หลังจากเคลียร์ปัญหาที่เจอกับเจสันไปเมื่อคราวนั้น
ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปรกติ
ขาดเสียแต่ว่า ผมไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้
แบทแมนยังคงหายตัวไป
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา
มองคนที่นอนอยู่ข้าง แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ทำให้อดยิ้มไม่ได้
แต่จะทำอย่างไรในตอนนี้ได้ เมื่อยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง
ผมพยุงตัวขึ้นจากเตียงให้เบาที่สุด
เมื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
ก็ทิ้งโน้ตลาไว้
ผมยังต้องกลับไปที่ถ้ำแบทแมน...
ผมไปถึงคฤหาสน์เวย์นในไม่กี่ชม.ต่อมา
น่าดีใจที่ผมพบว่า บรูซกลับมาแล้ว
ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา แต่อัลเฟรดยังออกมาต้อนรับผมด้วยความยินดีเหมือนทุกครั้ง
เขาว่าว่า บรูซ กลับมาในคืนนั้นเอง พร้อมกับเจสัน...
ผมถึงได้ว่าว่า เจสัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เค้าหายไป
แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออัลเฟรดเล่าว่าเมื่อเช้า ซุปเปอร์บอย หรือคอนเนอร์บุกเข้ามาที่นี่
ไม่นานนัก มันก็พิสูจน์ได้
บรูซเดินลงมาจากชั้ยบน กับรอยฟกช้ำบนใบหน้า
(อย่างน้อยคอนเนอร์ก็ไม่เอาเค้าตาย)
บรูซว่าว่า ที่คอนเนอร์มาที่นี่ เพราะทิมหายตัวไป
เรื่องนี้ไม่ตลก เพราะเหมือนผมจะเป็นคนท้ายๆที่ได้ติดต่อกับเขา
ผมเล่าให้บรูซฟังว่าทิมกับผมมาตามหาเขา
แต่เหมือนเขาจะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ผมพูดเท่าไหร่นัก
เขาลงไปในถ้ำพร้อมเปิดสัญญาณติดต่อไปที่ฐาน JLA
"ดีใจที่นายยังปลอดภัยนะแบทแมน"จอห์นพูด
"เรื่องนั้นไว้ว่ากันทีหลัง...มีข่าวจากโรบินบ้างไหม?"บรูซถาม
"เดี๋ยวจะเช็คให้"
อย่างน้อยทาง JLA ก็อาจจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะถ้าหากไม่เจอทิมในเร็ววันแล้วล่ะก็
คงต้องมีคนโดนต่อยมากกว่าหนึ่ง...
"มีรายงานมาว่า ซุปเปอร์บอย เจอเขาแล้ว..."จอห์นพูดขณะอ่านรายงานที่เข้ามา
โล่งอกที่เด็กคนนั้นไม่เป็นไร ถ้าเค้าเป็นอะไรไป ผมคงต้องรู้สึกผิดเอามากๆเป็นแน่
อย่างน้อยเขาก็เป็นคนคนหนึ่งที่ผมอาจจะเรียกได้เต็มปากว่า'น้องชาย'...
"แต่ดูเหมือนซุปเปอร์บอยจะพาเค้าไป แล้วยังไม่มีรายงานถึงเรื่องนี้..."
ถ้าคอนเนอร์พาทิมไป ก็ยังดีกว่าที่จะเป็นอื่น ผมคิด
เพราะอย่างน้อยหากเด็กคนนันบาดเจ็บ คอนเนอร์ก็ยังเป็นคนที่ปกป้องเด็กคนนั้นได้
"เดี๋ยวผมจะบอกให้เค้ามาขอโทษคุณ เพราะคุณไม่ผิด"ผมบอกกับบรูซ
"whatever..." เขาพูด
ผมจากมาไม่ลืมที่จะขอบคุณอัลเฟรดสำหรับอาหารเย็ และอวยพรให้แผลของบรูซหายไวๆ
เมื่อออกมาผมรีบติดต่อไปหาสเลดเพราะบ่ายนี้ผมต้องกลับไปที่บลัดเฮเว่น
เขาบอกว่ายังมีธุระนิดหน่อยที่ก็อธแธม ผมจึงต้องกลับไปก่อน
นัดของโปรดิวเซอร์ที่คราวที่แล้วการถ่ายภาพล้มเหลว นัดผมเพื่อไปขอโทษแล้วนัดวันไปถ่ายใหม่
น่าเบื่อที่เรื่องนี้ไม่จบซักที
แถมตากล้องยังเป็นพวกเรื่องมากอีก พวกสต๊าฟบางคนยังชอบแต๊ะอั๋ง เอาเหอะ ซักวัน
เด๊ยวจะโดนดี
ผมกลับมาที่อพาร์ทเม้นในตอนเย็น ก็ต้องพบกับสภาพที่ยากจะรับไหว
ทิมกับอเลิร์ต(กระต่ายที่ซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้)เล่นซนจนข้าวของพัง
มีร่องรอยของ...(ขออนุญาติเซ็นเซอร์)เต็มพื้นไปหมด
"ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พวกนายยังอยากจะสร้างภาระให้ฉันอีกรึไง?"ผมพูดพลางอุ้ม
เจ้าสองตัวเล็กไว้ในมือ
ผมจับมันทั้ง สองตัวเข้ากรง แล้วเรื่องลงมือทำความสะอาด
เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง
เหลือบไปเห็นนาฬิกาข้างฝา บอกเวลา 6 โมง 20...
สเลดยังไม่กลับมา....
ผมเลยโทรไปหาซะเลย
เมื่อเขารับสายขึ้นมารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
มันดีที่มีคนคุยด้วยจริงๆน่ะแหล่ะ
"ว่าไง...ยังไม่ถึงวันเลยเหงาแล้วเหรอ?" เขาพูด มันทำให้ผมอดขำไม่ได้
ที่เขารู้ใจผมไปซะทุกเรื่อง
"งานเป็นยังไงบ้างครับ?"ผมถาม
"ลูกค้าเพิ่งส่งของมาให้เอง...พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มงาน"
.....แสดงว่าวันนี้จะไม่กลับสินะ
"เย็นนี้อนุญาติให้สั่งพิซซ่ามากินได้นะ...."
ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าผมหงอยลงไป เลยกะเอาของกินมาปลอบใจงั้นสินะ
ดีเหมือนกัน ความจริงแล้ว อาหารประเภท Juck Food เนี่ย ของโปรดผมเลย
แต่เค้าไม่ยอมให้ผมกินเท่าไหร่ เขาว่าว่าเดี๋ยวนี้ผมชักจะเจ้าเนื้อขึ้นทุกวันๆ เลยงดอาหารประเภทนี้
ทั้งๆที่ นน. ผมก็เท่าเดิมแท้ๆ
ผมเล่าให้เค้าฟังเรื่องทิมกับอเลิร์ต ว่ามันซนขนาดไหน แต่เขาก็ไม่พลาดที่จะหยอกผมกลับ
เหมือนทุกครั้ง
น่าแปลก ทั้งๆที่กำลังคุยเรื่องสนุกอยู่แท้ๆ แต่กลับเหงาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อผมรู้ตัว ผมก็พูดแปลกๆออกไป รู้ตัวอีกทีคือคำพูดของเขาที่ว่า
"ขอฉัน 30 นาทีดิ้ค..."
แล้วสายก็ตัดไป
เมื่อผมยังไม่รู้ถึงความหมายของมัน
แต่ความเหนื่อยมันทำให้ผมชักล้า
ผมเลยแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำซักครึ่ง ชม. ก่อนที่จะเดินออกไปกดเบอร์ร้านพิซซ่า
คราวนี้จะสิ่งพิซซ่าถาดใหญ่เลยคอยดู
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วผมใส่เสื้อเชิ้ตใส่นอนสีน้ำเงินตัวโปรดของผม
พร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่ยังวางแผมะอยู่บนหัวผม
ผมใช้เวลาพิถีพิถันกับการสระผมมากไปหน่อย...
เมื่อผมกำลังเดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อกดโทรศัพท์
อยู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
ผมยังไม่ทันได้สั่งพิซซ่าเลยนะ ผมคิด
เมื่อผมเปิดประตูออกไปก็ต้องพบกับใบหน้าที่คุ้นเคย
เจ้าของดวงตาสีฟ้าและผมสียวงข้าวมองมาที่ผม
30 นาทีที่ว่า หมายถึงนี่นี่เอง
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เขาก็กดริมฝีปากลงมา
เราจูบกันอยู่พักหนึ่งโดยที่ผมเองก็คล้อยตามเขาไป
เมื่อผละรมฝีปากออกเขาก็พูดว่า "บอกแล้วไงว่าขอแค่ครึ่งชั่วโมง..."
ผมดีใจที่เขามา ผมบอกเขาแต่ก็อดถามเรื่องงานไม่ได้
แต่เขาก็บอกผมว่าเรื่องงานน่ะรอได้
กว่าผมจะรู้ตัวหลังขาผมก็อยู่ที่ขอบเตียงซะแล้ว
นี่ผมหลงไปกับจูบนั่นจนลืมตำแหน่งที่ตัวเองเคยอยู่ไปเลยหรือเนี่ย
แล้วมันก็เริ่มขึ้น
ผมถูกปลุกเร้าด้วยมือสากๆคู่นั้น มือสากๆที่ผมชอบ
มือของเขาลากผ่านเขามา ปลุกอารมณ์ผมทั้งหน้าและหลัง
เขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อผมออก
แต่ผมไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่จะยอมง่ายๆแบบนั้นแน่
ผมขบที่ริมฝีปากเขาเบาๆ พลางถลกเสื้อสูทตัวเก่งของ
ผมค่อยขบไปตามซอกคอและไหล่ของเขา
เมื่อเสื้อของเขาหล่นลงไปกองกับพื้น เขาเริ่มใช้แรงน้อยๆผลักผมลงไปบนเตียง
พร้องกับเขาที่โน้มตัวตามลงไปติดๆ
เขาเริ่มหันมาหยอกล้อกับหน้าอกแล้วหน้าท้องผม
คางของเขาที่ไม่นานนี้เพิ่งโกนไป ตอนนี้ หนวดเริ่มขึ้น ทำให้เมื่อถูกสีไปมารู้สึกจั๊กจี้พิกล
ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้
แต่ดูเหมือนเขาจะรู้เลยลงมือแกล้งผม
เอาซะผมเกือบหายใจไม่ทัน
ผมเลยขึ้นคร่อมเข้าแทน
จริงๆแล้วผมก็รู้ว่า ถ้าผมเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น จริงไหม?
เขารู้ทัน....รู้ทันผมไปหมดเสียทุกเรื่อง...
สัมผัสของเขา...เขารอมานานแล้วที่ต้องการให้ผม
ทำตัวเร่าร้อนแบบนี้บนตัวเขา
เขาทำให้ผมต้องครางเรียกชื่อเขาออกมา
จนเมื่อถึงคราวที่เขาบอกให้ผมทำเอง
น่าอายนักที่คนอย่างไนท์วิงค์ต้องมาทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นลงอย่างแปรปรวน
ต่อหน้าคนลามกที่เกือบจะเรียกได้ว่าบ้ากามอย่างนี้
คุณมันบ้ากามสเลด....ผมคิด
แต่มือของผมมันไม่ได้ต่อต้านเลยซักนิด
ปากของผมได้แต่พร่ำเรียกชื่อเขาเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงหอบหายใจถี่ๆนั่น
ผมรู้ดีว่าเขากำลังจ้องมองผมอยู่
ใช้สายตานั่นจับจ้องทุกอิริยาบทที่ผมทำ
เขาชอบใจ...ผมรู้...
อุณหภูมิของทั้งห้องและร่างกายร้อนขึ้นทุกชั่วขณะ
เขาทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้
มันทำให้ผมคิด
ไม่ใช่เขาให้ผมทำ...แต่ผมคิดอยากจะหยอกเล่นกับจิตใต้สำนึกเขามากกว่า
น้ำเสียงที่ผมพูด ชื่อของเขาที่มเรียกผ่านทางโทรศัพท์
มันก็เหมือนกับการเชิญชวนทั้งนั้น.......นี่ผมตั้งใจ?
มือของผมขยับเร็วขึ้น ตาพร่าเพราะน้ำตาที่คลออยู่ที่เบ้าตาด้วยความสุขสม
เหมือนผมลอยอยู่ในสระน้ำ ร่างกายเปลือยเปล่า
ทุกคนคงนึกภาพได้ มันน่าอายแต่รู้สึกดี
นอกจากสายตาของเขาที่ผมรู้สึกได้
เขายังใช้คำพูดในการเล้าโลมอีกด้วย
นี่ก็เป็นอีกอย่างที่เขาถนัดนัก
ทำให้ผมคลั่งด้วยการจินตนาการถึงเขา
ว่าเขาทำกับผมพร้อมด้วยคำพูดเหล่านั้น
ผมเสร็จกิจในไม่ช้า
หลังจากนั้นผมก็ได้ทวงถึงสิ่งที่เขาติดค้างผมไว้
ร่างกานสัมผัสพร้อมกับความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี
ช่วงเวลาหฤหรรน์ผ่านไปตลอดทั้งคืน
นานแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกดีและสบายใจพร้อมกันแบบนี้
ช่วงหลังที่ผ่านมามีแต่เรื่องทำให้ไม่สบายใจอยู่เรื่อย
ตืนเช้าขึ้นมาก็ได้รู้ถึงการใช้ชีวิตแบบปรกติ
ทำอาหารเช้าด้วยพิซซ่าที่สั่งไว้เมื่อคืน
แหงล่ะ ผมทำอาหารไม่ค่อยเก่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะ
คุณสเลดออกจากบ้านไปทำงาน
งวดนี้ได้แต่หวังว่างานของเขาจะผ่านไปด้วยดี
งานของผมก็เช่นกัน
โปรดิวเซอร์เจ้ากรรม โทรมาหาผมในตอนสาย
ว่าว่าจะให้ไปถ่ายแบบโฆษณาของอีกเจ้าที่สตูดิโอในเมือง
ผมไม่ได้เข้าไปเดินในเมืองนานแล้ว
ดีเหมือนกันที่จะได้ไปเดินดูอะไรๆ แล้วซื้อของกลับมาทำที่บ้านบ้าง
ทำงานด้วยความเบื่อหน่าย แต่ไม่ใส่ใจก็ไม่ได้
ดีที่วันนี้งานง่าย
ไม่ต้องแสดงสีหน้าท่าทางมากนัก
อยากจะออกไปเร็วๆ
นึกถึงสิ่งที่จะเจอ
และคืนนี้ที่จะต้องออกไปลาดตระเวณอีกครั้ง
นานแล้วที่ไม่ได้เจอเรื่องง่ายอย่างเช่น
จับคนวิ่งราว หรือ ทำร้ายร่างกาย
หมู่นี้ วิลเลี่ยน ออกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมด
แต่ยากที่จะหาเบาะแสของพวกมัน
ไม่รู้จักเหนื่อยกันบ้างรึไงนะ
วันนี้เดินกลับบ้านพร้อมกับถุงกับข้างใบใหญ่
ชื้อมาพอถึงแมนชั่น ก็มานึกขึ้นได้ว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ ในเมื่อจะไม่มีคนกิน
ผมเกบทุกอย่างเข้าตู้เย็น
ให้อาหารทิมกับอเลิร์ต
ไม่มีอารมณ์จะทานข้าวเย็นเลยแฮะ
เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปลาดตระเวณทั้งอย่างนั้น
ค่ำคืนยาวนานในบลัดเฮเว่นรอผมอยู่
************************
Nanaya : สาหัส.....สาหัส.....สาหัสมากๆ >A<'
ลูแต่งดีเกิน ตีโต้ไม่หวายยย TwT"" เอาชิลๆไปก่อนน้าาาาาาา
พรมขาวเลยสั้นๆ =W=""""
สเลดไม่อยู่แล้วหมดมุขว่ะ ใครก็ด้ายยยยยยยย มาหากุที TAT"
ปล.ยังรออาเซนอลอยู่นะ ;)
---------------------------