GOD DAMNED HERO View my profile

Joker

Joker 10 [Season Finale] - Waking The Monster

posted on 09 Mar 2008 14:04 by dcdiary  in Joker

Joker 10 [Season Finale] - Waking the Monster

(EVE: เอาภาพสีมาใส่แล้ว ปกติอีฟใช้สีหนัก(อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ แต่งวดนี้ไม่ว่ายังไงก็อยากใช้สีหวานๆ ซีดๆ
ปรากฏว่าภาพขาวดำท่าจะสวยกว่าแฮะ ="= แต่นี่อีฟก็พยายามแล้วนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดด)

[1]

ที่จริงแล้ว เรื่องเฮงซวยที่สุดเวลาใกล้ตาย คือช่วงที่ภาพอดีตทั้งชีวิตผุดขึ้นมาในหัวแบบนอนสตอป

... แบบที่เห็นกันในหนังนั่นแหล่ะ ต่างกันที่ความทรงจำของฉันมันน่าปวดกบาลกว่านั้นหลายเท่านัก

ไม่มีเด็กชายแกว่งชิงช้า หน้าแม่ตอนคลอด หรือเป่าเทียนเบิร์ดเดย์ มีก็แต่เสียงหัวเราะบ้าคลั่ง กับภาพน่าเวียนหัว แล้วก็ .......

 

ภาพดวงหน้าใครบางคนปรากฏหลังเปลือกตา ใบหน้าอ่อนโยนของผู้หญิงคนนึงที่รู้สึกคุ้นจนน่าขนลุก ฉันหยุดลากศพตัวเองยืนนิ่งค้างกลางทาง

ความรู้สึกประหลาดวาบขึ้นมาในอก เล่นเอาลมหายใจที่ติดขัดอยู่แล้วขาดช่วงไป

โกหกน่า นั่นมันเรื่องของใครกัน

ฉันกัดฟัน พยายามตะเบ็งเสียงหัวเราะในสายฝน ไล่ภาพหล่อนออกจากหัว เสียงหัวเราะตัวเองฟังแปร่งประหลาด คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่า กลิ่นเลือดอบอวลในปาก กระเซ็นออกมา

ทั้งเรื่องที่ลืมไปแล้ว เรื่องที่อยากลืม ไปจนถึงเรื่องที่สาบานได้ว่าไม่ใช่เรื่องของฉันซักนิด ทั้งหมดแวบผ่านไปต่อหน้า เหมือนหนังสั้นฉายรวดที่ทำความเข้าใจไม่ได้ แต่เจ็บปวด …. ใช่ เจ็บ

ฝนตกหนัก อากาศเย็นเฉียบ ไม่เหมาะแก่การเอาชีวิตรอดซักนิด เคยโดนยิงมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้คงเฉียดตายที่สุดล่ะมั้ง เสียงคนข้างๆหัวเราะเมื่อคิดถึงตรงนี้

'เฉียดตาย กร้ากกก นี่ แกยังคิดว่าจะรอดอีกเหรอเนี่ย' ........ เมื่อหันไปมอง โจกเกอร์อีกคนก็ส่งสายตากวนส้นกลับมาใบหน้าครึ่งซึกของมัน โดนระเบิดจนเละ พอๆ กับอีกหลายๆ ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลัง บางตัวทรุดนั่ง บางตัวตายไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันยืนมองร่างตัวเอง ค่อย ๆ ล้มละเนละนาดลงบนพื้นโคลนเฉาะแฉะ ทีละร่าง ทีละร่าง เหมือนซากวัวในฟาร์ม ล้มตายจากโรคระบาด

....... มาได้แค่นี้แหล่ะ

.... บางทีพวกเราอาจจะตายไปแล้วก็ได้

.... ถ้างั้นทำไมยังเจ็บอยู่อีกวะ

'พวกนั้นยังตามมาอยู่รึเปล่า' .... ฉันถาม

.......เบิ่งตาดูเองเหอะ

ในสายฝน ภาพป่าเบื้องหลังเลือนลางเต็มที แต่ก็ยังพอมองเห็นบางอย่าง เคลื่อนไหวในความมืดและพร่าเลือน ลูกไฟกลมๆ เล็กๆ นับได้ 13 ดวงพอดี กลิ้งขลุกๆ ตามมา ทั้งหมดฮัมเพลงรถขายไอศกรีมอย่างเบิกบาน ไอหัวพวกนั้นแหล่ะ พวกมันติดไฟลุกโชนจากระเบิด กลิ้งตามฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ฉันแค่นยิ้ม พลางขยับตัวก้าวขาเดินต่อ ทิ้งร่างของพวกพ้องบางส่วนที่ตายแล้วไว้ข้างหลัง แผลถูกยิงที่อกเจ็บจนแทบกระอัก... ตอนนี้มีรูที่ทะลุจากข้างหลังไปข้างหน้าได้ นึกอยากเอาห่วงร้อยพิกล

........ เจ็บ

......... พอแล้ว แกคิดว่าจะไปไหนต่องั้นรึ

กลับไปที่โรงงาน ....

ตายตรงนี้ไม่ดีกว่าเรอะ ? พวกมันจะได้หาศพไม่เจอ

อย่าบ้าน่า ยังไงก็เจออยู่ดี ตรงนี้ห่างจากถนนเท่าไหร่กัน แล้วบางทีที่นั่น ....เขาอาจจะ

ตลกดีที่ตัวเองยังคงคิดถึง คุณหมออยู่ ภาพใบหน้าหมอตอนที่วิ่งมารัวกำปั้นทุบกระจกรถวาบมาในหัว แทรกกับภาพความทรงจำเก่าก่อน ที่ฉันทำความเข้าใจไม่ได้

 

..........ยังไงก็ไม่รอด ยังไงก็ตายอยู่ดี อีกไม่กี่นาที คงไปนั่งคุยกับเทวดาหรือนางฟ้าอึ๋มๆซักคนล่ะมั้ง

 

'ที่ตลกคือ แกคิดว่าแกจะได้ไปสวรรค์ โจกเกอร์' เสียงหนึ่งพูดขึ้น เสียงแหบพร่าของเด็กชาย ร่างเล็กๆ ยืนขวางทางฉันไม่ให้ไปต่อ ฉันแค่นยิ้มออกมา ทรุดลงนั่งตรงหน้ามัน

 

มาจนสุดทางแล้วเหรอเนี่ย

 

ขี้โกงนี่หว่า แกอยู่แต่ในกระจกไม่ใช่เรอะ

 

เด็กคนเดิมที่ตามหลอกหลอนฉันมาตลอด มันยืนอยู่ตรงหน้า ท่อนบนเปลือยเปล่าในสายฝน จ้องมองฉัน ไม่มีการแสยะยิ้มอีกแล้ว ไม่มีดวงตาอาฆาตแค้น หรือคำถากถางใดๆ เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น

 

มองวาระสุดท้ายของคนที่ฆ่าแกสินะ ฉันหลับตาลงทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนพื้น ที่สุดแล้วก็คงมาได้แค่นี้

ฉันพยายามสูดลมหายใจฟืดฟาด เจ็บหยั่งก่ะนรกทุกครั้งที่หายใจเข้า จนต้องครางออกมาเหมือนสัตว์ป่าใกล้ตาย ร่างกระตุกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อภาพในความทรงจำค่อยๆประติดประต่อแจ่มชัดขึ้น

อย่างงั้นเองเหรอ ไอนี่นะความทรงจำของแกเองสินะ ........... แม้จะหลับตาอยู่แต่รู้ว่ามันยังคงอยู่ที่นั่น ยืนอยู่ข้างฉัน ไม่ไปไหน เฝ้ามอง เฝ้ารอ รอให้ภาพทั้งหมดของความทรงจำสมบูรณ์อีกครั้ง

 

เสียงสวบสาบของเท้าเปล่าที่ย่ำอยู่ข้างๆ ตามด้วยเสียงครึกๆ เหมือนเสียงหินกลิ้ง ฉันปรือตามอง ตรงหน้าหัวเล็กๆของเด็กสาวส่งยิ้มมาให้ พร้อมเปลวไฟลุกโฉน เนื้อติดไฟของเธอค่อยๆละลายทีละน้อย ฉันหลับตาหนีแสงจ้ากับเปลวไฟ ที่สาดเข้าใส่ ทว่ากลับมีเสียงเรียกแทรกเข้ามา

 

' พอได้แล้ว นั่นนะ แกคิดจะหนีไปไหนอีกรึ !!!'

หนีเหรอ หนีอะไร ก็หัวพวกนั้น แล้วก็ โจกเกอร์พวกนั้น พวกของฉัน?

โจกเกอร์ไม่อยู่ที่นี่ มีแค่แก กับฉัน

เมื่อเปิดตาอีกครั้ง ดวงตาลึกโหลของเด็กนั่นอยู่ตรงหน้าพอดี มือเล็กๆเอื้อมมาลูบแก้ม สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาที่ร่างเราสอง เด็กชายกระซิบบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้ขอบตาฉํนร้อนผ่าว

อย่างนั้นเองเหรอ โจกเกอร์ ไม่อยู่เหรอ ?

 

-----------------------------

 

[2]

ความฝันประหลาดค่อยๆเลือนลางจางไป รู้สึกตัวอีกครั้งฉันนอนจมอยู่ในพงหญ้า

…. ยังหายใจอยู่ แถมเจ็บหยั่งกับนรกทุกครั้งที่หายใจอัดเอาอากาศเข้าปอด

อันที่จริงฉันคิดภาพตัวเองตอนตายไว้หลายแบบ โดนยิง โดนระเบิด โดนฆ่าตาย

แต่บอกตามตรงนี่ไม่ใช่หนึ่งในนั้นเลยซักนิด สละชีวิตตัวเองเพื่อนักโทษหลบหนีอีกคนอย่างงั้นเหรอ หึหึหึ น่าสมเพชดีนะ

ฉันหลับตานึกภาพสีหน้า ดอกเตอร์เครน ตอนตะโกนเรียกชื่อ ที่ชายฝั่งแม่น้ำ แล้วนึกขำขึ้นมา

ถ้าหากเวลาที่ตายคนเราสามารถเลือกซักความทรงจำหนึ่งติดตัวไปด้วยได้ ฉันขอเลือกคุณหมอแล้วกัน ก็คุณหมอ …..

ดูตลกดี

 

ภาพความทรงจำล้านแปดที่ทำความเข้าใจไม่ได้ ถ้าเป็นเขาที่เห็นเป็นคนสุดท้ายก็ดีอยู่หรอก

ฉันหลับตา เพ่งพินิจใบหน้าที่แจ่มชัดอยู่หลังเปลือกตา ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น ภาพเดิมยังคงอยู่ตรงหน้า … หืมมม ไม่สิ พอหลับตาคุณดูดีกว่านี้นิดนึงนะ

ดอกเตอร์เครนนั่งอยู่ข้างๆ ริมฝีปากบางเผยออ้า หอบหายใจ ใบหน้าเปื้อนโคลนแว่นเอียงกะเท่เร่ หัวยุ่งเหยิงหยั่งก่ะไปคลุกดินที่ไหนมา แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น เขากลับดู เหมือน … .

“เทวดามารับ แบบนี้แปลว่า ได้ขึ้นสวรรค์ซี?”

ดอกเตอร์ เครนหัวเราะออกมา

ครั้งแรก ครั้งแรกที่เห็นเขาหัวเราะ ริมฝีปากบางที่เม้มเรียบอย่างไร้อารมณ์ ตลอดเวลา ดูดีอย่างที่คิดเลย เวลาหัวเราะ

ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็ดีอยู่หรอก

 

 

[3]

 

ฉันพยายามหายใจ กระเสือกกระสนหอบเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด แต่เหมือนมีถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ ครอบหัว อยู่

หายใจ ไม่ออก แถมทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศเข้า ก็รู้สึกเหมือนใครเอาลิ่มมาตอกที่อก ตรงที่โดนยิง

มือของดอกเตอร์เครนกดแน่นอยู่ที่หน้าอกพยายามห้ามเลือด เสื้อที่เขาหามาใช้กับแผลถูกย้อมเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว แต่นอกจากความรู้สึกเจ็บแทบบ้านี่แล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวซักนิด

หึหึ ก็อยู่ในมือหมอแล้วนี่นะ

ฉันพยายามยกหัวขึ้นมองเขา อยากบอกหมอให้ยอมแพ้ได้แล้ว แต่ใบหน้าคร่ำเคร่งของเขา กลับตวาดตอบกลับมาให้นอนลง มือแดงเถือกกดหัวฉันให้นอนราบเหมือนเดิม จนหลังหัวกระแทกกับเบาะรถ

ฉันหัวเราะ คิ้วคุณหมอขมวดกันให้ยุ่ง ดอกเตอร์คนเดิมที่สุขุมเย็นเหมือนน้ำแข็งหายไปไหนแล้วล่ะ

หมอมือไม้สั่นแบบนี้ คนไข้จะรอดมั้ยนี่ ?

 

หลับตา

 

ภาพหญิงสาวคนเดิมแวบผ่านเข้ามาฉับพลัน เธอยิ้มให้ ดูช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ภาพขาวดำลานเลือน สลับกับสีแดงของความจริง ฉันเพ่งพินิจนึกเรื่องเธอ นึกหน้าเธอ เธอวางมือทาบบนอกฉัน เหมือนให้คำสัญญา

มือดอกเตอร์เครนกดอยู่ที่หน้าอก ซ้อนกับมือของหล่อน ฉันคว้าข้อมือผอมบางนั่น พยายามนึกเรื่องของเธอให้ออก มันสำคัญมาก

สัญญา ? สัญญารึเปล่า?

 

ฉันพูดอะไร นะ

 

ปกป้องเหรอ ใช่มั้ย ?

 

ริมฝีปากบางอ้าเผยอ พร้อมรอยยิ้ม

ที่นั่นในความทรงจำ ภาพพร่าเลือน เหมือนหนังเก่าโบราณสั่นไหว ไม่ชัดเจน ฉันดึงเธอมากอดเอาไว้ ผมสีน้ำตาลยาว ร่างผอมบางอ่อนแอ ขี้โรค เธอมักจะดูเศร้าอยู่เสมอๆ ใช่แล้ว ฉันต้องปกป้องเธอ สาบานจะดูแล ทำให้ยิ้ม …..

 

ทำให้หัวเราะ ……

 

สัมผัสกดแน่นบนหน้าอกหายไปแล้ว ดอกเตอร์เครนดึงมือออก หลังพันแผลเสร็จ คุณหมอปีนข้ามเบาะไปนั่งประจำด้านคนขับ รถสั่นสะเทือนยามออกตัว ดึงฉันจากความทรงจำพร่าเลือน

ฉันผงกหัวขึ้นปรือตามอง ลมหายใจติดขัด ฉันท้วงให้เขาคลายผ้าพันแผลออก แต่กลับได้รับคำสั่งให้นอนลง

 

มากไปมั้ง ไม่เห็นต้องซีเรียสขนาดนั้นซักนิด คุณน่ะกลับมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้รึไง ให้ผมนึกให้ออกก่อน แล้วค่อยไปได้มั้ย

 

ก็มันสำคัญมากนะ …..

 

หลับตาอีกครั้งแม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ได้ลืมขึ้นมาอีก แต่หลังเปลือกตาฉันรู้ว่า เธอรออยู่ที่นั่น

แรงสะเทือนของรถ กับเสียงเครื่องยนตร์ค่อยๆ ห่างออกไป เหลือแค่มือผอมบางดึงฉันเข้าไปใกล้กระซิบบางอย่าง

โคมไฟระย้าห้อยอยู่เหนือหัว รอบข้างจุดเทียนสว่าง ฉันกลับมาบ้าน ดื่มแชมเปญจ ฉลองให้โอกาสพิเศษ วันนี้เธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไหร่ ชุดสีขาวที่สวมใส่ กับรอยยิ้มน้อยๆ

 

เธอกำลังรออยู่

 

 

 

[4]

เสียงเรียกชื่อของเธอในฝัน ปลุกฉันให้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

 

ชื่อฉันที่ลืมไปแล้ว

 

ชื่อที่ถูกฝังเอาไว้

 

ตอนนี้จำได้แล้ว

 

ภาพเลอะเลือนในความทรงจำดูช่างห่างไกล แม้จะไม่สมบูรณ์นัก แต่อย่างน้อยก็พอนึกออก ฉันกระพริบตาถี่ มองเพดานรถสีทึมตรงหน้า พยายามแยกเรื่องในฝันกับความทรงจำอย่างเปล่าประโยชน์

ทุกอย่างดูช่างพร่ามัวนัก จนกระทั่งหันมาเห็นหน้าคุณหมอที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงรู้ตัวว่ายังหายใจอยู่ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปลาบขึ้นมาทันทีที่ได้สติ

 

ใบหน้าชื้นเหงื่อ แก้มเลอะโคลนกับเลือดของฉันเป็นทางยาวจ้องมองฉัน

ใบหน้าเรียบเฉยกลับมาอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเหมือนชั่งใจ ก่อนจะเผยอเริ่มเรื่องเล่าเก่าก่อน เหมือนเด็กเล่านิทานของเขา

จะกล่อมผมรึไง ถ้าผมกำลังจะตายละก็ อยากฟังเรื่องที่สนุกกว่านี้น่ะ

 

ฉันหัวเราะออกมา คิดว่าถ้าเขาเล่าเรื่องประสบการณ์ครั้งแรกให้ฟัง คงดีกว่านี้อยู่หรอก

 

คุณหมอเอื้อมมือมาแตะริมฝีปากเมื่อฉํนเอ่ยท้วงเรื่องของเขาเป็นระยะ กวนอารมณ์เขาเล่น

 

ก็ดวงตาสีฟ้าใสเหมือนลูกแก้วของเขาตอนนี้ สงบนิ่งเหมือนน้ำในทะเลสาบ นิ่งจนน่ากลัว

 

นี่ไม่ใช่ใบหน้าแบบที่อยากเห็นซักหน่อย

 

ยิ้มสิ พ่อช้อคโกแล้ต

หัวเราะให้ดูหน่อย

 

เรื่องเล่าใกล้มาถึงตอนสุดท้าย ฉันไม่รู้หรอกว่านั่นเรื่องจริงรึเปล่า และคงไม่มีวันรู้ บางทีเขาอาจเป็นคนหักปีกเจ้านกกางเขนนั่นเองก็ได้ ใครจะรู้

ถึงตอนนี้ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง เป็นครั้งแรกที่เจ็บจนแทบไม่อยากหายใจอีกแล้ว ถ้าตายง่ายกว่านี้ก็ดีอยู่หรอก ตาเริ่มพร่าเลือน คุณหมอดูห่างไกลออกไปทุกที รวมทั้งเรื่องของผู้หญิงคนนั้นด้วย ในความทรงจำเรื่องไม่ชัดเจน แต่ฉันยอมพ่าย แค่นึกชื่อตัวเองออกก็พอแล้ว ตอนนี้ข้างๆมีคุณหมออยู่

ฉันโยนชีวิตทิ้งไป เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกลัวอีก

 

คุณหมอหยุดเล่าเรื่องแล้ว เขาหลับตา ผ่อนลมหายใจ แพรขนตาสีดำยาวขยับไหว

ฉันอยากดึงเขาเข้ามาใกล้ อยากรู้สึกถึงปัจจุบันมากกว่านี้อีกหน่อย

“ถ้าผมกำลังจะตาย คุณไม่ต้องบอกอ้อมขนาดนี้ก็ได้นะ” ฉันพูดดึงเขามาสู่ปัจจุบัน ดึงให้เข้ามาใกล้กัน

 

“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอก” เขามอง แววตาบอกความสงสัย ถึงตอนนี้พบว่าตัวเองพอบอกอารมณ์เขาได้นิดหน่อยแล้วล่ะ ฉันยิ้มกับตัวเอง เสียใจที่มันช้าเกินไป

 

“มันสำคัญมาก ฟังนะ ……

 

ดอกเตอร์เครนเลื่อนหน้าเข้ามาอีกเพื่อฟังให้ได้ยิน ฉันกดใบหน้าเขาเข้ามาใกล้ จนได้กลิ่นเหงื่อ กับลมหายใจของเขา

ได้ยินเสียงหัวใจ

ฉันกระซิบบอกชื่อฉันกับเขา

 

ชื่อที่หายไปนานนับสิบปี

 

ถึงตรงนี้ ไม่มีโจกเกอร์อีกแล้ว ไม่มีชายหัวเขียว กับเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ไม่มีใครจะทำร้ายเขาได้

 

มีแค่ฉัน ตัวจริงของฉัน กับเขา

 

Joseph Kher

.

.

.

ถ้านี่จะเป็นตอนจบ ก็เป็นตอนจบที่ดีเยี่ยมแล้วไม่ใช่เหรอ

ฉากสุดท้ายของเรื่องนี้

ฉันจูบเขา เรื่อยจากใบหู แก้ม จนกระทั่งถึงริมฝีปาก ช้า ก่อนจะนิ่ง รอให้เขาตอบรับความรู้สึกที่ส่งออกไป

มือของดอกเตอร์ทาบอยู่ที่อก รู้สึกถึงหัวใจตัวเองที่เต้นช้าลงใต้ฝ่ามือของเขา ใต้มือเปื้อนเลือดของเขา

 

ตลอดมาบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันวางชีวิตไว้ในมือคนอื่น แต่กับคนตรงหน้านี้ ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใด ยังไงซะนี่ก็เป็นตอนจบสินะ

 

ริมฝีปากอุ่นชื้นของคุณหมอตอบรับ เป็นจังหวะเชื่องช้า เนิ่น นาน อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไปเหลือเกิน

 

ไม่นาน ดอกเตอร์ผละออกเขาชันตัวขึ้นมองผม บางอย่างในแววตาคู่นั้นสั่นไหว

ฉันเคยบอกใช่มั้ย ว่าฉํนอยากทำอะไรซักอย่างกับตาคู่นั้นตอนนี้ฉันรู้แล้ว

ฉันอยากจ้องมองมันไปอีกนานๆ

 

ดูเหมือนเรื่องของดอกเตอร์จะยังไม่จบ เขาเริ่มเล่าต่อ ภาพของหญิงสาวคนนั้นกลับมาอีกครั้ง ฉันพยายามพลักเธอไปให้พ้น ขณะจ้องมองดวงตาสีฟ้าไหวนั่น อยากอยู่กับดอกเตอร์ในปัจจุบันนี้มากกว่า

 

ความเจ็บแปลบทั่วร่างค่อยๆหายไปทีละน้อย เปลี่ยนเป็นหัวใจที่เจ็บชาอย่างไม่รู้ที่มา นานขนาดไหนแล้วที่ไม่ได้รู้สึกเจ็บที่หัวใจแบบนี้ ฉันมองดอกเตอร์ตรงหน้า เรื่องเล่าของเขาฟังแปร่งแปลก ฉันพยายามทำความเข้าใจมัน แต่ไม่รู้ว่าเขาพยายามจะสื่ออะไร จนกระทั่ง เสียงหนึ่งดังขึ้นไกลๆ

 

เสียงนั้นเข้ามากระตุกความทรงจำ

 

ภาพเธอคนนั้นชัดเจนขึ้น แต่คราวนี้บางอย่างแปลกไป เมื่อมองให้ชัดใบหน้าของเธอจากอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเฉยเมยเย็นชา เมื่อเธอผละออกจากอ้อมแขนที่กอดรั้งเอาไว้ ฉันก้มลงมองตัวเอง ประกายมีดสีเงินปักอยู่ที่ช่วงตัว ย้อมฉากในความทรงจำให้แดงฉาน เหมือนความจริงตอนนี้

 

ณ ที่นั่น เสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น พร้อมเสียงตะโกนผ่านโทรโข่งให้มอบตัว

 

ฉันกระพริบตาถี่ ข้างหลังดอกเตอร์เครน พวกมันกลับมากันแล้ว ใบหน้าเปื้อนเครื่องสำอางค์ขาวซีดเขม่นมองอย่างโกรธา

 

เสียงหวีดของไซเรนรถตำรวจ ดังใกล้ขึ้น ใบหน้าของหล่อนแวบผ่านมา ฉันหลับตาหนีแต่เปล่าประโยชน์เพราะมันยิ่งแจ่มชัด

 

หล่อนโกหกแก ทั้งที่แกพยายามทำทุกอย่างให้ ทั้งที่แกมอบทุกอย่างให้ ทั้งที่แกปกป้องด้วยชีวิต

ทั้งที่อยากให้หัวเราะ !!!!!

 

เสียงหัวเราะแปร่งประหลาดของตัวเองแผดขึ้นอีกครั้งเหมือนในค่ำคืนนั้น ตอนที่หลีกหนีจากสิ่งที่เผชิญตรงหน้า เสียงหัวเราะเดียดฉันท์กับความโง่ของตัวเอง

 

เงื้อมือตบหน้าคนตรงหน้าเต็มแรง

 

คุณมัน โกหกทั้งเพ สอพลอ สับปลับ โง่ที่เชื่อ

 

ความรู้สึกเจ็บปวดสาหัสที่ยิ่งกว่าบาดแผลหลายเท่านักกดทับลงมาอีกครั้ง

 

โจกเกอร์ กลับมาแล้ว พวกมันนั่งอยู่เต็มรถ สาบส่งให้กับความเขลาที่หลงเชื่อคนอื่น

 

ฉันหลับตาปล่อยให้พวกมันกลับเข้ามาครอบงำ หลังเปลือกตา เด็กผู้ชายคนเดิมกรีดร้อง

 

เด็กที่ชื่อ Joseph Kher

เสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน เขาถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิด โยนเข้าไปในห้อง ปิดประตู ล้อคตาย

 

ข้างนอกประตู ได้ยินเสียงหัวเราะด้วยความแค้นและความบ้าคลั่งแผดดัง

หัวเราะ

กลบทุกเสียง

หัวเราะ

ลืมทุกอย่างไปให้หมด

.

.

.

.

--------------------------

 

Sheck: อัพแล้ววววววว จบ Season หนึ่ง ของ Joker กับ Crane แบบสมบูรณ์ แล้วเฟร้ยยย

ขอบอกว่า เหนื่อยมากๆ และ ยาก โคตรๆ ก่ะไอบ้า นี่ เพราะมันบ้าาาาา *กรีดร้อง*

คนอ่านจะเข้าใจเนื้อเร่องที่พยายามใส่มั้ยนี่ ถ้าอ่านแล้วงงก็บอกเน้อ คนคิดเอง คิดไปก็งงไปด้วยก่ะอดีตโจกเกอร์ที่ บิวต์ขึ้นมากัน ให้เข้าก่ะเรื่องของ ดอกเตอร์ เครน

 

ตัวตลก แอบดราม่า เหอะๆๆๆ

สุดท้ายนี้ แทรงกิ้วอีฟที่มาช่วยด้วยนะ แทรงภาพประกอบงดงามของแกด้วย ไม่มีแกฉันแต่งไม่ได้แน่ๆ เกือบยอมแพ้ไปหลายครั้ง ตอนแรกก่ะให้มันเป็นเนื้อเรื่องเสริมเฉยๆ แบบว่า ก็เหนอีฟบอกว่าให้แต่งเสริมตอนจบของเครน แต่แต่งไปแต่งมาไหงมันกลายเป็นสำคัญกับภาคสองขนาดนั้นฟร้ะ

เอาล่ะ จบแล้วดีกว่า >_< เหลือ Season Finale ของ Superman อีกหนึ่งแล้วก็จะปิดภาคแล้ว เย้ ๆ ๆ

หลังจากนี้ เปิดแชมเปญฉลอง Season I จบกันดีกว่า เหอ ๆ ๆ ๆ

ps Seasonสอง จะเหลือแค่โจกเกอร์ภาคดิบเถื่อน เท่านั้น ส่วนที่ดีหายไปแล้ว จะยังไงต่อวะนี่ ข่าวว่าจะวุ่นกว่าเดิม 555


Joker 09 - To where i does not exist

posted on 19 Feb 2008 23:05 by dcdiary  in Joker
นั่งอยู่ในรถหลังพวงมาลัยพิงเบาะคนขับ หัวสมองแล่นทบทวนเรื่องสนุกที่เพิ่งทำไป แผลที่แขนปวดตุบๆ จนอยากจะเอามีดมาคว้านเนื้อที่บวมช้ำออกมาซะ ก่ะว่าความเจ็บของมีดที่คว้านจะไปทำให้ความเจ็บของแผลที่เริ่มเน่านี่หายไป
คิดอะไรโง่ๆ โจกเกอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่ายหัว หัวเราะสมน้ำหน้าชั้น พลางสบถด่าอย่างสะใจ อยากจะบีบคอพวกมันซะจริงๆว่ะ ทำไมมีแต่ฉันที่เป็นแผลอยู่คนเดียว ทั้งที่ไอตัวการทำให้ได้แผลไม่ใช่ชั้นซักหน่อย

รถขายไอศกรีมที่ขโมยมา สีสันฉูดฉาดมองเห็นเด่นเป็นสง่าแม้ในแสงสีส้มยามใกล้ค่ำ เสียงวิทยุในรถกระจ่ายข่าวบอกเล่าอาชญากรรมที่ฉันเพิ่งก่อ เรียกรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะให้กลับมาในหมู่พวกเรา สวนสนุกในกอทแฮมวันนี้คงเหลือแค่ชื่อ เมื่อฉันใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่เลื่อนรางรถไฟเหาะออกจากที่ ฉันใจดีขนาดไหนที่ส่งจดหมายไปบอกพวกมันก่อนตั้งหลายนาที แต่พวกง่าวนั่นยังไม่มีปัญญาทำอะไรซักอย่าง แหม่ถ้าเป็นแบทซี่อาจจะทำได้ก็ได้นะ แต่ตอนนี้ไอค้างคาวบ้านั่นมันดันหายตัวไปซะได้ .... เพราะงั้นเมืองสวะชั้นดีอย่างกอทแฮมทั้งเมืองตอนนี้เลยกลายเป็นสวนสนุกชั้นยอดของฉัน เสียงแม่สาวนักข่าวเจื้อยแจ้วแจ้งยอดผู้เสียชีวิต .... ยี่สิบสี่ อืม ยี่สิบสี่ชีวิตบนรถไฟเหาะ ได้กรีดร้องสมอยาก หึหึ ถ้ารวมกับพวกข้างหลังก็เป็น สามสิบเจ็ด ชั้นเอี้ยวตัวไปเบื้องหลังมองไปยังห้องเก็บไอศกรีม หัวมนุษย์ในถุงพลาสติกใสสิบกว่าหัวจ้องกลับมาพร้อมสีหน้าหัวเราะร่าอย่างเป็นสุข ด้วยก๊าซผิดรุ่นทดลองตัวใหม่ ภาพข้างหลัง เติมเต็มความหิวกระหายของปีศาจในตัวให้อิ่มแปร้

ฉันขยับหมวกลายทางทรงสูงของคนขายไอศกรีมให้เข้าที่ นั่งเท้าแขนสูบบุหรี่บนรถขายไอติม พอดีกับที่ ดอกเตอร์เครน เดินออกมาจากตึกพร้อมกับลากร่างเล็กๆ ของเด็กนั่นออกมาด้วยท่าทางทุลักทุเล เด็กนั่นบิดตัวดิ้นพยายามจะหนี ร่างเล็กสะบัดตัวเปะปะเพราะผ้าปิดตาสีดำคาดตาไม่ให้มันมองเห็นทาง ดอกเตอร์เดินตรงออกจากตึกพลางบิดแขนเล็กๆที่ถูกมัดไว้ กระชากให้เดินตามอย่างไม่สนใจเสียงโอดครวญขอร้องของร่างนั้นแม้แต่น้อย ....เลือดเย็นซะจริง

ฉันเปิดเสียงเพลงรถขายไอศกรีม เสียงเพลงร่าเริงเกินมนุษย์ธรรมดาจะรับได้ ขยายดังไปทั่วบริเวณโรงงานร้าง ดอกเตอร์เครนสะดุ้ง ถลึงตามองมาทางนี้ ดูแปลกใจที่เห็นชั้น
"ให้ไปส่งมั้ย" ชั้นถาม ยียวน ดอกเตอร์ไม่พูดอะไรแต่ลากร่างเล็กๆ นั่นเดินตรงมาทางนี้
"เอาไปเป็นชิ้นๆง่ายกว่านะ" เสนอความคิด ดอกเตอร์ส่ายหัว "ไปที่สะพานข้ามตรงอาร์คแฮม" เขาพูด น้ำเสียงนิ่งเฉย พร้อมสายตาจ้องตรงมาที่ฉัน เล่นเอาความรู้สึกปวดหนึบที่หลังหัวเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง โจกเกอร์คนอื่นๆ จากหัวเราะกลับกลายเป็นเงียบงัน เมื่อเห็นหน้าคุณหมอ ครึ่งหนึ่งของพวกมันส่ายหัวพลางเบือนหน้าไปทางอื่น มีแค่ปีศาจหัวเขียวที่นิ่งเงียบมาตลอดเท่านั้น ที่จ้องมองดอกเตอร์อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันขยับตัวอยู่เบาะหลังอย่างไม่เป็นสุข ครั้งสุดท้ายที่เผชิญหน้ากันผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ชั้นคิดว่าดอกเตอร์เครนจะหนีไปแต่ผิดคาด คุณหมอยังปักหลักอยู่ในโรงงานร้าง ไม่แม้แต่พยายามจะหนี หรือหลบหน้า
ดอกเตอร์เครนเปิดประตูห้องทำความเย็น สีหน้านิ่งเฉยไม่มีเปลี่ยนซักนิดแม้จะเห็นว่าอะไรอยู่ข้างใน เขาโยนเด็กที่ชื่อเจด เข้าไปในนั้น ร่างที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องเย็น กระแทกเอาหัวสองสามหัวร่วงลงมาใส่ กรั้ก นึกขอบคุณพระเจ้าเหอะที่แกโดนปิดตาอยู่


"เฮ้ ระวังหน่อยสิ ของที่ระลึกผมนะ" ชั้นอุธรณ์เมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆนั่น ขยับตัวเปะปะไปจนเกือบเหยียบหัวเล็กๆ ที่ชั้นชอบที่สุด


"ขอโทษที" ดอกเตอร์ตอบปิดประตูหลังห้องเย็น ปึง ปล่อยร่างบางให้หนาวสั่นในนั้น พลางเดินมานั่งข้างคนขับ โจกเกอร์ที่นั่งอยู่ก่อนหน้านั้น หันมามองหน้าฉันทำหน้าไม่พอใจก่อนจะปีนข้ามเบาะคนขับไปนั่งข้างหลัง บ่นอุบอิบตลอดทาง

ร่างผมสีช้อคโกแลตเอื้อมมือมากดปิดเพลงหลั้ลล้า ที่ดังแสบแก้วหูหลังจากออกรถมาได้ซักพัก


" เฮ้ เฮ้ " ปัดมือบางๆนั่นออก เขาชักมือกลับ ชะงัก แวบหนึ่งแต่ก็เอื้อมมือมาปิดมันจนได้


"มันหนวกหู" เสียงเย็นเป็นน้ำแข็งพูด รู้หรอกว่าหนวกหู ก็ตั้งใจกวนประสาทคุณเล่นๆนั่นแหล่ะ ฉันหัวเราะเบาๆ เหลือบมองใบหน้าคมที่มองกลับมา นึกหงุดหงิดที่คุณหมอเล่นเอาแต่จ้องหน้าอยู่ได้ จะมองอะไรนักวะ

ฉันเบือนหน้าจากทางตรงหน้าหันไปจ้องตอบ พลันสายตาเหลือบลงไปเห็นลำคอระหง ที่ยังคงเหลือรอยแดงช้ำที่ชั้นทำไว้อยู่


"ทำไมถึงยังไม่หนีไปอีกล่ะ" ชั้นถามเขาในที่สุด ดอกเตอร์เงียบพักหนึ่ง


"ผมต้องอยู่รักษาคุณ" ชั้นเลิกคิ้วมองเขา หัวเราะออกมาดังๆให้กับคำตอบนั่น

"รักษา? ไอเนี่ยอ่ะเหรอ" หมุนนิ้วชี้ ชี้ที่หัวตัวเอง

"เสียใจนะ ผมว่าผมกับไอที่อยู่ในนี้ไปด้วยกันได้ดีขอบคุณ" ยังคงหัวเราะ
"ที่สำคัญคุณมากกว่า ที่เป็นฝ่ายต้องให้ผมช่วยอยู่ตลอด" ชั้นโต้กลับ ข้างหลังปีศาจผมเขียววางมือบนเบาะพิงหัวข้างคนขับยังคงจ้องมองดอกเตอร์ จริงว่าฉันอาจจะช่วยคุณหมอจากคนอื่นๆได้ แต่ใครจะช่วยเขาจากปีศาจร้ายอย่างฉันกันวะ

"ผมก็แค่อยากช่วยคุณโจกเกอร์" ให้ตายเขานึกว่าเขาเป็นใครน่ะ ช่วยชั้น !!??? ชั้นเนี่ยนะ !!???? อันที่จริงยิ่งดอกเตอร์อยู่ ไอสมดุลที่อยู่ในหัวนี่ยิ่งแย่เข้าไปกว่าเก่าซะอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด

 

ฉันเหล่ มองกระจกมองหลัง ใบหน้าแก่กว่าวัยของเด็กผู้ชายคนเดิมจ้องกลับมา ..... นั่นไง ถึงได้กว่าแย่กว่าเก่า เสียงหัวเราะเงียบลงฉับพลันเมื่อเห็นหน้าที่สะท้อนกลับมา ขอบตาดำคล้ำกับริมฝีปากซีดแห้งแสยะยิ้มให้ พอดีกับที่มือเรียวบางของดอกเตอร์เอื้อมมาจะแตะแขนข้างที่เป็นแผลยาว ที่ถือพวงมาลัยอยู่

"อย่าแตะ !!!!"ชั้นตวาดลั่น แต่ดอกเตอร์ไม่ฟัง เขาวางมือลงบนแขนเบาๆ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่ดวงตาที่อยู่หลังแว่นกระจกนั่นวับไหวไปด้วยความรู้สึก ดวงตาที่เหมือนกระจกเงาในทะเลสาปยากจะคาดเดา เกลียดชะมัด

"ก็บอกว่าอย่าแตะไงเล่า" สัมผัสอ่อนเบาที่แขนเย็นเหมือนน้ำแข็งส่งกระแสไฟแล่นปลาบไปถึงไหล่ ฉันตวาดอีกดึงแขนออกจากมือนั่น พลางทุบแรงๆบนแตรรถ เขาสะดุ้ง ริมฝีปากบางของคุณหมอเม้มเรียบด้วยความขุ่นเคืองใจ

"มันอักเสบ ถ้าไม่ทำแผลจะยิ่งเน่า" น้ำเสียงยังคงนิ่งเฉยเหมือนเคย

"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณเล่า !!!" หงุดหงิด หงุดหงิดเหลือเกินกับคนข้างๆ โจกเกอร์ข้างหลังนั่งระสับระส่าย หลายคนในนั้นทำท่าบีบคอตัวเอง ก่อนจะชี้นิ้วมาที่พ่อช้อคโกแล้ตที่นั่งข้างๆ ฉันส่ายหัว เหยียบคันเร่ง เร่งให้ถึงที่หมายเร็วๆ ดวงตาอาฆาตจากเด็กในกระจกยังคงจ้องกลับมา ไอเด็กเวรเอ้ย ฉันกัดฟันกรอด มือปัดลูบหน้าตัวเองด้วยความระสับระส่าย อายชาโดว์สีดำใต้ตาลากเป็นทางยาวตามแก้ม บัดซบ !! ค่ำคืนนี้ชักไม่สนุกอย่างที่คิด ทางที่ดีรีบทำให้มันจบเร็วๆดีกว่า

"ดื้อด้านชะมัด" เขาบ่นอุบก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น ขนตายาวงอนกระพริบขึ้นลงเหมือนผีเสื้อ ความรู้สึกอยากสัมผัสแล่นเข้ามากระแทกอีก แต่ต้องข่มใจเอาไว้ ตอนนี้ยิ่งอยู่ห่างดอกเตอร์ได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีทั้งกับตัวเองและกับเขา หายใจเข้าลึกๆ ชั้นผิวปากเพลงเดียวกับเพลงรถขายไอศกรีม พยายามผ่อนคลายแต่มือที่จับพวงมาลัยกลับเกร็งแน่นโดยไม่รู้ตัว คนข้างๆกำลังทำให้ฉันเป็นบ้าว่ะ ใช่ว่าไม่ได้เป็นอยู่แล้วแต่มันหนักกว่าเดิม โจกเกอร์ข้างหลังยื่นหน้าเข้ามาระหว่างเบาะคนขับ ฉันเหล่มองมัน ส่งสายตาเตือนไม่ให้เข้ามายุ่ง ก็ถ้าทำให้คนคนนี้บาดเจ็บอีก ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

 

เมื่อมาถึงสะพาน ดอกเตอร์ลากร่างเล็กนั่นออกจากรถ ปากบางบนใบหน้าเล็กๆนั่นเปลี่ยนเป็นสีม่วง ผิวซีดขาวตัวสั่นเป็นลูกนก แถมยังมีน้ำแข็งเกาะตามขนตา กับผม ฉันหัวเราะหึ กับภาพตรงหน้า ไอเด็กเวรนั่นโอดครวญตอนโดนลากลงมาจากรถ ริมฝีปากสั่นกระทบกัน เอ่ยเรียกชื่อ ใครบางคน ดอกเตอร์ชะงักเมื่อได้ยินร่างเล็กๆ พร่ำเรียกชื่อนั่นราวกับสวดมนตร์

"จำได้แล้วเหรอครับ" เขาถาม แต่เด็กนั่นไม่ตอบยังคงเรียกชื่อนั่นซ้ำๆ จำได้แล้วไง ยังไงก็คงไม่ได้เจอกับเจ้าของชื่ออีกแล้วล่ะ
ฉันหัวเราะคิกคักกับความคิดดังกล่าว

"จะทำอะไรกับเค้าครับ" ชั้นถาม รู้สึกรำคาญนิดๆ ที่คุณหมอไม่รีบๆ ฆ่าไอเด็กนี่ไปซะ ทำไมต้องทำให้มากเรื่องด้วย ใบหน้าตอบซูบของคุณหมอเผยิดไปทางสะพาน อีกไม่นานน้ำก็จะขึ้น เข้าใจละ อยากผูกไอเด็กนี่ไว้ รอน้ำขึ้นอย่างงั้นสิ ฉันพยักหน้า เดินไปหยิบเชือกหลังรถ

"ผมจัดการเอง" ชั้นพูด อุ้มร่างที่สั่นงกๆขึ้นพาดบ่า ไปบนสะพาน ร่างนั่นไร้การต่อต้านใดๆ เพียงแค่แรงกระตุกเบาๆ เป็นพักๆ.... ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย ฉันผูกเชือกกับข้อมือเล็กๆนั่น ก่ะว่าเชือกยาวพอไม่ให้จมน้ำทันที ... ต้องรอให้น้ำขึ้นอีกน่ารำคาญชะมัด ตอนที่ตัดเชือกนึกอยากเอามีดหั่นไอเด็กนี่ให้เป็นริ้วๆ แต่หันไปเห็นคนที่ยืนอยู่ที่รถยังคงกอดอกมองอยู่ .... ตามใจ แย่งเหยื่อคนอื่นไม่ใช่นิสัยชั้นซะด้วย ฉันพลักร่างเล็กๆ ร่วงจากบนสะพาน ชะโงกมองให้แน่ใจว่า ร่างนั่นจมลงครึ่งนึงเหนือระดับน้ำพอดี เงื่อนที่มัดไว้กับข้อมือลวกๆ ป่านนี้คงโดนแรงกระชากจากตอนตก กับแรงโน้มถ่วงโลก ทำเอาข้อมือหรือไหล่หลุดแหงๆ.... ระหว่างที่สำรวจผลงานและคิดว่าใบหน้าที่โผล่มาครึ่งหนึ่งใต้ผ้าปิดตานั่นดูคุ้นๆชอบกลเสียง คุณหมอก็ตะโกนเรียกจากริมฝั่ง

"โจกเกอร์ !!!!!" พอหันไปมองก็เห็นว่าดอกเตอร์เครนรีบวนรถพลางกวักมือเรียกให้ขึ้นรถด้วยท่าทีร้อนรน

"ตำรวจ" เขาพูด เมื่อฉันกระโจนขึ้นรถฝั่งคนขับ แทนที่เขา พอขึ้นรถก็ได้ยินเสียงวิทยุตำรวจที่ดอกเตอร์จูนหาเพราะสังหรใจไม่ดี เสียงตำรวจโต้ตอบ ระบุรูปพรรณสัณฐานรถขายไอติม ที่เด็กสามขวบเห็นก็ต้องจำได้ กับที่อยู่ ที่มันเป็นที่นี่ชัดๆ ตามด้วยเสียงเรียกกองกำลังเสริมมาทั้งกองทัพ เวรล่ะสิ

" บ้าชะมัด ดันใช้รถแบบนี้ก่อเหตุก็เหมือนตะโกนเรียกให้มาจับฉันเถอะนั่นแหล่ะ" ดอกเตอร์แดกดัน ดูหัวเสีย ก็ฉันมันไม่ใช่ประเภทที่ฆ่าคนเงียบๆแล้วเอาศพไปซ่อนเหมือนเขาซะด้วยสิ ทำอะไรให้มันเอิกเกริกเข้าไว้ มันคติฉันเลยนี่หว่า

ฉันออกรถเลือกเส้นทางที่วกวนที่สุด ได้ยินเสียงรถตำรวจดังขึ้นไกล ๆ กับเสียงเรียกกำลังเสริม ตามด้วยคำสั่งระบุจุดโจมตีบอกให้รู้ว่าเราโดนล้อมไว้หมดแล้ว และตำรวจพร้อมที่จะจับตาย ห้ะ พอแบทแมนไม่อยู่ก็จับตายเลยสินะ ไอพวกเวร เอาละสิ แบบนี้ชักไม่สนุกแล้ว

"เอาไง" เขาถาม ชะโงกหน้ามองออกหน้าต่างไปข้างหลังเป็นพัก ๆ ตอนนี้เริ่มมืดแล้วโชคยังดีที่รอบข้างไม่ค่อยมีรถ เท้าฉันเหยียบคันเร่งมิดทั้งยังไม่รู้ทิศทาง แถมทุกครั้งที่มองกระจกรถ ไอเด็กเวรนั่นยิ่งแสยะยิ้มให้ สะใจกว่าเดิมซะอีก สัดเอ้ย อาการเจ็บที่หลังหัวเอาอีกแล้ว รู้สึกปวดหัวจนต้องนิ่วหน้า อะไรว่ะ ทั้งที่ฆ่าคนไปสามสิบกว่าคนในวันเดียว ยังไม่พอใจอีกรึไง !!!!!! ไหนจะคนข้างๆนี่อีก


"โจกเกอร์ ~โจกเกอร์" ดอกเตอร์เครนเรียก ดึงฉันออกจากภวังค์ มือแตะที่ไหล่เขย่าเรียก เหงื่อเย็นๆ ซึมออกมาจากหลังฉันโดยไม่รู้ตัว    เปียกเสื้อชุ่มทั้งที่อากาศข้างนอกหนาวอย่างกับอะไรดี ฉันหันมองคนข้างๆ ใบหน้านั่น ดวงตามองมาที่ฉัน ใสเหมือนกระจกเงา ดวงตาคู่สวยฉายอารมณ์บางอย่าง ..... คิ้วเรียวขมวดมอง อยากช่วยเหรอ .. ? เป็นห่วง ?? ว่าแต่ ด้วยหน้าที่ หรือนึกสนุกกันละ

"รู้อะไรมั้ยหมอ ..... " ฉันพูด "ไม่มีใครช่วยผมได้หรอก"

ฉันเหยียบเบรคกระทันหันกลางสะพาน ร่างบางของคุณหมอ เซถลาหัวทิ่มเกือบกระแทกกับหน้ารถ ดีที่ยื่นแขนข้างที่มีแผลเหวอะไปรับไว้ก่อน

"แล้วก็นะ ...... ผมเบื่อเล่นสนุกกับคุณแล้วหล่ะ"

ฉันกระซิบข้างหู รั้งตัวดอกเตอร์เข้ามาใกล้ หลังจากทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เป็นครั้งแรกที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้ เสียงหวีดร้องในหัวดังไม่หยุด เจ็บจนอยากจะร้องครางออกมา แต่ไม่ใช่ตอนนี้  จากวิทยุดูเหมือนคนที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุดจะเป็นฉัน ไม่มีชื่อดอกเตอร์เครนอยู่ในอาชญากรรมครั้งนี้ 

"ไปซะ!!!!!!" ฉันเอื้อมมือเปิดประตูรถหลังคุณหมอ พลักร่างในอ้อมแขนออกจากรถ เขาหลุดจากตัวรถลงไปยืนกลางสะพานงงงันชั่วครู่ ก่อนจะรู้สึกตัว ร่างบางถลามารัวกำปั้นทุบประตูรถที่ปิดใส่หน้าเขาอย่างรวดเร็ว เรียกฉันให้เปิดประตู

รู้สึกถึงรอยยิ้มจากไหนไม่รู้แตะริมฝีปากชั้น ก็รู้หรอกว่ายิ้มตลอดเวลา แต่คราวนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าอยากยิ้มออกมาจริงๆ ฉันโบกมือลาคุณหมอ มองใบหน้านั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเหยียบคันเร่งบึ่งรถออกไปจากที่นั่น ทิ้งร่างบางของดอกเตอร์ไว้ข้างหลัง

ข้างหน้าได้ยินเสียงหวอรถตำรวจเป็นสิบ คงตั้งด่านกันแล้วสิท่าก็ถนนข้างหน้าเป็นวันเวย์นี่นะ มีแต่ต้องพุ่งเข้าหาเท่านั้น เอาก็เอาซิวะ
ไอเด็กเวรในกระจกมองหลัง จ้องหน้า แสยะยิ้มอย่างพึงใจ ฉันหัวเราะให้มัน แกกับฉันตายไปด้วยกันนี่แหล่ะ !!!!! เพลงรถขายไอศกรีมดังก้องผสานไปกับเสียงหวอรถตำรวจ ที่ใกล้เข้ามา พอหักเลี้ยวตามทาง ก็เจอกับแสงไฟจากด่านกั้นรถ สาดเข้าหน้าจนมองอะไรไม่เห็น มีแค่แสงสว่างเจิดจ้า เสียงหัวเราะลั่นเหมือนไม่ใช่ชองตัวเองดังขึ้น พร้อมกับเสียงปืนกับเสียงระเบิด ........

ไม่มีใครช่วยผมได้หรอก คุณหมอ....... ไม่มี

---------------------------------------------------

Sheck : อา เหนื่อยก่ะไอโจกเกอร์นี่มากกว่า เจสัน ก่ะ เฮียอีก ยิ่งแต่งยิ่งกลายเป็นคนปกติ ไม่ดีเลยอ่ะ T_T อยากให้บ้าๆ มากกว่านี้แต่ได้แค่นี้แหล่ะ งือ ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะกะ คริๆ ปูเสื่อรออ่านเครนต่อ

 

 

Joker 08 : Under the skin

posted on 11 Feb 2008 22:57 by dcdiary  in Joker

 

 

 

ชั้นไม่ได้โกหกจริงๆนา ตอนที่บอกว่า ชั้นไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายพ่อช้อคโกแล้ตข้างหน้านี้ซักนิ้ดดดดดเดียว
แต่แหม เวลาคนมันหิว ก็ต้องกินถูกมั้ย

หึหึ ถ้าจะโทษก็โทษตัวคุณหมอเองกับเสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อของเขาเหอะ ไอเนื้อผ้าที่ดูดน้ำจนบางใสแจ๋วแนบกับผิวซีดๆ เผยให้เห็นสัดส่วนมากเกินความจำเป็นแบบนี้ มันดูน่าหม่ำกว่าร่างเปลือยตรงๆเป็นไหนๆ

ตาใสเหมือนลูกแก้วนั่นจ้องมองฉัน ริมฝีปากบางเม้มตรง เท้าเปล่าสืบเท้าถอยหลังหนีห่างอย่างไม่ตั้งใจ ฉันตวัดสายตาโลมเลียร่างตรงหน้าตรงไปตรงมา สายตาพลันไปเห็นนิ้วซีดขาวกำห่อผ้าที่ข้างในมีมีดเป็นสิบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน ท่าทางของเขาตอนนี้มันช่างเหมือนกับ สัตว์ตัวเล็กๆ ในกรงยังไงหยั่งงั้นเลยน้าาาา

สัตว์ตัวเล็กๆ ..... หึหึหึหึ

แค่คิดว่าจะทำอะไรต่อไปกับร่างกายที่ยืนเผชิญหน้าฉันอยู่ตอนนี้ หัวใจก็กระตุกวูบด้วยความต้องการขึ้นมาแล้ว นานแค่ไหนนะที่ฉันไม่ได้ลิ้มรสหวานล้ำของคนคนนี้ อาา จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกเท่าไหร่ ก็เมื่อคืนก่อนคุณหมอเพิ่งนอนครวญครางเสียงกระเส่า บิดตัวใต้ร่างนี้ แต่แหมตอนนั้นฉํนคนนี้ไม่ได้ร่วมด้วยนี่นา จะว่าไปมันน่าเบื่อโคตรๆ เวลาที่ได้แต่ยืนมอง "คนอื่นๆ" เล่นสนุกกันโดยไม่มีส่วนร่วม

"...โจกเกอร์" หึหึหึ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ส่อสายตาสงสัย ริมฝีปากเรียกชื่อฉันเหมือนไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง ไม่เอาน่าอย่าเรียกแบบนั้นสิ เสียงของพ่อช้อคโกแล้ตกำลังสั่น รู้ตัวรึเปล่า ยิ่งคุณหมอพยายามทำท่านิ่งเฉยเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้หัวใจมันเต้นแรงขึ้นบอกไม่ถูก ก็ดวงตาของเขาตอนนี้ไม่ได้ดูเยือกเย็นเหมือนอย่างเคยซักนิด อันที่จริงมันส่องประกายในความมืด ประกายตาเต้นระริกด้วยความรู้สึกบางอย่าง ความหวาดกลัวเหรอ ? ฉันก้าวเข้าหาดอกเตอร์เครนช้าๆ คำนวณระยะห่างอย่างระมัดระวัง แม้จะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่ก็เหมือนจะเป็นลูกสัตว์ป่าเชียวนา ดอกเตอร์ยังคงกำห่อมีดในมือแน่น ... แต่แหม้ ดูยังไงก็ไม่มีทางแกะห่อเอาของข้างในออกมาทันหรอก พูดง่ายๆก็คือ เขาจนมุมแล้วนั่นแหล่ะ ฉันเลือนมือตัวเองลงต่ำปลดเข็มขัดกางเกงดึงออกช้าๆ ดวงตาสีฟ้าซีดเลื่อนตามการเคลื่อนไหวของมือฉัน

"..จะ จะทำอะไร ?" เขาถามน้ำเสียงตระหนกในที เมื่อพบว่าตัวเองถอยจนติดโต้ะเหล็กตัวยาวที่วางอยู่กลางห้อง คำถามที่ทำให้ฉันแผดเสียงหัวเราะขำอีกครั้ง

"ก็ทำอย่างที่ทำทุกคืนตอนอยู่ อาร์คฮัมนั่นแหล่ะ "
พ่นลมจากริมฝีปากพยายามกลั้นหัวเราะ แต่ก็เปล่าประโยชน์ ฉันเผลอแลบลิ้นเลียฟันคมของตัวเองอย่างไม่ตั้งใจพลางแสยะยิ้ม ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงตัวเองคนอื่นๆ เดินตามออกมาจากในห้องน้ำ ไอตัวน่ารำคาญที่สุดดูท่าทางกระสับกระส่ายชอบกล ทนไม่ได้ที่ฉันจะได้กินคนเดียวรึไง ฉันเหลียวหลังกลับไปถลึงตามองมัน จังหวะเดียวกับที่ดอกเตอร์ตัดสินใจวิ่งหนี .... หนีเรอะ พ่อช้อคโกแล้ตนี่น่ารักซะจริง ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีซิ

ชั้นตรงเข้าหมายตระครุบตัวเขา แต่ดอกเตอร์เครนเร็วกว่าที่คิด ร่างเปียกชุ่มโชกสะบัดตัวหนีวิ่งไปทางประตู มือซีดสั่นแกะห่อผ้าจนสำเร็จ มีดบางส่วนตกลงพื้นเสียงดัง แกร้ง เขาคว้าขึ้นมาไว้อันพลางสะบัดตัวหันควับมาสู้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตาดุเอาเรื่อง ลมหายใจชาวพ่นเป็นควัน ไอท่าทางเตรียมพร้อมจะจ้วงเข้าหาฉันหากฉันเข้าไปใกล้กว่านี้ มันยั่วยวนบอกไม่ถูกเลยว่ะ ฉันกางแขนออกพลางแสยะยิ้ม หัวเราะร่า มันสนุกจริงๆนะ ที่ได้ล้อเล่นกับพ่อช้อคโกแล้ตนี่ ก็ไม่เคยถูกสอนมารยาทซะด้วยสิ ว่าการเล่นกับของกินมันหยาบคาย ฮ่าๆๆ

"จุ้ จุ้ ไม่เอาน่า แบบนั้นมันอันตรายนา" รู้สึกสนุกจนหยุดไม่ได้ ฉันสืบเท้าเข้าหา แต่ดอกเตอร์เครนไม่ยอมถอยง่ายๆ เขาฟันมีดเข้าใส่ชั้นทันควัน คมมีดเฉือนเข้ามาที่แขนอย่างจัง เรียกเอาเลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผล อารมณ์บางอย่างก่อตัวขึ้นในช่องท้องเมื่อได้กลิ่นเลือดจางๆในอากาศ อารมณ์หิวกระหาย เหมือนไฟฟ้าแล่นพล่านในประสาททุกส่วน

"เล่นแรงแบบนี้ ระวังผมจะอดใจไม่อยู่นะครับ" ชั้นโกหกแน่นอนอยู่แล้ว ไอเรื่องอดใจนะ ไม่มีอยู่ในสมองซักนิดเดียว
ฉันพุ่งเข้าหาพ่อช้อคโกแล้ตอีกครั้ง คราวนี้ไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว ดอกเตอร์ผงะหนีด้วยความตกใจ เท้าเปียกๆสืบถอยหลังอย่างรวดเร็ว น่าจะมีใครบอกเขาซักคำว่าพื้นกระเบื้องกับเท้าเปียกๆ นั่นมันไม่ถูกกัน ฉันอาศัยความได้เปรียบดังกล่าว กระชากข้อมือเขาดึงอย่างแรงจนร่างนั้นเสียหลักลื่นล้มกระแทกกับพื้นกระเบื้อง เขาครางด้วยความเจ็บปวดพอดีกับที่ฉันขยับตัวขึ้นคร่อมพ่อช้อคโกแล้ต พร้อมกับบิดข้อมือขาวซีดแรงๆจนเขาต้องปล่อยมีดจากมือ แต่แม้จะหมดอาวุท ร่างบางยังคงเตะต่อยด้วยแขนขาเก้งก้างนั่นสุดแรง ฤทธิ์เยอะเหลือเกินนะ !!!!!

ต้องยอมรับว่าชั้นต้องใช้ความพยายามมากกว่าอยู่ในอาร์คแฮมเยอะเลย ก็ตอนนั้นคุณหมอได้รับยากล่อมประสาทแทบจะตลอดเวลา ต่างจากตอนนี้ที่มีสติครบถ้วนเป็นไหนๆ เพราะงั้น วันนี้ฉันเลยต้องทำอะไรที่ สาบานได้ว่าชั้นไม่อยากทำเอาซะเลย หึหึหึหึ

.................. ใช้กำลัง



ชั้นต่อยเขา จังๆที่ช่องท้อง พยายามเบามือที่สุด แต่ก็เล่นเอาคุณหมอตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุก แขนขาอ่อนเปลี้ย ง่ายต่อการรวบแขนขาวซีดนั่นขึ้นเหนือหัวด้วยแขนข้างหนึ่ง มือเปื้อนเลือดตัวเองอีกช้างบีบแก้มคุณหมอให้หันมาเผชิญหน้า เลือดสดๆจากแผลที่แขนและมือชั้นเลอะแก้มทั้งสองข้างของเขา ให้ตายเป็นผู้ชายที่เหมาะกับเลือดอะไรแบบนี้ คืนนี้คงได้ละเลงกันทั้งคืนแน่ คุณหมอเบิกตากว้างถลึงตามองชั้น นัยน์ตาสีฟ้าซีดจนเกือบเป็นสีเทาไม่กระพริบซักนิดเดียว ทั้งที่น้ำตาไหลเอ่อคลอตาทั้งสอง ตานั่น ดวงตานั่น สาบานได้ว่าซักวันฉํนคงทนมันไม่ไหวแน่ อดก้มหน้าลงลิ้มรสน้ำตาเค็มๆที่อาบข้างแก้มนั่นไม่ได้ ดอกเตอร์พยายามเบือนหน้าหนี แต่ก็เปล่าประโยชน์ ชั้นเลื่อนหน้าไปด้านข้างกระซิบข้างหูพลางเขากัดเล่นเบาๆ "อย่า.....สู้ผมสิ พ่อช้อคโกแล้ต ผมไม่อยากทำร้ายคุณ(เกินกว่าที่จำเป็น) เข้าใจมั้ย" ดอกเตอร์หอบหายใจแรง เมื่อฉันเลื่อนหน้าไซร้ซอกคอขาวเนียนพลางขบจูบ ดูดแรงๆ ตลอดทาง ที่ลิ้นลากผ่าน
ขาสองข้างที่ถูกตรึงอยู่ใต้ร่างฉันกระตุกอย่างแรง เขาส่งเสียงร้องดังลั่น ตอนที่ฉํนเลื่อนหน้าสูดกลิ่นเนื้อของเขาบริเวณลำคอ แล้วงับฝากรอยฟันอย่างแรง เลือดซึมออกมาตามรอยเขี้ยว ฉันตวัดลิ้นเลีย ก่อนจะเลื่อนไปที่ส่วนอื่นๆของร่างกาย มือที่จับหน้าเปลี่ยนมาลูบไล้บนผิวนวนเนียนนั่นหนักมือ กระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตเปียกๆนั่นออก เผยให้เห็นแผ่นอกขาวที่เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำ และรอยแผลมากมายจากคืนก่อนๆ ริมฝีปากอดเล่นซนบนยอดอกของร่างตรงหน้าไม่ได้ กัดผิวเนื้อสีชมพูด้วยฟันคมเบาๆ ดอกเตอร์หอบหายใจแรง ยังไม่วายพยายามดิ้นหนีทุกรสสัมผัสที่ฉันฝากฝัง
"พ่อช้อคโกแล้ต น่ารักชะมัด" ฉันกระซิบพลางเลื่อนหน้าไปตามส่วนอื่นๆของร่างกาย ขมเม้ม จูบ หรือแม้แต่กัดแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว ดอกเตอร์บิดตัวหนีจากฉันด้วยความพยายามล้มๆแล้งๆ พร้อมกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ขอให้ฉํนหยุด หยุดเหรอ ? น้อยไปสิไม่ว่า รอยรักเจ็บปวดบนผิวขาวๆของพ่อช้อคโกแลตนี่ทำให้ฉํนแทบคลั่งด้วยความต้องการ รสเลือดที่ปลายลิ้นส่งกระแสไฟฟ้าไปทั่วร่าง อยากได้อีก ต้องการอีก ฉันเลื่อนมือลงต่ำสัมผัสส่วนล่างของเขาผ่านเนื้อผ้ากางเกงหนาๆที่เขาสวมใส่ หยอกล้อด้วยมือนี่ ดอกเตอร์ขยับสะโพกหนีอย่างดื้อรั้น ไม่เอาน่าจะทนได้ซักแค่ไหนกันเชียว ชั้นสัมผัสส่วนนั้นของดอกเตอร์หนักมือขึ้น บีบเค้นลูบไล้ ต้นขาที่ถูกกดแนบอยู่กับส่วนล่างของฉํนสั่น เมื่อมือหนาแทรกมือผ่านซิบกางเกงเข้าไปสัมผัสด้านใน รุกเร้า หยอกล้อในที แผ่นอกนวลเนียนหอบหายใจแรงขึ้นเมื่อฉันเลื่อนมือ ขยับไปตามความยาว


"มะ ไม่เอานะ" เขาร้อง อุธร แต่เปล่าประโยชน์ฉันคนนี้ไม่มีได้มีความอดทนมากขนาดนั้นหรอกนะ แขนขาอ่อนปลวกเปียกแบบนี้ ชั้นปล่อยมือข้างที่รวบแขนเขามาสัมผัสต้นคอยาวระหง เผลอกำมันไว้ในมืออย่างไม่ตั้งใจ เหมือนทุกครั้ง ที่ทำแบบนี้ ฉันหยุดตัวเองไม่ได้ ดอกเตอร์เบิกตาคว้างเหมือนไม่เข้าใจครู่หนึ่งก่อนจะรีบตะปปมือข้างที่อยู่บนต้นคอเขา

" อย่ะ.... อ่ะ" .... แก้มสีซีดเริ่มมีสีแดงเลือดฝาดขึ้นมาแล้ว สวยชะมัด สวยจัง ฉันหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีซีดเบิกมอง

"อะอึก หะ" เสียงเค้าเค้นเสียงร้องด้วยความทรมาน

... แต่แล้ว ความรู้สึกอีกอย่างวิ่งปราดเข้ามาในหัว ฉันอ้าปากค้างจ้องมองดูใบหน้าตรงหน้า ดวงตาสีใสเหมือนลูกแก้วเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ... มันควรจะเหมือนทุกครั้ง สิ แต่มีอะไรบางอย่างแปลกไปอะไรบางอย่าง ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่คนนี้ !!!! .... อะไรบางอย่างบิดตัวด้วยความเจ็บปวดในตัวชั้น

ก่อนจะรู้ตัวอีกที ก็มีบางอย่างฟาดมาที่หัวจากข้างหลังอย่างจัง ฉันล้มลงไปด้านข้าง ปล่อยดอกเตอร์เป็นอิสระ เขารีบขยับตัวหนี ฉันหันควับไปทางทิศที่โดนจู่โจม เด็กคนนั้นยืนอยู่ พร้อมไม้ยาวในมือ ...... ใบหน้าเล็กๆ จ้องมองไม้ในมือสลับกับฉํนด้วยความหวาดกลัวและมึนงง
"แกกก" ได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธของตัวเอง รู้สึกถึงหยดเลือดที่ไหลลงมาตามต้นคอ กัดฟันตรงเข้าจู่โจมไอเด็กนั่นด้วยความโกรธ มีด ใช่ ฉันคว้ามีดบนพื้นอย่างรวดเร็ว พลักไอเด็กเวรนั่นล้มลง ก่อนจะเหวี่ยงมีดหมายจะแทงลงบนใบหน้าอ่อนวัยกว่า

"อย่าา !!!!" มือดอกเตอร์เครนคว้าแขนฉันไว้ได้ทัน ฉันสะบัดมือนั่นออกหันควับตั้งใจฟันใส่ใครก็ตามที่เข้ามาขวาง ดอกเตอร์เครนเบิกตากว้างด้วยความตระหนกสุดขีด เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล เลือดซึมออกมาจากรอยฟันทั่วร่าง ลำคอแดงเถือกเป็นรอยนิ้วมือ ภาพตรงหน้าหยุดการเคลื่อนไหวของฉํนฉับพลัน เหมือนมีบางอย่างมากระแทกหัวอีกครั้ง หนักหน่วงรุนแรง กระทันหัน ครั้งนี้ไม่ใช่ไม้หน้าสาม หรืออะไรทั้งนั้น แต่เป็นเสียงหวีดดังลั่นในหัว บอกให้หยุด!!!!!!


"........ " มีดในมือหล่นแกร้งลงบนพื้นกระเบื้อง ส่งเสียงสะท้อนในความเงียบ ฉันลุกขึ้นเดินพรวดพราดจากจุดที่ยืนอยู่ เลือดไหลเป็นทางตามแขน แต่ฉันไม่รู้สึกอีกแล้ว มีบางอย่างผิดไป บางอย่างไม่ถูกต้อง เสียอื้ออึงในหัวยังดังไม่หยุด มันกรีดร้องจนปวดไปหมด ปีศาจที่ควบคุมทุกอย่างหนีออกไปแล้ว หมอนั่นเดินหนีออกไปอีกมุมนึงของห้องกระทันหัน ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง เสียงหัวเราะดังลั่นที่มีแต่ชั้นที่ได้ยิน ชั้นยกมืออุดหู เดินโซซัดโซเซ ออกจากห้องนั่นพลางเค่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด่าไอบ้าที่ยังคงยืนหันหน้าเข้ากำแพงทำเหมือนไม่รู้เรื่อง ผู้ชายผมสีเขียวในชุดต่างๆ ยังคงยืนรายล้อมอยู่รอบกาย แต่ทุกคนนิ่งเงียบ ไม่หัวเราะ ไม่พูดอะไรซักคำ

บางอย่างไม่ถูกต้องแล้ว บอกได้จากสัณชาติญาณ เรื่องเลวร้ายที่สุดกำลังเกิดขึ้น กับชั้น กับพวกเรา บางอย่างผิดจากที่เคยและมันจะทำลายทุกอย่าง !!!!

 

----------------------------

Sheck : พ่นขาวหลอกเด็ก ฮ่าๆๆๆ แต่ก็ได้ใช้ text ขาวแล้วเว้ย !!!!!! เฮ้ ยิ่งแต่งยิ่งรู้สึกซาดิสชอบกล เปล่านะเค้าไม่ได้เป็นคนแบบนี้ซักนิดเดียว ,,- -,, ตัวจริงอ่อนโยน บุคลิก superman contrast มากมาย 555

คู่นี้แอบแต่งมันส์น่อ ว่าแต่คคุณเครนจะหนีไปเลยรึเปล่าว่ะ เหมือนเราจะทำเกินกว่าเหตุไปหน่อย ฮ่าๆ ,,- -,,

Joker 07 : 30 to 4

posted on 06 Feb 2008 23:43 by dcdiary  in Joker

 

 

 

 

ตีสามครึ่ง ..... เค้าว่าพวก schizo ไม่รู้จักเวลา หรือสถานที่ ทว่าชั้นยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำในโรงงานลูกกวาดล้าง เหล่มองนาฬิกาดิจิตอลบนข้อมือศพเด็กวัยรุ่นอวดดีที่เพิ่งฆ่าเมื่อสองวันก่อน ( แหม่ แหม่ ก็มันดันสะเออะอ้างตัวเป้นเจ้าของที่นี่ ตอนที่ฉันตัดสินใจยึดที่นี่เป็นที่มั่นเองนี่หว่า )

เอาเถอะ ไม่ว่าจะแง่มุมไหน นาฬิกาบอกเวลาตีสามครึ่งไม่ผิดเพี้ยน อืมมม แม้แต่ศพเด็กหัวแดงนี่ยังยิ้มและพยักหน้าคอนเฟิร์ม ว่าแล้วเชียว

"ไงล่ะ ก็บอกแล้ว ว่าตีสามครึ่ง" ชั้นพูดกับชายหัวเขียวหน้าเหมือนตัวเองเด้อะๆ อีกคนที่ยืนพิงพนังข้างๆ เขาหัวเราะ ใบหน้าทาสีขาวแบบตัวตลกพยักหน้าชอบใจ ก่อนจะเสมองไปทางอื่น เราเป็นคู่แฝดกัน และให้ตาย ฉันแทบแยกมันกับฉันไม่ออกด้วยซ้ำ หึหึ จะมีก็แค่ตอนนี้ฉันไม่ได้แต่งหน้าแบบนี้นี่แหล่ะ ไม่งั้นตอนนี้ฉันคงสับสนน่าดู.... เป็นแบบนี้ประจำ

อดขำกับตัวเองไม่ได้ ก็ยังไม่บ้าซะทีเดียวนี่หว่า ยังรู้เวลา และสถานที่ โอเคละ ชั้นอาจจะออกไปหาเรื่องดีๆ ทำ บอกตัวเองว่า เฮ้ โจก ตื่นเหอะ เช้าแล้ว พระจันทร์ส่องแสงสว่าง ตอนนี้ชั้นอยู่ในอียิปต์ กำลังเล่นเป็นฆาตกรโรคจิต ปล่อยก๊าซพิษบ่อนทำลายโอเอซิสกลางเมือง เหอะ เหอะ เหอะ แต่ม่ายล่ะ จะบ้าไปไกลทำไม ยามค่ำคืน ในกอทแฮม เหมาะเหม็งที่สุดแล้วในการ ก่อวินาศกรรม

ที่นี่โรงงานลูกกวาดร้าง ให้อารมณ์เหมือนหนังสยองขวัญตลกร้ายของ ทิม เบอร์ตัน ไม่มีผิด ที่ซ่องสุมชั้นยอดของแกงค์ โจกเกอร์ ที่อีกซัก วันสองวัน เงินที่ซ่อนไว้จากการปล้นเมืองครั้งก่อนๆ คงพอเรียกพรรคพวกที่รักยิ่งของฉันให้กลับมารวมกันได้ แกงค์ โจกเกอร์ สวะชั้นดี เงินซักหน่อย ซื้อความภักดี ได้เป็นโข ..... เงิน ช่ายยยย เงิน กับความกลัวตาย ฉันอาจฆ่าพวกมันซักสี่ห้าคน กระตุ้นความซื่อสัตย์ของสวะพวกนั้น อาจจะเปรี้ยงปร้างไปบ้าง แต่ก็ เพอร์เฟค ไร้ที่ติ ติดก็แค่ ......

เด็กชายที่มองออกมาจากในกระจก ร่างแกรน หน้าซูบซีบ ตาลึกโหล กับใบหน้านิ่งเฉย จนทำให้รู้สึกหงุดหงิด เด็กนั่นถอดเสื้อเหมือนกับชั้น แต่ร่างผอมบางต่างกับชั้นลิบลับ ตามตัวมีรอยทุบตีเต็มไปหมด

แม้จะรู้จักไอเด็กเวรนี่ดีแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่เคยชินกับการปรากฏตัวของมันได้ซักที ..... ทำใจไม่ได้จริงๆว่ะ

"แกอีกแล้วเหรอ จะเอาอะไรกันนัก!!!!!" ชั้นตะโกนถาม

ไม่ตอบ กวนตีนนักนะ โจกเกอร์อีกคนนึงก็เห็นด้วย หมอนั่นเปลี่ยนมายืนข้างฉันจ้องมองไอเด็กเวรในกระจกนั่นด้วยกัน

"น่ารำคาญฉิบ ไปให้พ้นๆ เลยไป"

ยังไม่ตอบ ทว่าริมฝีปากบางเล็ก อ้าออกเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง

"สัดจะอาอะไรจากชั้นอีกห้ะ !!!! " ชั้นตะคอก เงื้อหมัดขึ้นในอากาศ เงาในกระจกถอยหลังออกไป ด้วยความกลัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เด็กชายหยุดยืน แล้วยิ้ม มือเล็กๆ ชี้นิ้วขึ้นตรงมาที่ชั้นทั้งสองคน

ริมฝีปากบางเปลี่ยนรูป ได้คำ สามพยางค์ เล่นเอาเส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน ขึ้นมาตะหงิดๆ

"หุบปากไปเลยไอเวรตะไลนี่ " เพราะไอเด็กเวรนั่นเรียกชื่อที่ไม่อยากฟัง ฉันตะโกนใส่มัน แต่เหมือนยิ่งทำให้ได้ใจ ร่างเล็ก หัวเราะ ไร้เสียง ทว่าไอเสียง หัวเราะเงียบๆ นั่นแหล่ะกวนประสาทที่สุด

ชายข้างๆสติขาดผึงก่อนฉันซะอีก หมอนั่นเงื้อมือ ชกกระจก ดูเหมือนเสียงหัวเราะเงียบงันนี่จะดังเข้าไปเขย่าจิตมันแห้ะ เสียงแกร้ง ตามด้วยกระจกร้าว เศษกระจกประกายวิบวับ ร่วงกราว เหลือแค่แผ่นใหญ่ตรงกลางที่ร้าวเป็นวง เด็กเวรนั่นหายไปแล้ว ฉันมองมือตัวเอง ผ้าพันแผลสีขาวที่คุณหมออุตส่าพันให้ ดันมีเลือดไหลซึมออกมาอีก .... น่าเหนื่อยหน่ายซะจริงนะ

โจกเกอร์ข้างๆ พยักหน้าหงักหงัก พลันสะบัดมือเปื้อนเลือด ของตัวเอง หึหึหึ หาเรื่องเชี่ยๆ เลย

ช่าย หาเรื่องมากๆ
...... ชายอีกคนพูดขึ้น หมอนั่นโผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลัง ลายสักรูปมังกรเหมือนกับชองฉันดูมีชิวิตบิดตัวแหวกว่ายอยู่บนหน้าอกกำยำ

และแน่นอน ใบหน้าขาวซีดกับผมสีเขียวเหมือนกับชั้นอีกคน ....

พวกเรายืนกันอยู่คนละมุมห้องน้ำ ผมสีเขียวเข้มของพวกเราเปียกลู่ ทุกคนยืนสะบัดมือที่มีผ้าพันแผล พร้อมแผดเสียงหัวเราะ

พวกบ้านี่เยอะขึ้นเรื่อยๆ นะนี่ หรือเป็นเพราะไม่ได้กินยามาหลายวันวะ

... ช่างเหอะ ยิ่งเยอะยิ่งดี พอคิดได้ดังนั้น ก็มีไอบ้าหัวเขียวอีกสามคนเดินมาหยุดข้างหลัง หนื่งในนั้นส่งมีดโกนมาให้ .... ฉันพยักหน้ารับมันมา ก่อนจะใช้มือเปื้อนเลือด เช็ดกระจก ให้พอมองเห็นหน้าตัวเอง ทว่าใบหน้าที่จ้องมองกลับมาเหมือนไม่ใช่ใบหน้าชั้นเลยซักนิด มันดู ...... ปกติ
.......เวรเอ้ย ....ใบหน้าไร้เครื่องสำอางค์ขาวซีด .... แทบจำหน้าตัวเองไม่ได้ เคราอ่อนเริ่มขึ้นไล่จากลำคอ จนถึงคาง หนีจากอาร์คแฮมไม่กี่วัน โทรมได้ขนาดนี้เชียวว่ะเรา

ชายหน้าเดียวกับชั้นสามสี่คนรอบข้างตอนนี้เหลือคนเดียวแล้ว ไอคนที่เงียบสุดนั่นแหล่ะ เขาส่ายหน้าละเหี่ยใจ แล้วแสยะยิ้ม ก่อนจะยื่นโฟมโกนหนวดมาให้ ในแฝดหลายคนของฉัน หมอนี่น่ารักที่สุดเลยแห้ะ มันเงียบดี ถ้าไม่เฝ้ามองเฉยๆ ก็จะออกความคิดเห็นแค่พยักหน้ากับส่ายหน้า ..... เวิร์คเป็นที่สุด หึหึหึ

ฉันแสยะยิ้มให้มันก่อนจะลงมือโกนหนวด ทว่าตอนนั้นเองที่สายตาเพิ่งมองเห็นเงาสะท้อนในกระจก ร่างผอมซีด นั่งชันเข่าอยู่ในอ่างอาบน้ำ หลังม่านอาบน้ำสีขาวขุ่นที่มีรอยเลือดกระเซ็นเป็นทาง ร่างนั่นเอนหัวพิงพนังห้องน้ำมองมาทางชั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกแนบร่างเช่นเดียวกับเสื้อทั้งชุด ชั้นสะดุ้ง
หันขวับมาเผชิญหน้า ดอกเตอร์เครน เลิกคิ้ว เป็นเชิงว่า เพิ่งจะมองเห็นหรือไง ให้ตาย เขานั่งอยู่ตรงนั้นมานานเท่าไหร่แล้วหว่า คุณหมอหายตัวไปตั้งแต่ตอนสายๆ พอกลับมาจากทำธุระข้างนอกก็ไม่เจอแล้ว ....

"มีดนั่นเปรอะเลือดศพเด็กคนนั้นไปแล้ว... มันไม่ถูกสุขลักษณะนะ" เขาพูด ..... แล้วให้ตาย สาบานได้มีบางอย่างในตาคู่นั้น อะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันเบือนหน้าไปมองทางอื่นไม่ได้เวลาที่มองเขา ไอตาสีซีดที่ใสเหมือนลูกแก้วเนี่ย ... มันออกแนวน่ารำคาญชอบกลว่ะ


ฉันเปิดน้ำยื่นใบมีดเข้าไปในสายน้ำให้มันล้างคราบเลือดออกไป แต่ดูเหมือน เครนจะทนพฤติกรรมดังว่าไม่ได้ หมอหนุ่มลุกขึ้นจากอ่าง เสื้อผ้าเปียกน้ำ ชุ่มไปหมด .... เอาล่ะถึงภายนอกจะดูปกติแค่ไหน แต่ถ้ามานอนแช่น้ำทั้งเสื้อครบชุดแบบนี้ .... ดูก็รู้แล้วว่าพวกเดียวกันกับชั้น เครนก้าวออกจากอ่างน้ำ หยดน้ำร่วงพราวจากร่างตลอดทางที่เดิน เขาเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ที่วางอยู่ข้างอ่าง มันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร ???่ หมอแผ่กระเป๋าออกข้างใน มีดผ่าตัดขนาดต่างๆ วางเรียงเป็นตับ มือเรียวหยิบมีดอันที่เล็กที่สุด ... มีดโกน ? * *

"นั่งลงสิ" เขาพูด สาบานได้ว่านั่นต้องเป็นไอมีดประมาณที่เค้าใช้โกนขนคนไข้ ก่อนลงมือชะแหล่ะร่างแหงๆ เพราะมันดูไม่เหมือนมีดธรรมดา ..... ใบมีดเล็กคมกริบส่งประกายแวววับในมือดอกเตอร์เครน .. เอาล่ะ ขอคิดก่อนนะ คนบ้าจากอาร์กแฮม กับมีดในมือ .... บอกให้ฉันนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้เขาไล้คมมีดไปตามผิวหน้ากับคอ ......... ก็โอเค

ชั้นนั่งลงบนขอบอ่าง เครนเดินเข้ามาใกล้ บีบโฟมลงบนฝ่ามือแปะลงบนใบหน้าสากของชั้น ก่อนจะลงมือ

"เขาพูดอะไร" เครนถาม
"......" ฉันเหลือบตามองดอกเตอร์ ก่อนจะเบี่ยงไปมองโจกเกอร์อีกคน หมอนั่นยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"คนในกระจก เขา พูดอะไรกับคุณ" เขาถามย้ำ ....

".....บอกผมให้ ช่วยกระชากเสื้อเปียกๆนี่ออกจากร่างคุณแล้วกินคุณบนพื้นเปื้อนเลือดนี่อีกทีไง" ชั้นตอบหัวเราะไปด้วย ดอกเตอร์เครนเงียบ มีดในมือ

ยังคงปาดปื้ดๆ ไปตามผิวหน้าแบบไม่ยั้ง ไม่เอาน่าไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ให้ตาย

ดอกเตอร์เครนเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ชั้นมองไล่ตามลูกตาสีฟ้าซีดที่เลื่อนไปมาตามตำแหน่งใบมีด พูดจริงนะ ไอตาที่เหมือนลูกแก้วเนี่ย เหมือนมีเรื่องซักล้านซ่อนอยู่ เห็นแล้วอยากควักออกมาหรืออะไรก็ได้ เอามีดคว้านเหรอ หรือไม่ก็อะไรซักอย่าง ก็มันหลอน บางอย่างในตาดอกเตอร์เครน ให้อารมณ์แปลกประหลาด บอกไม่ถูกจริงๆว่ะ

" มีเด็กอีกคนข้างนอก" เขาพูด

"คนที่ตายไปแล้ว หรืออีกคนที่คุณแบกกลับมาล่ะ" ตอนกลับเข้ามาก็มีร่างเล็กๆ น่ากำจัด นอนพิงประตูอยู่ กำลังคิดว่าจะลองฉีดยาแบบใหม่ๆเล่นอยู่

พอดี ตกลงว่าเป็นเหยื่อของคุณหมอเองหรอกเหรอ เนี่ย เสียดายชะมัด ....

"คนที่ผมพากลับมา" เสียงนิ่งเฉยตอบ ท่าทีนิ่งเฉยหนึ่ง สายตาเย็นชาหนึ่ง ไอเสียงนี่ก็ด้วย ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับดอกเตอร์เครนที่ยอมอ้าขาให้ง่ายๆ หึหึ อยากจะพูดออกมาดังๆ ถ้าไม่ติดไอมีดที่กดอยู่บนลำคอเนี่ย

"แล้วไงครับ อยากเป็นคนฆ่าเองบ้าง หรืออยากขึงพรืดเอาไว้ลองยาเล่นๆ " หรืออยากลองสามพี ท่าใหม่ๆ กับชั้น ฮ่าๆๆๆๆ เหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร โจกเกอร์อีกคนเสนอหน้าเข้ามาใกล้ อยากให้รวมนายเข้าไปอีกคนงั้นเหรอ อาจจะได้นะ ทำตัวดีๆแล้วกัน

"จะเก็บเอาไว้..... ยังไม่ฆ่า" เขาตอบ

"เก็บ ? เป็นพวกชอบเด็กเหรอเนี่ย ขอโทษด้วยนะ ผมแก่ไปสำหรับคุณเหรอไง" ชั้นพูด แต่ดอกเตอร์ไม่ขำ มีดคมกดแน่นขึ้น

"ไม่ได้เหรอ" เสียงเย็นถาม ไม่ถามเปล่า ไอมีดเนี่ย เสร็จแล้วก็เอาออกไปได้มั้ย ชั้นคว้าข้อมือดอกเตอร์ที่กำมีดอยู่ ดึงมันออกห่างจากคอ

"ตามสบาย ที่กว้างขวาง ของเล่นเยอะ แล้วแต่คุณหมอเลย" ชั้นตอบตามที่คิด อันที่จริงไม่ได้คิดอะไรมากกว่า ก็แค่ขั้นไม่ใช่พวกรักษาคำพูดนักหรอก เพราะงั้นถึงไม่ต้องคิดอะไรมากไงละ

"เสร็จแล้วเหรอครับ ? " ชั้นถาม ดอกเตอร์พยักหน้า เช็ดมีดกับผ้าเช็ดตัวสีขาว ... .สีขาว ? พอจะรู้สึกถึงอะไรแปลกๆได้ แล้ว ก็รอบตัวคุณหมอนี่เหมือนจะมีของสะอาดๆ ที่อยู่นอกลู่นอกทางอยู่เสมอๆ แม้แต่ในห้องน้ำโรงงานร้างสนิมเกราะเลือดเกาะ หมอนี่ยังเปล่งออร่าออกมาได้ เหมือนมีแสงออกมานิดๆ หึหึหึ น่าสนใจว่ะ น่าแปลกที่ยอมให้ทำเรื่องอย่างว่าแบบไม่มีเครื่องป้องกัน ... พอคิดขึ้นมาไอหนูข้างล่างนี่ก็ออกจะตื่นตัวนิดๆ

"ผมหล่อรึเปล่านี่" ยักคิ้ว แต่หมอยังทำหน้านิ่งเฉย เขาเก็บมีดลงกระเป๋าก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ

"เสร็จแล้วก็ออกไปข้างนอกด้วยจะทำแผลให้" เขาพูดไม่ได้หันกลับมามอง คงหมายถึงแผลที่มือชั้น

ชั้นมองตามหยดน้ำที่เปียกเป็นทางอยู่บนพื้น ตามหลังดอกเตอร์เครน มือสากไล้ไปตามใบหน้าตัวเอง ที่ตอนนี้เนียนเกลี้ยง ฉันอีกคนเลิกคิ้วลงมานั่งข้างๆ เอียงคอมองร่างที่เพิ่งออกจากห้องไป ใจดีแบบนี้มีจุดประสงค์แน่ๆ

เอาว่ะยังมีเวลาอีกเยอะที่จะทำความรู้จัก ... อันที่จริงไม่คิดว่าเขาจะกลับมาด้วยซ้ำ กำลังคิดว่าจะออกไปตามกลับมาดีมั้ย แต่ถ้ายอมกลับมาเองแบบนี้ ก็ช่วยไม่ได้ ต้องคิดค่าที่ซะหน่อยแล้ว ฮ่า ฮ่า ชีวิตอิสระนอกอาร์กแฮม นี่ก็ดีไม่น้อยเลยนะ ผู้ชายหัวเขียวอีกคนไอตัวที่มากับรอยสักมังกรนั่นแหล่ะ มันแสยะยิ้มหัวเราะเสียงดังให้ชั้นก่อนจะเดินตามดอกเตอร์ เครนออกไป โธ่ว้อยย แบบนี้ฉันคนนี้ต้องไปช่วยดอกเตอร์ซะแล้วมั้ง ก็หมอนั่นมันป่าเถื่อนจะตาย ถ้าเป็นชั้นคนนี้ อาจจะช่วยให้อ่อนโยนขึ้นบ้างแล้วกัน ถ้าดอกเตอร์ทำตัวดีๆนะน่ะ ฮะ ฮะ

นาฬิกาดิจิตอล ส่งเสียงร้องปิ้ป ปิ้ป บอกเวลาตีสี่ ไอเด็กเวรที่เต็มไปด้วยแผลยังยืนอยู่ในกระจกข้างหลังชั้น ชั้นรู้ว่ามันมองอยู่ .... พยายามกระซิบบางอย่าง แต่คืนนี้ มีเรื่องให้ทำมากกว่าจะสนใจมันว่ะ

ต้องขอบใจคุณหมอจริงๆ

-----------------------------------------------------------

 

Sheck : จบแล้ว ยากว่ะ เข้าถึงอารมณ์คนบ้าเนี่ย ขอบใจเอกซืที่ยอมให้แต่งน่า T_T แบบว่าแอบหลงรักเครนนิดๆ เลยอยากแต่งโจก ฮ่าๆ เอาแต่ใจจริงๆ

ไม่รู้เวอร์ชั่นนี้เป็นไงมั่ง แต่ว่าจะพยายามแล้วกันนะ

 

 

 

 

ไดอารี่ ที่รักของชั้น วันนี้เป้นวันที่ สามแล้วที่ชั้นออกมาจากอาร์คัม

ทั้งๆที่น่าจะดีใจจนเนื้อเต้นและหัวเราะออกมาแท้ๆ

ทั้งๆที่วันนี้เป้นวัน ครบรอบวันตาย ของพ่อนกน้อย

ที่วันนี้ เป็น น้องอมยิ้ม จุ๊บป้าจุ๊บ รสเชอรี่ที่ชั้นอยากกิน 

ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้ไปร่วมงานและเอาของขวัญไปให้

 แต่ทำไมกัน ตั้งแต่ชั้นออกไปพักร้อนจากอาร์มแคม 

 

พ่อช๊อคโกแลตของชั้นก็ ออกมาหลังจากนั้น 1วัน

 

พร้อมกับ ทิ้งศพที่เหมือนตัวเองเอาไว้ แหม พ่อช๊อคโกแลตคิดถึงชั้นหรือไง

 

หรือว่ากลัวชั้นทิ้งหรือไง จ๊ะ หึ หึ หึ

 

พอคิดแบบนี้แล้ว ทำให้มีกำลังใจก่ะการเตรียมของขวัญแสนวิเศษ

 

ให้ พ่อ จุ๊บปาจุ๊บรสเชอรรี่ของชั้นซะแล้ว 

 

เค้าคงอยากเจอชั้นมากๆ ฮี่ๆ ได้ ข่าวว่าตอนนี้ เค้าจับแบทซี่ ไป อยู่ด้วยกัน

 

แต่ยังไงก็ ตามนะ ไม่ต้องคิดถึงชั้นมากก้อได้ แหม~ คิดถึงชั้น มากหรือไงจ๊ะ พ่อเชอรี่น้อย

 

น่าจะขอบคุณชั้นนะ เคี๊ยกๆ จาก พ่อนกน้อย เปลี่ยนลุค มาเป็นเชอรี่แสนอร่อย อยากจะกินจังเลยน้า~

 

ถึงสถานที่จัดเลี้ยง(ป่าช้าที่ฝังศพเจย์สัน)  แหมเสียดายจัง มันเงียบไปหน่อยสำหรับงานเลี้ยง

 

ชั้นส่ง ข้อคความเข้าเครื่องของพ่อเชอรี่น้่อยแล้ว ไม่นานเค้าก็ จะมาหาชั้นมั้งเคี๊ยกๆ  

 

เค้าต้องเซอร์ไพรส์ก่ะ งานเลี้ยงที่ชั้น เตรียมไว้ให้แน่ๆ

 

อิอิ แหมคนมันเป้นคนดี๊ดี อยากจะจัดงาน เลี้ยงให้ คนคุ้นเคยแนบแน่น กร๊ากกกก

 

อย่างที่บอกงานมันเงียบไปนิดนึง  ชั้นอุตส่าห์ไปซื้อ ของมาสำหรับงานเลี้ยงนะเนี่ย

 

ปากกาเรืองแสง ชั้นเอามาเขียนที่ป้ายหลุมศพ แฮปปี้ เด๊ท เดย์ ลิตเติ้ลเชอร์รี่ 

 

เติมหน้าที่แสนเศร้าของนางฟ้่า ให้หัวเราะเคี๊ยกๆๆ

 

แหมชั้นนี่หัวครีเอทจริงๆเลย น้าาาาาาาา

 

เอา สเปรย์ สีมาฉีดๆ ใบไม้ต้นไม้่ เอา สายรุ้งมาห้อยๆ หุๆ

 

เต็มไปหมดแต่ก็ต้องระวังนะไม่งั้นมันจะบาด เอา ฮี่ๆ 

 

เตรยมกล่องของขวัญ ที่เหลือ ก็รอแขกคนสำคัญของเรา

 

ไม่ต้องกลัว ว่า จะมีสับเหร่อ มาไล่ ชั้นหรือ พ่อเชอรี่น้อยของชั้นหรอก

 

ชั้นทำให้เค้าหัวเราะ จนเค้ายอมให้ ชั้นเข้ามาแล้วเคี๊ยกๆ

 

นั่งรอไม่นานมากเท่าไหร่พ่อเชือรี่ก็ มา แหมแขกคนสำคัญมาแล้ว เค้าวิ่งมาด้วยความดีใจ

 

เคี๊ยกๆ พร้อม ไม้ ที่ชั้นเคยเอาไปฟาดเค้า โอ๊ววว มันยอดมากเลย เค้าจำได้ด้วยเคี๊ยกๆ

 

โชคดี ที่ชั้นไม่โดน ยังพูดกับเค้าเลย และ ส่งยิ้มหวานๆให้เค้าเผื่อเค้าจะ ลดไม้นั่นลงฮี่ๆ

 

"แฮปปี้เด๊ท เดย์ พ่อเชอร์รี่น้อย" ซึ่งดูเหมือนเค้าพอใจนะ มาพูดกลับ เสียงดังๆเลย

 

"เชิญแกก่อนเถอะ ไอ้ เฮงซวย"

 

"ก็ไปมาก่อนหน้าชั้น แล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ เคี๊ยกๆแล้วดูเหมือนว่า

 

ทุกๆอย่างของเธอมันดูไม่เหมือนเดิม นี่ นา  อ่ะแลว้แบทซี่เค้าชอบลุคใหม่ของเธอรึเปล่า

 

หรือว่า เค้ามัวแต่ คิดถึงคนอื่นอยู่ตอนอยู่กับเธอ" ชั้นอุตส่าห์ถามถึงแบทซี่ เพราะคิดว่า

 

แบทซี่คงคิดถึงนะเนี่ยเคี๊ยกๆ 

 

เหมือนเป็นผล เค้า ขาดสติ

 

ซึ่งนั่นทำให้ของขวัญเซอร์ไพส์ ชั้น มันยิ่ง  ทำง่ายขึ้น

 

แต่มันยังไม่สมบูรณ์

 

สายรุ้งที่เอาพาดๆ กับงานปาร์ตี้นี้ ทำด้วย เหล็ก บางๆ ฮี่ๆ

 

ยิ่งเค้า พยายาม จะมาหาชั้นมากเท่าไหร่ เค้ายิ่ง จะบาดเจ็็บมากเท่านั้น

 

เพราะรอบๆตัวเค้า มัน มีแต่ไอ้พวกนี้พันไปทั่วและมองไม่ค่อยจะเห็นในที่มืดด้วยนะซี่ 

 

โอ๋ๆ พ่อ เชอรี่ เริ่มมีน้ำเชื่อมแล้วซิน้า~ 

 

เค้าพยายามจะใช้แบทตาแรง เอ๋ อันนี้ชั้นจำได้แล้วเพื่อนเก่าชั้นเอง

 

ถ้าเค้ายิ่งใช้แบทตาแรง เท่าไหร่  คลื่นของแบทตาแรงวจะทำให้

 

พลุมหาสนุกของชั้น ก็ จะ ระเบิดดังเปิดงานเลี้ยงของพ่อเชอรี่สนั่นอ่าาโชคดี

 

ที่ชั้นพกแว่นกันแดดมานะเนี่ย

 

เดี๋ยวจะหาว่าโจ๊กเกอร์ไม่เตรียมพร้อม 

 

ร่างกายของพ่อเชอรี่ชุ่มไปด้วย น้ำเชื่อมสีแดง อิอิ น่ากินเน้อ~

 

เค้าอ่อนล้าแรงชั้นคงต้องรีบปิดงานเลี้ยงโดยเร็วจะได้ พาเพ่อเชอรี่ไปพักผ่อน 

 

 อะไรก๊านนนนมันก็แค่ รำลึกความหลังเท่านั้นเองเคี๊ยกๆๆๆ

 

ของขวํญ แสนพิเศษ ของชั้น

 

พ่อเชอรี่ รี่ตรงมาหาชั้น

 

หมายจะ หักคอหรือจะทำมากกว่านั้นด้วยอารมณ์ที่เคยเป็น 

 

แต่ เค้ามาไม่ถึงคอของชั้นเคี๊ยกๆ ไม่ถึงโกลล์นะจ๊ะเชอรรี่~

 

เค้าตกลงหลมที่ชั้นวางปิดเอาไว้ 

 

หลุมศพที่มีโลงรอรับ พ่อเชอร์รี่พอดี

 

โลงถูกปิดและล๊อคอย่างแน่นหนา

 

"เซอร์ไพร์!!!!" ชั้นตะโกนลั่น เคี๊ยกๆ

 

แหมของขวัญที่แสนไคลแมกซ์แบบนี้จะให้พลาดได้ไง

 

มันมือ และแคบ มากๆชั้นรู้ว่าเค้าชอบมันขนาดไหน

 

เค้าพยายามตะโกนร้องโวยวายด้วยความหนุก อะไรจะสนุกขนาดนั้น

 

โจ๊กเกอร์คนดี ก็เอาดินมาฝังๆๆ ลันลล้า~

 

เค้าตะโกนให้พรชั้นสารพัด ว่า "กูจะฆ่าเมิง ไอ้ตัวตลกเฮงซวย" 

 

เสียงสั่น และเคาะ อ่อลลืมไปอย่างนึง

 

อุปกรรณ์ที่ตัวของเค้าไม่สามารถจะเจาะ

 

โลกเหล็กไทเทเนียมของชั้นได้หรอกนะจ๊ะ

 

แหม  จะให้ของขวัญทั้งทีต้องลงทุนกันหน่อยซิจ๊ะ อิอิ

 

หลังจากฝังดินกลบเรียบร้อย โจ๊กเกอร์คนดีก็ จู๊บที่ดิน เอาป้ายที่ชั้นทำมาให้

 

เขียนเป็นรูปตัวการ์ตูนน่าัรักๆ ด้วย ตัวใหญ่ๆว่า

 

'" Happy Deathday อะเกนนนน mychupachu cherry"

 

หวังว่าเค้าจะชอบของขวัญนะ เคี๊ยกๆๆๆๆๆ

 

 แต่ว่าเค้าจะออกมาได้ไหมนะ  ตะโกน ออกไปไม่มีใครได้ยิน

 

แต่ทว่า

 

ใครจะสนกันละฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

ไม่มีงานปาร์ตี้ที่ไหนไม่เลิกลานี่นาเคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

 

เอาล่ะชั้นคงได้เวลาไปหาพ่อช๊อคโกแลตคนดีซะแล้ว

 

ป่านนี้จะเป็นยังไง นะ หึหึ อยากเจอใจจะขาดอยู่แล้ว 

 

ถ้าพ่อเชอรี่รอดมาได้เค้าคงจะ ไล่ตามหา ชั้นให้ควั่กเลยนะ 

 

ไม่เป็นไร น้า ชั้นไม่เก็บบิลย้อนหลัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

***************************************************************************

 

บันทึก วันนี้ งานเลี้ยงสนุกมากๆเลยน้า พ่อเชอร์รี่ของชั้น เค้าชอบชั้นมากๆเลย

 

 แต่ว่าคงจะหนักกันไปหน่อย ชั้นก็เลยต้องพาเค้าไปนอนเคี๊ยกๆ

 

แต่จะได้ฟื้นรึเปล่านะ ชั้นม่ายรู้~~~~ อิอิ

 

แต่ที่แน่ๆ อย่าหักโหมมากนะจ๊ะ พ่อทูนหัวของชั้นทั้งหลาย

 

ชั้นไม่เห็นพวกเธอ ทำงานไม่เต็มที่คิก คิก คิก

 

เอาล่ะ งานวันนี้เหนื่อย แต่สนุกขอบคุณ เชอรรี่ ที่รักมากๆเลยยยยยย

 

ปีหน้ามีโอกาสชั้นจะจัดให้นายอีกน้า~~~

 

ปล.2ได้ยินว่าพ่อช๊อคโกแลต ไปสมยอมกับเด็ก ม่ายน้า~~ โจ๊ก เจ็บนะเนี่ย 

 

แหมได้ยินว่า ตำรวจจะไปหาเค้า ชั้นก็ต้องขี่ม้าขาวไปหานะเนี่ยเคี๊ยกๆ

 

ปล.3 ความรู้สึกแปลกๆนี้คืออะไร? 

 

*********************************************************** 

 

 

ไดอารี่วันนี้ ชั้นดูไม่เหมือนตัวของตัวเองเอาซะเลย  วันนี้

ทั้งๆที่วันนี้จะได้เจอ ดร.เครนแล้วแท้ๆ ดีใจอย่างที่สุด

 แต่กลับ ไม่หัวเราะออกมาอย่างที่ ตัวเองคิดไว้

มันแปลกๆนะ มันแย่มากๆ

วันนี้ ชั้นเพิ่งกลับมา จากงานเลี้ยง เมื่อคืน

พอชั้นรู้ข่าวดร.เครน ว่า ตอนนี้กำลัง ถูกล้มไปด้วยตำรวจ หัวใจ ของชั้นมันเต้นแรงขึ้น

จู่ๆความรู้สึกแปลกๆก็อัดแน่นในอกของชั้น

ความเครียด? มันคือความเครียด ใช่ไหม?

มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชั้นเครียด ที่เค้า กำลังจะโดนจับ

มันคงจะแย่มากๆที่หากมีใคร ลั่นไก และ เอาไม้มาฟาด

อามรมณ์แรกคิดว่าถ้าใครแตะต้องเค้าชั้นก็คงจะฆ่ามันให้หมด

ด้วยความร้อนใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่  ชั้นเดินไปที่ตึก ที่เกิดเหตุ

คนหลายคนตำรวจรุม ล้อมเอาไว้

ด้วยความที่ร้อนใจ ร้อนใจมากๆ พอรู้สึกอีกที ชั้นฆ่าตำรวจนายนึงไป

ชั้นพยายามไม่ให้เค้ามีเลือดเพื่อ จะได้ลักลอบเข้าไปหาเค้าอย่างง่ายๆ

พวกตำรวจมันคิดอะไรของมันอยู่นะ ถึงได้ เอาคนหลายคนมารุมจับผู้ชายตัวเล็กๆแบบนั้น

ชั้นตัดสินใจฆ่าพวกตำรวจระหว่างทางเดินโดยไที่เค้าไม่รู้ตัว โดยกาาร เอายาฉีด ใส่ตำรวจนายนึง

และ ให้ วุ่นวายอยู่แบบนั้น ชั้นจึงเอา ระเบิดควันโจ๊กเกอร์  ทำให้พวกนั้นตาพร่าและยิงกันเอง

ไม่อยากจะ เปื้อนเลือดก่อนจะไปหาเค้าจริงๆเลยนะ

เครนนายคิดถึงชั้นไหมละ...ถ้าเจอ ชั้นจะทำหน้าแบบไหนนะ

 ทำไมชั้นถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้นีะ

ขณะที่ปล่อยให้พวกตำรวจ ชุลมุนอยู่ ข้างล่างนั้น

 

 

ชั้นก็ เดินเข้ามาที่หน้าประตู  เพิ่งสังเกตุึแฮะ ว่าเหงื่อ ที่มือชั้นออกเยอะขนาดนี้

ตื่นเต้นแบบที่ไม่รู้สึกตัวมาก่อน

นี่รึเปล่านะที่เค้าเรียกว่าสติที่ชั้นไม่ไ้ด้เจอมันมานาน

 พอชั้นเปิดประตู ออกมา คร.เครน นั่งนิ่งๆ ที่ เก้าอี้แววตาเค้าดูเลื่อนลอย

น่าสงสาร..ใครทำเค้าแบบนี้ ผมสาบานเลยคนที่ทำให้เค้าเป้นแบบนี้

มันต้องตาย

 

ชั้นไม่รู้ว่าจะพูดกับเค้ายังไงพยายามนึก ทั้งหมดพอเจอหน้า เค้าแล้ว ชั้นรู้สึก .....

รู้สึก........

อยากกิน...ช๊อคโกแลตอีกแล้ว.....

 

" คิดว่าคุณคงคิดถึงผมใช่ไหมครับ พ่อช๊อคโกแลต" เสียงของชั้นทำเค้าเงยหน้าขึ้นมามอง

"โจ๊กเกอร์...." หน้าเค้าแปลกใจอย่างมากที่เจอชั้น แหงซิชั้นก็คิดไม่ถึงตัวเองเหมือนกัน

ใบหน้าของเค้า...มันทำให้ชั้นหิวอีกแล้ว...วันนี้ดุไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองอีกแล้วนะ

อยากรุ้ว่า รอยที่ชั้นกินไปมันยังอยู่ไหม

ผมในหัวตีกันยุ่งไปหมด แต่ไม่ทันที่ จะคิดอะไรไปมากกว่านี้พวกตำรวจทั้งหลายก็เริ่มแห่

ชั้นดึงข้อมือเค้าแล้ว ลงจากอีกด้านนึง และวางระเบิดเอาไว้ถ้าพวกตำรวจเปิดประตูทางนั้น

ชั้นเห็นเค้าดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเค้าคงยืนไม่ไหวซินะ เกือบจะขาดสติชั้นอุ้มเค้าขึ้นมา และ พาออกไป

ไม่มีคำพูดอะไร เลยมันชวนอึดอัดมากๆอึดอัดจนชั้นแทบไม่เชื่อว่า จะรุ้สึก

อะไรแบบนี้ได้

"ไม่ต้องกลัวนะครับ" ไม่น่าเชื่อคำพูดแบบนี้ออกจากปาก ชั้น อีกอย่างชั้นชอบให้คนหัวเราะมากกว่ากลัว

เค้าไม่ตอบแต่กลับกอดที่รอบคอชั้น ...ช่างน่ารักจริงๆเลยนะ ดร.เครน

ชั้นพาเค้าไปที่รถที่เตรียมไว้และรีบพาออกไป เค้ายังคงนิ่งและไม่พูดอะไร จนไปถึงโกดังที่ชั้นเอาไว้ซ่อนตัว

อึดอัด...และหิวทำไมถึงหิวแบบนี้นะ...

ความคิดแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น

แต่ ดร.เครนยังทำหน้านิ่งๆ และ ไม่พูดอะไร 

นิ่งไปเกิน 20นาที ชั้นเริ่มหมดความอดทนเค้ายังคงไม่พูดสร้างความเงียบที่ไม่เคยเกิดขึ้น

จนกระทั่้ง...

ไฟดับอีกแล้ว เพราะว่าเบรคเกอร์มันไม่ดีมั้งแย่จัง

ชั้นพยายามจะคว้าตัวเค้า ดึงมากอดไว้

และลูบผม เหมือนปลอบเด็กๆ เค้ามักจะสั่นทุกๆครั้งที่ไฟดับ

ทำไม? ถึงไปช่วยเค้าและทำไม ชั้นต้องตามหาเค้า และทำไม

ชั้นถึงกอดเค้า  แบบที่โจ๊กเกอร์ไม่เคยกอดใคร

เค้ากลับนิ่งแต่ก็สวมกอดตอบ

มันทำให้ชั้นเริ่มกลืนน้ำลายและหิว...อีกครั้ง

ชั้นแทบจะไม่รอเลยให้ เค้าพูดอะไรได้่

ชั้นเริ่มจูบที่ซอกคอและเริ่มกัด ความหิว เพิ่มมากขึ้นมาเรื่อยๆ

เค้าไม่พูดอะไรออกมาทั้งนั้น

หาคำตอบในตัวชั้นรึ  หึ หึ

ชั้นเริ่ม มีความสนุกแล้วซิ ว่า น่าสนใจแค่ไหนพ่อช๊อคโกแลต 

ในความมืด บนโซฟาตัวนั้น

***********************************************************

แทบไม่รอให้ อะไรมันเกิดขึ้น อยากกินอีกแล้ว

เสื้อที่มีถูกกระชากซะขาดวิ่น  เค้าสะดุ้งตัว เหมือนกับว่า สั่นและหวั่นไหว

มือที่ลูบหน้าอกทำเค้าคราง สั่น อืมเสียงแบบนี้พ่อช๊อคโกแลต มัน เพิ่มความอยากอาหารให้ ชั้นมากขึ้น

หน้าอกจนถึงลำคอ ชั้น ขบ และเลียมัน จน ชุ่ม หวาน และ อร่อย

เลือดที่ไหลซึมนิดๆทำให้ รสชาติมันดี ขึ้น

"คุณต้องการมีอะไรกับผมเพระาความต้องการอย่างเดียวเหรอ?" เค้าถาม และสั่นเหมือนสาวน้อยที่กำลัง

จะถูกลวนลาม เพราะริมฝีปากของชั้นมันเริ่มชิมถึง ท้องน้อยเค้าซะแล้่ว

ชั้น พูดออกมาตรงๆแบบคิดไปแล้วว่า "ใช่ ชั้นต้องการ แต่ไม่ใช่อย่างเดียว แต่มันคือทั้งหมดที่ชั้นต้องการ"

ชั้นพูดออกมา  เพราะมันต้องการ ไม่ต้องการจะใส่ไข่้หรืออะไร

มันง่ายกว่าเอาหน้าไปให้แบทแมน ต่อยหรือชกซะอีก

เค้าิ่นิ่งไป และเอามือ แตะ ที่ ท้องผม และพูดเบาๆว่า "ว่ากินซิ กินผม กินผมเท่าที่คุณต้องการ"

คำพูดที่แสนยั่วยวนของ ร่างเล็กที่อยู่ ใต้ร่างชั้น 

ไม่รอช้าชั้นกินที่จุดๆเดิมที่ชั้นเคยกินเหมือนต้องการย้ำมันว่านั่นคือของชั้น

เค้าไม่ขัดขืนแต่กลับครางเสียงสั่น มือและแขนโอบผมไว้ เลือดที่ซิบออกจากแผล มันทำให้ผมเลียและดูด

มันอย่างอร่อย มือ ที่ไล้ ไปที่เป้ากางเกง ของเค้า ค่อยๆทำมันอย่างเบาๆ ในความมืดนั่น 

ชั้นจับ จุดที่อ่อนไหว คือตรงใบหู ของเค้า ได้ เค้าชอบ ให้ สัมผัสตรงนั้น

เค้าชอบให้ ชั้นใช้ลิ้นเปียกๆของ ชั้นเลีย มัน เพราะมันทำให้เค้าคลั่ง

ชั้นชอบทำแบบนั้นพ่อช๊อกโกแลตที่ถูกลิ้นของชั้นหลอมละลาย

เป็นฟองดูแสนอร่อย

อยากกิน...

มือของชั้นไล้ลงมาที่เอวบางและ โอบมันไว้ เค้ารับตอบและ แอ่นตัว ขึ้นมาตามมือของชั้น

ช่างน่ารัก และน่าทาน จริงๆ

กลิ่นเลือดและเหงื่อมัน ผสมกันไปหมด ร่างกายเค้าถูกหลอมให้คลุ่มคลั่ง เมื่อนิ้วของชั้นสอด เข้าไป

เค้าครางและ กัดฟันแน่น

นิ้วถูกสอดใส่และ ทิ่มแทง ร่างกาย บางๆ ของพ่อช๊อคโกแลต

" กินผม โจ๊กเกอรื กินผม มากกว่านี้"  เค้าพูดด้วยเสียงหายใจหอบ

 เมื่อเค้าเสนอมีรึชั้นจะไม่สนอง เครื่องร้อนเต็มที่แล้วซินะพ่อช๊อตโกแลต

ไม่รอช้า ชั้น สอดใส่ ในร่างกายเค้า พร้อมกับ ขบ ที่หน้าอกเค้าแรงพอสมควรให้เค้าซะดุ้ง

อร่อย...ไม่มีอะไรอร่อยไปกว่านี้อีกแล้ว

ชั้นขยับตัวแรงเพื่อจะปลดปล่อยแรง ความต้องการ

เสียงครางของเค้าดัง ขึ้นและสั่นมากขึ้น

มือของชั้นไม่ได้ แค่โอบเอวกลับ จับ ด้านหน้าของ พ่อช๊อคโกแลตที่กำลังร้อนเกือบไหม้

และขยับมันไปด้วยกัน

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่ไฟมันดับ

เค้าครางเสียงดังมากก่อนที่จะสลบทั้งๆที่เค้าอยู่บนตัวชั้นและยังถูกใส่อยู่

หึ หึ พ่อชีอคโกแลต คงจะเหนื่อยซินะ ชั้นแสยะยิ้ม โอบเค้าไว้และ ถอดตัวออกปล่อยให้

น้ำ..ไหลเต็มหว่างขาของเค้า ชั้นเอานิ้วสอดเข้าไปคว้านมันออกมา และพาเค้าไปอาบน้ำก่อนที่ จะ

จับเค้าใส่เสื้อ วางไว้บนเตียงพ่อช๊อคโกแลต ของชั้น

ไม่รู้ว่า สติมันกลับมา เมื่อไหร่และจะหายไปเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ

 

ชั้นอิ่มจังเลยนะเคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ 

****************************************************************

Exit :อัพแล้วนะจ๊ะทั้ง เครนทั้งเจย์ แต่เดวชิ่งล่ะเด้อเดวเจอกัล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไดอารี่ที่รักของชั้น สาวน้อยคนดีของชั้น

เธอยังสดใสและขาวสะอาด

เพื่อที่จะให้ชั้นได้ใช้หมึกสีๆที่แสนสดใส

ละเลงบนตัวเธอจนชั้นพอใจทุกๆครั้งเลยนะ

เคี๊ยก เคี๊ยก

ตอนนี้ชั้นกำัลังตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นเลยล่ะเพราะ

วันนี้พ่อช๊อคโกแลตคนดีของชั้น หุๆๆ

วันนี้เค้าต้องโดนจับเปลี่ยนเสื้อผ้า

ไอ้พวกนั้นทำสีหน้าตื่นกับร่องรอย

บนตัวของพ่อช๊อคโกแลต หวานนุ่ม

ก็แหงซินะพวกนั้นคงงงเป็นไก่ตาแตกแน่ๆเลยกร๊าก

อดใจไม่อยู่แล้วอยากจะขำจนกลั้นเสียงไม่อยู่จริงๆ

กร๊ากกกกกกกกกกก นั่นไง ผลงานของชั้น

ร่องรอยที่ชั้นแอบไปชิม~ เค้า

แหมก็เล่นหวานหอมซะขนาดนี้ ใครจะไปอดใจอยู่

เคี๊ยกๆๆๆ

แต่ช่วงนี้ชั้นกลับหิวอย่างรุนแรงมันอดใจไม่ไหว

มันห้ามไม่ได้รู้สึกอยากอาหารทุกๆคืนเป็นแบบนี้เรื่อยๆ

ความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของชั้น

ว้าแบบนี้ชั้นจะน้ำหนักขึ้นไหมนะ

เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

หลังจากเปลี่ยนเสื้อพ่อช๊อคโกแลตของชั้นแล้ว

คุณผู้คุมที่แสนอยากรู้อยากเห็น(แหงซินะวัยรุ่นนี่เนาะเคี๊ยกๆๆๆๆ)

แกเอาไปพูดกับผู้คุมคนอื่นพอดีชั้นกำลังดู ทีวีรายการโปรดอยู่ ( รายการซีรี่ยื ตัวตลกที่รัก)

(สนุกนะลองไปดูกันฮี่ๆๆๆ)

ประมาณ ว่า สงสัยว่ารอยนั้นเกิดมาได้ยังไง เคี๊ยกๆ

แหม ชั้นก็อยากจะโชว์ผลงานให้ดูเป็น ขวัญตา ฮุๆ

เลย เรียก ผู้ คุมที่ อยากรู้อยากเห็นของคุณผู้คุมสองคนนั่นเข้ามาในห้องของชั้นฮี่ๆ

โดยการบอกว่าชั้นรู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นเข้ามาฟังซิ

ชั้นไม่ทำอะไรหรอกเพราะชั้นโดนล๊อคกุญแจมือ(ที่ชั้นสะเดาะออกตั้งนานแล้ว)

ทำให้พวกเค้าอุ่นใจแล้วกล้าเข้ามา

ฮ่า~ งงจริงๆใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของชั้นทำพวกเ้ค้าหวาดกลัว

อย่าหลงชั้นล่ะเพราะชั้นมีพ่อช๊อคโกแลตอยู่แล้ว

ตอนที่พวกเค้าเข้ามาถามว่านายรู้ได้ยังไง

ชั้นหน้ายิ้มๆแล้วก็บอกกับพวกเค้า

ก็แค่ อยากกิน ของว่างตอนกลางคืน

คำตอบเพียงแค่นั้นพวกนั้นก็คง..รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

อุ๊บ!!! แย่แล้วละซิแบบนี้เค้าก็รู้แล้วซิว่าชั้นแอบหนีเที่ยว

เคี๊ยกๆๆๆ

ว้า...า ขืนมีคนรู้ ชั้นก็แย่น่ะซิ...

สงสัยต้องขอร้องพวกเค้านะเคี๊ยก

โอ้ได้โปรดอย่าบอกใครเลย~

หน้าพวกเค้าเหมือนหวาดกลัวสุดขีด

แหมอะไรกัน

ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

พวกนั้นพยายามจะหนีทั้งๆที่ชั้น ยังเล่าไม่จบ

เคี๊ยกๆเสียมารยาทจังเลย~

แบบนี้ ชั้นไม่ปลื้ม คนยิ่งหิวๆอยู่นะเคีี๊ยกๆ

ชั้นรีบไปที่ประตูแน่นอน ชั้นเร็วกว่าพวกเค้าเยอะฮ่าๆๆๆ

ชั้นขวางประตูไว้ แล้วบอกว่า ฟังกันให้จบก่อนซิ

ช่วงนี้ดู คนเครียดๆกันจังเนาะ

ชั้น เลยให้พวกเค้ารีแลคโดนการจับพวกเค้านั่งอยู่เตียง

เพื่อป้องกันการ ขัดจังหว่ะการเล่า

ก็เลยเอาผ้าอุดปาก และ จับมัดด้วยกัน

ไม่เคยได้ยินเหรอไงนะ ว่าดูหนังเค้าห้าม เปิดมือถือ เคี๊ยกๆ

*โจ๊กเกอรืเป็นคนดีเลยพังมือถือของสองคนนั่นทิ้งซะ* ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ชั้นแอบดอดเข้าไปหา เค้าตอนกลางคืนแล้วชั้นก็เข้าไปชิมช๊อคโกแลตของชั้นยังไง

โถๆ..... พวกเค้าฟังไปร้องไห้ไป สงสัยจะซึ้ง

ว่า โจ๊กเกอรือย่างชั้นต้องตัดใจจากแบทซี่ที่รักขนาดไหน คิ คิ คิ

ชั้นเล่าให้ฟังจบ ก็ถามพวกเค้าว่าปิดเป็นความลับได้ไหมหึหึหึ

(ถ้ามีคนรู้ชั้นก็แย่นะซี่ กร๊ากกก)

แต่พวกเข้าตอบไม่ตรงคำถามเอาซะเลย

ได้แต่ส่ายหน้าและร้องไห้บอกว่าปล่อยพวกเค้าไปทีได้โปรดอย่าทำอะไรพวกเค้า

เฮ่อร์~เห็นชั้นเป็นคนใจร้ายรึไงนะ...

ชั้นก็เลยปลอพวกเค้าฮี่ๆ

ชั้นบอกแล้ว ชั้นเป้นคนใจดี ออกเคี๊ยกๆ

ชั้น นั่งปลอบ เห็นเค้าร้องไห้

ค่อยๆ ฉีดยาโจ๊กเกอร์ที่ต้นคอ ของพวกเค้า

ใบหน้าพวกเค้าเริ่มยิ้มออกมาทีละนิด

จนผ่อนคลาย

แหมชั้นนี่เก่งนะ

ชี้ทางให้คนอื่นๆหัวเราะไปกับชัั้้นด้วย

เคี๊ยกๆๆๆ

พอพวกเค้านิ่งชั้นก็เกิดอาการหิวซะแล้วซิ...ฮี่ๆๆๆๆ

อยากรู้ว่าพวกเค้าอร่อยเหมือนพ่อช๊อคโกแลตของชั้นรึเปล่า หึ หึ

พอ ลองชิมไปได้นิดเดียว

ความคิดแรกของชั้นคือมันไม่อร่อยเอาซะเลย


อะไรจะหอมหวานที่จะ ลิ้มลอง พ่อ ช๊อคโกแลต

ที่แววตาสีฟ้าสุกใส

เหมือน ช๊อคโกแลตใส่ไอซิ่ง โอ๊ยย

แค่คิดก้หิวแซะแล้วซิฮี่ๆๆๆ

วันนี้อยากลองชิมมากกว่านี้แฮะ

พอตอนเย็นในอาแคมเหมือนเป้นเวลาที่ชั้นรอคอยฮี่ๆ

ไฟเริ่มดับเพื่อให้ทุกๆคนพักผ่อน เคี๊ยกๆ

แต่เวลาพักผ่อนของชั้นคือหลังจากได้กินมื้อดึก

วันนี้ พ่อช๊อคโกแลตก็ ยังคง อยู่ในอ้อมกอดของชั้นอย่างสงบเหมือนเดิม

ติดใจหรือไงนะ กลัวชั้นเหรอ หรือต้องการจะรุ้คำตอบที่เกี่ยวกับตัวชั้นเคี๊ยกๆๆ

โถๆพ่อคนดี ชั้นไม่กินเธอให้หมดหรอกฮ่า ฮ่า

แทบจะสิ้นสติ วันนี้ชั้นหิวมากไปรึไงนะ

เค้าที่อยู่ในอ้อมกอดของชั้นนิ่งเหมือนทุกๆวัน

ริมฝีปากชั้นแห้งผาด หิว...อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ชั้นเลียริมฝีปากก่อนที่จะเข้าไปกินมัน อย่างช้าๆ

ช๊อคโกแลตสีน้ำตาลเนียลนุ่ม ที่หอมหวาน

ชั้นกัดมันเข้าไปเต็มแรง ตรงตำแหน่งหัวไหล่

พ้อมเสียงลมหายใจชั้นที่บอกว่า

ชู่วๆ เงียบนะเด็กดีโจ๊กเกอร์แค่อยาก จะกินช๊อคโกแลตเท่านั้นคิ คิ คิ

ผมจะหักคอบางๆของเค้าก็ได้้ถ้าหากเค้าโวยวาย

แต่รู้หรอกน่าพ่อช๊อคโกแลตคงวไม่ทำแบบนี้หรอก

เค้านิ่งไม่ไหวติง ไม่มีอาการกลัวหรือแต่อย่างไร

ทั้งๆที่มีเลือดซิบๆตรงหัวไหล่และหลังคอ

ชั้นจึงกัดมันลงไปอีกครั้งเพื่อคลายความหิวนี้ให้ได้

อืม~ พ่อช๊อคโกแลตของชั้นรสชาติดีจริงๆคิคิ

ดีกว่ารสชาติผู้ คุมห่วยๆที่ชั้นไปหมกพวกเค้าที่ห้องครัว เคี๊ยกๆ

แต่วันนี้ความคิดทั้งหมดของชั้น...

มันยิ่งกว่า มันหิว มันต้องการกรั่กๆ

จนถึงเ้ช้า....

พอมองปฎิทินชั้นก็แทบเสียสติ ว้าวันนี้โจ๊กเกอรืต้องมีภารกิจนี่นา

ชั้นก็เลยรีบออกไปโดยที่ไม่ได้กล่าวลาพ่อช๊อคโกแลตของชั้นเลย

พ่อช๊อคโกแลตรู้ว่าเธอต้องคิดถึงชั้น

รู้ว่าตอนกลางคืนมันหนาวแค่ไหน

เธอจะคิดถึงเสียงหัวเราะชของชั้นทุกค่ำคืน

ฮี่ๆ

เพราะชั้นจะทำให้เธอ หัวเราะ

แต่ชั้นมีภารกิจต้องไปเยี่ยม พ่อนกน้อย เจ ซะหน่อย

ไม่นานเกินรอ และเมื่อชั้นหิว

ชั้น จะกลับมา กลับมาแน่ๆเพราะ เธอเท่านั้นทำให้ ชั้น"อิ่ม" ได้ เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

ก่อนที่ชั้นจะออกไปจากเธอไดอารี่ที่รักคิคิ

อย่ากินช๊อคโกแลตหรือของหวานมากเกิน

ไม่งั้นจะอ้วนนะจ๊ะ

รักษาสุขภาพไว้เป็นอันดีเคี๊ยก

เพราะ เนื้อ เวลาที่คุณสุขภาพดี

เนี้ยมันอร่อยมากๆเลยล่ะ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

************************************

Exit : ดองและดอง เจออีฟเอามีดไล่แทง (เขียนฮานิบอลเลสเตอร์เหอะเอ็กซ์)

วันนี้ ขอไว้อาลัย

ฮีธ เทนเจอร์ มิสเตอร์เจ ที่ยังไม่ได้ดื่มด่ำกับชีวิตJoker

ฮือออทำไมต้องเป็นเค้านะเศร้าใจจริงๆนะเนี่ยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hello ~คุณไดอารี่ที่รัก คิดถึงชั้นใช่ไหม~เคี๊ยกๆๆ

ต้องขอโทษจริงๆที่ หายจากเธอไปสามวัน ฮี่ๆๆๆ

หวังว่าเธอคงไม่นอกใจชั้นไปหาคนอื่นหรอกนะที่รัก

ไม่งั้นชั้นคงฉีกกระชากเธอ ขาดเป็นสองข้าง

ขยำเนื้อ สี ขาวอันอ่อนนุ่ม ของเธอให้เละ กระจาย

กองอยู่เต็มพื้นอย่างน่าสมเพช หึหึหึ

ฮี่ๆๆๆ อย่างว่าแหละนะเธอก็แค่ ไดอารี่ เท่านั้นเอง hahahaha

วันนี้เห็น ช๊อคโกแลต ของ ชั้นกำลัง กล่อมประสาทเด็ก ฝึดหัด

แหมน่าสงสารจริงๆคุยดีๆก่ะเค้า

จะขอเบอร์โทร กันใช่ไหมเนี่ย *ตาใสใจจดจ่อ*

(ถ้าหากทำจริงๆ ชั้นจะไปหาที่บ้านแล้วไปเอาเบอร์ด้วยแต่จะเอาได้ไงล่ะก็มันอยู่ที่เดียวกันนี่หว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

สงสัยจังน้า ว่าคงไม่เคยจีบสาวๆแน่เลยๆถึงได้สั่น

แล้วก็ เรี่ยราดแบบนั้นน้า ฮ่าๆ

แต่ขำชะมัดเลย แอบจะกลั้นหัวเราะไม่ได้

ไม่ไหวๆเล้ย~

สมเป็นพ่อช๊อคโกแลตที่น่าทานของชั้นจริงๆเลย เคี๊ยกๆๆๆ


ใบหน้าไร้อารมณ์แบบนั้น~

ตอนที่ชั้น เข้าใกล้ๆแล้ว ขยี้ ให้พังทลายนั้น

หึหึหึ จะแสดงสีหน้าแบบไหนนะ

น่าตื่นเต้นจริงๆเลย คิคิคิคิ

เพราะชั้นเรื่องเบื่ออาแคมแล้วซิ ฮี่ๆๆๆ

อาหารที่นี่รสชาติไม่อร่อยเลยอ่ะ

ชั้นชอบของหวานๆเอาอะไร เปรี้ยวๆให้กินอยู่ได้แง่งงงงง

ยิ่งแม่ครัวอ้วนๆคนนนั้นนะ ทำหน้าตาบอกที่นี่ เป็น ห้องอาหารของชั้น ชั้นคุมที่นี่

แหม ชั้นก็ใจดีอ่ะ อยากให้แม่ครัวได้ชิมอาหารตัวเอง ฮี่ๆๆๆๆๆ

ตอนกลางดึกเลยไปหาซะก่ะหน่อยพร้อมอาหาร ที่ เธอทำไว้~ เคี๊ยกๆๆ

แต่อุ๊ฟ!! แย่แล้วล่ะชั้นทำผิดไปโจ๊กเกอร์พลาด~~

ชั้นเผลอเอาอาหารที่เธอทำที่อยูในถัง ขยะยัดปากเธอ

ปากเธอใหญ่นะ ทำชั้นตื่นเต้นเหมือนกันเคี๊ยกๆ

ยัดอาหาร ได้เยอะเลยแต่ว่ามีพวก ของขยะๆทิชชู่และก็ของโสมม ว้าแย่จิงๆ

แต่ปากเธอมันเต็มซะแล้วล่า~~

ชั้นเลยเอา ไม้ดันลงไป ให้ มิด (ลำบากเหมือนกานน้า~)

อะไรก๊าน ก็ชั้นหวังดีนะ ทำงานครัวคงไม่ไ้ด้ชิมอาหารตัวเอง

เลยไม่ไ้ด้รู้รสชาตินี่นาหึหึหึเคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆ

เคี๊ยกๆ สีหน้า กับลูกกะตาเธอกลอกไปมาวิงวอนขอให้ ชั้น เลิกทำ

น่าสงสารจริงๆเลยน้า ชั้นไม่ไ้ด้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะ โถๆๆ....น่าสงสาร

โจ๊กเกอร์มีทางแก้ให้คนเครียดนะ~

อย่าเครียดเลยนะ ชั้นไม่ทำร้ายเธอหรอกชั้นแค่อยากให้เเธอหัวเราะ ฮี่ๆๆๆๆๆ

ชั้นก็เลย อยากให้เธอ มีความสุขโดยการ เอายาโจ๊กเกอร์ทำให้เธอไม่เครียด

ตอนนี้เธอคงมีความสุขกับอาหารของเธอ ฮี่ๆๆๆๆๆ

ดีใจจังน้าโจ๊กเกอร์ได้ ช่วยคนอีกแล้ว

เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆ

หัวเราะอย่างสุขภาพดีทุกวัน~

ขากลับมา ชั้นกลัวคนในอาร์มแคมแตกตื่น เลยต้องรีบกลับหน่อย

แต่ทว่า เผลอแอบไปดู พ่อช๊อคโกแลต ของชั้น หน่อยว่าหลับสบายไหม~เคี๊ยกๆ

อะไรก๊าน ชั้นไม่ไ้ดทำอะไรมากกว่านั้นหรอกกกกกกกม๊างงง

แค่เข้าไปในห้องและ ดู ใบหน้ายามหลับ ของเค้า

เคี๊ยกๆๆมันตื่นเต้นมากๆเลยล่ะ

พ่อช๊อคโกแลตทำหน้าหลับ อย่างไม่เป็นสุข ผมสี น้ำตาล ยู่ยี่เพราะนอนดิ้น เคี๊ยกๆ

เหงื่อท่วม ตัว ขนาดที่ ห้องในนั้น หนาวเย็นมากๆ แหม ทำเอาชั้นขนลุกซู๋เลยนะ

เคี๊ยกๆๆๆ

ฝันร้ายอยู่แน่ๆ เลยอยากเข้าไปปลอบจัง

เคี๊ยกๆ

แล้วทันใดนั้นเองจู่ๆ เหมือนฟ้าเป็นใจให้ ไฟดับ ลงฮ่าๆๆๆๆๆ

ชั้นก็เลย คิดว่าเข้าไปใกล้ๆพ่อช๊อคโกแลต

แอบอยากชิมก่อนกินจริงๆแล้วซิ เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

อดใจแทบไม่ไหวแล้วนะ.....หึหึ

แล้วทุกๆอย่างก็.......

..................................

.....................

...............................

............................

ชั้นกลับไปที่ห้อง เอาตัวล้มลงนอนอย่างเหนื่อยล้าเคี๊ยกๆก็เหมือนทำงานหนักแหละน้า

แต่ก็ หลับฝันดีเลยล่ะฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

*จดๆๆ* หุหุหุ ชั้นชอบของหวานๆจริงๆนะเนี่ย

*เตื่อนๆ* พ่อช๊อคโกแลตไม่ชอบให้ สัมผัสใบหู คราวหน้าจะจับตรงอื่นคิกๆๆๆๆ

*ขีดๆ*เริ่มคิดถึงแบทซี่ก่ะ นกน้อยแล้วซิเค้าจะคิดถึงชั้นไหมน้า คิคิคิคิคิ

เพราะชั้นเล่นส่ง การ์ดใส่ พลุระเบิดเล็กๆไปให้ ที่กรมตำรวจนี่นา

555555+

ก่อนที่ชั้นจะจบ ไดอารี่ลง หน้านี้

อย่ากินของหวานๆมากนะจ๊ะ

ไม่งั้นแมงจะกินฟันเอา

แต่ถ้าคิดว่า ชอบล่ะก็

เดี๋ยวโจ๊กเกอร์ื จะไปถอนฟันให้หมดปาก

แมงจะได้ไม่มากินได้ง่ายๆนะจ๊ะ คิคิคิคิค ฮ่า ฮ่า ฮ่า

*******************************************************

Exit : จิตอีกแล้ว พี่น้อง อร๊าคคตอนแรกอยากให้ ขำขำไม่ออกแล้วพี่น้อง

 

 

 

 

 

 

โอย..ไม่อยากจะคิดเล้ย มันเป็นเรื่องขำที่ชั้นสนุกจริงๆ

เคี๊ยกๆๆ

วันนี้ เป็นวันที่สองแล้วที่ชั้นอยุ่ในอาร์มแคม หึๆๆๆ

รู้สึกว่า มีใครหลายๆคนแปลกใจล่ะซี่ว่าทำไมชั้นถึงไม่คิดจะไปไหน

ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะ)

ก็รู้นะชั้นเป็นคนด๊างดังแบบนี้ คนมันดังช่วยม่ะด๊ายยยยกร๊ากกกกก

ขนาดแบทซี่ ยังรักและคิดถึง ชั้นเล้ยย เคี๊ยกๆๆ

แต่ต้องขอโทษจริงๆ ตอนนี้ พวกเราไปกันไม่ได้นะแบทซี่

เพราะตอนนี้สายตาของชั้น สนใจแต่ คุณ ดร.เครนที่น่ารัก ฮี่ๆๆๆ~

เวลาที่ เค้ามองมาที่ชั้นแววตาของเค้า

มันช่างน่าจับให้ถลนออกมาซะจิงๆ

สีหน้าที่ดูเครียดๆของเค้า หืมม์~~~~

ทำให้ชั้นใจสั่นไม่เป็นจังหว่ะแทบทะลักและกองไว้ก่ะพื้น

ไม่มีหมอคนไหนเลย ที่จะทน กับสงครามประสาทที่ชั้นเล่นได้

หึๆๆๆๆๆๆๆๆ

ในขณะที่ เค้า กำลังวิเคราะห์ในตัวชั้น ....ชั้นก็จะหาความสนุกในตัวเค้าเหมือนกันเคี๊ยกๆ

อา.....าทำให้นึกถึง คุณหมอคนแรกของชั้นจังเลยแฮะ.... เค้าดีกับชั้นมากๆเลยน้า~

คงเป็นหมอไฟแรงธรมดา ที่ต้องการจะเลื่อนขั้น .....ดู ตั้งอกใจทำงาน

ชั้นเองก็อยากจะช่วยซักหน่อย

ก็เลยพาเค้าเลื่อนขั้น~โอ๊วเย

หน้าของคุณหมอตอนที่ชั้นลากขาเค้ากระแทกบันได 4ชั้นนะโอย...ไม่อยากจะบอก

ก็เค้าอยากเลื่อนขั้นนี่นา...แต่เค้าไม่บอกว่าอยากเลื่อนไปที่ขั้นไหนชั้นไหน ฮี่ๆๆๆ

เค้ายังยิ้มได้เพราะชั้นให้ความอารมณ์ขันกับเค้าด้วยยาโจ๊กเกอร์ หึหึหึหึ

แหม~ก็ชั้น ชอบช่วยคนที่ใจดีกับชั้น ฮ่าๆๆๆๆๆ

พอมองหน้า คุณหมอเครน ชั้นเริ่มอยากจะรู้แล้วซิ ว่าเค้าอยากได้อะไรรึเปล่า?

แววตาสีฟ้าน้ำทะเล ผมสีน้ำตาล ผิวขาวซีดด้วยความหนาว

โอ๊วววว~ ว หึหึหึ มันทำให้นึกถึงช๊อคโกแลต โรยเกล๊ดน้ำตาลสีฟ้า จริงๆน้า

ผ่านไป 30นาที กับสงครามประสาทของชั้นเค้ากลับทำหน้านิ่งๆแล้ววิเคราะห์โอ๊ววววว นั้นแหละ

พ่อช๊อคโกแลต คุณมีอะไรๆให้ ชั้นรู้สึกสนุก ได้ อย่างประหลาด

" ผมไม่เข้าใจ " เสียงทุ้มเล็กๆที่เอ่ยขึ้นมาทำลายจินตรนาการอันกว้างไกลของชั้น

ั้

"ทั้งๆที่คุณน่าจะออกไปได้แล้วแท้ๆ ทำไมคุณยังอยู่ที่นี่ล่ะครับ"

เค้าพูดพร้อมดันแว่นกรอบทอง สายตาจับจ้องมาฮี่ๆ ช่างน่ารักจริงๆเลยนะ

ชั้นลุดพรวดขึ้นมา มือจับไปที่ไหล่บางๆ (เดี๋ยวนี้คุณหมอ ในรพ. เค้าบังคับหุ่นใช่ไหมเคี๊ยกๆๆ)

น่าแปลกใจเค้าไม่กลับหนีเลยด้วยซ้ำถึง ตัวออกจะสั่นนิดๆ

เหมือนลูกนกน้อย หึหึหึ

"ก็แค่อยากจะกินช๊อคโกแลตเท่านั้นแหละ" ไม่รู้ว่า เค้าเข้าใจรึเปล่าในคำพูดของชั้นเคี๊ยกๆๆๆ

โอยยยไม่ อยากบอกใบหน้าที่ซ่อนความเงียบมาตลอดกลับแดงขึ้น แล้ว ลุกพรวดออกมา

ผิวขาวซีดเริ่มแดงไปหมด เป็น ช๊อคโกแลตสตอเบอรี่ โอยยยอยากจะกินซะจริงๆเลยนะเนี่ย~

ฮี่ๆๆๆๆๆๆ

แล้วคุณหมอ ก็ผลุนผลัน ลุกออกไปเลย เอ..พลาดอะไรไปซักอย่างนี่แหละ

ฮ่าๆๆ

ช่างมันเถอะ เรื่องขำๆ ไม่มีอะไรมากกกก กร๊ากกกกก

โอย อยากจะขำ อยากจะหัวเราะมันสนุกจริงๆน้า

นอนหลับก็คิดแต่ทุ่งดอกไม้สองเรา ฮี่ๆๆๆ

นั่นเค้าเรียกว่าความรักใช่ไหม~~~~~~นะเคี๊ยกๆใจเต้นแรงแบบนี้~~

กร๊ากกกกกกก

โอยยยย นึกถึง คำพูด ของ นายพรานจับนกตาเดียว นั่นที่บอกว่า

ผู้ร้ายก็หนาวเป็น

ตัวตลก ก็มี ความรัก นะจ๊ะ *0*+ฮ่าๆๆๆๆๆ

คิดแล้วทำให้อยากแหกอาร์แคมไปหาจริงๆเลย~ เคี๊ยกๆๆๆๆๆ

ฮี่ๆ พ่อช๊อคโกแลตจ๋าาาาาา ชั้นอยากหม่ำเธอ~~~!!!!!

***************************************************************

Exit : โอย........ยิ่งเขียนยิ่งโรคจิตเข้าไปทุกๆวัน แฮะ *นอนตาย*

 

 

 

 

 

 

 

5555555 (หัวเราะ)

ฮี่ๆๆๆๆๆๆ ก็คนมันว๊างว่างในอาแคมเนี่ยมันไม่ค่อยมีอะไรเลยน้า หึหึหึ

เค้าบอกว่าการเขียนไดอารี่หรือการเขียนระบายอารมณ์มันทำให้จิตแจ่มใส

ชั้นว่ามันไม่เกี่ยวหรอกนะ เคี๊ยกๆๆๆๆๆ

ดูอย่างชั้นซี่~ แค่ก่อกวนเจ้าค้างคาวตัวน้อย วันละนิดจิตมันก็แจ่มใสขึ้นมาแล้ว

งวดนี้ชั้นจะอยู่ที่นี่กี่นาทีดีนะ?เคี๊ยกๆ

ตายแหละพัสดีที่ชั้นเอายาโจ๊กเกอร์ฉีดเข้าไปตอนนี้เค้าหัวเราะจนกรามแข็งไปแล้วรึยังนะ

ก็งวดที่แล้วหมอนั่นเล่นมาจับผมชั้นทำสีหน้าดุดัน

ชั้นว่าเค้าคงเครียดไปหน่อยก็เลยเตืมสีสันให้เค้าเท่านั้น..เอง

ชั้นหวังดีนะไม่ได้คิดร๊ายยร้ายอะไรซ๊ากก่ะนิด~

ดูอย่างชั้นซี่ หัวเราะตลอดเวลาทำให้ชั้นมีสุขภาพจิตดีขนาดไหน~

เคี๊ยกๆๆๆตายแหละๆๆๆๆๆๆๆ จำหน้าได้แล้วตอนที่ชั้นฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดเค้า

ใบหน้าที่ฉีดยิ้มจนกรามแทบฉีก เลือดไหลนองมือไม้แข็งท่อราวกับศพ

ฮี่ๆหวังว่าเค้าจะถูกใจนะ ชั้นก้แค่ช่วยเหลือเค้านิดๆหน่อยเองง

ฮ่าๆ อุ๊ฟ แบบนี้คงต้องหาแผนการแบ่งปันความสุขให้คนอื่นด้วยนะ

จำได้แล้วตอนอยู่ที่นี่เจอดร.คนนึงด้วยตอนนี้ได้ยินมาว่าเค้ากลายเป็นสแกร์โครว์ไปแล้ว

ฮี่ๆๆๆๆๆๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากเข้าไปหาจริงๆเลยน้ามิน่าล่ะ ชั้นรู้สึก ถูกชะตากับเค้าอย่างประหลาด

เคี๊ยก!!(พยายามกลั้นหัวเราะ)

หมอโรคจิตก็ต้องคู่กะคนไข้ซิน้า~ แหมอยากให้เค้ามารักษา ชั้นจริงๆเล้ย

แต่ว่าชั้นอยากจะตรวจเค้ามากกว่านะ

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ แค่คิดแบบนั้นแล้วแทบจะรอไม่ไหวเลยล่ะ

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(ฉีกยิ้ม)

แต่อย่าลืมนะทุกๆโค้นนนนนนน

.

.

หัวเราะวันล่ะนิดจิตแจ่มใสน้า~~~~

.

.

.

ถ้าคุณเครียดมากๆจนฉีกยิ้มไม่ออก

.

.

เดี๋ยวโจ๊กเกอร์จะคอยช่วยฉีกยิ้มให้คุณเอ๊งงงง!!

.

.

เคี๊ยกๆ~

(หยิบมีดมาแกว่ง)

หึหึหึ แหมตอนนี้ได้ยินว่าเจ้าค้างคาวกำลังโดนมะรุมมะตุ้มรักเรอะ

น่าอิจฉราจริงๆน้าเค้าจะได้ของขวัญจากชั้นไหมนะ

(เซอร์ไพส์วันเกิดด้วยระเบิดกล่องของขวัญจากใจ)

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รวมทั้งเจ้านกน้อยที่กลับมาใหม่ด้วย

กลับมาอีกทีก็นิวลุคเลยนะ เคี๊ยกๆ

น่าจะขอบใจชั้นนะ ชั้นทำให้มัน

มีกล้ามเนื้อและความแข็งแรงง

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาละชั้นคงจบการเขียนไดอารี่เพียงเท่านี้

เพราะมันเริ่มกลั้นหัวเราะไม่อยู่ซะแล้วเคี๊ยกๆ

เดี๋ยวคุณดร.คนดีจะมารักษาไข้ใจชั้นด้วย

หวังว่ายัยฮาลี่ย์จะไม่รู้นะ ฮี่ๆ

*คนมันมีอารมณ์ขันมันช่วยไม่ด๊ายยยยยย!!*

**************************************

Exit : ไหงเขียนโจ๊กเกอร์แล้วมันมันส์แบบนี้หว่ะพีเพิล

Edit * เพิ่มกฏอีกข้อนึงอันนี้สำคัญนะจ๊ะ เข้าไปอ่านด้วยน่อเหล่ามาเนียทั้งหลาย*