Joker 10 [Season Finale] - Waking The Monster
posted on 09 Mar 2008 14:04 by dcdiary in JokerJoker 10 [Season Finale] - Waking the Monster
(EVE: เอาภาพสีมาใส่แล้ว ปกติอีฟใช้สีหนัก(อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ แต่งวดนี้ไม่ว่ายังไงก็อยากใช้สีหวานๆ ซีดๆ
ปรากฏว่าภาพขาวดำท่าจะสวยกว่าแฮะ ="= แต่นี่อีฟก็พยายามแล้วนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดด)
[1]
ที่จริงแล้ว เรื่องเฮงซวยที่สุดเวลาใกล้ตาย คือช่วงที่ภาพอดีตทั้งชีวิตผุดขึ้นมาในหัวแบบนอนสตอป
... แบบที่เห็นกันในหนังนั่นแหล่ะ ต่างกันที่ความทรงจำของฉันมันน่าปวดกบาลกว่านั้นหลายเท่านัก
ไม่มีเด็กชายแกว่งชิงช้า หน้าแม่ตอนคลอด หรือเป่าเทียนเบิร์ดเดย์ มีก็แต่เสียงหัวเราะบ้าคลั่ง กับภาพน่าเวียนหัว แล้วก็ .......
ภาพดวงหน้าใครบางคนปรากฏหลังเปลือกตา ใบหน้าอ่อนโยนของผู้หญิงคนนึงที่รู้สึกคุ้นจนน่าขนลุก ฉันหยุดลากศพตัวเองยืนนิ่งค้างกลางทาง
ความรู้สึกประหลาดวาบขึ้นมาในอก เล่นเอาลมหายใจที่ติดขัดอยู่แล้วขาดช่วงไป
โกหกน่า นั่นมันเรื่องของใครกัน
ฉันกัดฟัน พยายามตะเบ็งเสียงหัวเราะในสายฝน ไล่ภาพหล่อนออกจากหัว เสียงหัวเราะตัวเองฟังแปร่งประหลาด คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่า กลิ่นเลือดอบอวลในปาก กระเซ็นออกมา
ทั้งเรื่องที่ลืมไปแล้ว เรื่องที่อยากลืม ไปจนถึงเรื่องที่สาบานได้ว่าไม่ใช่เรื่องของฉันซักนิด ทั้งหมดแวบผ่านไปต่อหน้า เหมือนหนังสั้นฉายรวดที่ทำความเข้าใจไม่ได้ แต่เจ็บปวด …. ใช่ เจ็บ
ฝนตกหนัก อากาศเย็นเฉียบ ไม่เหมาะแก่การเอาชีวิตรอดซักนิด เคยโดนยิงมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้คงเฉียดตายที่สุดล่ะมั้ง เสียงคนข้างๆหัวเราะเมื่อคิดถึงตรงนี้
'เฉียดตาย กร้ากกก นี่ แกยังคิดว่าจะรอดอีกเหรอเนี่ย' ........ เมื่อหันไปมอง โจกเกอร์อีกคนก็ส่งสายตากวนส้นกลับมาใบหน้าครึ่งซึกของมัน โดนระเบิดจนเละ พอๆ กับอีกหลายๆ ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลัง บางตัวทรุดนั่ง บางตัวตายไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันยืนมองร่างตัวเอง ค่อย ๆ ล้มละเนละนาดลงบนพื้นโคลนเฉาะแฉะ ทีละร่าง ทีละร่าง เหมือนซากวัวในฟาร์ม ล้มตายจากโรคระบาด
....... มาได้แค่นี้แหล่ะ
.... บางทีพวกเราอาจจะตายไปแล้วก็ได้
.... ถ้างั้นทำไมยังเจ็บอยู่อีกวะ
'พวกนั้นยังตามมาอยู่รึเปล่า' .... ฉันถาม
.......เบิ่งตาดูเองเหอะ
ในสายฝน ภาพป่าเบื้องหลังเลือนลางเต็มที แต่ก็ยังพอมองเห็นบางอย่าง เคลื่อนไหวในความมืดและพร่าเลือน ลูกไฟกลมๆ เล็กๆ นับได้ 13 ดวงพอดี กลิ้งขลุกๆ ตามมา ทั้งหมดฮัมเพลงรถขายไอศกรีมอย่างเบิกบาน ไอหัวพวกนั้นแหล่ะ พวกมันติดไฟลุกโชนจากระเบิด กลิ้งตามฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ฉันแค่นยิ้ม พลางขยับตัวก้าวขาเดินต่อ ทิ้งร่างของพวกพ้องบางส่วนที่ตายแล้วไว้ข้างหลัง แผลถูกยิงที่อกเจ็บจนแทบกระอัก... ตอนนี้มีรูที่ทะลุจากข้างหลังไปข้างหน้าได้ นึกอยากเอาห่วงร้อยพิกล
........ เจ็บ
......... พอแล้ว แกคิดว่าจะไปไหนต่องั้นรึ
กลับไปที่โรงงาน ....
ตายตรงนี้ไม่ดีกว่าเรอะ ? พวกมันจะได้หาศพไม่เจอ
อย่าบ้าน่า ยังไงก็เจออยู่ดี ตรงนี้ห่างจากถนนเท่าไหร่กัน แล้วบางทีที่นั่น ....เขาอาจจะ
ตลกดีที่ตัวเองยังคงคิดถึง คุณหมออยู่ ภาพใบหน้าหมอตอนที่วิ่งมารัวกำปั้นทุบกระจกรถวาบมาในหัว แทรกกับภาพความทรงจำเก่าก่อน ที่ฉันทำความเข้าใจไม่ได้
..........ยังไงก็ไม่รอด ยังไงก็ตายอยู่ดี อีกไม่กี่นาที คงไปนั่งคุยกับเทวดาหรือนางฟ้าอึ๋มๆซักคนล่ะมั้ง
'ที่ตลกคือ แกคิดว่าแกจะได้ไปสวรรค์ โจกเกอร์' เสียงหนึ่งพูดขึ้น เสียงแหบพร่าของเด็กชาย ร่างเล็กๆ ยืนขวางทางฉันไม่ให้ไปต่อ ฉันแค่นยิ้มออกมา ทรุดลงนั่งตรงหน้ามัน
มาจนสุดทางแล้วเหรอเนี่ย
ขี้โกงนี่หว่า แกอยู่แต่ในกระจกไม่ใช่เรอะ
เด็กคนเดิมที่ตามหลอกหลอนฉันมาตลอด มันยืนอยู่ตรงหน้า ท่อนบนเปลือยเปล่าในสายฝน จ้องมองฉัน ไม่มีการแสยะยิ้มอีกแล้ว ไม่มีดวงตาอาฆาตแค้น หรือคำถากถางใดๆ เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น
มองวาระสุดท้ายของคนที่ฆ่าแกสินะ ฉันหลับตาลงทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนพื้น ที่สุดแล้วก็คงมาได้แค่นี้
ฉันพยายามสูดลมหายใจฟืดฟาด เจ็บหยั่งก่ะนรกทุกครั้งที่หายใจเข้า จนต้องครางออกมาเหมือนสัตว์ป่าใกล้ตาย ร่างกระตุกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อภาพในความทรงจำค่อยๆประติดประต่อแจ่มชัดขึ้น
อย่างงั้นเองเหรอ ไอนี่นะความทรงจำของแกเองสินะ ........... แม้จะหลับตาอยู่แต่รู้ว่ามันยังคงอยู่ที่นั่น ยืนอยู่ข้างฉัน ไม่ไปไหน เฝ้ามอง เฝ้ารอ รอให้ภาพทั้งหมดของความทรงจำสมบูรณ์อีกครั้ง
เสียงสวบสาบของเท้าเปล่าที่ย่ำอยู่ข้างๆ ตามด้วยเสียงครึกๆ เหมือนเสียงหินกลิ้ง ฉันปรือตามอง ตรงหน้าหัวเล็กๆของเด็กสาวส่งยิ้มมาให้ พร้อมเปลวไฟลุกโฉน เนื้อติดไฟของเธอค่อยๆละลายทีละน้อย ฉันหลับตาหนีแสงจ้ากับเปลวไฟ ที่สาดเข้าใส่ ทว่ากลับมีเสียงเรียกแทรกเข้ามา
' พอได้แล้ว นั่นนะ แกคิดจะหนีไปไหนอีกรึ !!!'
หนีเหรอ หนีอะไร ก็หัวพวกนั้น แล้วก็ โจกเกอร์พวกนั้น พวกของฉัน?
‘โจกเกอร์ไม่อยู่ที่นี่ มีแค่แก กับฉัน’
เมื่อเปิดตาอีกครั้ง ดวงตาลึกโหลของเด็กนั่นอยู่ตรงหน้าพอดี มือเล็กๆเอื้อมมาลูบแก้ม สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาที่ร่างเราสอง เด็กชายกระซิบบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้ขอบตาฉํนร้อนผ่าว
อย่างนั้นเองเหรอ โจกเกอร์ ไม่อยู่เหรอ ?
-----------------------------
[2]
ความฝันประหลาดค่อยๆเลือนลางจางไป รู้สึกตัวอีกครั้งฉันนอนจมอยู่ในพงหญ้า
…. ยังหายใจอยู่ แถมเจ็บหยั่งกับนรกทุกครั้งที่หายใจอัดเอาอากาศเข้าปอด
อันที่จริงฉันคิดภาพตัวเองตอนตายไว้หลายแบบ โดนยิง โดนระเบิด โดนฆ่าตาย
แต่บอกตามตรงนี่ไม่ใช่หนึ่งในนั้นเลยซักนิด สละชีวิตตัวเองเพื่อนักโทษหลบหนีอีกคนอย่างงั้นเหรอ หึหึหึ น่าสมเพชดีนะ
ฉันหลับตานึกภาพสีหน้า ดอกเตอร์เครน ตอนตะโกนเรียกชื่อ ที่ชายฝั่งแม่น้ำ แล้วนึกขำขึ้นมา
ถ้าหากเวลาที่ตายคนเราสามารถเลือกซักความทรงจำหนึ่งติดตัวไปด้วยได้ ฉันขอเลือกคุณหมอแล้วกัน ก็คุณหมอ …..
ดูตลกดี
ภาพความทรงจำล้านแปดที่ทำความเข้าใจไม่ได้ ถ้าเป็นเขาที่เห็นเป็นคนสุดท้ายก็ดีอยู่หรอก
ฉันหลับตา เพ่งพินิจใบหน้าที่แจ่มชัดอยู่หลังเปลือกตา ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น ภาพเดิมยังคงอยู่ตรงหน้า … หืมมม ไม่สิ พอหลับตาคุณดูดีกว่านี้นิดนึงนะ
ดอกเตอร์เครนนั่งอยู่ข้างๆ ริมฝีปากบางเผยออ้า หอบหายใจ ใบหน้าเปื้อนโคลนแว่นเอียงกะเท่เร่ หัวยุ่งเหยิงหยั่งก่ะไปคลุกดินที่ไหนมา … แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น เขากลับดู เหมือน … .
“เทวดามารับ แบบนี้แปลว่า ได้ขึ้นสวรรค์ซี?”
ดอกเตอร์ เครนหัวเราะออกมา …
ครั้งแรก ครั้งแรกที่เห็นเขาหัวเราะ ริมฝีปากบางที่เม้มเรียบอย่างไร้อารมณ์ ตลอดเวลา ดูดีอย่างที่คิดเลย เวลาหัวเราะ
ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็ดีอยู่หรอก
[3]
ฉันพยายามหายใจ กระเสือกกระสนหอบเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด แต่เหมือนมีถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ ครอบหัว อยู่
หายใจ ไม่ออก แถมทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศเข้า ก็รู้สึกเหมือนใครเอาลิ่มมาตอกที่อก ตรงที่โดนยิง
มือของดอกเตอร์เครนกดแน่นอยู่ที่หน้าอกพยายามห้ามเลือด เสื้อที่เขาหามาใช้กับแผลถูกย้อมเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว แต่นอกจากความรู้สึกเจ็บแทบบ้านี่แล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวซักนิด
หึหึ ก็อยู่ในมือหมอแล้วนี่นะ
ฉันพยายามยกหัวขึ้นมองเขา อยากบอกหมอให้ยอมแพ้ได้แล้ว แต่ใบหน้าคร่ำเคร่งของเขา กลับตวาดตอบกลับมาให้นอนลง มือแดงเถือกกดหัวฉันให้นอนราบเหมือนเดิม จนหลังหัวกระแทกกับเบาะรถ
ฉันหัวเราะ คิ้วคุณหมอขมวดกันให้ยุ่ง ดอกเตอร์คนเดิมที่สุขุมเย็นเหมือนน้ำแข็งหายไปไหนแล้วล่ะ
หมอมือไม้สั่นแบบนี้ คนไข้จะรอดมั้ยนี่ ?
หลับตา
ภาพหญิงสาวคนเดิมแวบผ่านเข้ามาฉับพลัน เธอยิ้มให้ ดูช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ภาพขาวดำลานเลือน สลับกับสีแดงของความจริง ฉันเพ่งพินิจนึกเรื่องเธอ นึกหน้าเธอ เธอวางมือทาบบนอกฉัน เหมือนให้คำสัญญา
มือดอกเตอร์เครนกดอยู่ที่หน้าอก ซ้อนกับมือของหล่อน ฉันคว้าข้อมือผอมบางนั่น พยายามนึกเรื่องของเธอให้ออก มันสำคัญมาก
สัญญา ? สัญญารึเปล่า?
ฉันพูดอะไร นะ
ปกป้องเหรอ ใช่มั้ย ?
ริมฝีปากบางอ้าเผยอ พร้อมรอยยิ้ม
ที่นั่นในความทรงจำ ภาพพร่าเลือน เหมือนหนังเก่าโบราณสั่นไหว ไม่ชัดเจน ฉันดึงเธอมากอดเอาไว้ ผมสีน้ำตาลยาว ร่างผอมบางอ่อนแอ ขี้โรค เธอมักจะดูเศร้าอยู่เสมอๆ ใช่แล้ว ฉันต้องปกป้องเธอ สาบานจะดูแล ทำให้ยิ้ม …..
ทำให้หัวเราะ ……
สัมผัสกดแน่นบนหน้าอกหายไปแล้ว ดอกเตอร์เครนดึงมือออก หลังพันแผลเสร็จ คุณหมอปีนข้ามเบาะไปนั่งประจำด้านคนขับ รถสั่นสะเทือนยามออกตัว ดึงฉันจากความทรงจำพร่าเลือน
ฉันผงกหัวขึ้นปรือตามอง ลมหายใจติดขัด ฉันท้วงให้เขาคลายผ้าพันแผลออก แต่กลับได้รับคำสั่งให้นอนลง
มากไปมั้ง ไม่เห็นต้องซีเรียสขนาดนั้นซักนิด คุณน่ะกลับมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้รึไง ให้ผมนึกให้ออกก่อน แล้วค่อยไปได้มั้ย
ก็มันสำคัญมากนะ …..
หลับตาอีกครั้งแม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ได้ลืมขึ้นมาอีก แต่หลังเปลือกตาฉันรู้ว่า เธอรออยู่ที่นั่น
แรงสะเทือนของรถ กับเสียงเครื่องยนตร์ค่อยๆ ห่างออกไป เหลือแค่มือผอมบางดึงฉันเข้าไปใกล้กระซิบบางอย่าง
โคมไฟระย้าห้อยอยู่เหนือหัว รอบข้างจุดเทียนสว่าง ฉันกลับมาบ้าน ดื่มแชมเปญจ ฉลองให้โอกาสพิเศษ วันนี้เธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไหร่ ชุดสีขาวที่สวมใส่ กับรอยยิ้มน้อยๆ
เธอกำลังรออยู่
[4]
เสียงเรียกชื่อของเธอในฝัน ปลุกฉันให้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ชื่อฉันที่ลืมไปแล้ว
ชื่อที่ถูกฝังเอาไว้
ตอนนี้จำได้แล้ว
ภาพเลอะเลือนในความทรงจำดูช่างห่างไกล แม้จะไม่สมบูรณ์นัก แต่อย่างน้อยก็พอนึกออก ฉันกระพริบตาถี่ มองเพดานรถสีทึมตรงหน้า พยายามแยกเรื่องในฝันกับความทรงจำอย่างเปล่าประโยชน์
ทุกอย่างดูช่างพร่ามัวนัก จนกระทั่งหันมาเห็นหน้าคุณหมอที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงรู้ตัวว่ายังหายใจอยู่ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปลาบขึ้นมาทันทีที่ได้สติ
ใบหน้าชื้นเหงื่อ แก้มเลอะโคลนกับเลือดของฉันเป็นทางยาวจ้องมองฉัน
ใบหน้าเรียบเฉยกลับมาอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเหมือนชั่งใจ ก่อนจะเผยอเริ่มเรื่องเล่าเก่าก่อน เหมือนเด็กเล่านิทานของเขา
จะกล่อมผมรึไง …ถ้าผมกำลังจะตายละก็ อยากฟังเรื่องที่สนุกกว่านี้น่ะ
ฉันหัวเราะออกมา คิดว่าถ้าเขาเล่าเรื่องประสบการณ์ครั้งแรกให้ฟัง คงดีกว่านี้อยู่หรอก
คุณหมอเอื้อมมือมาแตะริมฝีปากเมื่อฉํนเอ่ยท้วงเรื่องของเขาเป็นระยะ กวนอารมณ์เขาเล่น
ก็ดวงตาสีฟ้าใสเหมือนลูกแก้วของเขาตอนนี้ สงบนิ่งเหมือนน้ำในทะเลสาบ นิ่งจนน่ากลัว
นี่ไม่ใช่ใบหน้าแบบที่อยากเห็นซักหน่อย
ยิ้มสิ พ่อช้อคโกแล้ต
หัวเราะให้ดูหน่อย
เรื่องเล่าใกล้มาถึงตอนสุดท้าย ฉันไม่รู้หรอกว่านั่นเรื่องจริงรึเปล่า และคงไม่มีวันรู้ บางทีเขาอาจเป็นคนหักปีกเจ้านกกางเขนนั่นเองก็ได้ ใครจะรู้
ถึงตอนนี้ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง เป็นครั้งแรกที่เจ็บจนแทบไม่อยากหายใจอีกแล้ว ถ้าตายง่ายกว่านี้ก็ดีอยู่หรอก ตาเริ่มพร่าเลือน คุณหมอดูห่างไกลออกไปทุกที รวมทั้งเรื่องของผู้หญิงคนนั้นด้วย ในความทรงจำเรื่องไม่ชัดเจน แต่ฉันยอมพ่าย แค่นึกชื่อตัวเองออกก็พอแล้ว ตอนนี้ข้างๆมีคุณหมออยู่
ฉันโยนชีวิตทิ้งไป เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกลัวอีก
คุณหมอหยุดเล่าเรื่องแล้ว เขาหลับตา ผ่อนลมหายใจ แพรขนตาสีดำยาวขยับไหว
ฉันอยากดึงเขาเข้ามาใกล้ อยากรู้สึกถึงปัจจุบันมากกว่านี้อีกหน่อย
“ถ้าผมกำลังจะตาย คุณไม่ต้องบอกอ้อมขนาดนี้ก็ได้นะ” ฉันพูดดึงเขามาสู่ปัจจุบัน ดึงให้เข้ามาใกล้กัน
“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอก” เขามอง แววตาบอกความสงสัย ถึงตอนนี้พบว่าตัวเองพอบอกอารมณ์เขาได้นิดหน่อยแล้วล่ะ ฉันยิ้มกับตัวเอง เสียใจที่มันช้าเกินไป
“มันสำคัญมาก ฟังนะ ……”
ดอกเตอร์เครนเลื่อนหน้าเข้ามาอีกเพื่อฟังให้ได้ยิน ฉันกดใบหน้าเขาเข้ามาใกล้ จนได้กลิ่นเหงื่อ กับลมหายใจของเขา
ได้ยินเสียงหัวใจ
ฉันกระซิบบอกชื่อฉันกับเขา
ชื่อที่หายไปนานนับสิบปี
ถึงตรงนี้ ไม่มีโจกเกอร์อีกแล้ว ไม่มีชายหัวเขียว กับเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ไม่มีใครจะทำร้ายเขาได้
มีแค่ฉัน ตัวจริงของฉัน กับเขา
Joseph Kher
.
.
.
ถ้านี่จะเป็นตอนจบ ก็เป็นตอนจบที่ดีเยี่ยมแล้วไม่ใช่เหรอ
ฉากสุดท้ายของเรื่องนี้
ฉันจูบเขา เรื่อยจากใบหู แก้ม จนกระทั่งถึงริมฝีปาก ช้า ก่อนจะนิ่ง รอให้เขาตอบรับความรู้สึกที่ส่งออกไป
มือของดอกเตอร์ทาบอยู่ที่อก รู้สึกถึงหัวใจตัวเองที่เต้นช้าลงใต้ฝ่ามือของเขา ใต้มือเปื้อนเลือดของเขา
ตลอดมาบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันวางชีวิตไว้ในมือคนอื่น แต่กับคนตรงหน้านี้ ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใด ยังไงซะนี่ก็เป็นตอนจบสินะ
ริมฝีปากอุ่นชื้นของคุณหมอตอบรับ เป็นจังหวะเชื่องช้า เนิ่น นาน อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไปเหลือเกิน
ไม่นาน ดอกเตอร์ผละออกเขาชันตัวขึ้นมองผม บางอย่างในแววตาคู่นั้นสั่นไหว
ฉันเคยบอกใช่มั้ย ว่าฉํนอยากทำอะไรซักอย่างกับตาคู่นั้นตอนนี้ฉันรู้แล้ว
ฉันอยากจ้องมองมันไปอีกนานๆ
ดูเหมือนเรื่องของดอกเตอร์จะยังไม่จบ เขาเริ่มเล่าต่อ ภาพของหญิงสาวคนนั้นกลับมาอีกครั้ง ฉันพยายามพลักเธอไปให้พ้น ขณะจ้องมองดวงตาสีฟ้าไหวนั่น อยากอยู่กับดอกเตอร์ในปัจจุบันนี้มากกว่า
ความเจ็บแปลบทั่วร่างค่อยๆหายไปทีละน้อย เปลี่ยนเป็นหัวใจที่เจ็บชาอย่างไม่รู้ที่มา นานขนาดไหนแล้วที่ไม่ได้รู้สึกเจ็บที่หัวใจแบบนี้ ฉันมองดอกเตอร์ตรงหน้า เรื่องเล่าของเขาฟังแปร่งแปลก ฉันพยายามทำความเข้าใจมัน แต่ไม่รู้ว่าเขาพยายามจะสื่ออะไร จนกระทั่ง เสียงหนึ่งดังขึ้นไกลๆ
เสียงนั้นเข้ามากระตุกความทรงจำ
ภาพเธอคนนั้นชัดเจนขึ้น แต่คราวนี้บางอย่างแปลกไป เมื่อมองให้ชัดใบหน้าของเธอจากอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเฉยเมยเย็นชา เมื่อเธอผละออกจากอ้อมแขนที่กอดรั้งเอาไว้ ฉันก้มลงมองตัวเอง ประกายมีดสีเงินปักอยู่ที่ช่วงตัว ย้อมฉากในความทรงจำให้แดงฉาน เหมือนความจริงตอนนี้
ณ ที่นั่น เสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น พร้อมเสียงตะโกนผ่านโทรโข่งให้มอบตัว
ฉันกระพริบตาถี่ ข้างหลังดอกเตอร์เครน พวกมันกลับมากันแล้ว ใบหน้าเปื้อนเครื่องสำอางค์ขาวซีดเขม่นมองอย่างโกรธา
เสียงหวีดของไซเรนรถตำรวจ ดังใกล้ขึ้น ใบหน้าของหล่อนแวบผ่านมา ฉันหลับตาหนีแต่เปล่าประโยชน์เพราะมันยิ่งแจ่มชัด
หล่อนโกหกแก ทั้งที่แกพยายามทำทุกอย่างให้ ทั้งที่แกมอบทุกอย่างให้ ทั้งที่แกปกป้องด้วยชีวิต
ทั้งที่อยากให้หัวเราะ !!!!!
เสียงหัวเราะแปร่งประหลาดของตัวเองแผดขึ้นอีกครั้งเหมือนในค่ำคืนนั้น ตอนที่หลีกหนีจากสิ่งที่เผชิญตรงหน้า เสียงหัวเราะเดียดฉันท์กับความโง่ของตัวเอง
เงื้อมือตบหน้าคนตรงหน้าเต็มแรง
คุณมัน โกหกทั้งเพ สอพลอ สับปลับ โง่ที่เชื่อ
ความรู้สึกเจ็บปวดสาหัสที่ยิ่งกว่าบาดแผลหลายเท่านักกดทับลงมาอีกครั้ง
โจกเกอร์ กลับมาแล้ว พวกมันนั่งอยู่เต็มรถ สาบส่งให้กับความเขลาที่หลงเชื่อคนอื่น
ฉันหลับตาปล่อยให้พวกมันกลับเข้ามาครอบงำ หลังเปลือกตา เด็กผู้ชายคนเดิมกรีดร้อง
เด็กที่ชื่อ Joseph Kher
เสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน เขาถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิด โยนเข้าไปในห้อง ปิดประตู ล้อคตาย
ข้างนอกประตู ได้ยินเสียงหัวเราะด้วยความแค้นและความบ้าคลั่งแผดดัง
หัวเราะ
กลบทุกเสียง
หัวเราะ
ลืมทุกอย่างไปให้หมด
.
.
.
.
--------------------------
Sheck: อัพแล้ววววววว จบ Season หนึ่ง ของ Joker กับ Crane แบบสมบูรณ์ แล้วเฟร้ยยย
ขอบอกว่า เหนื่อยมากๆ และ ยาก โคตรๆ ก่ะไอบ้า นี่ เพราะมันบ้าาาาา *กรีดร้อง*
คนอ่านจะเข้าใจเนื้อเร่องที่พยายามใส่มั้ยนี่ ถ้าอ่านแล้วงงก็บอกเน้อ คนคิดเอง คิดไปก็งงไปด้วยก่ะอดีตโจกเกอร์ที่ บิวต์ขึ้นมากัน ให้เข้าก่ะเรื่องของ ดอกเตอร์ เครน
ตัวตลก แอบดราม่า เหอะๆๆๆ
สุดท้ายนี้ แทรงกิ้วอีฟที่มาช่วยด้วยนะ แทรงภาพประกอบงดงามของแกด้วย ไม่มีแกฉันแต่งไม่ได้แน่ๆ เกือบยอมแพ้ไปหลายครั้ง ตอนแรกก่ะให้มันเป็นเนื้อเรื่องเสริมเฉยๆ แบบว่า ก็เหนอีฟบอกว่าให้แต่งเสริมตอนจบของเครน แต่แต่งไปแต่งมาไหงมันกลายเป็นสำคัญกับภาคสองขนาดนั้นฟร้ะ
เอาล่ะ จบแล้วดีกว่า >_< เหลือ Season Finale ของ Superman อีกหนึ่งแล้วก็จะปิดภาคแล้ว เย้ ๆ ๆ
หลังจากนี้ เปิดแชมเปญฉลอง Season I จบกันดีกว่า เหอ ๆ ๆ ๆ
ps Seasonสอง จะเหลือแค่โจกเกอร์ภาคดิบเถื่อน เท่านั้น ส่วนที่ดีหายไปแล้ว จะยังไงต่อวะนี่ ข่าวว่าจะวุ่นกว่าเดิม 555