ไม่มีทางจะช่วยผมได้อีกแล้ว ....กระนั้นผมก็ยังร้องเรียกชื่อเขา

ทำไมนะ

ความฝันเดิมๆอีกแล้ว  ใบหน้าโจกเกอร์ เสียงหัวเราะ  เสียงเหล็กฝาดกับเนื้อสดๆ  เสียงระเบิด

ความฝันเดิมๆ ผมติดอยู่ในโลงศพตัวเอง  ความมืดดำสนิทกดทับ ทั้งแคบ ทั้งมืด ไม่มีอากาศหายใจ

ผมตะโกน ร้องเรียก  ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

เรียกหาเขา เรียกหาแบทแมน

 ----------------------------------------------------------------

Sheck : ยาวมากมาย กรั้ก อะแฮ่ม ขอโทษกับความยาวของมันนะ (น้ำเสียงลามกแบบซุปเปอร์แมน 55 พักนี้ pervert ชอบกล )  คราวหน้าจะพยายามไม่ให้ยาวแบบนี้แล้ว ตอนนี้เขียนมันส์ไปหน่อย

เจรงๆ เขียนไรไม่ออกเลย แล้วก็ได้อีฟมาช่วยเป็นเทอรี่ให้ กรั้กๆ เทอรี่ได้ใจสุดๆ ภาคที่แล้วเจสัน เครียดมาเยอะแล้ว ภาคนี้ มารั่วกันดีกว่า สลับๆกันไป

Jason Todd 06 - Anything at all

posted on 07 Mar 2008 21:56 by dcdiary  in RedHood

 

 

 

ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมอยากให้เป็น

ทุกอย่าง เป็นไปตามแผน

เดธสโตรก กันแบทแมนออกไปห่างๆ ทิ้งซุปเปอร์แมนให้เป็นเหยื่อของผม

คริปโตไนท์กับไทเทเนี่ยมของเขายังช่วยหันเหความสนใจของซุปเปอร์แมนไปที่คริปโตไนท์ สิ่งเดียวที่เขาคิดว่าจะทำลายเขาได้

ผมโผล่ออกมาพร้อมมีดในมือ ซุปเปอร์แมนพุ่งเข้าหาผมทันที อย่างไม่รอช้า เพราะคิดว่าในมือผมไม่มีสิ่งที่เขาต้องระวังอีกแล้ว

ไม่ใช่แค่คริปโตไนท์หรอกที่ทำให้เขาอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความประมาทของเขาต่างหาก

ชายที่แข็งแกร่งช่างเปราะบางเหลือเกิน

อย่างที่บอก ทุกอย่างเป็นไปตามแผนทั้งหมด

แม้แต่ตอนที่ผมเงื้อมีดแทงเขาแล้วมีบางอย่างพุ่งขวับมาเบนวิธีมีดก็ตามที

 ถึงยังไงคมมีดของผมก็ยังคงพุ่งเข้าปักที่สีข้างของเขาจนมิดด้าม

 ซุปเปอร์แมนเบิกตากว้าง ก้มลงมองมีดที่เสียบค้างอยู่ที่ลำตัว สลับกับมองผม

Man of Steel ทรุดตัวลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นเลือดสีแดงข้นไหลทะลักออกมาจากบาดแผล สีแดงตัดสีฟ้าสดใสของชุดที่ใส่ โชลมพื้นเกรนิตให้แดงฉาน

ผมขอย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนทั้งหมด

.........จนกระทั่ง

 ผมมองมือตัวเองเปื้อนเลือดสีแดงฉานของบุรุษเหล็กตรงหน้า

 โลกทั้งใบของผมพลิกคว้าง ผมก้าวขาไม่ออกและไม่สามารถขยับตัวออกจากตรงนั้นได้

 บางอย่างในตัวกรีดร้องด้วยความทรมาน

  ผมยืนนิ่งมองทุกอย่างเหมือนภาพสโลโมชั่นในหนังขาวดำโบราณ  ดูเหมือนใครบางตรงเข้ามาช่วยชีวิตซุปเปอร์แมน  แบทแมน ? บรูซ ?

ไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นคนอื่น บรูซกำลังวิ่งตรงมาทางผม

 

รู้ตัวอีกครั้ง บรูซโผล่มายืนต่อหน้าผม แบทตาแรงของเขาปักลงบนแขนทั้งสองข้าง

 คนเดียวบนโลกที่มีความหมายกับผม จ่อปืนมาที่หัวผม พร้อมจะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ

ถึงตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจอีกแล้วว่าเลือดที่เห็นมากมายบนพื้นนั่นเป็นของซุปเปอร์แมน หรือของผมกันแน่

 ไม่ใช่บาดแผลบนแขนหรอกนะที่ทำให้ผมสับสน แต่เพราะความเจ็บปวดสาหัสจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ที่แล่นผล่านอยู่ข้างในนี้ต่างหาก ....

ผมหายใจไม่ออก ขยับไม่ได้ รู้สึกเหมือนใกล้ตายอีกครั้ง ผิดแค่ครั้งนี้ไม่มีแรงจะดิ้นรนหนีจากมันอีกแล้ว

บรูซ .... รู้รึเปล่า

 รู้สักนิดรึเปล่า ว่าผมรู้สึกยังไง .......

ผมหลับตาลงรอคอยให้เขาเหนี่ยวไก

 

 ตอนที่ผมตาย

 

ตอนนั้น คุณทำยังไงเหรอ บรูซ ??

 

คุณวิ่งเข้าหาโจกเกอร์แบบนี้รึเปล่า ??

 

 จ่อปืนที่หัวมัน เหนี่ยวไก เหมือนอย่างที่คุณจะทำตอนนี้รึเปล่า ??

 

หรือคุณแค่ฝังผมลงดิน ส่งมันเข้าตาราง

 

ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เป็นอย่างนั้นสินะ ?

 

ใช่มั้ย ?

 

ใช่รึเปล่า ?

 

บรูซ

 

ตอนนั้น . ...

 

 คุณรู้สึกอะไรบ้างรึเปล่า . . . . ?

 

 

----------------------------

 

( บทส่งท้าย )

 ในความเงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมปรารถนาเหลือเกินให้เขาเหนี่ยวไก แล้วจบทุกอย่างลงซะที

ทว่าเมื่อลืมตา ฉากโกลาหลยังคงไม่หายไปไหน บรูซผละจากผมไปแล้ว ไปหาชายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

 แผ่นหลังของเเบื้องหน้าของผม สั่นสะท้านด้วยความกลัวจะสูญเสีย

 ดูเหมือนซุปเปอร์แมนจะยังไม่ตาย ผมเบือนสายตาจากภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเต็มกลืน ก้มลงมองพื้น ที่พื้นปืนของผมตกอยู่ตรงนั้น

 ผมจ้องมองมันเหมือนไม่ใช่วัตถุบนโลกนี้

... เหมือนผมเลยนะ ที่ไม่ใช่ของบนโลกใบนี้อีกแล้ว

 ถ้าอย่างนั้น ควรจะหายไปสินะ ........

 

ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบปืนที่ตกอยู่ที่พื้น แต่แล้วฉํบพลัน ก็มีมือที่แข็งแกร่งจากไหนไม่รู้ กระชากผมให้ลุกขึ้นและดึงผมออกจากฉากทั้งหมดตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

ภาพตรงหน้าผลิกกลับ ร่างผมถูกยกลอยขึ้นจากพื้น

ก่อนจะรู้ตัวอีกที เขาพาร่างเราทั้งสองลงมายืนอยู่บนยอดตึก เดลี่ เพลเน็ท

 สายตาผมยังคงมองฉากที่พื้นข้างล่าง เหมือนคนเสียสติอยู่นาน ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาที่ผู้บุกรุก คนที่ทำอะไรตามอำเภอใจ

 

เขาใส่ชุดดำตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่าไอหน้ากากที่มีหูแบบนั้น .... แล้วก็สัญลักษณ์ที่อก แม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่คงไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้

 ค้างคาว ?

 

...... นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน

 

 "แกเป็นใคร?" ผมตะคอกถาม ไม่อยู่ในอารมณ์ อยากรู้อยากเห็นด้วยซ้ำ แต่หากหมอนี่ไม่ให้คำตอบที่เข้าท่าได้ละก็ ผมฆ่าเขาแน่

 

+++++++++++++++++++++++++++

Sheck : ง่ายไปมั้ย ? กร้ากก 

 จบ Season นี้ของ Jason แล้วน่อ เหอะๆ แค่อยากจะ Emo Emo ก่ะ Jason  เป็นครั้งสุดท้าย (จริงง่ะ ?)

เจอกัน Season หน้า เอิ้ก ๆ ปรับอารมณ์ไม่ทัน ใจนึงก็อยากเจสันบรูซ แต่ตอนนี้ หลังจากนี้ มุ่งหน้า สู่ SupBat เต็มสตรีม 55555 

Jason Todd 04 : Somebody Nobody

posted on 26 Feb 2008 00:09 by dcdiary  in RedHood

 

 

 

ตอนนั้น หลังจากผมฟื้นจากความตาย ผมนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลหนึ่งปีเต็ม บาดแผลสาหัสทั่วตัว ทั้งหมอทั้งพยาบาลต่างลงความเห็นว่าสมองผมกระทบกระเทือนอย่างหนัก และผมคงไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก ทว่าที่สุดแล้วขณะหลับลึกในโคม่า ผมฝันเห็นดวงตาสีฟ้าคู่นั้นในความมืด ความทรงจำถึงดวงตาที่อ่อนโยน กับฝ่ามือแสนอบอุ่น ดึงผมกลับสู่ผิวโลกอีกครั้ง ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาจากความตาย
....บรูซ เขาเป็นสิ่งเดียวที่ยึดผมไว้กับโลกนี้ หากไม่มีดวงตาที่จ้องมองผม หากตอนนั้นผมลืมเลือนเรื่องของเขาไปหมดสิ้น ผมก็คงไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว อันที่จริงหากไม่มีเขาผมก็ไม่รู้อีกแล้วว่าผมจะฟื้นขึ้นมาเพื่ออะไร

บรูซเป็นสิ่งจำเป็นหนึ่งเดียวบนโลกนี้ ดังนั้นตอนที่ผมพูดว่า เขาต้องเป็นของผม ผมจึงหมายความตามนั้นจริงๆ

มอร์เตอร์ไซด์ของแบทแมนส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งขณะผมเร่งความเร็วสุดขีดขับมันพุ่งทะยานใส่ราวสะพานกอทแฮม ชั่วไม่กี่วิที่จะชนราวกั้นผมดีดตัวลงกระโดดลงจากรถไถลไปตามพื้น แผลที่แขนครูดกับพื้นเจ็บจนต้องครางออกมาดังๆ รถนี่เป็นของบรูซแหงอยู่แล้วว่ามันต้องติดเครื่องติดตามของเขา คงไม่ฉลาดนักหากผมจะเอามันกลับไปยังที่กบดานด้วย

จากนี้จะเป็นศึกของจริงแล้ว ถ้าผมจะทำสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำ ผมต้องไม่ประมาทแม้ซักวินาที จากสะพานนั่นใช้เวลาราวครึ่งชมเพื่อไปยังโกดังเก็บสินค้าแถบท่าเรือเก่า ที่ซ่อนตัวของผม ตลอดทางสติเหมือนจะขาดผึงอยู่รอมร่อ มีแต่ความเจ็บร้าวไปทั้งตัวเท่านั้นที่ช่วยให้ยังคงสติอยู่ได้
หนาว แล้วก็เหนื่อยเหลือเกิน ผมหายใจ หอบเอาไอควันสีขาวพวยพุ่งจากลมหายใจร้อนระอุ อากาศในกอทแฮมเย็นเฉียบ บอกให้รู้ว่าหน้าหนาวยังไม่จากไปไหนไกล เมื่อมาถึงที่พัก ผมทิ้งตัวลงบนโต๊ะเหล็กแข็งๆ กลางห้อง จัดแจงถอดเสื้อผ้าตัวเองทำแผลใหม่ ผ้าพันแผลสีขาวที่อัลเฟรดทำให้ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเลือด นึกสบทด่าตัวเองที่ปล่อยใจให้นึกถึงความสะดวกสบายชั่วครู่ในแมนชั่นสุดหรูของบรูซ ความอบอุ่นในถ้ำค้างคาว หรือแม้แต่ความใจดีของอัลเฟรดที่ทำแผลให้ ก็ตัวผมตอนนี้มีแค่ตัวเองเท่านั้น ยิ่งโหยหาความอบอุ่นแบบนั้นเท่าไหร่ ผมยิ่งอ่อนแอ ลงเท่านั้น

ความเจ็บปวดสาหัสตอนทำแผลตอกย้ำให้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ผมสำรวจตัวเอง ภาพแฟลชแบคของความชั่วร้ายที่ผมทำกับบรูซย้อนกลับเข้ามาในหัว ร่างกายเร่าร้อนที่ผมรุกเข้าใส่ทั้งที่ไม่เต็มใจ สัมผัสตอดรัดแน่นรอบแก่นกายของผม ตอบสนองทุกจังหวะรักทั้งที่ใจปฏิเสธเต็มที่ ผมทำร้ายร่างกายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ผ่านมาผมอยากทำร้ายเขามาตลอด ผมอยากทำให้เขาเจ็บปวด ผมแค้นที่เขาไม่ใยดีผมแม้ตอนผมตาย ไม่กระทั่งคิดแก้แค้นให้ผม ผมอยากเห็นเขาเจ็บปวดสาหัส เท่ากับที่เขาทำให้ผมเจ็บ ทว่ายิ่งทำให้บรูซเจ็บปวดแค่ไหน ความมืดมนเลวร้าย กับสีแดงฉานของความเคียดแค้นยิ่งฉายชัดหลังเปลือกตา แต่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกคือความเศร้าไม่รู้ที่มา เจ็บปวดที่หัวใจ เหมือนมีมีดน้ำแข็งกรีดซ้ำที่กลางหัวใจมืดดำของผม มีดที่ผมรู้ดีว่าตัวผมเองเป็นคนถือไว้ในมือ ...... แต่ผมไม่มีทางจะวางมันลงได้ ... ไม่มีวัน จนกว่าเขาจะเป็นของผมโดยสมบูรณ์

หลังทำแผลเสร็จ ผมอณุญาตตัวเองให้นอนพักวันนึงเต็มๆก่อนจะเริ่มงานต่อ เรื่องกอทแฮมคงต้องพักไว้ก่อน เช้าวันต่อมา ผมเช็คข่าว เมื่อคืนมีการไล่ลาตัวโจกเกอร์ ข่าวว่าตำรวจสาดกระสุนใส่รถที่มันขับไม่ยั้ง แต่มันยังขับรถพุ่งชนรถตำรวจระเบิดเป็นจุล จากภาพที่ลงหนังสือพิมพ์ ยากที่ใครจะรอดชีวิตจากระเบิดแบบนั้น ...ทว่าเมื่อเพลิงมอดกลับไม่พบศพมัน ก็ดี ผมนึกขอบคุณพระเจ้าในใจที่มันไม่ตาย (หรือไม่ก็ยังไม่มีข่าวออกมาว่าตายแล้ว) ถ้าโจกเกอร์จะตาย มันต้องตายด้วยมือผมคนนี้เท่านั้น

ผมนั่งพิจารณาคริปโตไนท์ในมือ ขณะใช้คอมพิวเตอร์ สืบค้นข้อมูลบางอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าแค่ผลึกสีเขียวเล็กๆนี่จะทำให้คนที่อยู่ยงคงกระพันอย่าง Superman อ่อนแอได้ ทว่ามันง่ายเกินไป มีวายร้ายนับร้อยที่ได้คริปโตไนท์มาไว้ในมือ แต่ก็ยังทำอะไร Superman ไม่ได้ ผมต้องการอย่างอื่นอีก บางอย่างที่มีพลังมากกว่าคริปโตไนท์ แล้วก็บางที ... คนร่วมงานดีๆซักคน พอนึกถึงตรงนี้ชื่อ เลกซ์ ลูธอร์ก็ปรากฎในหัว ผมพยายาม แฮค เจาะเข้าไปในไฟล์ส่วนตัวของลูธอร์ ทำทุกอย่างที่ทำได้ ตามที่ บาบาร่า เคยสอนผม แต่เปล่าประโยชน์ เหมือนพยายามเจาะเข้าไปในกำแพงเหล็กด้วยไม้จิ้มฟัน ....ก็ควรอยู่ หมอนั่นเป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐ ถ้าโดนแฮคง่ายๆ เอมริกาคงไม่รอดถึงทุกวันนี้ ต่อให้มีฮีโร่ทั้ง JL คอยปกป้องก็เหอะ ผมใช้เวลากับมันเกือบทั้งวัน ไฟล์ที่ได้มาเป็นเพียงไฟล์ของบริษัทที่จัดส่งสินค้าและพัศดุที่ลูธอร์ใช้บริการ บันทึกรายการขนส่งทรัพย์สินยาวเหยียดเป็นหางว่าว ..... ผมคลำไล่ดูทุกรายชื่อ เกือบจะตัดใจอยู่แล้ว จนกระทั่งที่อยู่ กับ ชื่อบางชื่อ ปรากฏขึ้นหน้าจอ
เลขที่ 89 เอฟเจ สตรีท บลัดฮาเวน ?
S. Wilson
...........
......บิงโก แทบไม่ต้องคิดเพิ่มเติม ของที่ส่งระบุเป็น เคมีภัณฑ์ จัดส่งในกล่องตะกั่วอย่างดี คริปโตไนท์อย่างไม่ต้องสงสัย

ผมยิ้มกับตัวเอง ติดต่อไปหาเขาทันที ก็ดีถ้าได้ทำงานกับคนที่รู้จัก และยิ่งดีถ้าได้ทำงานกับคนที่คุณรู้จุดอ่อนของเขา

"ฮัลโหล" เสียงทุ้มต่ำดังมาตามสาย น้ำเสียงกระชาก บอกอารมณ์ไม่รับแขกเต็มที่

"สวัสดี เดธโสตรก......." ผมเรียกชื่อในวงการ เสลดนิ่งไปครู่หนึ่ง แปลกใจล่ะมั้งที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อที่ทิ้งไปนาน

"นั่นใคร?"

" เด็กเวรที่คุณอวยพรวันตายให้หลายวันก่อนไงครับ"

เสียงพ่นหายใจทางโทรศัพท์ ฟังดูหงุดหงิดเต็มที่ "ต้องการอะไร"

"ก็สิ่งเดียวกับที่ คุณต้องการนั่นแหล่ะ Superman ตาย เพราะงั้นมาร่วมมือกับผมดีกว่า "

เสลดเงียบซักพักผมนึกว่าเขาจะถามว่าผมรู้ได้ยังไง แต่คำถามกลับเป็นอย่างอื่น

"ทำไมฉันต้องทำงานกับแก" ผมยิ้มนึกดีใจที่เขาถาม

"เพราะคุณสัญญาจะเลิกฆ่าแล้วเสลด ถ้าดิ้กรู้เรื่องที่ว่าคุณวางแผนฆ่า Superman เขาจะว่ายังไงนะ "

ผมต่อรอง รู้ดีว่าเสลดเลิกรับงานฆ่าไปแล้ว เพราะดิ้ก เกรย์สัน แต่ถ้าเขาจะฆ่าใครซักคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Supermanด้วยแล้ว เรื่องนี้ต้องมีที่มาที่ไม่ธรรมดาแน่ แต่ผมจะสนใจทำไม ดีเหลือเกินที่อีกฝ่ายมีข้อต่อรองที่ผมแทบไม่ต้องลงแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ ชายสูงวัยเ เงียบไปอีกพักใหญ่

"ผมแค่ต้องการให้คุณช่วยเท่านั้น คุณไม่ต้องลงมือฆ่าเองด้วยซ้ำ ผมจะทำเอง คุณไม่ได้ฆ่าใครไม่ผิดสัญญากับดิ้ก ส่วนSuperman ตายแบบที่ผมต้องการ Win-Win Situation จริงมั้ย"

"......."

"ว่าไง ตกลงรึเปล่าครับ?"

"... ฆ่า Superman เด็กอย่างแกเนี่ยนะ"

"ผมมีแผนแล้วกัน"

"ฉันฟังอยู่นี่ไง"

" พูดทางโทรศัพท์ไม่ได้ ไปเจอผมที่สวนสาธารณะในเมโทรโปลิสพาร์ค อีกสี่วัน เจอกันที่หน้ารูปปั้นหมอนั่น"

"ไม่"

".....????"

"ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น ทอดด์ มะรืนนี้ มะรืนนี้นายมาหาฉํน แล้วเราจะคุยกัน"


"........ตกลง"


ผมยอมรับข้อตกลงของเสลด กับคนอย่างเขา ห้ามต่อรองเกินความจำเป็น ถ้าไม่ก็คือไม่ ตกลงคือตกลง ไม่มีตรงกลาง ไม่มีข้อแม้ที่ทำให้รำคาญใจ
มะรืนนี้ ทั้งที่ทั้งตัวยังระบมจนแทบลุกไม่ขึ้น แถมไอไข้ตัวร้อนบ้าๆ นี่ยังไม่ยอมลดซะอัก ฟักเอ้ย แต่ผมไม่มีเวลาให้โอดครวญอีกแล้ว ของที่จะใช้ทำลาย superman นอกจาก คริปโตไนท์แล้ว ยังมีอีกอย่างที่ฆ่าเขาได้

 

ข้อดีของการเดินทางข้ามโลกในมิติต่างๆ คือคุณได้รู้อะไรมากขึ้น ความรู้ทั้งหมดไม่มีทางสูญเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่กี่ชั่วโมงในห้องสมุดของ Doctor Fate ชายลึกลับที่เป็นยอดอัจฉริยะด้านเวยท์มนตร์ ทำให้ผมรู้มาว่าไม่มีสิ่งใดที่อำนาจเวทย์มนตร์ดำลึกลับ กับคำสาปแช่ง เอาชนะไม่ได้ ไม่แม้แต่ Superman ผมเดินทางข้ามประเทศไปยังโรมาเนียด้วยเครื่องบินเจททันที (ขอบคุณ ทาเลียกับทุนไม่อั้นยามต้องการ) บาดแผลเจ็บแปลบสลับกับอาการปวดหัวเป็นระยะ เหมือนกับประท้วงที่ผมไม่ยอมพักอยู่เฉยๆ แต่ใครจะอยู่เฉยได้ ผมมีเวลาแค่สองวัน ไปเอาอาวุทที่ว่ากันว่าเป็๋นหนึ่งในโบราณที่สุดในโลก Dagger of Torxus กริชโบราณลงอาคมที่ว่ากันว่าลงมนตร์ดำด้วยปีศาจเอง แม้แต่ Doctor Fate ยังพูดถึงไว้ในหน้าหนึ่งในบันทึกของเขา ในอีกมิติที่ผมไปมา วันเดอร์วูเมนฆ่า Superman ที่เสิยสติคุ้มคลั่งของโลกนั้น ด้วยมีดนี่แหล่ะ เพราะงั้นในมิตินี้ คงไม่ต่างกันนัก การเดินทางไปเอาอาวุทที่ว่า ง่ายยิ่งกว่าง่าย มันอยู่ในโบสถ์เล็กๆในกลางเมือง ไม่มีใครให้ความสำคัญ แทบไม่มีใครรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ ..... เหมือนผมสินะ ไม่มีใครรู้ว่ามีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ ไม่มีใครรู้ จนกว่าจะสร้างความเสียหายอันน่าสะพรึงกลัว ....

................................

ผมหลับบนเครื่องบินไม่กี่ชั่วโมง อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ผมเกลียดการขึ้นเครื่องเข้าไส้ ฝันร้ายในโลงศพ กับตัวตลกหัวเขียววาบเข้ามา เป็นพักๆ เหมือนเช่นเคย ฝันร้ายที่ผมหนีไม่พ้น ..... ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเครื่องแตะถึงพื้นแล้ว พรุ่งนี้ผมต้องไปพบเสลด มะรืนนี้ ...ผมต้องฆ่า Superman

คิดถึงตรงนี้ ผมไม่รู้อีกแล้วว่าผมทำอะไรอยู่ รู้เพียงแต่มีชายที่ผมต้องฆ่า เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ .....

เพื่อที่จะได้เป็นใครซักคน ... ใครซักคน ของเขา

Jason 04: These bones

posted on 03 Feb 2008 23:24 by dcdiary  in RedHood

 


 

For these bones
Shudder all night long
The hammer drops
Another scar
For these bones
But I know
They're only my second home.



-----------

โลงนี่ล้อค ผมได้ยินเสียงคลิ้กเบาๆ ตอนที่มันปิดลง ใส่หน้าผม


ตอนแรก ผมตะโกนด่าไอเวรนั่นจนเสียงแหบแห้ง คำหยาบทุกคำที่นึกขึ้นได้ในหัว
 แต่ยิ่งตะโกนเท่าไหร่ ความเงียบอีกระดับยิ่งอัดกระแทกเข้ามาหาผม จนมีแค่เสียงตัวเองก้องอยู่ในหัว กับเสียงดินตกใส่โลงเป็นระยะก่อนจะค่อยๆ ห่างไกลไปเรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเงียบสนิท

 ทว่าตัวผมยังไม่หยุดตะโกน .... ตัวผมที่สั่นอย่างควบคุมไม่อยู่

ผมอยู่คนเดียว ลึกหกฟุตใต้ดิน ไม่มีใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ นอกจากไอ - ่า นั่น

ความมืดดำสนิทฉับพลันจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วตัวเองหลอกหลอนผม ความรู้สึกที่บีบอัดจากรอบด้านเหมือนฝันร้ายที่เป็นจริง

ไม่เอานะ  ไม่เอาอีกแล้ว .....

 ความเจ็บปวดที่ไหลผล่านทั่วร่างจากของมีคมที่บาดลึก และแรงระเบิด เทียบไม่ได้เลยกับความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ความกลัวเหมือนสัตว์ร้าย มันกัดกินเนื้อหนังผม เข้าไปถึงกระดูก ก่อนจะครองร่างผม จนผมไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป

ผมหายใจถี่เร็วขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเต้นแรง อากาศก็น้อยลงทุกที อาจจะไม่น้อยลงเร็วขนาดนั้น แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะไม่มีอากศจะหายใจแล้วด้วยซ้ำ  ในนี่ก็แคบยิ่งกว่าแคบ แถมยังเหมือนจะแคบลงได้เรื่อยๆ รู้สึกราวกับผนังทั้งสี่ด้านกำลังบีบอัดเข้ามาขยี้ร่างผมให้แบน ความคิดดังกล่าวส่งความรู้สึกเย็นยะเยือกไล่ขึ้นมาถึงต้นคอ

ความกลัวที่แคบของผม มันร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆหลังจากตื่นขึ้นมาครั้งก่อน จนระยะหลังนี้แม้แต่อยู่นิ่งๆใต้ผ้าห่มยังทำให้ผมคลั่งได้ แล้วนี่ล่ะ ติดอยู่ในโลงของตัวเอง อีกครั้ง !!!!!

ต้องไม่ตะโกน ต้องไม่กรีดร้อง  ทั้งที่หายใจแทบไม่ออกแล้ว แต่ไอร่างกายที่สั่นรุนแรงนี่มันไม่ฟังเอาซะเลย

"ห้ะ......"

"ช่วยยยด้วยยยยยยยยย ใครก็ได้ !!!!!!!!!!"  

เสียงสั่นเครือที่ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นของตัวเองกำลังตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ ผมรู้สึกตัวแล้วรีบยกมือปิดปาก  ถุงมือหนังสีดำถูกคมมีดบาดเข้าไปถึงเนื้อ  รู้สึกถึงความอุ่นของเลือดตัวเองที่ไหลลงมาจากมือ หยดลงตามแก้ม พร้อมกับน้ำตา ที่ไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้

ผมพยายามแล้วนะ พยายามไม่ตะโกน พยายามทำใจเย็น คิดหาหนทาง แต่เปล่าประโยชน์
ผมกัดฟันแน่น  มือสองข้างทุบฝาโลงไม่ยั้ง เหมือนโง่เง่า ทั้งที่มีมีดเก้านิ้วอยู่ในกระเป๋า กับปืน แถมระเบิดด้วยเอ้าแต่ผมกลับคิดอะไรไม่ออกซักอย่าง

เล็บตัวเองจิกตะกุยผ่านเนื้อผ้าที่บุโลงก่อนจะพบกับของแข็ง ที่ผมยังดันทุรันขูดมันด้วยเล็บเปล่า อย่างไร้สติ ความเจ็บปวดกินทุกส่วนของร่างกายจนต้องร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"แบทททแมนนนนนน   แบทแมนนนนนน ช่วยด้วยยยยยย ฮึก...."  
 
ในท้ายที่สุดแล้ว ผมยังคงเรียกชื่อเขาอีกหรือนี่  นี่ผมหวังให้เขาช่วยอีกเหรอ โง่แท้ๆ
บรูซไม่อยู่ที่นี่ แบทแมนไม่อยู่ที่นี่ ไม่อยู่ ไม่เคยอยู่ แล้วผมคิดถึงเขาทำไม เขาช่วยไม่ได้ ไม่เคยช่วยได้   

ไม่มีใครอยู่ที่นี่ มีแค่ผม ในโลงศพของตัวเอง  

ความมืดมิด ความหนาวเย็น ความปวดร้าว

ผม ... มีแค่ตัวคนเดียว

 .....อีกครั้ง

และเหมือนครั้งที่แล้ว

ไม่มีใครอยู่ที่นี่ ไม่มีใครช่วยผมได้  ไม่มีเลย......

.
.
.
.
.
.
.
ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่ไม่รู้  ตื่นขึ้นมาอีกทีด้วยความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัว
ผมนึกก่นด่าพระเจ้าและอะไรก็ตามที่ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาในความมืดนี่อีก
ทำไมถึงยังไม่ตายอีกว่ะ ลมหายใจที่หอบถี่ของตัวเอง ตอนนี้กลับแผ่วเบาลงจนผมแปลกใจ แต่ก่อนที่ผมจะเริ่มชั่งใจว่าควรจะใช้ปืนกับตัวเองซะตอนนี้ ก่อนที่ความรู้สึกหวาดกลัวเหมือนนรกนั่นจะกลับมาอีกดีมั้ย
ผมได้ยินเสียงข้างนอก เสียงทุบ ดังๆ ตามด้วยเสียงของแข็งกระทบกัน

มีคนอยู่ข้างนอกนั่น !!!!!
  ช่วยด้วย....
ผมอยากตะโกน แต่ไม่มีเสียงอีกแล้ว  ลำคอตอนนี้เหมือนมีเข็มซักพันเล่มค้างอยู่ในคอหอย รสเลือดอวลอยู่ในปากน้ำลายเหนียวข้น ผมหายใจฝืดฝาด เอื้อมนิ้วมือที่แทบไม่มีเล็บเหลืออยู่ ทุบโลงอย่างหมดแรง

บรูซ ....  แต่จะเป็นไปได้ยังไง ก็เขา .... ก็ผม.....  


แสงสว่างของไฟฉายเป็นสิ่งแรกที่รู้สึก ผมยกมือที่ยังคงมีเลือดไหลลงมาตามแบดแผลขึ้นป้องตาทั้งที่แขนชาจนแทบขยับไม่ได้

"พระเจ้า  เจสัน !!!!"  เสียงอุทานที่คุ้นเคยอย่างประหลาดหลุดจากปากร่างที่ยืนอยู่เหนือหลุม

ไนท์วิงยืนอยู่ข้างบนมองลงมาที่ผม ปากอ้าค้างเมื่อเห็นสถาพผมก้นโลง ... คงดูทุเรศมากใช่มั้ย

พี่ชายกระวีกระวาดโดดลงมายืนเหนือโลง เขาซ้อนมือมายกหลังหัว พยายามช่วยพยุงตัวผมขึ้น แต่ผมกลับปัดมือเขาออกด้วยแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด  "..อย่า แตะ"  ผมเค้นเสียงขู่ฟ่อ ดิ้กผงะก่อนจะขมวดคิ้ว

"..... ยังจะทำเก่งอีก" เขาสอดมือซ้อนแขนผมทั้งสองข้าง พยายามลากผมขึ้นมาจากหลุมศพ คราวนี้ไม่เบามือ ผมพยายามยันขาส่งแรง แต่มันไม่มีแรงเอาซะเลย ความเจ็บปวดไหลทะลักกลับมาอีกครั้ง  ไหล่ผมน่าจะหัก พระแรงกระแทกตอนที่ตกลงมา รวมกับแรงระเบิด

"เสลด ช่วยที" เสียงดิ้กตะโกน หน้ากากสองสีชะโงกหัวก้มลงมาดู  ห่ะ เดธสโตรก ไม่เอานะ  
" นายมีอะไรจะถามมันไม่ใช่เหรอ ก็ถามๆ ไม่เห็นต้องลากขึ้นมาเลย" เดธสโตรกเกาหัวแกรกๆ
"เสลด !!!"
"ก็ได้ๆ " เขาตอบก่อนจะโดดลงมายืนคร่อมผม ไม่รู้ว่าผมหูฟาดรึเปล่า แต่เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ดังลอดออกมาจากหน้ากากสองสีนั่น  เขาช่วยกับดิ้กพยุงผมขึ้นลากผมออกจากหลุม มือใต้ถุงมือหนังของเสลดกดเข้ามาที่บาดแผลผมอย่างจงใจ ให้ตายหมอนี่ต้องยังโมโหเรื่องที่ผมเคยไปฟัดกับดิ้กในนิวยอร์ก ด้วยชุดไนท์วิง แน่
ทั้งสองลากผมออกจากหลุม มาพิงป้ายหลุมศพตัวเอง นางฟ้าเงยหน้าสวดขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้า ......เปล่าประโยชน์น่า
พระเจ้าไม่รักผมหรอก

" โอ้ย..." ผมโอดครวญ ก่อนจะรีบเงียบ ไม่อยากให้หมอนี่เห็นความอ่อนแอของผม ไม่อยากให้เห็นผมในสภาพนี้ แต่เหมือนรู้ทัน ดิ้กรีบลงมานั่งข้างๆผม เขากดเศษผ้าจากเสื้อผมลงบนแผลที่ไหล่  
.....  อย่ามาทำใจดีได้มั้ยเนี่ย !!!!

ผมรีบดึงผ้าจากมือดิ้กมากดห้ามเลือดเอง

"โจกเกอร์?"   ดิ้กถาม .....จะเป็นใครได้อีกเล่า ผมพยักหน้า
"หมอนั่นคิดว่าตลกดี ถ้าได้ส่งฉันลงโลงอีกรอบวันนี้" ผมพูดกัดฟัน
"ฉันก็ว่าตลกดีนะ" เสลดรีบเสริม ดิ้กกระแทกขอศอกกระทุ้งเขา

"แบทแมนหายไป และฉันคิดว่านายรู้เรื่องนี้"  ดิ้กพูดเข้าเรื่องในที่สุด  เขามองผม และสาบานได้ผมอยากปาดคอตัวเองนักที่ดันถอดหน้ากากออก
 ผมเกลียดที่สุดที่เวลาที่พี่น้องของผมมองผมตรงๆโดยไม่มีหน้ากากปกปิดหน้า  บ้าเอ้ย

"ฉันไม่รู้" ผมตอบมองบาดแผลตัวเองที่ตอนนี้เลือดไหลซิบๆ ไม่หยุด

"เจย์ นายกลับมาไม่กี่วัน แล้วแบทแมนก็หายไป"  เวรเอ้ย  นี่หลักฐานอย่างเดียวที่นึกได้เหรอนี่ ตอนนั้นที่ ดูเอล่า เดนท์ หนึ่งในพวกไททันตาย ทั้งนาย กับ ทิมรีบปรี่มาหาฉัน บอกว่าฉันฆ่าหล่อน เพียงเพราะฉันไปป้วนเปี้ยนแถวที่เธออยู่ตอนที่เธอถูกฆ่า  ฟักเอ้ย พวกเวรนี่มองผมยังไงกันวะ (ถึงจะถูกก็เถอะ ที่คราวนี้ผมพาตัวบรูซไปเอง)

"แล้วไงเล่า ฉันไปเกี่ยวอะไรกับเขาละ" ผมโต้กลับ

"นายมันน่าสงสัยที่สุดแล้ว เจสัน"

"อา น่าสงสัยเหมือนกับตอนที่พวกนายโทษฉันว่าฆ่า ดูเอล่า เดนท์ซินะ ไม่มีหลักฐานอะไรซักอย่าง"

"....."

"นายเกลียดฉันดิ้ก แต่อย่าโทษฉันในทุกเรื่องได้มั้ย อ้อ จริงสิ นายเกลียดฉัน ตั้งแต่ตอนที่ฉํนเป็๋นโรบินเลยด้วยซ้ำ  แบทแมนน่ะ นายเกลียดที่เขาเอาฉันมาแทนที่นายสิท่า"

"นั่นมันเรื่อง !!!!"  ดิ้กผงะ เขาคงไม่คิดว่าผมจะเล่นไม้นี้ เขารีบหันไปมองเดธโสตรก ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ผมหัวเราะหึๆ ทั้งที่รสเลือดยังคงเข้มข้นในปาก

"อย่านึกว่าฉันไม่เห็นนะ สายตาที่นายมองเขาน่ะ ไนท์วิง หึ ไม่ใช่ผู้ช่วยแท้ๆ แต่ยังสะเออะเข้ามาแส่ในกอทแฮมทุกเรื่อง แค่ได้ทำงานข้างๆแบทแมนก็พอใจแล้ว งั้นสินะ ทำไมไม่ย้ายกลับเขามาซะเลยล่ะ"  ผมเล่นต่อ เบี่ยงความสนใจไม่ให้ดิ้กยุ่งกับเรื่องนี้ ได้ผล ดิ้กอ้าปากค้าง มือกำแน่นอยู่ข้างกาย โง่เอ้ย ปฏิเสธซักคำก็สิ้นเรื่อง .... แต่ปฏิกริยาหมอนี่ก็น่าสนใจไม่น้อยแห้ะ

"คิดถึงเขารึไง  เขาเก่งเนอะ ฉันยังจำเสียงนายครางใต้ร่างเขาได้อยู่เลย" ผมเล่นไปตามบท หรี่ตามองดิ้ก แล้วขอบอกว่า เรื่องที่ผมพูดเรื่องจริงล้วนๆ หึหึ ดิ้กกัดฟัน ทำหน้าไม่ถูก

"เมื่อก่อนตอนที่พวกนายฟักกันทุกอาทิตย์  ตอนนั้น นาย..."  เสียงฝ่าอากาศดังฟึบ ตามด้วยดาบเล่มยาวจ่อที่คอหอยผมก่อนที่ผมจะจบประโยค คราวนี้เป็นเดธโสตรก ผมได้ยินเสียงหายใจแรงขึ้นของเขาผ่านหน้ากากเหล็ก สาบานได้ว่าถ้าผมต่อประโยคต่อไปหมอนี่ต้องฆ่าผมแน่

"เสลด!!!!" ดิ้กรีบลุกขึ้น จับแขนเสลด เบี่ยงดาบออกจากคอผม แต่หมอนั่นสลัดมือดิ้กออก ...

"ไนท์วิง กลับ" ร่างสูงออกคำสั่ง

"แต่...."ดิ้กประท้วง

"ไม่มีแต่" เขาพูดลดดาบลงก่อนจะดึงแขนดิ้ก ลากให้พ้นตัวผม

ผมหัวเราะออกมา ทั้งที่แผลยังปวดเหมือนนรก หัวเราะให้กับความเยือกเย็นของนักฆ่าระดับเดธสโตรกที่เป็นศูนย์
 ฉับพล้น มีดเล่มยาวก็บินมาปักอยู่บนหินหลุมศพเฉียดลำคอผมไปไม่กี่มิล
"สุขสันตฺวันตายนะไอเด็กเวร" เขาพูดข้ามไหล่ ก่อนจะเดินลากดิ้กออกไปในความมืด

ฉันไม่ได้ตายวันนี้เว้ย สัด..... ผมกระซิบกับตัวเอง  ดูท่าทั้งสองคงมีเรื่องคุยกันนาน โชคดีของผมที่ ดิ้กโง่พอจะให้เสลดตามมาด้วย ...  หรือไม่หมอนั่นก็สลัดเสลดไม่ให้ตามมาไม่ได้ต่างหาก ผมรอนานจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น  
(อันที่จริงก็นานกว่าที่ผมจะกัดฟันลุกขึ้นยืนได้อีก ) ผมลากศพตัวเองกลับไปที่โกดังร้างอย่างทุลักทุเล มอเตอร์ไซด์ล้มคว่ำไม่เป็นท่าซักสามรอบ ทุกรอบผมนอนนิ่ง โลกทั้งใบหมุนขวับ ก่อนจะกระเสือกกระสนกลับไปที่รถแล้วขี่กลับ
ปาติหารย์ที่ผมกลับมายืนหน้าโกดังได้อย่างอัศจรรย์ในอีก สามชั่วโมงถัดมา

 .....บทอยากจะตาย ก็ตายยากเหลือเกินนะ

----------------------------
.
.
.
.
.
การยืนอยู่ตรงหน้าบรูซให้ความรู้สึกเหมือนมีคมมีดนับล้านวิ่งเข้ามาตัดเฉือนร่างผม บั่นให้หลุดจากกัน
ความเจ็บปวดเกินบรรยาย ใช่ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ผมเต็มใจอ้าแขนรับอย่างยินดี เวลานี้ผมลืมความเจ็บปวดของบาดแผลทั่วร่างไปหมดสิ้น เหลือแค่ความเจ็บปวดในใจจนแทบสำลัก เวลาอยู่กับชายคนนี้เท่านั้น

 ผมยืนตรงหน้าเขา ยิ้มออกมา

บรูซมองผมเลือดอาบร่าง เขาพูดอะไรซักอย่างแต่ผมไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว

ผมเดินกระเผลกอ้อมไปข้างหลังเขา ปลดโซ่ที่พันธนาการออก ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง  

ผมเหนื่อย.... 

 

---------

 

Sheck : หนูก็เหนื่อย ,,- -,, อือ คิดไว้ร้อยเปอร์เซนต์ เขียนออกมาได้แค่ หกสิบก่าเปอร์เซ็นต์เองง่ะ T_T

อยากเขียนฉาก ป๋าเจย์ แต่ต้องฝากน้องมุกและ อิอิ ใจดีก่ะน้องเจย์หน่อยน้า 

 

 

Jason 03 : Invisible Ink

posted on 25 Jan 2008 22:43 by dcdiary  in RedHood

 

 There's a haiku poem inside of my head
But the words are written in invisible ink
Now the world is changing
I can barely keep up
What was hot is over
What was down is not
Now Adam and Eve are trying to split up
And I can't take anymore
'Cause I just want you to love me

-----------------------------------------


---------------------------
นี่เป็นคืนที่สามแล้ว ที่ผมยังอยู่ใน เพนท์เฮาส์ หรูหราโอเวอร์ นี่

"พาฉันมานี่ทำไม" ผมถามขึ้นบนเตียงในคืนแรกที่เขาพาเรามาที่นี่

 "ก็นายไม่ชอบบนรถ" ผมแทบสะอึกกับคำตอบของเขา เรื่องนั้นก็จริงอยู่ ผมเกลียดที่แคบ สติแตกหากต้องติดอยู่ในลิฟ บนรถก็ไม่เว้น  ห่ะ ลองมาตื่นในโลงศพตัวเองบ้างเหอะ ทั้งคืนที่ผมขุดโลงตัวเองออกมาด้วยมือเปล่า  หลังจากนั้นที่แคบๆทำให้ผมสติแตกเสมอ อีกหนึ่งฝันร้ายที่ไอตัวตลกนั่นมอบให้ เตือนผมให้ฝังมันทั้งเป็น

ด้วย ถ้าผมได้จัดการมันละก็นะ .....

 หน้าต่างกระจกบานโตตั้งแต่เพดานถึงพื้นห้องฉายภาพก้อทแฮมทั้งเมืองเบื้องล่าง เมืองหลวงที่ยามค่ำคืนก็ยังดูสว่างไสว (แต่ถ้ามองใกล้ๆล่ะก็ ทั้งเมืองมืดมน สกปรก และเน่าเฟะสิ้นดี) ....
 
ผมนอนมองบรูซที่ยืนจ้องมองเมืองของเขาอยู่ข้างหน้าต่าง แสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ส่องให้ผิวสีทองของบรูซเหมือนจะเรืองแสงได้ พอจะเข้าใจสาวๆที่เดินตามเขาต้อยๆ ไม่ต้องมีเงินเป็นล้านมาข้องเกี่ยว แค่ร่างเปลือยครึ่งตัวที่อยู่ตรงหน้านี่ ก็ทำให้ผมแทบคลั่ง  แ-ง  ยิ่งผมเกลียดเขาเท่าไหร่ก็ยิ่งเกลียดตัวเองที่ต้องการเขามากขึ้นเท่านั้น .... ทั้งๆ ที่ผมควรจะอยู่ให้ห่างเขาให้ไกลแท้ๆ

"เฮ้ มานี่ที" ผมเรียกเขา กวักมือให้ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้
 "ยังไม่หลับอีกเหรอ ?"
ผมส่ายหัว เมื่อบรูซเดินเข้ามาใกล้พอ ผมคว้าแขนเขา ดึงลงมานอนที่เตียงก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นคร่อม
"ทำกันเถอะ...."

"ไม่เหนื่อยรึไง" บรูซเลิกคิ้ว  มือแกร่งสองข้างวางบนเอวผม นิ้วเรียวลูบสะโพกเบาๆ พอกระตุ้นให้ไออารมณ์ร้อน ที่โหมอยู่ในตัวผมพุ่งสูงขึ้นไปอีก "ไม่" ผมตอบโน้มตัวนาบริมฝีปากบนเรียวปากร้อนผ่าวของเขา ก่อนจะเลื่อนไปตามแก้มและคอ ได้ยินเสียงเขาครางเบาๆ เมื่อผมเบียดสะโพกเข้าหาเขา

"ทำมันทั้งวันทั้งคืนเลย" ผมพูดขึ้นริมฝีปากยังคงซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอ

 "เพราะว่าไม่พูดอะไรซักอย่าง" ผมกระซิบข้างหูบรูซ เขาดันตัวผมขึ้น มองหน้าเหมือนจะถามว่าผมพูดถึงอะไร
 "ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกันก็มีแต่นี่เท่านั้น" ผมตอบ ริมฝีปากของบรูซเม้ม ดวงตาสีฟ้าหม่นจ้องมองผมครู่นึงก่อนที่มือแกร่งจะเลื่อนจากสะโพกของผม เปลี่ยนมา ขยุ้มที่หลังหัวแล้วกดหัวผมลงมา

ประทับจูบรุนแรงดุดัน เหวี่ยงตัวให้ผมลงไปอยู่ใต้เขาแทน

 นั้นแหล่ะคำตอบของเขา ถ้าไม่สามารถพูดออกมาได้ ก็ระบายมันออกมาซะ

 ผมเองก็เหมือนกัน ถ้าให้เขาพูดมันออกมาถึงเรื่องที่อยู่ในหัว ถ้าให้พูดถึงไออาการเหม่อลอย กับสายตาที่มองผ่านผมไปแสนไกลนั่น ผมเองก็ไม่อยากรู้หรอก ในตอนนี้ ต้องการแค่ร่างที่โอบกอดผมไว้แบบนี้เท่านั้น เรื่องยุ่งยากปวดหัวอย่างอื่น อยากจะทิ้งมันออกไป

เพราะเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดบรูซ เป็นเวลาเดียวที่ผมสามารถลืมฝันร้ายบ้าๆ กับความแค้นที่สุมในอกไปได้ .... ถ้าเพียงแต่เขาจะกอดผมไว้  ...  ผมขอมากไปรึไง

.........................................

วันต่อมาผมตื่นด้วยกลิ่นหอมๆของอาหารเช้าที่บรูซทำ .... ที่จริงแล้วผมเกลียดกลิ่นขนมปังหอมๆในครัวตอนเช้าเข้าไส้ ... ทำไมนะเหรอ ใครจะไปต้องการความทรงจำของกลิ่นอาหารเช้าหอมๆในครัว ที่ทำให้นึกถึงบ้านที่ผมไม่มีวันจะได้กลับไปเหยียบอีกกันวะ  ห้องครัวสะอาดใน

คฤหาสณ์ เวย์น ...  อัลเฟรดในครัว ทำอาหารเช้าให้เราสองคน ก่อนจะขับรถไปส่งผมที่โรงเรียน ห้องครัวที่แสนอบอุ่นปลอดภัย ......   ทั้งหมดเหมือนเรื่องในความฝันที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง  ผมอยู่ไกลจากจุดนั้นซักล้านปีแสง .... ความจริงดังว่าทำให้กาแฟในมือขม กว่าความเป็นจริงหลายสิบเท่า (ถึงจะดีใจที่บรูซทำอาหารเช้าให้ก็เถอะ) 

ผมหยิบหนังสือพิมพ์ตอนเช้าขึ้นมาอ่านแก้หงุดหงิด ไม่ผิดหวัง ภาพประธานาธิบดี เลกซ์ ไอตัวแสบ จูบกับ นักข่าวบ้านนอก ทำให้แทบพ่นกาแฟออกทางจมูก ผมขำเรียกบรูซมาดู แต่เขากลับทำหน้าเหมือนจะตาย .... และนั่นอธิบายทุกอย่าง

อย่าทำหน้าแบบนั้นต่อหน้าฉันได้มั้ยว่ะ !!!!!

ทุกความจริงที่เขาเก็บงำอยู่ในหัวปรากฏชัดเจนอยู่บนหน้าเขา แต่ผมก็ยังถามมันออกมาอีก

  เ-ย เอ้ย ผมถามเขาทำไมว่ะ ผมไม่อยากรู้ซักหน่อย ผมไม่อยากได้ยินชื่อที่เขาเรียกหาตอนกลางคืนยามหลับ  ไม่อยากเห็นหน้าไอคนที่เขาเห็นขณะมองผ่านผมไปยังที่ไกลๆ นั่น ไม่อยากได้ยินคำยืนยัน หรือคำปฏิเสธใดๆ จากเขาแท้ๆ  แล้วผมถามเขาทำไมว่ะ !!!!!!! 

ผมตะคอกใส่บรูซ ตะโกนใส่เขา ขอให้เขาปฏิเสธ ซักคำหรือพูดอะไรซักอย่าง แต่เปล่าประโยชน์ บรูซกลับไปนิ่งเงียบ ก่อนจะขอโทษผม ......  ขอโทษ ทำไม ....!!!!!

หลังจากทุกอย่างทั้งหมดนี้ คำขอโทษ มันเปล่าประโยชน์ ทุกเรื่องที่นายทำไว้ ฉันไม่ให้อภัย ไม่มีวันให้อภัย

รอบตัวผมเป็นสีแดงอีกครั้ง  ....  เหมือนที่เคยเป็นมาตลอดต้งแต่ตื่นมาจากความตาย และได้รู้ความจริง ...  สามสี่วันที่ผ่านมาเหมือนเรื่องโกหกอีกเรื่อง ความฝันอีกอย่างที่มาคั่นกลาง ฝันร้ายไม่จบสิ้น แสงสว่างสั้นๆที่แวบผ่านเข้ามาแทรกสีแดงของความแค้น .... ตลกดีที่ผมต้องการมันเหมือนคนบ้า แสงสว่างริบหรี่นั่น ที่นายมอบให้เพียงชั่วครู่  ช่วยฉันทีเหอะบรูซ  ฉันหยุดตัวเองไม่ได้อีกแล้ว
.
.
.
.
.


ผมวางยาบรูซ ทำให้เขามึนงง เกินกว่าจะขัดขืนได้ บรูซเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นตรงหน้าผม

ผมเกลียดที่ต้องทำแบบนี้ แต่ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ผมต้องการเขา ไม่เคยต้องการใครมากขนาดนี้มาก่อน มีหลายสิ่งบนโลกที่ทำให้ผมหมดความอดทนง่ายๆ แต่มีไม่กี่อย่างหรอกนะที่ทำให้ผมเสียสติและควบคุมตัวเองไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือ คนตรงหน้านี่ ผู้ชายที่ดึงผมออกจากโลก

มืดของก้อทแฮม คนที่เหมือนพ่อ คนที่มอบโลกใหม่ที่สว่างไสว กับครอบครัวอบอุ่นที่ผมไม่เคยมี  ก่อนจะโยนผมกลับลงไปในความมืดอย่างเลือดเย็น

ผมเกลียดเขา แต่ก็ต้องการเขามากเหลือเกิน ผมก้มลงจูบเขาอีกครั้ง อ่อนโยนก่อน   ก่อนจะกัดริมฝีปากแดงระเรือ ของเขา จนเลือดซิบ ส่งลิ้นร้อนเข้าไปในปาก กระแทกจูบขยี้ริมฝีปากตัวเองเบียดเข้าหาเขา

เกลียด เกลียด ชะมัด แต่ก็ต้องการ เหมือนอากาศ เหมือนยา เหมือน .....

กระซิบบางอย่างที่หูเขา บรูซหายใจถี่ ดวงตาหรี่ปรือมองผมเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด

แหง ผมก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน

ผมดึงเสื้อเขาออกให้พ้นจากตัว ... ไม่สิไอยาที่ผมให้เขากินมันทำให้เขาขัดขืนไม่ได้มากกว่า เขาขยับตัวเหมือนจะหนีจากผม แต่ก็ทำไม่ได้ ร่างกายแข็งแกร่งใต้ร่างผมดิ้นรน พยายามจะครองสติ แต่ก็เปล่าประโยชน์ ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ผมก็ยิ่งกดตัวเขาหาเขาแน