GOD DAMNED HERO View my profile

Hush

My Wish

posted on 18 Mar 2008 22:08 by dcdiary  in Hush

 

 

........................................................................................................................


My wish

แสงเทียนส่องจับผิวสีแทนนวลเนียนของหญิงสาวในชุดแดงซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่เพียงลำพัง
เส้นผมสีดำขลับของเธอถูกปล่อยสยายเคลียไหล่ ทรวงอกอิ่มสะท้อนไหวยามหายใจเข้าออก
นัยน์ตาสีน้ำตาลคมเข้มตามสายเลือดละตินอเมริกันมองไปยังเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม

อาหารถูกจัดเตรียมไว้สองชุด
...สำหรับเธอ และ เขา

แพขนตาหนาไหวระริก หยาดน้ำตาเอ่อขึ้นมา เธอกรีดปาด
ริมฝีปากที่ถูกแต้มด้วยลิปกลอสอย่างบรรจงแย้มออก เผยรอยยิ้มขื่น
หากรู้ว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันจะสั้นถึงเพียงนี้ เธอคง...
หญิงสาวส่ายหน้า กระดกแก้วดื่มน้ำสีอำพันรวดเดียวหมด ก้มมองมือตัวเอง ที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดเดี่ยว ไม่ใช่เพชรขาว แต่เป็นเพชรแฟนซีสีแดงสดใส ปราศจากตำหนิ
...ใช่...รสนิยมของเขา
สิ่งที่เขามอบให้เธอ มักจะเป็นสิ่งที่มองปราดแรกดูพื้นเพ ธรรมดา
ต้องดูเป็น ต้องพินิจ ถึงจะรู้ว่าสูงค่าแค่ไหน
เธอถอดแหวน มอง
เพชรเม็ดนี้เขาคัดด้วยตัวเอง แหวนวงนี้...เขาก็ออกแบบเอง
ตัวเรือนโปร่งบาง ประณีต หากเรียบง่าย ใส่ง่าย แม้แต่หนามเตยก็ลบเหลี่ยม ไม่ให้เกี่ยวเสื้อผ้า
ที่ด้านในท้องวง มีข้อความสลัก
CEST MON DECIR* T.
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ" เธอพึมพำ กลั้นสะอื้น ประทับริมฝีปากลงบนแหวนอย่างนุ่มนวล

หญิงสาวลุกจากโต๊ะอาหาร คว้าขวดเหล้าจากชั้นวางติดมือ เดินผ่านห้องนั่งเล่น เข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียงหนานุ่ม
ที่หัวเตียง มีรูปถ่ายเธอกับเขาครั้งไปท่องเที่ยวด้วยกันแถบเอเชีย สารรูปดูไม่ได้ทั้งคู่ แต่ต่างก็มีรอยยิ้มสดใส เธอหยิบมันขึ้นมามองใกล้ๆ ไล้นิ้วไปตามโครงหน้าของเขา

เธอกับเขาร่วมรักกันครั้งแรกบนเตียงนี้ ทะเลาะกันครั้งแรกก็ที่เตียงนี้เช่นกัน เธอจำไม่ได้แล้วว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร พอมานึกย้อนดูก็ได้แต่เศร้าใจระคนขัน ถ้าเพียงแต่เธอล่วงรู้อนาคต...เธอคง....

เธอดึงหมอนของเขามากอด กลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคยทำเอาน้ำตารื้น

บนเตียงนี้ เขาสวมแหวนให้เธอ...

ความทรงจำร่วมกันของเธอและเขา...ครั้งสุดท้าย...ก็ที่เตียงนี้

ครั้งสุดท้าย ทะเลาะกันรุนแรง ความเห็นขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
เธอตบหน้าเขา เขากระชากแขนเธอ
ต่างฝ่ายต่างก็ใช้อารมณ์ เชือดเฉือนกันด้วยวาจาที่เผ็ดร้อน

ก่อนจาก เขาบอกเธอว่าเขาจะเดินทางไกล
แต่เธอไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้
ไกล...จนเธอไม่สามารถตามไปได้

คำพูดสุดท้ายที่เธอพูดกับเขา คือ ไปตายซะ
แต่เธอไม่ได้หมายความเช่นนั้น และไม่ได้มุ่งหวังให้เป็นเช่นนั้น

เธอสัญญากับตัวเองว่า เมื่อเขากลับมา เธอจะดีกับเขาให้มาก จะเป็นฝ่ายขอโทษเขาก่อน จะไม่ใช้อารมณ์ และจะบอกเขาว่าเธอรักเขาแค่ไหน แต่โอกาสนั้นไม่มีอีกแล้ว

...เพราะเขาจากไปแล้ว จากไปแล้วจริงๆ...

หญิงสาวกระดกขวดดื่ม ลำคออุ่นวาบ แต่ภายในกลับรู้สึกเย็นโหวง
ถ้าเขายังอยู่ เขาคงจะเดินเข้ามาเตือนว่าเธอดื่มหนักเกินไปแล้ว
"ฉันรู้ค่ะ" เธอพึมพำ

คิดถึงช่วงเวลาที่ยังมีเขา

ไม่เคยพูดกันดีๆ เลยสักครั้ง
คำหวานไม่เคยหลุดจากปากเขาและเธอ
ความสัมพันธ์ทีเล่นทีจริง ปากแข็งกันทั้งคู่ ไม่เคยมีใครยอมรับ แม้กระทั่งตอนเขาสวมแหวนให้...ก็ยัง...
ไม่ใช่ข้อผูกมัด ระหว่างเราไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น
จริงหรือ?

หญิงสาวพลิกตัวนอนคว่ำ ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาอีก

บนเตียงนี้ เธอเคยนอนให้เขานวดตัว เขาภูมิใจ ได้แสดงฝีมือ แต่เธอเจ็บแทบตาย พยายามทน ลงท้ายก็ทะเลาะกันอยู่ดี เธอเอาหมอนกดหน้าเขา เขาแกล้งตาย เนียนซะด้วย เธอตกใจจนเกือบโทรเรียกรถพยาบาล ถ้าเขาไม่หัวเราะออกมาเสียก่อน
เขาถามเธอ ถ้าผมตายขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำไง?
เธอตอบ ฉันก็จะลากศพคุณไปหั่นๆๆ โยนให้หมากิน
เขาคราง ผู้หญิงใจร้าย
เธอยิ้มเหี้ยม ใช่แล้ว เพิ่งรู้เหรอ? แล้วถ้าฉันตายล่ะ?
เขาตอบ ผมไม่ปล่อยให้คุณตายหรอก
เธอเอียงคอ แล้วถ้าฉันอยากตาย จนฆ่าตัวตายเองล่ะ?
เขาตอบ ถ้าคุณอยากตายจริงๆ ให้ผมเป็นคนฆ่าคุณดีกว่า
เธอคาดไม่ถึง อะไรนะ?
เขาทำหน้าใสซื่อ อ้าว วิญญาณคุณจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าไง ส่วนผม...ลงนรกก็ไม่เสียหาย ผมซี้กับซาตานอยู่แล้ว
เธอตีเพียะเข้าที่แขนเขา Asshold!
เขาหัวเราะ Vagina!
เธอชะงัก ตีเขาอีกเพียะ Vagina!? ...you...Motherfucker!
เขาจูบหน้าอกเธอแรงๆ Bitch
เธอพลิกขึ้นคร่อมตัวเขา Son of a Bitch!
เขาลูบไล้สะโพกเธอ Yes? Mommy
เธอหัวเราะคิก ทุบเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว
เขาร้องโอดโอย นี่ใจคอจะเล่นกันถึงตายจริงๆ เหรอ? เกลียดผมขนาดนั้นเชียว?
เธอเคาะปลายจมูกเขาเบาๆ บ้าสิ คุณก็รู้ ฉันรัก.....
เขาเลิกคิ้ว รอฟัง
ฉันรักทรงผมคุณ เธอพูดต่อเสียงแผ่ว
เขาคลี่ยิ้มจางๆ ลูบผมเธอ
ผมก็รัก...

หญิงสาวเหลือบมองวิวนอกประตูกระจกบานเลื่อน จากชั้นนี้ ทิวทัศน์สวยงามของฟิลาเดลเฟียปรากฏแก่สายตาอย่างแจ่มชัด
ตรงนั้น ที่ระเบียง เธอกับเขาเคยยืนอยู่ด้วยกัน ดวดแข่งกันจนเมาหัวทิ่มทั้งคู่

หญิงสาวยกขวดขึ้น ไม่รู้ว่าดื่มหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอสบถ ทิ้งขวดลงพื้น มันกลิ้งไปที่มุมห้อง
มีครั้งหนึ่ง ที่เธอผิดหวังจากเรื่องงาน เครียด กลุ้มใจ ร้องไห้จนหลับอยู่ที่มุมนั้น เขาเป็นคนอุ้มเธอขึ้นเตียง เธอรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนเขายกเธอขึ้นจากพื้น แต่ก็แกล้งหลับต่อ เขาวางเธอบนเตียงอย่างเบามือ ห่มผ้าให้ จูบเธอที่แก้ม นั่งกุมมือเธออยู่เป็นครู่ ก่อนจะลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เธอยังรู้สึกวาบหวามในอกทุกครั้งเมื่อนึกถึงสีหน้าของเขาที่ได้เห็นยามแอบเผยอเปลือกตามอง

รอยยิ้มของเขา สัมผัสของเขา กลิ่นอายของเขา ความทรงจำที่มีร่วมกันทั้งร้ายและดี ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตรึงตรา

เธอไม่ไปร่วมงานศพเขา เพียงเพราะเธอทำใจยอมรับไม่ได้
ไม่ใช่เพราะโกรธ ไม่ใช่เพราะเกลียด

หญิงสาวขดตัวบนเตียง ดึงผ้ามาห่ม มันไม่อุ่นเหมือนยามมีเขาอยู่ เธอซุกหน้าลงกับหมอน ไม่สนใจว่าเครื่องสำอางจะเลอะเปื้อน
"วันนี้เป็นวันอะไรคุณจำได้มั้ย?" เธอกระซิบ
ห้องเงียบสนิท หญิงสาวได้ยินเพียงเสียงหายใจของตัวเอง เธอยิ้มเศร้า
"หน้าอย่างคุณจำไม่ได้แน่ วันเกิดฉันไงคะ คุณเคยบอกฉันว่าคุณจะมาฉลองกับฉันทั้งคืน ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนคุณก็จะมา ฉันยังบอกคุณเลย ว่าฉันจะแต่งตัวให้สวยที่สุดเพื่อรอคุณ"
เมื่อหญิงสาวพูดจบ มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา
เธอสะอื้น

ในห้องที่เย็นเยือก หญิงสาวนอนร้องไห้เพียงลำพัง

..................................................
หญิงสาวไม่ทราบว่าตนเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไร หากเมื่อลืมตาตื่น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืด เธอผุดลุกจากเตียง ลมหนาวต้องผิวกายจนขนลุกชัน
ประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องนอนและระเบียงปิดไม่สนิท
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างทำให้ความจำของเธอเลอะเลือน เธอเป็นคนแง้มมันเอาไว้หรือ? เธอเป็นคนดับไฟหรือ? เธอจำไม่ได้
หญิงสาวเดินโซเซไปที่ประตู จับขอบเย็นเฉียบของมันเพื่อพยุงตัว
ลมพัดกรูเกรียวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นอายที่คุ้นเคย
กลิ่นหอม สะอาด
หญิงสาวถลาออกไปที่ระเบียง หัวใจเต้นแรง เธอทราบว่ามันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เธอสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจน
เขาอยู่ที่นี่
"ท..."
เกือบจะเปล่งเสียงเรียก หากต้องชะงัก
ที่ระเบียงว่างเปล่า
เธอยืนนิ่ง คว้าง ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า มีเพียงระเบียงว่างเปล่าและทิวทัศน์ยามราตรีของฟิลาเดลเฟีย ทิวทัศน์ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่างดงาม
เมื่อไม่มีเขาอยู่ดูด้วย ทิวทัศน์นั้นช่างไร้เสน่ห์

กลิ่นหอมเคยคุ้นถูกลมพัดมาโอบล้อมกายอีกครั้ง
หญิงสาวน้ำตาคลอ โหยหาไออุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับ
ใครว่าเวลาจะช่วยเยียวยา? ไม่จริงเลย

รูปถ่ายในห้องถูกลมพัดปลิวผ่านหน้า
หญิงสาววิ่งตาม พยายามคว้า เขย่งเท้า เอื้อมจนสุดแขน
อีกนิดเดียว
ร่างหญิงสาวเอียงวูบ ไถลลื่นพ้นขอบระเบียง!
หญิงสาวอุทาน คว้าจับราวระเบียงไว้แน่น

หรือนี่คือสัญญาณ? หรือนี่คือความปรารถนาของเขา? เธอฉุกคิดขึ้นมา
ถ้าอย่างนั้น...

หญิงสาวปีนขึ้นไปยืนบนขอบระเบียง พริ้มตาลง สายลมอ่อนโยนพัดมาอีกระลอกราวจะเชิญชวน หญิงสาวค่อยๆ เอนกายไปเบื้องหน้า
"นื่คือความปรารถนาของคุณใช่ไหมคะ?" เธอกระซิบกับสายลม
เท้าเรียวบางก้าวออกไป ทิ้งน้ำหนัก...ดิ่ง

ในวินาทีนั้นเอง
หญิงสาวรู้สึกว่าร่างถูกรั้งกลับอย่างรุนแรง เธอเสียหลัก ล้มหงายหลัง
คิดว่าจะต้องกระแทกพื้นระเบียงแน่แล้ว
แต่...
แผ่นหลังของเธอกลับปะทะเข้ากับความอบอุ่นของเลือดเนื้อ

...ความอบอุ่นที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...

วงแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดร่างเธอไว้อย่างทะนุถนอม
เธอไม่กล้าลืมตา ไม่กล้าขยับ ได้แต่ปล่อยให้ร่างกายซึมซับสัมผัสอันอ่อนโยน
อ้อมกอดนี้ เธอจะลืมได้อย่างไร?
อ้อมกอดนี้ไม่ใช่หรือ อ้อมกอดที่เธอโหยหานัก?
แต่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเขา...

"ไม่ นี่ไม่ใช่ความปรารถนาของผม"

เสียงกระซิบแผ่วที่ริมหูทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหว ความอบอุ่นซาบซ่านไปทั้งร่าง เสียงนี้ สัมผัสนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...แต่...แต่ว่า...
"นั่นคุณหรือคะ? ท..."
"Hush, Baby."

เธอหยุด นิ่งงัน
หยาดน้ำตาร่วงลงมาตามแก้ม
ประโยคนี้เป็นมากกว่าการตอบรับ...ใช่...
ที่ผ่านมา เขาจะพูดประโยคนี้ทุกครั้งที่เธอตั้งท่าจะร้องไห้ เมื่อเธอเงียบ เขาก็จะเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง เล่าเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้เธอสบายใจ จนกระทั่งเธอหัวเราะได้
ประโยคนี้ เรื่องเหล่านี้ ไม่มีใครรู้นอกจากเขาและเธอ
หากนี่ไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใคร?

อ้อมกอดอบอุ่นกระชับแน่นขึ้นเมื่อหญิงสาวเริ่มสะอื้น
"บอกฉันหน่อยสิคะว่านี่ไม่ใช่ความฝัน?" เธอถาม ค่อยๆ ลืมตาในที่สุด
ภาพทิวทัศน์ของฟิลาเดลเฟียยังปรากฏอยู่เบื้องหน้า แสงไฟบนพื้นดินงดงามยิ่งกว่าแสงดาวบนฟากฟ้า
"ผมมาเพื่อกล่าวลา"
คำตอบของเขาทำให้หัวใจเธอแทบสลาย เธอไม่กล้าก้มลงมองแขนที่กอดเธออยู่ และไม่กล้าหันกลับไป
ด้วยเกรงว่าหากทำเช่นนั้น จะพบว่าแท้จริงแล้วตนเองยืนอยู่เพียงลำพัง

ร้อยประโยคพันประโยคที่อยากเอ่ย กลับลืมเลือนไปในชั่วพริบตา

เมื่อริมฝีปากของเขากดประทับลงบนลำคอ หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น พยายามจะยิ้ม แต่ทำได้เพียงเหยียดริมฝีปากออกอย่างฝืนเฝือ
เธออยากสัมผัสเขาใจจะขาด อยากลูบไล้เส้นผมของเขา อยากมองดวงตาสีฟ้าสวยคู่นั้น อยากจูบเขา อยากเป็นหนึ่งเดียวกับเขาอย่างเร่าร้อน...เหมือนที่เคยทำมา...
หากนี่จะเป็นครั้งสุดท้าย...
"นี่คือจูบลาหรือคะ?" เธอถาม แม้สัมผัสของเขาจะหายไปแล้ว แต่ซอกคอของเธอยังร้อนผ่าว
เขาไม่ตอบ แต่เลื่อนมือมาปิดเปลือกตาเธอ
หญิงสาวหลับตา ปล่อยให้สัมผัสของเขานำร่างเธอไป จนกระทั่งรู้สึกว่าสองเท้าลอยขึ้น
เขากำลังอุ้มเธอเหมือนครั้งแรกที่เขาพาเธอออกมาที่ระเบียงแห่งนี้
หัวใจเธอเต้นระทึก ความรู้สึกหวานปนเศร้าเอ่อท้น
หากนี่เป็นความฝัน ก็ขออย่าให้ตื่นเลย

แล้วเขาก็จูบเธอ

จูบนั้นให้รสสัมผัสดังที่เคยไม่ผิดเพี้ยน เร่าร้อน รุนแรง และแฝงด้วยความเสน่หาอย่างเต็มเปี่ยม เธอสนองตอบด้วยกิริยาอย่างเดียวกัน
ริมฝีปากของเขาช่างอบอุ่น นุ่ม มีชีวิต
หญิงสาวส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก
"ลาก่อน..." เขากระซิบ
"Hush." หญิงสาวเอ่ยแทรก เธอรู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะหายไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ซึ่งเธอยังไม่พร้อม
เมื่อเขาเงียบ เธอจึงเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นเครือ แต่อ่อนหวาน
"ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกที่ไม่มีคุณ"
"..." เขายังคงเงียบ
"นี่คือความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน"
"..."

"ฉันรักคุณค่ะ ทอมมี่"

เมื่อพูดจบ หญิงสาวรู้สึกว่าร่างตนเองลอยสูงขึ้น
เธอรู้สึกราวกับกำลังลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์


แต่ก็เพียงชั่วขณะเดียว
ก่อนจะดิ่งวูบลงสู่เบื้องล่าง
!

หญิงสาวลืมตาขึ้น กรีดร้องด้วยความตกใจ
ร่างของเธออยู่นอกระเบียง และกำลังดิ่งลงไปยังชั้นล่างสุดตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เธอไขว่คว้าหาที่ยึดจับ แต่พลาด
ร่างของเธอร่วงลิ่วลงไปกระแทกกับพื้น
เลือดแดงฉานสาดกระเซ็นออกมาพร้อมมันสมอง

เขาก้มลงมองจากระเบียง ยิ้ม ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่ส่วนอื่น...
ริมฝีปากเขาขยับ เอ่ยคำพูดซึ่งเธอไม่มีโอกาสได้ฟัง

It is my wish.

....................................................................................................

EVE: *หัวเราะชั่ว* เพลงนี่ใส่หลอกลวงเอาไว้อย่างนั้นแหละ หึหึ
เป็นฟิกนอกรอบที่ยากกว่าที่คิดมาก ยากเหลือเชื่อจริงๆ แต่งไปแต่งมารู้สึกไอ้ที่คิดในหัวมันเกินความสามารถที่จะเขียน กั่กๆ
ผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่เห็น
ครั้งหน้าจะพยายามทำให้ดี
(= =)”

PS. ไม่แน่อาจจะมีกลับมา EDIT ปรับปรุงอีกที(เหรอ?) ฮ่าๆ เห็นคุณเชคบอกเบื่อๆ อ่านนี่ไปพลางๆ ก่อนนะ ฮ่าๆ

* CEST MON DECIR = It is my wish

T. - อันนี้น่าจะรู้ ~ฮา

 

Blackmask 01: Pride of the Eagle, Dignity of the Wolf

posted on 11 Mar 2008 22:44 by dcdiary  in Hush
Blackmask 01: Pride of the Eagle, Dignity of the Wolf

เสียงปืน เสียงกรีดดาบ เสียงหมัด
ทั้งหมดประกอบกันเป็นจังหวะเร่งเร้ามีพลังดุจดั่งท่วงทำนองโหมโรงชั้นยอด


ฉันอยู่ในรถ เอนหลังมองภาพการต่อสู้เบื้องนอก พ่นควันซิการ์ช้าๆ
หน้าจอโทรทัศน์ติดรถยนต์กำลังฉายภาพสารคดีการต่อสู้ระหว่างฝูงหมาป่ากับนกอินทรีสีทอง สัตว์ที่เป็นราชาแห่งการล่าเหยื่อ
เจ้านกอินทรีกรีดปีกร่อนลงโจมตีฝูงหมาป่าที่พยายามจะจับมัน แม้จะมีเพียงลำพัง แต่มันก็ไม่หลบหนี หลายครั้งที่คมเขี้ยวของหมาป่าเกือบจะคร่าชีวิตมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ มันกลับพลิกเป็นฝ่ายใช้กรงเล็บแข็งแกร่งทั้งคู่เจาะขย้ำเนื้อหนังของศัตรู

ภาพในสารคดีช่างคล้ายภาพเหตุการณ์สดตรงหน้า
ฉันดูดซิการ์อีกครั้ง เอียงคอมอง

เด็กๆ ของฉันพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถสยบคนที่อยู่กลางวงล้อมได้
การต่อสู้ยืดเยื้อมาเกือบสามชั่วโมง เด็กๆ ของฉันล้มลงราวกับตัวโดมิโนถูกผลัก
ยิ่งต่อสู้ ก็ยิ่งเสียเปรียบ ทั้งที่เป้าหมายมีเพียงลำพัง

ในที่สุด กระสุนก็หมด...เท่ากับเป้าหมายไร้เขี้ยวเล็บ แต่เด็กๆ ของฉันกลับลังเล ยืนล้อมเป็นวง ไม่กล้าบุกเข้าไป จนกระทั่งนักฆ่าจากญี่ปุ่นตะโกนลั่น กรีดดาบบุกทะลวงเข้าจู่โจม การเคลื่อนไหวอันสับสนอลหม่านจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
แม้จะถูกกลุ้มรุมขณะไร้ซึ่งอาวุธ แต่ประกายตาคู่นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย มันยังคงดูหยิ่งผยอง คมปลาบ จนทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกราวกับถูกกดให้ต่ำลงไป

ฉันนึกชื่นชมขวัญกำลังใจของเป้าหมายรายนี้
เคยได้ยินชื่อมาแล้ว...สืบประวัติมาแล้ว
เคยพบกันแล้ว...มากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่ไม่คิดว่ายามต่อสู้จะ...ขนาดนี้

คืนนี้ ฉันหวังจะได้เห็นการต่อสู้เยี่ยงหมาจนตรอก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตาของสัตว์นักล่า โดดเดี่ยว แต่สง่างาม
มันเป็นภาพที่ชวนให้เลือดลมฉีดพล่าน
ฉันอยากโดดลงไปร่วมวงด้วยเหลือเกิน

การเคลื่อนไหวของเป้าหมาย ต่อเนื่อง รัดกุม เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ยิ่งชวนมองมากกว่าการต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ขายาวแข็งแรงคู่นั้นขยับได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหลบหลีกและโจมตี ชายเสื้อที่พลิ้วสะบัดระหว่างการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งทำให้ฉันนึกถึงปีก...ปีกของนกอินทรี...
ท่ามกลางห่ากระสุนและคมดาบ เป้าหมายของฉันยังเคลื่อนไหวอย่างไม่ลนลาน หลายครั้ง ที่อ่านทางคู่ต่อสู้ได้แม่นยำจนน่าตกใจ ความสามารถในการคาดการณ์และการตัดสินใจของเขาอยู่ในระดับยอดเยี่ยมทีเดียว

ในสารคดี อินทรีสีทองถูกหมาป่าตัวหนึ่งกัด ลากลงดิน เจ้าอินทรีใช้กรงเล็บแข็งแรงจิกขยุ้มเข้าที่ตาสองข้างของหมาป่าตัวนั้น หมาป่าตัวอื่นๆ กลุ้มรุมเข้ามา มันยังไม่ทันบินขึ้นก็ตกอยู่ใต้กรงเล็บของหมาป่าอีกตัว แต่มันก็ไม่ยอมแพ้ มันต่อสู้ขับไล่หมาป่าตัวอื่นๆ จนกระทั่งเหลือหมาป่าอีกเพียงตัวเดียว
หมาป่าตัวนั้นทำสำเร็จ
มันงับปีกอินทรีได้ข้างหนึ่ง

ขนปีกสีแดงเหลือบทองงดงามหลุดกระจายบนพื้นหิมะ...

ฉันเหลือบมองการต่อสู้อีกครั้งเมื่อเสียงปืนเงียบหายไป
เด็กๆ ของฉันถูกล้มหมดแล้ว ผู้ที่ยังยืนหยัดต่อสู้ มีเพียงนักฆ่าชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกจ้างมาด้วยราคาสูงลิบลิ่ว
ดาบญี่ปุ่นเล่มงามในมือนักฆ่าส่งประกายเย็นเยียบสะท้อนแสงจันทร์เพ็ญ
เมื่อนักฆ่านิ่ง เป้าหมายก็นิ่ง
แต่...ฉันเห็นเลือดหยดลงมาตามขาแข็งแรงนั่น บาดเจ็บแล้วสินะ?
อย่างไม่คาดคิด เป้าหมายของฉันเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน เขาบุกเข้าหาทั้งที่ไม่มีอาวุธ เข้าประชิดตัวนักฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่ฝ่ายนักฆ่าก็สมกับเป็นมืออาชีพ เขาเลือกที่จะรักษาระยะห่างเอาไว้โดยการก้าวถอยและตวัดดาบจู่โจมสวน
เป้าหมายพลิกตัวหลบ แต่ไม่ไวพอ คมดาบกรีดเสื้อตัวในกับผ้าพันแผลที่ปกปิดโฉมหน้าของเขาขาดออกจากกัน เขาสลัดเสื้อทั้งตัวนอกตัวในทิ้งอย่างรวดเร็ว รวมทั้งกระชากผ้าพันแผลที่หลุดลงมาปิดการมองเห็นออกด้วย

เส้นผมสีแดงโผล่พ้นผ้าพันแผลออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก มันส่องประกายสีทองงดงามเมื่อต้องแสงจันทร์...


นักฆ่าฉวยโอกาสรุกไล่ ตัวดาบส่งเสียงน่าสะพรึงเมื่อกรีดฝ่าอากาศ เป้าหมายถูกรุกจนถอยมาเกือบติดรถที่ฉันนั่ง เขาเหวี่ยงตัวข้ามกระโปรงรถไป เฉียดคมดาบที่ฟันลงมาเพียงนิดเดียว
หยดเลือดจากต้นขาเป้าหมายสาดเปรอะกระจกหน้ารถ
นี่ฉันกำชับไว้แล้วนะ ว่าอย่าฆ่า ฉันต้องการให้จับเป็นเท่านั้น

การต่อสู้เข้มข้นขึ้น เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกเข้าหาผู้ไล่ล่าอีกครั้ง เขาเบี่ยงตัวหลบดาบที่แทงเข้าหา และใช้มือทั้งสองข้างประกบคมดาบ...บิด!
ดาบเล่มยาวเรียวหักสะบั้น
รอยยิ้มปรากฏขึ้น แนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบโผล่ให้เห็นแวบหนึ่ง
ฉันปรบมือให้
การเคลื่อนไหวนี้รวบรัดและอาจกล่าวได้ว่า งดงาม
กำปั้นของผู้เป็นเป้าหมายเสยเข้าที่ปลายคางของนักฆ่า เร็ว และแรง! เพียงครั้งเดียวร่างเล็กเตี้ยแบบชาวเอเชียหากเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ปลิวลิ่วไปกองรวมกับบรรดาร่างที่เหยียดยาว
อยู่ก่อนหน้า แต่ถึงแม้จะหมดสติไป มือก็ยังกำดาบหักไม่ยอมปล่อย

เป้าหมายที่ตอนนี้กลายเป็นฝ่ายเหนือกว่ากลับไม่ตรงเข้าไปซ้ำ แต่หยุดยืน มองจนแน่ใจว่านักฆ่าจะไม่ลุกขึ้นมาอีก จากนั้นจึงโค้งคำนับอย่างล้อเลียน ฉันเห็นประกายสนุกสนานวิ่งอยู่ในดวงตาสีฟ้าจัดของเขา
เขามองมาทางฉัน ยิ้ม
เป็นรอยยิ้มที่เปิดเผยและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
เกือบจะเป็นยโส
เขายกมือขึ้น กระดิกนิ้วเรียกฉัน
ช่างกล้า...ฉันแค่นหัวเราะ เปิดประตูรถ

ฉันสาวเท้าเข้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าเขา
เขาจ้องกลับโดยไม่ถอยหนี
ในระยะใกล้แค่เอื้อมถึงนี้ ฉันมองเห็นรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนที่พาดผ่านร่างเขาได้อย่างชัดเจน
แผลเป็นเหล่านี้อาจดูน่าเกลียดหากอยู่บนร่างผู้อื่น แต่เมื่อมันอยู่บนร่างเขา กลับให้ผลตรงกันข้าม
ฉันไล่สายตาตั้งแต่ช่วงขายาวแข็งแกร่งทั้งคู่ ขึ้นมายังแนวโค้งของสะโพก ผ่านเอว แผ่นอก ไหล่ และลำคอ ไปจนถึงใบหน้า...มาหยุดที่ดวงตา...
ที่ผ่านมา จะมีสักกี่คนที่กล้าสบตาคู่นี้?

เก่ง ทะนงตน
มีบุคลิกที่กดข่มผู้อื่นได้โดยธรรมชาติ
นั่นแหละ...เขาละ...เป้าหมายของฉัน

นั่นแหละ
ฮัช

"ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกในก็อธแธม" ฉันกล่าว
เขายิ้ม
ฉันยิ้มตอบ แต่ภายใต้หน้ากาก เขาย่อมไม่เห็นสีหน้าของฉัน
"รับปากคนไข้ไว้ ยังไงก็ต้องมา" เขาเอ่ยตอบ
"มีนัดผ่าสมองที่ไหนหรือไง ดร.โธมัส เอลเลียต?" ฉันจงใจเอ่ยชื่อเขา
"ดร.เอลเลียตตายแล้ว" เขาพูดยิ้มๆ
ฉันค่อนข้างชอบเสียงของเขา ...นุ่ม... แต่เมื่อเขาพูด คุณต้องฟัง
"ถ้าอย่างนั้น...ฮัช...ของอยู่ไหน?"

ฉันชักปืนจ่อหัวเขา

เขาไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้น มือเปล่า...
รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้าเขา

ฉันจ้องตาเขา...นาน
และในที่สุดก็คลายมือออก ปล่อยให้ปืนร่วงลงพื้น

ใช่สิ ในเมื่อคู่ต่อสู้ไม่มีอาวุธ ฉันจะใช้อาวุธได้ยังไง

อินทรีก็มีความภาคภูมิของอินทรี
หมาป่าก็มีเกียรติของหมาป่า
จริงไหม?

ฮัชหัวเราะ
ฉันหัวเราะตาม


แล้ว...จากนั้น เราก็เปิดฉากสู้กัน
!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

Next Episode : I'm a big bad wolf
Coming soon.
(กร๊าก เป็น Episodeๆ แบบนี้ คิดถึงหนังซีรี่ส์จริงๆ แล้วสิ)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

EVE: เห็นแทงโก้เปิดซีซั่นแล้ว อีฟเปิดมั่งจิ้!! ฮ่าๆ
เปิดด้วยฝั่ง Blackmask ก่อน แต่ความจริงก็ถือเป็นเอนทรี่เปิดตัว Hush นั่นแหละ กั่กๆ มันเป็นตอนหนึ่งที่ไม่จบสมบูรณ์ (ดูไปดูมาเหมือนเป็นฉากเปิดตัวแบบเป็นทางการของตัวละครใหม่มากกว่านะ ฮ่าๆ)
ของที่ BM พูดถึงคืออะไร แล้วเรื่องมันไปไงมาไงก็จะค่อยๆ พูดถึงต่อไปในเอนทรี่ถัดจากนี้นะจ๊ะ ฮิฮิฮิ

ปล. Catagories เต็ม ดังนั้น ขอรวม Blackmask ไว้กับ Hush นะจ๊ะ
ปล.2 เพลงนี้กะใช้กับเอนทรี่เปิดตัวของ Blackmask เอามาลงไว้ตรงนี้แทนนะ

* EDIT: อีฟเอาเพลงออกแล้วนะ ค้างมาหลายวันแล้ว ^ ^ น่าจะได้ฟังกันหมดแล้ว (Kill Yourself-Timbaland)
จุ๊บๆ

Blackmask : ....hush....

posted on 09 Mar 2008 20:41 by dcdiary  in Hush
Blackmask
Gotham's Crime Lord
ชายผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากากหัวกะโหลกสีดำ
(นิคเนม พี่หัวกะโหลกมีหู < อันนี้เราตั้งเอง....ก็หูมันโผล่จริงๆ อะ!)
เขาจะมีบทบาทใน DC Diary Season 2 ในฐานะผู้ไล่ล่า Hush
ยิ่งใหญ่ ลึกลับ มีอิทธิพล...ใช่เลย Blackmaskผู้นี้นี่เอง (555+)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"ก้มหัวให้ฉัน"
"ยอมสยบต่อฉัน"
"ใช้มือสองข้างนี้เพื่อฉัน"
"ถ้าไม่..........ก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้มันอีกเลย!"
รูปแบบความสัมพันธ์ของ Hush กับ Blackmask ใน DC Diary Season 2...คงเดากันได้แล้ว
จุดประสงค์ของตัวละครตัวนี้...หึหึ...อันที่จริง...เราเอามาเบรค Hush โดยเฉพาะเลยล่ะ
รู้สึกว่า Hush มันจะเก่งเวอร์ไปแล้ว
ถ้าเอาชนะตัวร้ายอื่นๆ ใน Gotham ไ้ด้หมด...มันก็ไม่มันส์สิ
**********************************************************
EVE: วันนี้ทั้งวันไม่ได้อยู่บ้าน แอบนั่งวาดรูปขาวดำไปได้สองรูป คือสองรูปที่เห็นข้างบนนั่นแหละ
แบบ...ช่วงนี้บ้าฮัช ฮ่าๆๆ ส่วนตัวนี้ เพิ่งขอแคสต์ไปเมื่อวานเอง.........................
ปล. ไปแล้ว...แว่บมาอัพ...กลับไปนั่งเพนท์อิลลัส โจ๊ก-เครน ต่อ...กั่กๆๆๆ
ปล.2 ตอนแรกจะใส่เพลง...แต่คิดอีกที...อย่าใส่เลยเว้ย ยุ่ง เดี๋ยวตีกับเอนทรี่ก่อนหน้าด้วย 555+

Hush : Dear all Heroes

posted on 07 Mar 2008 22:45 by dcdiary  in Hush
DC Diary Season 2
......เขาคนนี้จะกลับมา........
อีกครั้ง
แน่นอน
เตรียมใจไว้ให้ดี งานนี้ มีหื่น...เอ๊ย....พิมพ์อะไรออกไป ลืมมันไปซะ!!
เอาเป็นว่าที่แน่ๆ
HUSH is back!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
I'm so high.
I can hear heaven.
I am so high...I can hear heaven.
...wherever...
No - heaven don't hear me.
Someone told me love will ALL save us.
But how can that be, look what love gave us.
A world full of killing, and blood-spilling
That world never came.
.
.
.
Now that the world isn't ending, its love that I'm sending to you.
It ISN'T the love of a HERO, and that's why I fear it won't do.
.
.
.
And they say that a hero can save us!?
I'm not gonna stand here and wait!

------------------------------------------------------------------------------------------------
EVE : กั่กๆๆๆ ครั้งนี้มาเป็นภาพร่าง เราแอบรู้นะว่าใครหลายๆ คนเวลาคิดถึงฮัชแล้วยังเบลอๆ นึกไม่ออกว่าเค้าคือใครใครคือเค้า เลยมาลงภาพไว้ก่อน
ครั้งหน้าอัพของจริง ชัวร์! (รอทุกคนเริ่ม Season 2)
ส่วนตัวแล้วแอบอยากเล่น ดร.เอลเลียตผมแดงสุดหล่อ(?) มานานพอดู ก็เค้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กของป๋าแบทนี่นา~งิ
โผล่ในฮัชยังไม่เท่าไหร่ ~ ในฮัชรีเทิร์นนี่พี่เล่นเปิดอกโชว์กล้ามด้วย กรี๊ดมาก 555+ไม่จับมาลงไดไม่ได้แล้ว

ประกาศให้โลกรับรู้ว่าผู้ชายแผลเป็นเต็มตัวก็เซะกุซี่นาเฟร้ยยยยย 55555555555+
(ผ้าพันแผลจะพันไว้ทามม๊ายยย ขัดใจจริงๆ !!!!)

 

Edit : ลบเพลงออก(ทิ้งไว้นานละ) ~ ถ้าใครเพิ่งเข้ามาและอยากฟังเพลงพร้อมภาพอยู่ ก็ไปตามลิงค์ข้างล่างนี้ละกันเน้อ

http://eveba.exteen.com/20080309/hush

วุ้ย...ทำไมทำลิงค์ไม่ได้ฟระ...ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเข้าไปตามที่อยู่นี้แล้วกันเน้อ ฮ่าๆ