GOD DAMNED HERO View my profile

Nightwing

How can you call 'A Happy Ending' ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องทั้งหมด มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
มันเกิดขึ้น ทั้งๆที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้

คนที่เจ็บ คนที่ถูกหลอกให้เชื่อใจ....จะมีใครเข้าใจไหมนะ

คนที่ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนซักที่ มีคนที่ตัวเองรักอยู่เคียงข้าง...

ผมจำได้ว่าผมเคยมีเวลาแบบนั้น...

เวลาที่ใครหลายๆคนหากได้รู้ต้องอิจฉา...
เวลาเหล่านั้นมันเป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ?....

 

 

--------------------------------------


เหมือนอากาศพุ่งผ่านเข้ามาในสมอง
ขี้เถ้าสีหม่นที่เหมือนมาขัดทางเดินหายใจ หายใจแทบไม่ออก...
ไม่มีแม้แต่เสียงลอดออกมา...

ความกระอักกระอ่วนใจนี่มันคือะไรกัน?


อยากอาเจียนมันออกมาให้หมด....
หากทำได้...ตับไตไส้พุงคงจะออกมาพร้อมกันรวดเดียว...

แสบตา...ทั้งๆที่น้ำตามันเจิ่งนองเต็มเบ้าแล้วแท้ๆ
อดสงสัยไม่ได้ว่า มันเป็นเลือดรึไงกันนะ?

 

.........

............

ผมเดินทางมาที่ตึกไททั่นส์ในบ่ายวันต่อมา
เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานก็อยู่ที่นั่น

แต่มันแทบไม่มีความหมายเมื่อได้ยินสิ่งนั้น...

การติดต่อมาจากสภายุติธรรมคราวนี้
มันเกี่ยวกับคนใกล้ตัวผม.......ใกล้มากๆ...

เขาทรยศผมงั้นเหรอ?...ไม่สิ เขาทรยศความไว้วางใจของผมงั้นเหรอ?.......

เดธสโตรค ตั้งใจจะฆ่าซุบเปอร์แมน.........


ทำไม.......ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น??

เขาเคยให้สัญญากับผม ว่าเขาจะไม่ทำ

เขาจะไม่ฆ่าใคร...ยิ่งถ้าเป็นคนของสภายิ่งไม่น่าจะใช่ใหญ่

แต่ กรีนแลนเทิร์น บอกผมแบบนั้น

........จะให้ผมเชื่อ?.......

ผมต้องออกไปเห็นด้วยตาตัวเอง....มันเป็นสิทธิ์ของผมใช่ไหม?
ที่ผมจะรู้ จะเห็น ในสิ่งที่คนคนนั้นทำ?

แต่เขาก็ห้ามไม่ให้ผมไป......

จะให้ผมทำอย่างไร?


บอกไป ใครจะเชื่อ?.......

ทุกคนต่อต้านเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขา......แล้วใครจะฟัง?????


หลังจากที่เรื่องราวเหล่านั้นผ่านเข้ามาในโสตประสาทของผม
ผมแทบทรุดลงไปกับพื้น

แต่ไม่....ผมเข้มแข็งพอ.....

 


แต่หลังจากนี้ล่ะ?.............

 

 

 

 

ถ้าทุกอย่างเป็นความจริง...ถ้าทุกอย่างเป็นเหมือนกับที่ผมไม่อยากให้มันจะเป็นล่ะ?....

 

ผมยังจะยืนหยัดอยู่ได้มั้ย?.........

 

 


อาเซนอล...เพื่อนของผม....เขายินดีที่จะไปเป็นเพื่อน
ดีเหมือนกัน....เอาให้รู้กันไปเลยดีกว่า ว่ามันเป็นยังไงกันแน่

อยากถาม....อยากรู้....ตอนนี้สิ่งที่ตอบสนองความต้องการและความอยากรู้ของผมได้...
มีแต่คำพูดของคนคนนั้นเท่านั้น........


แต่ไม่....ผมไปไม่ทัน...

พอผมไปถึง...ทุกอย่างก็จบลงแล้ว

ผมได้แต่ยืนห่างๆ

ตะโกนถามเขา....

แต่ไม่มีอะไรกลับมา........


....
....
........


ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?

ร้องไห้? ใช่สิ.......ผมเองก็ร้องไห้....

ทั้งๆที่ ไม่อยากจะร้องแล้วแท้ๆ...


ในชีวิตนี้ผมเจอเรื่องร้ายๆมามากแล้ว....

แต่ สวรรค์ยังกลั่นแกล้งผมได้ลงคอ....

 

ผมร้องไห้....หนักมาก....หนักที่สุดในรอบหลายปีมานี้

มันเป็นภาพที่อุจาด...ผมรู้....

ผมรู้ว่าเพื่อนของผม ยืนอยู่ข้างๆ....เขาพยายามปกป้องผมด้วยซ้ำ....

อยากจะขอบคุณเขา...หากไม่มีเขา ผมคงล้มไปแล้ว...

 

 

 

สเลดโดนทางสภาจับไป...ผมจะทำยังไง??....

 


ผมเชื่อไม่ลงว่าสเลดจะทำแบบนั้น...
ไม่มีใครรู้จักเขาดีพอเท่าผม...

 

แต่เมื่อผมจะเอ่ยปาก ก็ถูกหยามว่าตั้งใจจะช่วยเขาเพราะความสัมพันธ์ของเรา....

...
.......


....

 

งั้นเหรอ?....คนในสภาคิดได้แค่นี้งั้นเหรอ?....


ดีสินะ  หากทำได้แค่นี้กันล่ะก็......


"ผมลาออก! ลาออกจากการเป็นเอ้าไซเดอร์!! ลาออกจากการเป็นไนท์วิงค์!!"

ผมพูดในวันต่อมา....ต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าเพื่อนที่ดีที่สุดของผม....

 


"จะไม่มีคืนสำหรับไนท์วิงค์อีกต่อไป ไนท์วิงค์แห่งเอ้าท์ไซเดอร์...จะเป็นแค่เรื่องขำ
และนกแห่งบลัดเฮเว่นจะเป็นแค่ชื่อเท่านั้น...."


ผมประกาศกร้าว.....

และไม่คิดจะหันหลังกลับลำแน่นอน....


ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น...
ช่วยรอจนกว่าจะถึงวันนั้นนะครับ...สเลด....

 


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Nanaya :.....แอบสั้น...........ช้ำ....TAT

ทุกคนจบแบบแฮบปี้เอนดิ้ง แต่ดิ๊คเศร้า เขียนไปน้ำตาร่วงไป.....

ขอเหอะทุกโค้นนนนนนน 

me/ หนีไปนอนปลอบดิ๊ค TAT///


************************************************************

[Robin001]Nightwing007 : Beyond tomorrow

posted on 28 Feb 2008 00:51 by dcdiary  in Nightwing

 หลังจากเคลียร์ปัญหาที่เจอกับเจสันไปเมื่อคราวนั้น
ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปรกติ
ขาดเสียแต่ว่า ผมไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้
แบทแมนยังคงหายตัวไป

เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา
มองคนที่นอนอยู่ข้าง แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ทำให้อดยิ้มไม่ได้
แต่จะทำอย่างไรในตอนนี้ได้ เมื่อยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง
ผมพยุงตัวขึ้นจากเตียงให้เบาที่สุด
เมื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
ก็ทิ้งโน้ตลาไว้

ผมยังต้องกลับไปที่ถ้ำแบทแมน...

ผมไปถึงคฤหาสน์เวย์นในไม่กี่ชม.ต่อมา
น่าดีใจที่ผมพบว่า บรูซกลับมาแล้ว
ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา แต่อัลเฟรดยังออกมาต้อนรับผมด้วยความยินดีเหมือนทุกครั้ง
เขาว่าว่า บรูซ กลับมาในคืนนั้นเอง พร้อมกับเจสัน...

ผมถึงได้ว่าว่า เจสัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เค้าหายไป

แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออัลเฟรดเล่าว่าเมื่อเช้า ซุปเปอร์บอย หรือคอนเนอร์บุกเข้ามาที่นี่
ไม่นานนัก มันก็พิสูจน์ได้
บรูซเดินลงมาจากชั้ยบน กับรอยฟกช้ำบนใบหน้า
(อย่างน้อยคอนเนอร์ก็ไม่เอาเค้าตาย)
บรูซว่าว่า ที่คอนเนอร์มาที่นี่ เพราะทิมหายตัวไป
เรื่องนี้ไม่ตลก เพราะเหมือนผมจะเป็นคนท้ายๆที่ได้ติดต่อกับเขา

ผมเล่าให้บรูซฟังว่าทิมกับผมมาตามหาเขา

แต่เหมือนเขาจะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ผมพูดเท่าไหร่นัก
เขาลงไปในถ้ำพร้อมเปิดสัญญาณติดต่อไปที่ฐาน JLA

"ดีใจที่นายยังปลอดภัยนะแบทแมน"จอห์นพูด

"เรื่องนั้นไว้ว่ากันทีหลัง...มีข่าวจากโรบินบ้างไหม?"บรูซถาม

"เดี๋ยวจะเช็คให้"

อย่างน้อยทาง JLA ก็อาจจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะถ้าหากไม่เจอทิมในเร็ววันแล้วล่ะก็
คงต้องมีคนโดนต่อยมากกว่าหนึ่ง...

"มีรายงานมาว่า ซุปเปอร์บอย เจอเขาแล้ว..."จอห์นพูดขณะอ่านรายงานที่เข้ามา

โล่งอกที่เด็กคนนั้นไม่เป็นไร ถ้าเค้าเป็นอะไรไป ผมคงต้องรู้สึกผิดเอามากๆเป็นแน่
อย่างน้อยเขาก็เป็นคนคนหนึ่งที่ผมอาจจะเรียกได้เต็มปากว่า'น้องชาย'...

"แต่ดูเหมือนซุปเปอร์บอยจะพาเค้าไป แล้วยังไม่มีรายงานถึงเรื่องนี้..."

ถ้าคอนเนอร์พาทิมไป ก็ยังดีกว่าที่จะเป็นอื่น ผมคิด
เพราะอย่างน้อยหากเด็กคนนันบาดเจ็บ คอนเนอร์ก็ยังเป็นคนที่ปกป้องเด็กคนนั้นได้

"เดี๋ยวผมจะบอกให้เค้ามาขอโทษคุณ เพราะคุณไม่ผิด"ผมบอกกับบรูซ

"whatever..." เขาพูด

ผมจากมาไม่ลืมที่จะขอบคุณอัลเฟรดสำหรับอาหารเย็ และอวยพรให้แผลของบรูซหายไวๆ

เมื่อออกมาผมรีบติดต่อไปหาสเลดเพราะบ่ายนี้ผมต้องกลับไปที่บลัดเฮเว่น
เขาบอกว่ายังมีธุระนิดหน่อยที่ก็อธแธม ผมจึงต้องกลับไปก่อน

นัดของโปรดิวเซอร์ที่คราวที่แล้วการถ่ายภาพล้มเหลว นัดผมเพื่อไปขอโทษแล้วนัดวันไปถ่ายใหม่
น่าเบื่อที่เรื่องนี้ไม่จบซักที
แถมตากล้องยังเป็นพวกเรื่องมากอีก พวกสต๊าฟบางคนยังชอบแต๊ะอั๋ง เอาเหอะ ซักวัน
เด๊ยวจะโดนดี

ผมกลับมาที่อพาร์ทเม้นในตอนเย็น ก็ต้องพบกับสภาพที่ยากจะรับไหว
ทิมกับอเลิร์ต(กระต่ายที่ซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้)เล่นซนจนข้าวของพัง
มีร่องรอยของ...(ขออนุญาติเซ็นเซอร์)เต็มพื้นไปหมด

"ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พวกนายยังอยากจะสร้างภาระให้ฉันอีกรึไง?"ผมพูดพลางอุ้ม
เจ้าสองตัวเล็กไว้ในมือ

ผมจับมันทั้ง สองตัวเข้ากรง แล้วเรื่องลงมือทำความสะอาด

เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง
เหลือบไปเห็นนาฬิกาข้างฝา บอกเวลา 6 โมง 20...

สเลดยังไม่กลับมา....
ผมเลยโทรไปหาซะเลย
เมื่อเขารับสายขึ้นมารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
มันดีที่มีคนคุยด้วยจริงๆน่ะแหล่ะ

"ว่าไง...ยังไม่ถึงวันเลยเหงาแล้วเหรอ?" เขาพูด มันทำให้ผมอดขำไม่ได้
ที่เขารู้ใจผมไปซะทุกเรื่อง

"งานเป็นยังไงบ้างครับ?"ผมถาม
"ลูกค้าเพิ่งส่งของมาให้เอง...พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มงาน"
.....แสดงว่าวันนี้จะไม่กลับสินะ

"เย็นนี้อนุญาติให้สั่งพิซซ่ามากินได้นะ...."
ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าผมหงอยลงไป เลยกะเอาของกินมาปลอบใจงั้นสินะ
ดีเหมือนกัน ความจริงแล้ว อาหารประเภท Juck Food เนี่ย ของโปรดผมเลย
แต่เค้าไม่ยอมให้ผมกินเท่าไหร่ เขาว่าว่าเดี๋ยวนี้ผมชักจะเจ้าเนื้อขึ้นทุกวันๆ เลยงดอาหารประเภทนี้
ทั้งๆที่ นน. ผมก็เท่าเดิมแท้ๆ

ผมเล่าให้เค้าฟังเรื่องทิมกับอเลิร์ต ว่ามันซนขนาดไหน แต่เขาก็ไม่พลาดที่จะหยอกผมกลับ
เหมือนทุกครั้ง

น่าแปลก ทั้งๆที่กำลังคุยเรื่องสนุกอยู่แท้ๆ แต่กลับเหงาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อผมรู้ตัว ผมก็พูดแปลกๆออกไป รู้ตัวอีกทีคือคำพูดของเขาที่ว่า

"ขอฉัน 30 นาทีดิ้ค..."

แล้วสายก็ตัดไป

เมื่อผมยังไม่รู้ถึงความหมายของมัน
แต่ความเหนื่อยมันทำให้ผมชักล้า

ผมเลยแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำซักครึ่ง ชม. ก่อนที่จะเดินออกไปกดเบอร์ร้านพิซซ่า
คราวนี้จะสิ่งพิซซ่าถาดใหญ่เลยคอยดู

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วผมใส่เสื้อเชิ้ตใส่นอนสีน้ำเงินตัวโปรดของผม
พร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่ยังวางแผมะอยู่บนหัวผม
ผมใช้เวลาพิถีพิถันกับการสระผมมากไปหน่อย...

เมื่อผมกำลังเดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อกดโทรศัพท์
อยู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

ผมยังไม่ทันได้สั่งพิซซ่าเลยนะ  ผมคิด

เมื่อผมเปิดประตูออกไปก็ต้องพบกับใบหน้าที่คุ้นเคย

เจ้าของดวงตาสีฟ้าและผมสียวงข้าวมองมาที่ผม

30 นาทีที่ว่า หมายถึงนี่นี่เอง

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เขาก็กดริมฝีปากลงมา
เราจูบกันอยู่พักหนึ่งโดยที่ผมเองก็คล้อยตามเขาไป
เมื่อผละรมฝีปากออกเขาก็พูดว่า "บอกแล้วไงว่าขอแค่ครึ่งชั่วโมง..."

ผมดีใจที่เขามา ผมบอกเขาแต่ก็อดถามเรื่องงานไม่ได้

แต่เขาก็บอกผมว่าเรื่องงานน่ะรอได้

กว่าผมจะรู้ตัวหลังขาผมก็อยู่ที่ขอบเตียงซะแล้ว
นี่ผมหลงไปกับจูบนั่นจนลืมตำแหน่งที่ตัวเองเคยอยู่ไปเลยหรือเนี่ย

แล้วมันก็เริ่มขึ้น

ผมถูกปลุกเร้าด้วยมือสากๆคู่นั้น มือสากๆที่ผมชอบ
มือของเขาลากผ่านเขามา ปลุกอารมณ์ผมทั้งหน้าและหลัง
เขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อผมออก
แต่ผมไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่จะยอมง่ายๆแบบนั้นแน่

ผมขบที่ริมฝีปากเขาเบาๆ พลางถลกเสื้อสูทตัวเก่งของ
ผมค่อยขบไปตามซอกคอและไหล่ของเขา
เมื่อเสื้อของเขาหล่นลงไปกองกับพื้น เขาเริ่มใช้แรงน้อยๆผลักผมลงไปบนเตียง
พร้องกับเขาที่โน้มตัวตามลงไปติดๆ
เขาเริ่มหันมาหยอกล้อกับหน้าอกแล้วหน้าท้องผม
คางของเขาที่ไม่นานนี้เพิ่งโกนไป ตอนนี้ หนวดเริ่มขึ้น ทำให้เมื่อถูกสีไปมารู้สึกจั๊กจี้พิกล
ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้

แต่ดูเหมือนเขาจะรู้เลยลงมือแกล้งผม
เอาซะผมเกือบหายใจไม่ทัน

ผมเลยขึ้นคร่อมเข้าแทน
จริงๆแล้วผมก็รู้ว่า ถ้าผมเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น จริงไหม?

เขารู้ทัน....รู้ทันผมไปหมดเสียทุกเรื่อง...

สัมผัสของเขา...เขารอมานานแล้วที่ต้องการให้ผม
ทำตัวเร่าร้อนแบบนี้บนตัวเขา

เขาทำให้ผมต้องครางเรียกชื่อเขาออกมา
จนเมื่อถึงคราวที่เขาบอกให้ผมทำเอง

น่าอายนักที่คนอย่างไนท์วิงค์ต้องมาทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นลงอย่างแปรปรวน
ต่อหน้าคนลามกที่เกือบจะเรียกได้ว่าบ้ากามอย่างนี้

คุณมันบ้ากามสเลด....ผมคิด

แต่มือของผมมันไม่ได้ต่อต้านเลยซักนิด
ปากของผมได้แต่พร่ำเรียกชื่อเขาเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงหอบหายใจถี่ๆนั่น

ผมรู้ดีว่าเขากำลังจ้องมองผมอยู่
ใช้สายตานั่นจับจ้องทุกอิริยาบทที่ผมทำ
เขาชอบใจ...ผมรู้...

อุณหภูมิของทั้งห้องและร่างกายร้อนขึ้นทุกชั่วขณะ
เขาทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้
มันทำให้ผมคิด

ไม่ใช่เขาให้ผมทำ...แต่ผมคิดอยากจะหยอกเล่นกับจิตใต้สำนึกเขามากกว่า

น้ำเสียงที่ผมพูด ชื่อของเขาที่มเรียกผ่านทางโทรศัพท์
มันก็เหมือนกับการเชิญชวนทั้งนั้น.......นี่ผมตั้งใจ?

มือของผมขยับเร็วขึ้น ตาพร่าเพราะน้ำตาที่คลออยู่ที่เบ้าตาด้วยความสุขสม
เหมือนผมลอยอยู่ในสระน้ำ ร่างกายเปลือยเปล่า
ทุกคนคงนึกภาพได้ มันน่าอายแต่รู้สึกดี

นอกจากสายตาของเขาที่ผมรู้สึกได้
เขายังใช้คำพูดในการเล้าโลมอีกด้วย
นี่ก็เป็นอีกอย่างที่เขาถนัดนัก
ทำให้ผมคลั่งด้วยการจินตนาการถึงเขา
ว่าเขาทำกับผมพร้อมด้วยคำพูดเหล่านั้น

ผมเสร็จกิจในไม่ช้า
หลังจากนั้นผมก็ได้ทวงถึงสิ่งที่เขาติดค้างผมไว้

ร่างกานสัมผัสพร้อมกับความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี
ช่วงเวลาหฤหรรน์ผ่านไปตลอดทั้งคืน

นานแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกดีและสบายใจพร้อมกันแบบนี้
ช่วงหลังที่ผ่านมามีแต่เรื่องทำให้ไม่สบายใจอยู่เรื่อย

ตืนเช้าขึ้นมาก็ได้รู้ถึงการใช้ชีวิตแบบปรกติ
ทำอาหารเช้าด้วยพิซซ่าที่สั่งไว้เมื่อคืน
แหงล่ะ ผมทำอาหารไม่ค่อยเก่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะ

คุณสเลดออกจากบ้านไปทำงาน
งวดนี้ได้แต่หวังว่างานของเขาจะผ่านไปด้วยดี
งานของผมก็เช่นกัน

โปรดิวเซอร์เจ้ากรรม โทรมาหาผมในตอนสาย
ว่าว่าจะให้ไปถ่ายแบบโฆษณาของอีกเจ้าที่สตูดิโอในเมือง

ผมไม่ได้เข้าไปเดินในเมืองนานแล้ว
ดีเหมือนกันที่จะได้ไปเดินดูอะไรๆ แล้วซื้อของกลับมาทำที่บ้านบ้าง

ทำงานด้วยความเบื่อหน่าย แต่ไม่ใส่ใจก็ไม่ได้
ดีที่วันนี้งานง่าย
ไม่ต้องแสดงสีหน้าท่าทางมากนัก

อยากจะออกไปเร็วๆ
นึกถึงสิ่งที่จะเจอ
และคืนนี้ที่จะต้องออกไปลาดตระเวณอีกครั้ง
นานแล้วที่ไม่ได้เจอเรื่องง่ายอย่างเช่น
จับคนวิ่งราว หรือ ทำร้ายร่างกาย
หมู่นี้ วิลเลี่ยน ออกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมด
แต่ยากที่จะหาเบาะแสของพวกมัน
ไม่รู้จักเหนื่อยกันบ้างรึไงนะ

วันนี้เดินกลับบ้านพร้อมกับถุงกับข้างใบใหญ่
ชื้อมาพอถึงแมนชั่น ก็มานึกขึ้นได้ว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ ในเมื่อจะไม่มีคนกิน
ผมเกบทุกอย่างเข้าตู้เย็น
ให้อาหารทิมกับอเลิร์ต
ไม่มีอารมณ์จะทานข้าวเย็นเลยแฮะ
เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปลาดตระเวณทั้งอย่างนั้น
ค่ำคืนยาวนานในบลัดเฮเว่นรอผมอยู่


************************

Nanaya : สาหัส.....สาหัส.....สาหัสมากๆ >A<'
ลูแต่งดีเกิน ตีโต้ไม่หวายยย TwT"" เอาชิลๆไปก่อนน้าาาาาาา
พรมขาวเลยสั้นๆ =W=""""
สเลดไม่อยู่แล้วหมดมุขว่ะ ใครก็ด้ายยยยยยยย มาหากุที TAT"
ปล.ยังรออาเซนอลอยู่นะ ;)

---------------------------

 

[Robin01] Nightwing006 : A Long Way

posted on 07 Feb 2008 00:04 by dcdiary  in Nightwing

 

 เรื่องกลุ้มใจที่ค้างอยู่ตอนนี้ รู้สึกเหมือนมีแต่เรื่องให้ปวดหัวได้ทุกวัน
ผมมารู้ได้ไม่นานว่า บรูซ หายไป
แถมหายไปหลายวัน
ผมไม่อยากจะใส่ใจมากนัก แต่จะทำเป็นไม่สนใจเลยก็ไม่ได้

เรื่องของวันนี้ ผมได้ยินเรื่องที่ว่าบรูซหายไป จากอัลเฟรด
แล้วตอนนี้ทิมก็ไม่ได้อยู่ที่ก็อธแธม แต่กำลังจะกลับมา
เขาก็เพิ่งรู้ว่าบรูซหายไปเหมือนกัน
ผมเลยตั้งใจที่จะมาสมทบกับทิมเพื่อช่วยกันตามหาบรูซ

คราวนี้สเลดก็มากับผมด้วย
ผมพยายามจะปรามเขา แต่เขาก็ดึงดันจะมา

พวกผมมาถึงก๊อธแธมก่อนทิม
ก่อนหน้านั้นผมได้ยินเรื่องที่โจ๊กเกอร์หลุดออกมาจากอาคัม
ตามสถานการณ์ที่ผมคิดได้ในตอนนี้คือ โจ๊กเกอร์มีส่วน เกี่ยวกับเรื่องที่บรูซหายไป
ผมไม่คิดว่า คนอย่างบรูซจะตั้งใจหายตัวไป เขาไม่น่าทิ้งอัลเฟรดกับก็อธแธมไว้ในขณะที่ไม่มีใครอยู่ที่ก็อธแธมเลย
อย่างน้อยเขาก็น่าจะบอกให้ทิมมารักษาการณ์แทนในระหว่างที่เขาไม่อยู่
นี่มันผิดปรกติเกินไป

เมื่อพวกผมเดินทางไปถึงอาคัม ผมได้ยินเรื่องที่ผู้คุมแถวนั้นคุยกัน
ว่าโจ๊คเกอร์ไปโผล่แถวๆ สุสานเก่าที่ชาญเมือง
จากที่ผมตระเวณไปรอบๆหมู่บ้านแถวๆนั้น ก็มีข่าวลือ ว่าได้ยินเสียงหัวเราะแปลกๆ มาจากสุสาน
แต่ไม่มีใครกล้าไปดูเพราะเขาว่ากันว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องลึกลับ
ระหว่างที่กำลังเดินทางไปที่สุสานที่คุ้นๆนั่น ผมก็ได้รับข้อความจากทิม ว่าเจสันกลับมา!!??
ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่มันก็ทำให้ผมนึกออกว่า สุสานที่ผมกำลังมุ่งหน้าไป
เป็นสุสานที่แต่เดิมบรูซฝังเจสันไว้ที่นี่

เรื่องสับสนก็ถาโถมเข้ามาหนักกว่าเก่า
ผมเมหือนจะฟุ้งซ่านเพราะกำลังเอาเรื่องทั้งหมดมาผูกกันเป็นเรื่อง
บรูซหายไป...โจ๊กเกอร์...เจสันกลับมา
มันเกิดอะไรขึ้น???

ผมเดินเข้าไปในสุสาน พบกับหลุมฝังศพเพียงหลุมเดียวบนลานกว้าง
เหมือนหลุมศพหลุมอื่นๆจะถูกรื้อขึ้นมาวางไว้รอบๆอย่างมักง่าย
ใครกันนะที่ทำเรื่องต่ำทราม ขนาดต้องมารบกวนคนที่จากโลกนี้ไปแล้ว

หลุมศพหลุมเดียวที่อยู่ตรงกลางนั่นเขียนชื่อของ เจสัน ทอดด์...โรบินคนที่ 3
เหนือหลุมศพมีสายระโยงระยาง คาดว่าเป็นสายรุ้ง ที่เหมือนจะบาดเข้าไปในผิวหนังของคนได้
การตกแต่งด้วยสีเพ้นท์ ละเลงทั่วไปหมด แบบไร้รสนิยมแบบนี้ คงเป็นใครไม่ได้นอกจากโจ๊กเกอร์

ตอนแรกผมตั้งใจจะเขวี้ยง แบทตาแรง เพื่อที่จะเคลียร์พื้นที่ให้ผมสามารถเข้าไปที่หลุมศพนั่นได้
แต่สเลดห้ามผมไว้ เค้าบอกผมว่า หากโจ๊กเกอร์จะเล่นมุขนี้ ถ้าเราผลีผลาม มันอาจเข้าแผนของเจ้าตัวตลกชั่วนั่นก็ได้
เราต้องใช้วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแก้ปัญหา
เขาพูดพร้อมหยิมคีมปากนกแก้ว ที่อยู่ในกระเป๋า
แล้วค่อยๆตัดสายเหล่านั้นออกอย่างใจเย็น

มันเป็นช่วงเวลาที่เครียด
ยิ่งเสียงอู้อี้ที่ดังลอดออกมาจากใต้ดินนั่น
มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า นั่นคือเสียงของบรูซหรือของใคร

ทันทีที่ผมสามารถมาถึงหลุมศพได้ ผมรีบขุดดินที่อยู่ด้านบนออก
ผมบอกสเลดให้ช้วยผม
แตาเขากลับไม่ช่วย เขาบอกว่า เขาไม่คิดที่จะช่วยบรูซ หรือใคร เขาไม่ใช่พวกบรูซ แต่ที่เขามา เขามาเพื่อปกป้องผมก็เท่านั้น
ผมไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเขา
ผมขุดจนพบโลงศพด้านใต้
เสียงที่เคยดังลอดออกมา ตอนนี้เงียบไปแล้ว
มันทำให้ผมเครียด ไม่ว่าคนข้างในจะเป็นใคร ผมก็ไม่อยากให้เขาตายในสภาพนี้ โดยเฉพาะบรูซ

ผมรีบเปิดฝาโลงออกมา พร้อมใช้ไฟฉายส่องเข้าไป
ภาพที่ผมเห็นคือ ภาพของเจสัน ที่นอนอาบเลือดของตัวเอง อยู่ในโลงแคบๆนั่น
นี่เป็นอีกครั้งที่เขาถูกฝัง แล้วไม่สามารถออกมาได้
ผมนึกภาพเขาที่ทรมานอยู่คนเดียวในโลงแคบๆนั่นได้ดี ซ้ำนี่ยังเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแบทแมน...

ผมก้มลงไป พยายามที่จะพยุงเขาขึ้นมา แต่เขาก็พยายามที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือจากผม
เจ็บหนักแล้วยังจะมาทำเก่งอีก
ผมรู้ว่าผมควรจะโกรธเขาขนาดไหน และผมก็รู้ว่าเขาเกลียดผมขนาดไหน
แต่จะให้ปล่อยคนคนนี้ในสภาพแบบนี้ ในฐานะคนที่เคยใช้ชื่อเดียวกันแล้ว...ผมทำไม่ได้

ร่างกายเขาสะบักสะบอม น่าจะเป็นเพราะอาจมีการต่อสู้กันก่อนหน้านี้
ตอนนี้เขาไม่อยู่ในสภาพที่แม้แต่จะพยุงตัวเองตัวขาสองข้างนั้นได้
ผมตะโกนบอกสเลดให้ลงมาช่วยผม
แต่สเลดเองก็ใช่ว่าจะชอบเจสันนัก
เขาปฎิเสธ จนผมต้องขึ้นเสียง ในที่สุดเขาก็ยอมลงมาช่วยแต่โดยดี

เมื่อพวกผมสามารถลากร่างที่ไร้กำลังของเจสันขึ้นมาเหนือหลุมศพได้
ผมเห็นเขาทรมานกับพิษบาดแผลบนไหล่ของเขา
ผมหยิบเศษผ้ามาเพื่อช่วยเขาห้ามเลือด ก่อนที่เขาจะเสียเลือดจนได้ลงหลุมอีกรอบ

ผมถามเขาจนผมรู้ว่า ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของ โจ๊กเกอร์
แต่เขาไม่บอกผมว่าแบทแมนอยู่ที่ไหน
ผมไม่อบากจะเชื่อคำพูดของเขา
เพราะเขากลับมา และไม่กี่วันถัดมา บรูซ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเป็นบุคคลที่น่าสงสัยที่สุดสำหรับผมในตอนนี้

เขาด่าผม เขาบอกว่าที่ผมเพ่งเลงเขาเพราะผมเกลียดเขา
ก็ใช่อยู่หรอก แต่ผมไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลขนาดนั้น

นอกจากนั้นเขายังพูดเรื่องที่ผมไม่คิดว่าต่อให้คนอย่างเจสันจะพูดออกมาได้
เขาหาว่าผมนอนกับบรูซ แถมยังหลายต่อหลายครั้ง
เขาพูดออกมา ออกมาต่อหน้าสเลด...

เขาทำให้ผมถึงกับหน้าชา คนอย่างเจสัน ทอดด์ จะรู้อะไร
ตัวเองมาทีหลัง ยังไม่ทันได้เห็นหน้าผมตอนเป็นโรบินด้วยซ้ำ
เขาเลอะเทอะ และชั่วร้ายมากที่พูดคำพวกนั้นออกมาได้

แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้สึกตัวอีกที
ปลายดาบของสเลดก็จ่ออยู่ที่คอหอยของเจสัน
ผมรู้ว่าเขากำลังโมโห สังเกตุได้จากเสียงลมหายใจแรงใต้หน้ากากของเขา

ผมรีบห้าม ก่อนที่สเลดจะพลั้งมือ ฆ่าเจสัน
ผมรู้ว่าเขาทำแน่ ถ้าเจสันจะยังพูดเรื่องพรรค์นี้ต่อ

สเลดละบัดมือผม และบอกให้กลับ
ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะท้วง
ต่อให้ผมเป็นไนท์วิงค์ ผมก็ไม่อยากจะฉะกับคนอย่างเดธสโตรกที่กำลังโมโหตรงๆหรอก
ผมถูกสเลดลากออกมาขึ้นรถหน้าสุสาน
พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสะใจของเจสันที่ไล่หลังมา
+++++++++++++++++++++

ขากลับ ตอนที่อยู่ในรถ
ไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปากผมหรือเขา แม้แต่คำเดียว
บรรยากาศชวนอึดอัด
ผมรู้ว่าเขาโกรธมาก เขาไม่พอใจตั้งแต่ผมบอกเขาว่าจะมาที่ก๊อธแธมแล้ว
แล้วยิ่งมาเจอคนอย่างเจสัน ทอดด์ ยุให้อารมณ์ขึ้นอีก

เมื่อมาถึงแมนชั่นในก๊อธแธม
เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับผม
จนเมื่อเขาอาบน้ำเสร็จ และผมที่อาบน้ำทีหลังเขา ตั้งใจจะนอนหลับพักผ่อนแล้วลุยต่อสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่อาจไม่มีเขา เพราะเขาอาจหงุดหงิดจนกลับบ้านไปก็ได้
ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน พร้อมบอกกับเขา สิ่งที่เจสันพูดมันไม่ใช่เรื่องจริง

เขาพ่นลมหายใจทางจมูกกึ่งๆ ถอนหายใจ
เขาเงียบไปซักพัก ก่อนที่จะพูดกับผมว่า
"ไม่ต้องพูดแล้ว..."

ผมไม่เข้าใจ ไม่ต้องพูดนี่หมายถึงอะไร
ถ้าเรื่องนี้มันจะทำให้ผมต้องกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนกับตอนที่แยกจากแบทแมน แบบนั้นผมไม่เอาอีกแล้ว
ตอนนี้ผมมีคนคนนี้ ทำไมผมถึงจะรักษาเขาไว้ไม่ได้ล่ะ?

"ฉันไม่อยากฟัง...ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว"
ผมไม่ได้แก้ตัว และผมก็ไม่ได้โกหกด้วย
ผมอาจยอมรับ ว่าผมเคยมีใจให้เขาจริง แต่มันก็เป็นอดีต ตอนนี้ คนคนนี้สำคัญสำหรับผมที่สุด

"คุณไม่เข้าใจสเลด...เจสันเขาไม่รู้อะไรเลยต่างหาก ถึงพูดเรื่องแบบนั้นได้...คุณต้องฟังผม..."

"ผมไม่ได้แก้ตัว ผมกับเขา เราไม่มีอะไร นอกจากคำว่า ผู้ช่วย..."

ผมตั้งใจจะอธิบายให้เขาฟัง
แต่แล้วมันก็เกิดขึ้น จูบที่รุนแรงปะทะเข้ามาที่ริมฝีปากของผม

ทันทีที่เขาผละริมฝีปากออก
น้ำตาผมก็ร่วงเผาะ

"คุณเชื่อผมมั้ย?..." ผมถามเขา

เขาบอกว่า เขาเชื่อผม เขาไม่สนใจว่าผมในอดีตจะเป็นยังไง เหมือนที่ผมไม่สนใจอดีตของเขา
เขาโกรธ เจสัน ที่ไม่เกรงใจผม แต่ผมก็ห้ามเขา ไม่ให้เขาฆ่าเจสัน
เขาว่าว่าผม ใจดีและอ่อนโยนเกินไป...
ต่อให้ผมจะเคยเป็นยังไง จะเคยเป็นของใคร เขาก็ไม่สนใจและคิดจะเปลี่ยนใจไปจากผมอย่างแน่นอน

เหมือนคำพูดของเขามันทำให้หัวใจของผมพองโต
น้ำตาที่เคยเป็นน้ำตาของความเสียใจ ตอนนี้กลับแห้งเหือด
ผมสวมกอดเขา...ดีใจที่ตอนนี้มีเขาอยู่เคียงข้าง

แต่ก็อาจจะเป็นเหมือนที่เขาพูด
ผมอาจจะอ่อนโยนเกินไป
จนอดคิดไม่ได้ว่า เจสัน จะผ่านพ้นคืนนี้ไปอย่างไรทั้งๆที่อยู่ในสภาพแบบนั้น
และหวังว่าร่องรอยของเขาอาจจะพาผมให้พบกับเบาะแสของบรูซก็ได้...


++++++++++++++++++

Nanaya : โฮกกกกก เหนื่อยๆ =w=' เอ้าาาา มาแปะแว้วเน้อ

เนื้อเรื่องก๊งๆนิดๆ อย่าถือสา 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

004 

เรื่องค้างคาใจของผมมันมีมาตั้งแต่เมื่อวาน
เมื่อวันที่ผมไปทำงานแล้วเกิดข้อผิดพลาด ผมยอมรับ ผมหงุดหงิด
ผมไปคลายความเครียดด้วยการไปเล่นปิงปองกับเพื่อนเก่า
แต่พอกลับมาถึงที่บ้านก็เจอคุณสเลดอารมณ์บูดใส่ แถมยังใช้กำลังบังคับ

ระหว่างนั้นผมเหลือบไปเห็นรอยช้ำที่เหมือนได้รับบาดเจ็บมา
ผมถามเค้าด้วยความเป็นห่วง แต่เค้าก็ไม่ตอบผม
ถ้าโกรธเรื่องที่ผมกลับบ้านช้า จนไม่สนใจในสิ่งที่ผมถามเพราะเป็นห่วงเค้า แล้วจะให้ผมทำยังไง
เค้าบอกว่า มันคือการลงโทษ ....
ทั้งๆที่ผมจะขอโทษเค้าแล้ว ทั้งๆที่ผมเป็นห่วงเค้าแท้ๆ
เค้าไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดซักนิด ผมเลยหมดโอกาสที่จะถามความเป็นมาของแผลนั่น...

ผมตื่นเช้าขึ้นมาอีกที เค้าก็หายไปซะแล้ว
ทั้งๆที่ปกติผมมักจะตื่นขึ้นมาเห็นเค้านอนอยู่ข้างๆเสมอ(ทุกครั้งที่ทำอย่างว่าน่ะนะ...)
ผมอดเป็นห่วงเค้าไม่ได้จริงๆ
นี่เค้าไม่รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่าผมก็เป็นห่วงเค้าเหมือนกัน
คิดว่าตัวเองจะใช้กำลังได้ฝ่ายเดียวรึไง(อย่างผมก็เคยจับเค้ามัดกะเตียงไว้แล้วแท้ๆ ไม่เข็ดรึไงนะ)
สงสัยอาจจะถึงเวลาที่ผมต้องใช้กำลังบ้างซะแล้ว....

ผมได้รับโทรศัพท์จากวอลลี่ (ที่จริงแล้วเป็น miss call) ผมเลยส่ง message ไปหาเค้าว่าพรุ่งนี้ค่อยออกไปเจอกัน ไปเที่ยวตามประสาเพื่อนเก่า
ผมอาจจะต้องหา เพื่อนมาช่วยแก้เหงาตอนอยู่บ้านซะแล้ว
ซื้อแมวมาเลี้ยงดีไหม?

ผมนอนตายอยู่บนเตียงจนเกือบเที่ยง
แหงสิ ถูกทำรุนแรงขนาดนั้น กะจะล่อให้ตายไปข้างเลยรึไงนะ-*-
แต่เรื่องมันผิดคาดตรงที่ ผมนึกว่าสเลดออกไปทำงานแล้ว แต่ที่จริงเค้าไม่ได้ไปไหน
เค้ายกอาหาร(ที่คาดว่าน่าจะทำตั้งแต่เมื่อเช้า)มาให้ผมที่เตียง
ท่าทางของเค้าไม่ต้่างจากเมื่อวาน ก็ยังคงหน้าบูดเหมือนเดิม

ผมเลยถือโอกาสถามเค้าเรื่องที่คาใจ
น่าแปลกที่เค้าเล่ากลับมาอย่างตรงๆ

ผมควรจะทำอย่างไรดี เรื่องที่เค้าเล่า มันทำให้ผมใจหายเหมือนกัน
แต่ก็รู้สึกดีใจที่เค้าเป็นห่วงผม (ถึงจะหึงในเรื่องไม่เป็นเรื่องก็เถอะ)
ผมบอกเค้าว่า ผมสามารถดูแลตัวเองได้ ยามคับขัน
เค้าก็ยิ้มให้...

ดีที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
แต่รอยยิ้มของเค้าคราวนี้ ทำเอาใจผมเต้นพิลึก
เพราะเรื่องเมื่อคืนรึไงนะ ที่มันยังทำให้ผมต้องกาเค้าอีก...

แต่...อย่างผมจะพูดอะไรได้ล่ะ แค่แรงจะลุกจากเตียงยังไม่มีเลย
สิ่งที่ทำได้ก็แค่บอกเค้าว่า ผมรักเค้ามากแค่ไหน
แต่เหมือนมันก็ได้สิ่งที่ผมต้องการโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
เค้าโน้มตัวลงมาจูบผมอย่างอ่อนโยน จูบที่ต่างจากเมื่อคืนที่รุนแรง
เหมือนกับว่าเค้าก็รู้เหมือนกันว่าผมก็ต้องการเค้า...

และวันนี้ก็ผ่านไปอีกวันโดยที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนัวเนียกันอยู่บนเตียงแบบนั้นทั้งวัน
อาหารที่เค้ายกมาให้ ผมก็ไม่ได้ทาน(ถ้ายังเป็นแบบนั้ทุกวัน ผมคงจะผอมได้ไม่ยาก)
สิ่งที่ผมจะเขียนถ้าคุณสเดลมารู้เข้าคงไม่ดีแน่ เรื่องเกี่ยวกับเขา...

...ผมต้องยอมรับว่า ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นคนที่ค่อนข้างมีอายุแล้วก็ตาม แต่ผมก็ต้องยอมรับเรื่องบนเตียง
ที่เค้าทำได้เชี่ยวชาญเกินคาด ถึงแม่ว่าส่วนใหญ่ เกือบทุกครั้งที่เค้าทำ มันมักจะเป็นการใช้กำลัง
แต่ทุกๆครั้งที่เค้ากอดผม มันมักจะจบอย่างอ่อนโยนเสมอ
วันไหนที่ผมเหมือนจะทำให้เค้าหึง เขามักจะทิ้งรอยไว้ตามที่ต่างๆ ซึ่งเมื่อผมมานั่งคิด มันก็เป็นเรื่องโรแมนติกเหมือนกัน ผมไม่รังเกียจที่จะให้เขากอด บางทีผมกลับเป็นฝ่ายต้องการด้วยซ้ำ

 ผมชอบมือสากๆของเค้า มันหยาบแต่อุ่น ให้ความรู้สึกดี
ไหล่ของเขากว้างกว่าของผมมาก ถ้าเทียบกัน เค้าบังผมมิดได้สบายๆ
แต่สิ่งที่ผมชอบ(อาจเรียกได้ว่าโรคจิต) ผมชอบกล้ามแขนและกล้ามอกของเค้า
ผมเคยบอกเค้าว่าผมก็ใฝ่ฝันอยากจะมีกล้ามที่สมชายบ้าง แต่เค้าก็ทำหน้าแหยไปเลย
ผมไม่รู้ว่าเขาไปเรียนรู้เรื่องอย่างว่านี่มาจากไหน แต่ที่รู้ๆ ผมว่าใครได้ลองคงติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่ๆ
อีกทั้งภาพลักษณ์และบุคลิคที่มีสเน่ห์นั่นอีก ไม่แปลกเลยที่มักจะมีคนมายุ่มย่ามกับเค้าประจำ

...

...

เราจูบกันอยู่นาน มันเป็นจูบที่อ่อนโยน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อาจเป็นเพราะเราเข้าใจกันว่า ต่างฝ่ายต่างแคร์กันมากขนาดไหน
ลิ้นของเค้าก็เล่นผมเบลอไปเหมือนกัน....เค้าเก่งจริงๆน่ะแหล่ะ
จูบนี่มันทำให้ความรู้สึก 'ต้องการ' ถูกกระตุ้นได้ไม่ยากเลย

 มือสากๆที่ผมชอบนั่นลูบคลำไปตามลำตัวจนถึงสีข้าง
อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเล่นกันค่อนข้างหนัก ทุกอย่างมันเลยเกิดขึ้นรวดเร็วมาก
แต่คราวนี้ผมตัดสินใจที่จะไม่ขัดขืน หรือต่อต้านเค้าแม้แต่น้อย(ถึงอยากจะต่อต้าน แต่ร่างกายก็คงไม่ทำตามอยู่ดี)

ครั้งนี้อ่อนโยนกว่าเมื่อคืนมาก
ร่างกายเราเสียดสีกัน ร้อน แต่ก็ให้ความรู้สึกดีี
เค้าตั้งใจทิ้งรอยไว้ตามซอกคอ ไหปลาร้า และรอบๆหน้าอก ไม่เว้นแม้แต่ตรงหน้าท้องและต้นขา
นอกจากนั้นผมไม่กล้าพูดจริงๆว่าเค้าทิ้งรอยไว้ตรงไหนบ้าง เพราะจากเมื่อคืนเค้าก็ทิ้งรอยไว้เยอะพอดูเหมือนกัน
เสียงลมหายใจและเสียงครางดังอย่างแผ่วเบาภายในห้องของเราแค่นั้น
เพราะผมเองก็ไม่อยากจะให้เพื่อนบ้านมารู้ว่า เรา Excercise กันตั้งกะพระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน
จนเราต่างก็ผลอยหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ทุกอย่างจบลงด้วยการจูบที่อ่อนโยน เหมือนทุกที

...

...

วันรุ่งขึ้น ผมรีบออกจากบ้าน เพราะนัดกับวอลลี่ไว้ว่าจะไปนั่งวาดภาพ และหาซื้อสัตว์เลี้ยงกัน
ผมตัดสินใจที่จะซื้อกระรอก เพราะมันเล็กและเลี้ยงง่าย

ผมไปสาย(ไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร) แต่งวดนี้ผมไม่พลาดที่จะบอกสเลดก่อนว่าผมจะไปไหน
(แต่เค้าก็ทำหน้าเฉยเมยอีกแล้ว)

ผมนั่งวาดรูปจนเสร็จแลวเดินไปที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง
น่าเสียดายที่วันนี้เค้าไม่มีกระรอกขาย

ผมเหลือบไปเห็นกระต่ายในกรง
จึงตัดสินใจซื้อมันมาแทน
ผมซื้อมา 2 ตัว สีเทาเข้มกะสีขาวเทา
ผมให้ตัวเจ้าสีเทาเข้มชื่อ ทิม
ไม่รู้สิแต่ผมว่ามันเหมือนทิมมากๆเลยนะ
ส่วนอีกตัว วอลลี่ตั้งให้ว่า Alert (สงสัยเพราะความตื่นของมัน)

ผมไม่มีกล้องแต่วอลลี่มี เค้าถ่ายรูปพวกมันไว้
ผมคิดว่าจะไปขอรูปจากเค้าทีหลัง

แต่สิ่งที่ผมต้องมานั่งคิดต่อไปก็คือ ผมจะอธิบายยังไงกับสเลดเรื่องเจ้า 2 ตัวนี่ดี?

****************************************

 

Nanaya : โอยยย ลมใส่ *0* ดองมานาน เป็นได 2 วันไปเลย ก๊ากกกกกกกก
ดีใจที่เรทได้ซะที อุฮิ อุฮิ  -////////- คงรู้กันนะพี่น้องว่าจะอ่านต้องทำไง- -+

 

+++++++++++++++++++++++++++++ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[Robin01] Nightwing 003 : ปิงปอง

posted on 15 Jan 2008 20:20 by dcdiary  in Nightwing

วันนี้ตื่นแต่เช้า กะว่าจะรีบๆทำงานให้เสร็จจะได้กลับบ้านนอนพักผ่อนให้เต็มที่สำหรับลาดตระเวณคืนนี้
ไปถึงที่สตูดิโอตอนประมาณ 8 โมงเช้า เพราะช่างภาพนัดไว้ 8.30
ตอนไปถึง ไฟกับฉากยังจัดกันไม่เสร็จ กว่าจะได้แต่งตัวเริ่มถ่ายก็ปาไปเกือบเที่ยง
พอถ่ายจริงก็ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม.
ช่างภาพคนนี้เรื่องมากมาก ให้เก๊กท่าอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะพิศดารไปหมด
ยากลำบากกว่าจะถ่ายเสร็จ
พอเสร็จเค้าก็บอกว่าให้ไปได้ พอออกมาจากสตูได้แค่ครึ่ง ชม . ช่างภาพก็โทรมาบอกว่า

"ไฟล์ภาพเสียครับ เด๋วอาทิดหน้าช่วยมาถ่ายใหม่ได้ไหม ส่วนค่าแรงจะคิดเพิ่มให้นะครับ" 

อยากจะบ้าตายยยยย เก๊กแทบตาย สุดท้ายก็ต้องทำใหม่หมด
เฟลมาก เลยไปนั่งแกร่วอยู่ที่สวนสาธารณะ
จู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงผมสีแดงท่าทางเป็นคนสนุกสนานเดินเข้ามาคุยด้วย
สุดท้ายก็เป็น วอลลี่ น่ะเอง
วอลลี่เป็นคนคุยสนุกอยู่แล้ว สุดท้ายเค้าก็ชวนไปเล่นปิงปองที่ยิมด้วยกัน
ด้วยความที่ว่าเซ็งๆกับเรื่องถ่ายแบบก็เลยไปแก่เซ็งกะปิงปองซะเลย

ปกติแล้วผมก็เป็นคนที่เล่นกีฬาใช้ได้นะ แต่คราวนี้ท่าทางจะเฟลจัด ตีลูกไม่ค่อยโดนเลย
เหมือนวอลลี่จะสนุก เค้าตีรัวๆ เร็วมากๆ เร็วผิดปกติ
จนผมจับทางไม่ถูก ผมเลยตีไปส่งๆ
แต่แล้วมันก็เข้าไปโดนที่เบ้าตาเค้าอย่างจัง จนเค้าต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ
(แอบสะใจเหมือนกัน อยากตีเร็วดีนัก)

สุดท้ายแล้วพอต้องกลับบ้านเค้าก็ให้อีเมลล์มาเผื่อคุยด้วย(เพราะไม่ได้คุยกันนาน)

พอกลับมาถึงบ้านเจอคุณสเลดหน้าบูดเป็นตูดลิงอยู่ที่บ้าน(สงสัยจะโกรธเพราะผมบอกไปว่าผมจะกลับบ่ายๆ)
ผมเล่าเรื่องนี้ให้เค้าฟังเผื่อว่าเค้าจะได้สบายใจขึ้น แต่เค้ากลับทำหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม
จะให้ผมทำยังไงเนี่ย?
ยิ่งผมพูดเรื่องวอลลี่ เจ้าตัวก็ยิ่งโกรธ
ผมก็รู้แต่ผมไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีซะหน่อย
และแล้วมันก็มามุขเดิมๆ
เค้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้น อยู่ๆก็ใช้กำลัง
(อ่า...แบบว่า ใช้กำลัง ก็แบบนั้นน่ะแหล่ะ อย่าให้พูดมากเลย)
(แถมคราวนี้ยังแรงกว่าทุกทีที่ผ่านมาด้วย)
ทำใหคืนนี้ผมไม่ได้ออกไปลาดตระเวณอีกแล้ว
ทำซะขนาดนั้น เจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดกับผมซักแอะ ไม่รู้ไปหงุดหงิดที่ไหนมา
จนผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ยยยยยยยยยย

ว่าไปก็เหนื่อยแล้ว นอนเลยดีกว่า

Ps. ขอโทดไดอารี่ที่วันนี้เขียนนิดเดียว เหนื่อยจริงๆนะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Nanaya : อยากบอกว่า เริ่มตัน T_T สเลดข๋ามาอุดช่องโหว่ด่วนนนนน 

อยากได้แบบอันเซ็นเซอร์ก็หลังไมค์นะฮะ *-*

 

*********************************************** 

[Robin01] Nightwing002 : ป่วย

posted on 11 Jan 2008 22:53 by dcdiary  in Nightwing

*(ขออณุญาตยืมรูปลูมาใช้น้อออออ) 

 

เมื่อเช้าวันนี้ตื่นขึ้นมา รู้สึกได้ว่าหน้ามืดเล็กน้อย ตอนลุกจากเตียงก็ทรงตัวไม่ค่อยได้
สงสัยเป็นเพราะเมื่อคืนก่อนๆ ที่ออกไปลาดตระเวณทั้งๆที่อากาศหนาว
สงสัยต้องหาอะไรมาห่มซะแล้วสิเวลาออกไปข้างนอก ถ้าให้ป่วยบ่อยๆแบบนี้ก็ไม่ไหวแฮะ

ความจริงแล้วกะอีแค่เป็นไข้แค่นี้ สบายมาก! จริงๆนะ! ก็แค่มึนนิดๆหน่อยๆ ไปทำงานไหวน่า
ในใจก็คิดแบบนั้น แต่ดันเจอะคุณสเลดรั้งไม่ให้ไปทำงานเนี่ยสิ
ไอ้เราก็บอกไปแล้วว่าไหว แต่เจ้าตัวดื้อดึงจะให้อยู่บ้านให้ได้
สุดท้ายก็โดนลากเข้าห้องนอน(เข้าห้องนอนเฉยๆนะ ไม่ได้มีอะไร!)
ได้ฟังการอภิปราย(ซึ่งมีผู้อภิปรายเพียงคนเดียว)ในหัวข้อ "ไข้หวัดทำอะไรได้บ้าง"
การอภิปรายล่อไปเกือบๆ ครึ่ง ชม. ล่ะมั้ง
สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่บ้านจนได้......= =

พอได้นอนลงบนเตียงก็รู้สึกว่าอาการมึนๆเมื่อเช้าก็ดีขึ้น
รู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น น่าเบื่อมากๆ หนาวทั้งๆที่เหงื่อซ่ก(สงสัยได้ซักผ้าปูที่นอนแหง)
ตาก็พร่าไปหมด แต่ก็พอได้ยินเสียงเวลาที่คุณสเลดเข้าๆออกๆห้องนอน
ก็สงสัยเหมือนกันว่าวันนี้เค้าไม่ไปทำงานรึไงนะ
แต่ก็แอบดีใจนะ......

ผ่านไปได้ไม่กี่ ชม. รู้สึกหลังเปียกชุ่มไปหมด อยากอาบน้ำ!!!
ก็เลยบอกคุณสเลดไป แต่เค้ากลับตอบกลับมาว่า "เดี๋ยวเช็ดตัวให้เอามั้ย?"

อ๊าคคคคคคคคค~~~~~~ ผมไม่ใช่เด็กๆนะ! จะมาเช็ดตัวให้ทำไม เรื่องแบบนี้น่าอายจะตาย
รู้ถึงไหนอายถึงนั่น คนอย่าง ไนท์วิงค์ ไม่มีทางให้จอมวายร้ายมาเช็ดตัวด้วยความเวทนาหรอกนะ

ในใจก็คิดแบบนั้น..............แต่มันไม่มีแรงจะพูดเนี่ยสิ!

นึกๆไป มันก็ดีเหมือนกัน มีคนคอยดูแลดีกว่าไม่มี ถึงจะเขินก็เถอะ....แต่มาถึงนี่แล้วอ่ะนะ...

พอตอบตกลงไป เจ้าตัวก็แสยะยิ้ม!!!! ถึงจะแอบก็เหอะ แต่ผมเห็นนะครับ!!!!
ยอมให้วันนี้วันเดียวละกันนะ

พอหลังจากทานอาหารกลางวัน บรรยากาศตรึงเครียดยังไงก็ไม่รู้
ไม่มีใครพูดอะไรเลย ก็เลยคิดว่าเปิดทีวีดูดีกว่า ไหนๆ วันนี้ก็ไม่ได้ทำงานแล้ว ดูข่าวซะหน่อย
จะได้รู้ว่าข้างนอกเค้าเกิดอะไรขึ้น

ตอนแรกคุณสเลดก็เหมือนกับจะไม่ให้ดู แต่สุดท้ายก็ยอม(ผมเองก็มีลูกดื้อเยอะเหมือนกันนะ!)
ผมยิ้มให้เป็นการขอบคุณ แล้วเค้าก็แสยะยิ้มอีกแล้ว!!!(บอกแล้วว่าเห็นนะ!)
เจ้าตัวเดินไปหยิบหนังสือบนชั้นแล้วมานั่งอ่านบนเตียงอีกฝั่ง(คงหยิบมั่ว เพราะนั่นมันชั้นหนังสือของผม)
ผมเลยถือวิสาสะหนุนตักซะเลย ถือเป็นค่ายืมหนังสือ =.,=

ตักของเค้าก็ให้วามรู้สึกดีเหมือนเดิม อุ่นหนุนพอดีหัว สบายมากๆ
และแล้วก็หุบยิ้มไม่ได้ ตักเค้าให้ความรู้สึกดีจริงๆนะ(จนดูทีวีได้แบบจับใจความอะไรไม่ได้เลย)
หวังว่าหัวผมคงไม่หนักเกินไปนะ ถ้าเค้าลุกไปตอนนี้คงเสียดายแย่

...............จากนั้นก็หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็เห็นคุณสเลดอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ
เลยทักไป เค้าก้มหน้าลงมามอง
รู้สึกเหมือนไม่ได้มองหน้าเค้าจริงๆจังๆมานานแล้ว
พินิจพิจารณาแล้วเค้าก็เป็นคนที่ดูดี ตาสีฟ้าที่อ่อนและคมคายกว่าของผม
ผมชอบนะ....

อยากจะขอบคุณเค้าที่วันนี้คอยดูแลผมทั้งวัน แต่อยู่ๆจะให้พูดขอบคุณเลยมันก็จะเคอะเขินกันเกินไป
พอพูดอ้อมๆ แล้วก็เหลือบไปเห็นริมฝีปากของเค้า.....นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้สัมผัส...
ผมเอื้อมหน้าขึ้นไปแต่ดูเหมือนเค้าจะไวกว่า....เค้าก้มหน้าลงมาแล้วริมฝีปากเราก็สัมผัสกัน เนิ่นนานแต่ก็นุ่มนวล
เมื่อผละออกก็พูดอะไรไม่ออกเลย ทั้งๆที่ผมอยากจะเป็นฝ่ายทำให้เค้าเคลิ้มแท้ๆ แต่ผมกลับมาเคลิ้มเองซะนี่
น่าอายชะมัด........

คืนนี้ถ้าเป็นไปได้ อยากจะออกไปตระเวณรอบเมืองจัง แต่ท่าทางต่องผ่านสงครามกับคนข้างๆคืนนี้สินะ
เอาเถอะ วันนี้จะยอมให้เป็นพิเศษละกันนะ.....

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Nanaya: ก๊ากกกกก ลูเขียนได้ดีมากๆ ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีเท่าลูมั้ย แต่หวังว่าอ่านแล้วคงชอบกันน้า
งวดนี้ลูมาหวานจ๋อย เราเลยหวานกลับ ชอบจังเลย อั๊งค์~~~~*0*

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับทิมทางอินเตอร์เนท เค้าเล่าเรื่องที่บรูซให้ไดอารี่มาเขียน ใจจริงแล้วก็ไม่คอยจะอยากไปยุ่งเท่าไหร่ แต่พอมานั่งนึกๆดูแล้ว การเขียนไดอารี่นี่มันก็ดีเหมือนกันนะ เราจะได้รู้ว่าวันๆนึงเราทำอะไรไปบ้าง เผื่อไว้แก้ไขในวันต่อๆไป แต่ถ้าคุณสเลดมารู้เรื่องที่เขียนไดอารี่แล้วล่ะก็มีหวังคงมาเขียนเป็นเพื่อนแน่ๆ รายนั้นยิ่งชอบยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องตลอด ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกันนี่อยู่ไม่เป็นสุขเลย นอกจากจะเอาแต่ใจแล้วยังชอบบังคับอยู่เรื่อย ใจร้ายชะมัด!! -3-

เมื่อคืนไปตรวจรอบๆเมืองมาอากาศหนาวแฮะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเรื่องเท่าไหร่ สงสัยบรรดาตัวร้ายคงนอนซุกผ้าห่มอยู่บ้านแหงๆ ถ้าเป็นแบบนี้ได้ตลอดก็ดีสินะ จะได้ว่างมีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำบ้าง อยากไปเที่ยวไกลๆจังเลยนะ...เมื่อคราวก่อนเจอเรื่องหนักๆเยอะ หนักสุดคงเป็นคราวเจสัน หมอนั่นจะหัวเราะเยาะฉันที่มาอยู่กะ Super(โรคจิต) Villain รึเปล่าเนี่ย.....= ="

รู้สึกว่าช่วงนี้คนรอบข้างดูเครียดๆยังไงชอบกล โดยเฉพาะทิม ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคิดมากขนาดนั้นนะ เป็นเด็กแท้ๆจะคิดอะไรนักหนา ทำหน้าเครียดตลอดโดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับบรูซ บรูซไม่รู้จักวิธีเทคแคร์คนอื่นบ้างเลยรึไงนะ ไอ้เราน่ะเข้าใจ(โดนจนชินแล้ว) แต่เด็กที่ตัวเองรับมาแท้ๆกลับทำให้เค้ามานั่งเครียด เจสันก็ทีนึงแล้ว ดูสิว่าตอนนี้แต่ละคนกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย = =" จะเอาอะไรก็บอกมาตรงๆเซ่ ทำปากแข็งอยู่นั่นรู้จักอ่อนโยนบ้างก็ดีนะ ขี้เก๊ก แถมยังเย็นชา บางทีโจ๊กเกอร์อาจจะพูดถูก Why so Serious huh?

 

*****************************

Nanaya: เพิ่งหัดเขียน ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยเน้อ จะพยายามต่อไปน้า ฝากตัวด้วย > <

 

++++++