GOD DAMNED HERO View my profile

Batman

Batman 008 : The Key Of Heart

posted on 10 Mar 2008 23:49 by dcdiary  in Batman

รู้สึกเหมือนกับว่าใครมาสัมผัสอะไรสักอย่างเลยสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา

สายตายังพร่ามัวอยู่ สมองยังไม่ค่อยที่จะทำงาน

จนเมื่อได้ยินเสียง ของเขา...เขาพูดอะไรผมยังฟังไม่ค่อยชัด

จู่ๆก็มีมือที่อบอุ่นมาจับที่แก้มแล้วบอกว่า

"สำเนียง Kryptonian ของนายตลกชะมัดเลย"

Downloading.......

20%...

40%..

60%.

80 %.........

100% Complete!!

!!!!!!!!!!!

ความรู้สึกแรกที่รู้ตัวคืออยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปซะจากตรงนี้ รู้สึกได้เลยว่าตอนนี้หน้าคงแดง

ไปทั้งหน้า ผมยกมือเพื่อที่จะฟาดไปที่ใบหน้าที่กำลังยิ้มร่าอย่างกวนๆนั้น

แต่เค้าจับมือผมไว้ทันแล้วลากตัวผมลงมาและกดผมไว้ใต้ร่างอันสูงใหญ่ของเขา

เขาจ้องผมแล้วขำนิดๆ สนุกมากเลยนะคลาร์ก!!

ว่าแต่เค้าตื่นขึ้นมาแล้วได้ยิน.....ได้ยิน!!??

เค้าได้ยินหรือรู้สึก......!! พระเจ้าเขารู้ถึงไหนถึงไหนกัน!!

"นาย !!!! รู้สึกตัวตั้งแต่ตอนไหน !!!???" ผมถามอย่างร้อนรนพร้อมกับพยยายาม

หนีออกจาสถานะการณ์ที่ล่อแหลมนี้ แต่ไม่สำเร็จ แรงผมไม่พอที่จะหนีออกมาจากวงแขนของเขาได้

และคำพูดต่อไปของเขาทำให้ผมแทบคลั่ง!!

"จูบอีกทีซิ" เหมือนมีคนมาปล่อยระเบิดลงต่อหน้าผม Holy!!****!!

เขารู้สึกตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว!! แต่ก็ยังแกล้งหลับต่อ!! อย่างนี้นี่มันจงใจชัดๆ!!

ในขณะที่ผมอยากจะด่าเขาใจจะขาด แต่เมื่อสบเข้ากับตาสีฟ้าที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นมันอีกแล้วนั้น...

ความโกรธที่มีเมื่อกี้ก็หายไป

เขายังมีชีวิตอยู๋......

ดีแค่ไหนแล้วที่เขายังมีชีวิตอยู่ตรงหน้าของผมนี้...รอยยิ้มที่ไม่คิดว่าจะมีวันได้เห็นอีกแล้ว

ผมเอาแขนโอบรอบคอที่แข็งแกร่งลงมาจูบเบาๆ ผมหลับตาเพื่อรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของเขา...

หลักฐานว่าเขายังอยู่... จู่ๆก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ร้อนและชุ่มชื้นเขาวนเวียนอย่างร้องขอ

ผมเปิดตอบรับเขาอย่างนุ่มนวล ปลายลิ้นสัมผัสกันอย่างอ่อนโยน แผ่วเบาแต่ก็เร่าร้อน

จนผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่คอยวนเวียนอยู่ตรงต้นขา....ผมผละออกจากดขาจ้องมองตาที่ตีหน้าใสซื่อ

เหมือนไม่รู้เรื่องอะไร.... นายนี่มันหมาป่าสวมหนังแกะชัดๆ...

"นายมันเจ้าเล่ห์ คลาร์ก เคนท์" เขาหัวเราะชอบใจ เขาดูมีความสุข

เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็อดคิดไม่ได้ว่าที่เห็นอยู่นี้มันไม่จริง...หากเขาหายไปอีกหรือต้องเสียเขาไป...

ผมคงรับไม่ได้...ผมหันไปเห็นรอยแผลที่ถูกแทงแล้วรู้สึกเจ็บปลาบในทรวงอก...

วันนี้ผมเกือบเสียเขาไปแล้ว...

"ฉันนึกว่าจะเสียนายไปอีก เหมือนตอนห้าปีนั่น" ผมเม้นปาก รู้สึกกลัวว่าหากผมช่วยเขาไว้ไม่ทัน

หากวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล...อนาคตผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเขา ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น

ก็มีนิ้วมือมาสัมผัสที่ริมฝีปากเบาๆ ผมมองคลาร์กที่มองลงมาด้วยความเป็นห่วง

"ฉันก็กลับมาแล้วไง" แล้วเขาก็ก้มลงมาจูบอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมเบือนหน้าหนี จู่ๆความน้อยใจก็พุ่งเข้าหา

"แต่นายไป ไม่บอกลาฉันซักคำ จู่ๆก็หายไปแบบนั้น...." ผมรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดแบบนี้...

โมโหที่คิดอะไรแบบ....ผู้หญิง....

"ฉันขอโทษ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด

ผมนิ่งเงียบไป ความจริงแล้วผมรู้ว่าเขาคงตื่นเต้นที่รู้ว่าดาวบ้านเกิดอาจจะยังมีอยู่จนหุนหันพลันแล่นจากไป

แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าจะบอกกันบ้าง...ผมคงใจแคบเกินไปจริงๆ...

ผมไม่สามารถเปิดใจให้กับคนอื่นได้...เพราะผมไม่สามารถที่จะไว้ใจและเปิดรับความรู้สึก...รักได้อีก

ตั้งแต่เสียพ่อและแม่ไปตอนนั้น...นอกจากอัลเฟรดที่อยู่กับผมตั้งแต่ผมยังเล็กจนเปรียบเสมือนคนในคราบครัว

ผมก็ไม่อาจที่จะไว้เนื้อเชื่อใจใครได้ซักคน...แม้แต่โรบิ้น...ปิดกั้นใจตัวเอง...

ขังมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด...เก็บไว้ให้ห่างไกลจากทุกคน...

เก็บไว้...ให้พ้นจากตัวเอง...

จนนายเข้ามา...เข้ามาจนถึงประตูที่ปิดขังไว้...และเปิดมันออก

นายเป็นเพียงคนเดียว...ที่สามารถเข้ามาในนี้ได้...

เป็นคนเดียว...ที่สามารถลุกล้ำเข้ามาภายในใจที่ดำมืดและปิดตายนี้ได้...

หลังจากนั้นนายได้สอนฉันถึงแสงสว่างที่ฉันไม่เคยที่จะรับรู้มันได้...

จนในที่สุดกุญแจที่ปิดตายนั้นได้สลายไปจนหมดสิ้น...

นายเป็นคนที่ฉันสามารถบอกกับคนอื่นได้อย่างเต็มปากเป็นครั้งแรก...

ว่า ฉันไว้ใจนาย....คลาร์ก...

"กับนายบรูซ" เขากระซิบข้างหูของผม "ฉันจะกลับมาเสมอ "

เขาจูบเบาๆที่ใบหูแล้วลากปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวลงมาเรื่อยๆไล้ลงมาผ่านคางแก้ม

ระบายจูบพรมไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะกลับมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง...ริมฝีปากเรายังชื้นจากจูบแรก

คลาร์กเริ่มแทรกลิ้นเข้ามาอีกรอบผมเชิดหน้าขึ้นเพื่อที่จะรองรับเขาได้มากขึ้น

จากความนุ่มนวลอ่อนหวานในตอนแรกเริ่มกลายเป็นความเร่าร้อนและเร่งเร้า เมื่อลิ้นคลาร์กเริ่มรุกเข้ามาเรื่อยๆ

รุนแรง ผมพยายามที่จะตอบรับอย่างเต็มที่ แต่เขาทั้งดูดและกัดเม้นจนผมตามเขาแทบไม่ทัน

เขาเริ่มเอามือแปะป่ายไปทั่วทั้งตัวแต่เท่าที่รู้สึกถึงความป้ำๆเป๋อๆแล้วสรุปได้อย่างเดียวว่า...

เขาถอดชุดของผมไม่เป็น....

อืม...มันคงยากไปสำหรับนายสินะ...

ผมผละออกจากเขาเมื่อเห็นหน้าที่งงๆตรงหน้าแล้วอดที่จะขำไม่ได้

ผมยันตัวขึ้นมา และยิ้มอย่างมีชัยเล็กๆ

"นายไม่มีปัญญาหรอกคลาร์ก" เขาทำหน้าคิ้วขมวดนิดหน่อยแต่แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวกเร็ว

เขายักคิ้วและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "เหรอ แต่ฉันก็มองทะลุมันไปได้ทุกครั้งแล้วกัน"

ผมอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูของตนเอง!! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำอะไร...แบบนี้

ใช้ความสามารถที่มีมาใช้อะไรที่....!! อ้ะเดี๋ยว....ทุกครั้งงั้นเหรอ!!

แสดงว่าตลอดที่ผ่านมาก็...!!

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าใบหน้าที่แดงนั้นแดงจนไปถึงใบหู หน้าชาด้วยความอาย ผมไม่กล้าที่จะมองหน้าเขา

จึงพยายามที่จะขยับหนีไปให้ไกลจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายเพียงแค่เขาเอามือ

มาดึงผม ร่างที่พยายามหนีก็กลับไปที่เขาอย่างง่ายดาย

คลาร์กเริ่มซุกไซ้ที่ลำคอส่วนที่โผล่พ้นเกราะ โลมเลียต้นขอของผม กัดเม้นจนผมรู้สึกเสียวซ่าน

จนเผลอร้องครางออกมา รู้สึกโอนอ่อนไปทั้งร่างรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มบางๆที่ต้นคอ

ผมหลับตาและค่อยๆถอดชุดออกอย่างช้าๆ เมื่อถอดออกเสร็จเหลือแต่เพียงเสื้อเนื้อบางเข้ารูป

ซึ่งเขาก็ช่วยถอดมันออกอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ท่อนบนของผมเปลือยเปล่า

เขาจ้องลงมาที่ร่างกายของผมราวกับจะเก็บไว้ทุกรายละเอียดนิ้ว ผมหลบสายตาที่จ้องลงมาอย่างกระหายนั่น

คลาร์กรู้ไหม...สายตานั้นของนายนี่มัน...ลามกเป็นบ้า

มือที่ร้อนระอุเริ่มลูบคลำไปมาบอกหน้าอก ลูบไปตามรอยแผลเป็นจางๆ ก็ที่เขาจะก้มลงจูบเลียมัน

ผมสะดุ้งเล็กน้อย หายใจติดขัด ปลายสัมผัสที่ร้อยรุ่มค่อยลากลงต่ำมาเรื่อยๆ จนเมื่อเขาเลียและดูดเม้นหนักๆที่แผลเป็นตรงหน้าท้อง

ผมก็เผลอครางออกมา พอถึงจุดสุดท้ายเขาจัดการถอดเข็มขัดที่เอวของผมออก แล้วทิ้งมันลงกับพื้น

ผมยันตัวขยับสะโพกขึ้นเพื่อเป็นการง่ายในการถอด และเขาก็ถกกางเกงของผมออกไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ผมเปลือยเปล่าไปทั้งตัวแล้ว แต่เรื่องอะไรล่ะที่มจต้องเปลือยอยู่คนเดียว ผมเม้นปากกลั้นใจ

และรวบรวมความกล้าที่จะลูบไล้มือบนแผ่นอกกว้างจนมาถึงกางเกงของเขา เขายอมถอยให้ผมถอดได้อย่างสะดวก

เมื่อชิ้นส่วนสุดท้ายถูกถอดออก เขาก็เบียดตัวเข้ามาชิดแทบจะทันที

เขาดึงตัวผมเข้ามา ลูบไล้เรือนร่างทุดสัดส่วนราวกับจะจำถึงทุกรายละเอียดของกล้ามเนื้อ ผมยอมโอมอ่อนไปตามเขา ร่างกายเราเบียดชิดจนแทบไร้ที่ว่าง ผิวสัมผัสกันแทบทุกส่วนทำให้ความร้อนเพิ่มมากขึ้น ผมลูบไล้ไปตามแผ่นหลังทีกำยำพลางเบียดชิดแนบสะโพกเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว ส่วนนั้นของเราเสียดสีเข้าหากันจนของเขาเริ่มแข็งขึ้นมา ส่วนของผมเองก็เช่นกัน เมื่อรู้สึกถึงตรงนั้นโดนเข้ากับที่ต้นขา มันร้อนราวกับไฟ แล้วเขาก็ลากมือสัมผัสที่แผ่นหลังผมลูบขึ้นลง จนมาถึงบั้นท้าย ผมร้องครางพร้อมกับแอ่นกายเข้าหาเขาอย่างอัตโนมัติ นี่ร่างกายผมป็นอะไรไปแล้ว... แต่เมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังเปิดทางเข้ามาอย่างช้าๆ ทำให้ผมเกร็งโดยไม่รู้ตัว บีบรัดสิ่งที่เข้ามาอย่างแน่นหนา ผมกลั้นหายใจ แต่สิง่ที่ถูกใส่เข้ามานั้นยังขยับเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขากดลงตรงจุดหนึงผมกระตุกบีบรัดเขาไว้ ตอนนี้ตาผมเริ่มเบลอสติเริ่มล่องลอย รู้ได้แต่เพียงว่าร่างกายในตอนนี้มันร้อนไปหมดทั้งตัว หอบหายใจแรง เมื่อผมหันไปมองคลาร์กก็พบกับสายตาที่พร้อมจะกินผมอยู่ทุกเวลา แล้วสิ่งที่อยู่ด้านล่างก็เริ่มขยับอีกครั้ง มันถูกขยับเข้าออกอย่างมีจังหวะความเกร็งเริ่มผ่อนคลายลง ผมกัดปากเพื่อกลั้นเสียงที่จะเล็ดลอดออกมา มันเสียวซ่านไปหมดทั้งตัว เมื่อเขาถอนนิ้วออกผมมีความรู้สึกประหลาดเหมือนไม่พอใจอยู่แวบหนึ่ง รู้สึกได้ว่าตัวผมเริ่มสั่นอย่างวิงวอนขอ สุดท้ายเขาจับขาของผมยกขึ้นพาดบ่า ผมมองลงไปเห็นสิ่งที่ผมจะต้องรองรับเข้ามา ทำให้ผมถึงกับหน้าถอดสี.....

หากสิ่งนั้นเข้ามาในตัวผมจนหมดนั่น....ผมคงลุกไปไหนไม่ได้เป็นวันๆแน่ๆ

ไม่คิดเลยว่าความแตกต่างทางสรีระมันจะบ่งบอกถึงความแตกต่างกันได้ขนาดนี้ ภายนอกชาวดาวคริปตันก็เหมือนคนอยู่หรอกแต่นี้มัน....

ใหญ่...มาก...

ผมกลั้นหายใจ ความผ่อนคลายเมื่อครู่พลันหายสิ้น.... คิดจะผลักเขาออกพร้อมกับปฏิเสธ เขาก็เงยหน้าสบตากับผมกระซับด้วยถ้อยคำภาษาบ้านเกิดของเขา

" Please Let me inside you, I just want to feel ... you"

ผมพูดอะไรไม่ออก แรงขัดขืนพลันหายไปไหนก็ไม่รู้ เมื่อเขาสบตาเป็นเชิงถาม ผมมองตาที่อ้ออนวอนของเขาทำให้ผมโอนอ่อนลง และสุดท้ายผมก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ถึงแม้จะกลัวก็ตามแต่ ผมใช้มือเสยผมของเขาจูบที่ริมฝีปากเขาเบา โอบแขนรอบคอแกร่งเพื่อเป้นที่พึ่งพิง ฝังใบหน้าลงกับไหล่กว้าง พยายามที่จะผ่อนคลายส่วนล่าของตนให้มากที่สุด เมื่อสิ่งนั่นเริ่มถูกสอดใส่เข้ามา ผมหายใจเฮือกจิดปลายเล็บลงบนไหล่อย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บปวด

"อ๊าาาาาาาาาา!! อออ อื้อออ!!" ส่วนล่างของผมเจ็บปลาบขึ้นมา เมื่อสิ่งนั้นถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงล่างร้อนราวกับไฟไหม้ ดวงตาร้อนผ่าว ผมแข็งขืนตัวอย่างไม่รู้ตัว พยายามที่จะเบียดสะโพกหนีจากแก่นกายที่ร้อนผ่าวนั้นแต่ไม่เป็นผล มันยังคงสอดใส่เข้ามาแล้วหยุด ผมพักหายใจวูบหนึ่ง ยังไม่ทันไรเขาก็เริ่มที่จะขยับดึงดันเข้ามาต่อ แรงเสียดสีทำให้เหมือนร่างจะถูกฉีกขาดออกจากกัน ผมกัดปากอย่างแรงเพื่อกลั้นเสียงร้องที่น่าอายเหมือนเมื่อครู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมา จนในที่สุดเขาก็สามารถใส่เข้ามาจนมิดด้าม ผมรู้สึกเหมือนมีแท่งเหล็กที่ถูกไฟเผาอยู่ภายในร่างกาย อึดอัด รู้สึกแน่นท้องไปหมด เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าเป็นเชิงขออนุญาต ผมกลั้นหายใจแล้วพยักหน้าให้ เขาถอนตัวออกและสอดใส่เข้ามาอีก ด้วยจังหวะที่เชื่องช้าก่อน แล้วเขาก็เริ่มกระแทกเข้ามาหนักขึ้นแรงขึ้น ผมกระตุกไปตามแรงที่ถูกกระแทกเข้าใส่ กรีดร้องไม่เป็นภาษา หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เจ็บที่ส่วนล่างจนแทบทนไม่ไหว แต่อยู่ๆความเจ็บก็บรรเท่ากลายเป็นความรู้สึกที่เสียวซ่าน สะโพกผมเริ่มที่จะขยับตามและตอบรับจังหวะที่รุนแรงมากขึ้น จากมือที่เคยอยู่ที่แผ่นหลังนั้นก็ป่ายไปมาบนเตียงคริสตันราวกลับจะหาที่ยึดจากพายุโหมกระหน่ำลูกนี้ สะโพกของผมบิดเร้าไปมา ตอบรับทุกจังหวะที่ถูกสอดใส่เข้ามาอย่างถือดี เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นเร็วขึ้น สมองของผมคิดอะไรไม่ออกแล้วในตอนนี้นอกจากร้องครวญคราง เขาลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายผมแล้วยกมือของผมขึ้นมาจูบและดูดนิ้วของผมอย่างกระหาย ส่วนอีกมือนั้นสัมผัสตรงนั้นที่ตอนนี้แข็งขันและชุ่มชื้น เมื่อเขาสัมผัสผมแอ่นตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะที่ร้อนแรง ผมรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดเดือด



"ฮะ อะ อื้อออ" ผมร้องครางออกมาไม่หยุด หายใจรุนแรงเมื่อเขาเริ่มเร่งความเร็วและแรงขึ้นอีกจนผมอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมครางและหอบหนักขึ้น หนักขึ้น ก่อนที่จะร้องครางออกมาพร้อมกับชื่อของเขา เขาทำสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่จะครางเสียงทุ้มต่ำออกมาพร้อมปลดปล่อยเข้ามาข้างใน ผมรับรู้ได้ถึงของเหลวที่ร้อนเหมือนลาวาเข้าสู่ร่างกายจนล้นปรี่ เมื่อเขากระแทกเข้ามาครั้งสุดท้าย ผมแอ่นอกเกร็งตรงนั้นบีบรัดของเขาจนเขาปลดปล่อยออกมาจนหมด และผมก็ปลดปล่อยตามเขามาจนน้ำสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของผม
ผมหอบหายใจพัก แล้วเขาก็คอยๆถอนตัวออกช้าๆ ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ยังหลงเหลืออยู่ แล้วเขาก็ทิ้งตัวลงนอนข้างผม ผมหันหลังให้เขา(ในระหว่างที่ขยับตัวความเจ็บก็แล่นเข้ามาเป็นระยะระยะ....) รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก ไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ดึงตัวผมเข้าไปกอด ผมอยากจะดันตัวหนีแต่เรี่ยวแรงไม่มีแล้ว ก็เลยปล่อยเลยตามเลยและความจริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นัก....จนเมื่อ....


"เจ็บรึเปล่า" เขากระซิบข้างหูผม มือไล้วนลูบอยู่ที่สีข้าง เจ้าบ้าถามมาได้ยังไงว่าเจ็บรึเปล่า!! มันก็ต้องเจ็บอยู่แล้วล่ะไซส์ขนาดนั้นน่ะ!! ผมปัดมือเขาออก ผมไม่มีอารมณ์ที่จะเถียงต่อเพราะเหนื่อยมากเกินไปแล้ว....ผมต้องพัก...

"พอแล้วน่าคลาร์ก ...ฉัน" จู่ๆใบหน้าของเขาก็ปรากฏตรงหน้าผมซะอย่างนั้น

"ขอดูหน้าหน่อยสิ" เขายิ้มร่า อย่างมีความสุขที่ได้กวนประสาทผมงั้นสินะ....

"ห้ะ คลาร์ก นายยยมัน" ผมเงื้อมือหมายจะตบหน้าคนทะเล้นอย่างหมอนี้ แต่เขาก็รับไว้ได้(อีกแล้ว) และดึงมือผมมาจูบเบาๆ ผมนิ่งเงียบ



"หายกันนะ" เขาพูด " ฉันขอโทษ เรื่องห้าปีนั่น เรามาแก้ไอห้าปีที่เสียไปให้มันคุ้มค่าดีกว่า"



แล้วเขาก็ยิ้มให้อย่าใสซื่อ ผมอยากจะด่านัก แต่สุดท้ายผมก็ยิ้มออกมา

อืม....นั้นสินะ แล้วผมก็เห็นหน้าของเขาอึ้งไปเลย ผมมองหน้าเขาด้วยความเปลกใจ

บรู๊ซ.....

หืม...ทำไม....หน้าฉันมีอะไรงั้นเหรอผมเริ่มมองเขาด้วยความสงสัย แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงความมืดที่แผ่ออกมา....

อีกรอบ....นะแล้วเขาก็เข้ามาใกล้ด้วยสายตา.....ที่เตรียมพร้อมอีกครั้ง....ผมถอยตัวหนีทันทีแต่เนื่องจากเจ็บอยู่จึงไปได้ทีละนิด

“!!!!! นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ครั้งเดียว ก็แย่แล้ว อีกรอบนี้กะฆ่ากันเลยรึไง!!”

คลาร์กยังคงเข้ามาเรื่อยๆมือเริ่มอยู่ไม่สุข ผมหน้าซีด ถ้าอีกรอบนี้ไม่ไหวจริงๆนะคลาร์ก!!

คลาร์ก!!” ผมตะโกนเรียกชื่อเขา แล้วก็รู้สึกถึงริมฝีปากบนกน้าผาก

โอเค....ครั้งนี้ไว้ก่อนก็ได้ นอนกันเถอะนะ....ว่าแล้วเขาก็กอดผมไว้แล้วหลับไป ในวงแขนของเขามันอบอุ่ม...มาก จนผมเองก็ผล๊อยหลับไปในวงแขนนี้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้....

................................................................................................................................

ตื่นมาอีกทีสลึมสลือแล้วก็พบว่าตนเองอยู่ในอ้อมแขนที่กำยำเมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสีฟ้าสดใสยิ้มร่าแล้วบอกว่า

“Good morning Honey~~~~”

ผมทำหน้าเหยเกใส่แล้วผลักเขาออก คราวนี้เขายอมแต่โดยดี ผมพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ความปวดแสบที่สะโพหก็แล่นขึ้นมาเหมือนไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ผมก้มตัวทรุบลง แบบนี้สงสัยจะขยับไม่ได้ไปอีกสักพักแน่ๆ เมื่อหันไปมองตัวการก็เห็นว่ายิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขจนตัวลอยอยู่ข้างๆ น่าหมั่นไส้ชะมัดแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องรายงานไปหาจอห์นก่อน ผมมองหาเครื่องมือสื่อสารก็พบว่าผมวางไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่การที่จะไปหยิบนี่แหละปัญหา....

คลาร์ก....ช่วยหยิบเครื่องสื่อสารนั้นที.... เขาทำท่าจะไปหยิบให้แต่จู่ๆก็หันมาทางผมแล้วยิ้ม ผมมองหน้าเขาอย่างงงๆ

จูบอรุณสวัสดิ์ก่อนสิบรูซเมื่อพูดจบผมแทบจะบ้า แต่เมื่อมองสีหน้าคนตรงหน้าแล้วผมก็ถอนหายใจ แล้วจูบเขาเบาๆ

อรุณสวัสดิ์คลาร์ก.... ผมยิ้มให้เขาบางๆแล้วไม่ถึงวิเครื่องมือสื่อสารก็อยู่ในมือของผม ผมสื่อสารกับจอห์นว่าซุปเปอร์แมนปลอดภัยแล้ว และกำลังจะกลับ จอห์นรายงานมาว่าสเลดถูกจับขังอยู่ที่ JLA เพื่อที่จะสืบหาต้นตอของคนที่จะลอบทำร้ายซุปเปอร์แมน แต่คนอย่างเดธสโตรกนั้นไม่เปิดปากพูดแน่ๆ

เมื่อจบการติดต่อผมก็เห็นสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่อย่างกระตือรือร้น ดูจากสภาพการณ์แล้วผมยังไม่สามารถจะปฏิบัติภารกิจได้คงต้องกลับไปที่บ้านก่อน แต่อยู่ในสภาพแบบนี้นี่...คงลำบากหน่อย ผมบอกคลาร์กว่าต้องกลับบ้านก่อน คลาร์กไม่รอช้าจัดการแต่งตัวให้ผมโดยที่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วก็อุ้มผมไปส่งถึงคฤหาสเวย์นอย่างรวดเร็ว โดยเข้าทาง....หน้าต่างห้องนอน....(ถามจริงๆเถอะว่าชาวดาวคริปตันไม่รู้จักคำว่าประตูงั้นเหรอ....)

เขาค่อยๆวางผมลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าในชุดนอนให้ด้วย (ทำไมนายถึงชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชั้นนัก....)แล้วเขาก็ไปตามอัลเฟรดมา

เมื่ออัลเฟรดมาถึงก็เข้ามาต้อนรับอย่างเป็นห่วง ผมบอกว่าไม่เป็นไร เมื่ออัลเฟรดโล่งใจก็ขอตัวไปทำอาหารเช้าให้ เมื่ออัลจากไปผมสบตากับคลาร์ก เขายิ้ม

เดี๋ยวฉันคงต้องไปก่อนแล้วล่ะบรู๊ซ

ไม่ทานเข้าวเช้าด้วยกันก่อนล่ะ เขาส่ายหนาแทนคำตอบ

การต่อสู้ไม่มีวันจบบรู๊ซและอาชยากรรมก็ไม่เคยมีวันหยุดเช่นกันจริงไหม

ผมนิ่งไปแล้วพยักหน้าตอบ เขาเดินเข้ามาจูบผมที่หน้าผากอีกครั้งว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมา เมื่อเขาทำท่าจะไปผมร้องเรียกเขา

คลาร์ก!!เดี๋ยวก่อน เขาหยุดแล้วหันมามองผม ผมเปิดเกะในโต๊ะข้างเตียงแล้วโยนบางสิ่งให้กับเขา เขารับมันไว้มองมันอย่างตกใจเมื่อเขาเงยหน้ามามองผม ผมยิ้มให้เขา

“Happy Birth Day ย้อนหลังเหมือนกันคลาร์ก เขามองสิ่งของสีเงินที่อยู่ในมือแล้วยิ้มอย่างยินดี มันส่งประกายแวววาวอยู่ในมือเขาใส่มันไว้ที่เข็มขัด

คราวหน้าคราวหลังเข้าให้ถูกทางซะทีล่ะ

หืม.....งั้นคราวหน้าฉันก็ไม่ต้องใช้หน่าต่างอีกแล้วสินะแล้วเขาก็พูดทิ้งท้ายก่อนจากไป

ขอบใจมากบรู๊ซฉันจะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีแล้วเขาก็จากไป ผมอมยิ้มเล็กน้อย แล้วอัลเฟรดก็เข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าที่เตรียมมาเกินไปหนึ่งที่ แล้วเขาก็ถามกาคลาร์ก ผมยิ้มแล้วบอกกับเขาว่า

อัลเฟรดวันนี้ปี๊มกุญแจบ้านให้ฉันอีกชุดนะ

----------------------------------------------------------------------------------

Whitefox : จบแล้วววววววววววววววววววววววว!! ซีซํนแรกของป๋าฮิ้วววโอ้ยเหนื่อยมากมาย

หวังว่าจะโอเคกันนะฮ้ะ ส่วนภาพนั้นจะตามมาอีกทีเพราะอยากอัพภายในวันที่ 10 มีนาคมนี้

สาเหตุเพราะ..... เป็นวันที่เขาสองคนเจอกันครั้งแรกในดีซีนั่นเองฮิ้วววว!!

หวังว่าจะถูกใจกันสมกับที่รอคอยนะฮ้ะ =_=""

สำหรับฉากที่บอกว่าจะเขียนเพิ่มนั้นขอยกไว้ตอนพิเศษล่ะกันนะฮ้ะเพราะยาวเกินไปแหล่ว=[]=

Extra

กลางคืน

ณ.คฤหาสตระกูลเวย์น

"คลาร์ก........."

"หืมอะไรเหรอบรู๊ซ" ร่างข้างบนถามอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

"นายยังเข้ามาทางหน้าต่างอยู่เลยนี้!!" ผมพยายามที่จะพลักเขาออกไปแต่ไม่ขัยบซักนิด เขากลับยิ้มแล้วห้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ

"ช่วยไม่ได้ก็บินเข้ามาทางนี้เร็วกว่านี้นา"

.......แล้วชั้นจะให้กุญแจนายไปทำไมล่ะ......คลาร์ก....

 

 

 

 

 

 

 

 

Batman 007 : I can't live without you

posted on 09 Mar 2008 07:21 by dcdiary  in Batman

 

ผมไปถึงช้าเกินไป.....

 

พระเจ้าบอกผมทีว่ามันไม่จริง??

 

......................................

 

ผมขับเจ๊ทไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  สิ่งที่ผมเห็นเบื้องล่างเห็นเสลดกวัดแกว่งดาบอยู่ใกล้ๆกับเขา

ผมกระโดดเข้าไปขั้นและลากเขาออกมา  เท่าที่เห็นก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ดาบธรรมดาแน่ๆ เพราะคนอย่าง

เดธสโตรก ไม่มีทางที่จะฟันดาบแบบนี้กับ Man of Steelเด็ดขาด

 

ผมตะโกนเรียกชื่อเขาแล้วเริ่มต่อสู้กัน  เรื่องฝีมือนั้นท่างทางจะพอๆกัน  ผมยิงคำถามที่จะสามารถกวน

สมาธิเขาได้แต่มันค่อนข้างใช้ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร...สมเป็นมีออาชีพ   แต่ถึงอย่างนั้น...

ดิ๊กไม่สำคัยสำหรับนายถึงขั้นนั้นเลยรึ  ??

 

"นายต้องการอะไรกันแน่...เสลด!!?"  ผมถามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

 

"...ปกป้องดิ๊ค" นั่นเป็นคำตอบที่ได้  ปกป้องดิ๊ก....?? แล้วทำไมถึงมาทำอะไรแบบนี้??

มันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่  ทั้งๆที่เขา.....กับดิ๊กไว้แล้วแท้ๆ  ผมขบกรามไว้แน่น

ดิ๊ก....นายไว้ใจเขาได้ยังไงกัน....

 

"...และนายกำลังขวางฉันบรูซ..." เขาฟาดกระบองมาแต่ผมหลบทันกระบองฟาดพื้นจนแตก

 

"ใครที่ขวางฉันจะต้องตาย...ไม่เว้นแม้แต่นาย"

 

เมื่ออีกฝ่ายเริ่มบุกเข้ามาอีกครั้ง  ผมเตรียมตัวที่จะสู้ต่อแต่แล้ว......

 

 

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าเมือนกับในฝัน.....เป็นภาพถ่านซ้ำช้าๆ....

ร่างที่สูงใหญ่  เบิกตากว้าง  หน้าตาตกใจอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

อีกฝ่ายถอยตัวออกอย่างช้าๆ  ปล่อยให้ชายที่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์เหล็กร่วงลงสู่ผืนดิน

น้ำสีแดงไหลออกมาจากร่างนองเต็มพื้นยางสีดำสนิท...

เหมือนกับครั้งนั้น...ครั้งที่ผมสูญเสียคนที่ผมรักที่สุดไป....

และผมกำลังจะเสียเขาไปอีกครั้ง...!? เขาจะจากผมไปโดยไปบอกลา

และครั้งนี้เขาอาจไม่มีวันที่จะกลับมาอีก

 

ไม่!!

 

ผมรีบวิ่งไปยังร่างที่นอนไม่ไหวติงอยู่นั้นโดยไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างแม้สักนิด

ในตอนนั้นผมมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากร่างที่เหมือนจะไร้วิญญาณตรงหน้าผมหอบหายใจ

สีแดงตรงหน้า...มันเด่นชัดเสียเหลือเกิน  แล้วอยู่ๆก็เหมือนสีนั้นถูกฉาบขึ้นมาบนหน้า

ความโกรธประทุขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟ  ผมหันกลับไปที่ตัวการ  ตัวการที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้!!

แบบทาแรงถูกขว้างด้วยความเร็วปักเข้ากับแขนสองข้าง และอีกหนึ่งกับคนที่อยู่ไม่ไกลจากกัน

ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร  แต่ตอนนี้ผมมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น!!

 

Red Hood!!

 

ผมแย่งอาวุธของเขามาโดยที่เขาไม่รู้ตัว  เอามันจ่อหน้าเขา  จ่อหน้าเขาด้วยสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด

สิ่งที่พรากคนที่ผมรัก....  สิ่งที่ชั่วร้ายกว่าสิ่งใด....

สิ่งที่ผมจะไม่มีวันใช้มัน   และไม่คิดว่าจะไม่มีวันได้ใช้!!

จนถึงวันนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันเหมาะสมที่จะใช้  ใช้มันเพื่อให้คนบางคนชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ

 

ผมจ่อปืนแน่นิ่ง  คนตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะปัดป้อง  ผมเหนี่ยวไกอย่างช้าๆ

จ้องเขาอย่างที่จะไม่ละสายตา  ผมอยากเห็นเขาล้มฟุบไปด้วยตาตนเอง

แต่แล้วจู่ๆก็มีบางสิ่งบางอย่างดังขึ้นมาในหัว

 

บรู๊ซ อย่า!!

 

ผมฟื้นคืนสติอีกครั้งแล้วจอห์นก็เข้ามาจับมือของผม

 

"แบทแมนตั้งสติสิ!!  ตอนนี้ซุปเปอร์แมนสำคัญสุดไม่ใช่รึ!!"

 

แล้วผมก็ตื่นขึ้นมาจากห้วงคำนึงสีแดงดำมาสู่โลกแห่งความจริงเบื้องหน้าโดยสมบูรณ์  ผมมองจอห์น

และเห็นปืนที่ตนเองถือไว้อยู่จ่อไปที่หน้าของเจสัน  ผมรีบทิ้งปืนราวกับมันเป็นของที่ร้อนราวกับไฟ

ผมหันหลังกลับโดยไม่คิดที่จะเหลียวหลังไปหาเจสันอีก...  เมื่อผมไปถึงตัวเขา

เลือดนั้นยังคงไหลไม่หยุด  แต่เท่าที่เห็นนั้น  สิ่งที่เคยปักอกเค้าอยู่หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

และมีการทำแผลแบบลวกๆอยู่  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่พอที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายได้

ร่างของบุรุษชุดฟ้าโดนนำขึ้นเครื่องของ JLA หน่อยรักษาพยาบาลพร้อมแล้วสำหรับสถานะการณ์นี้

ผมยืนอยู่ข้างกายเขาอยู่ตลอดเวลาเห็นหน่วยแพทย์สาละวนกับการที่จะเย็บแผลและช่วยชีวิต

แต่ด้วยความแข๊งแกร่งของเขากลับทำให้ทุกอย่างกลับยากยิ่ง...จุดแข็งกลับกลายเป็นจุดอ่อน...

ทั้งที่มีร่างกายดุจเหล็กไหลกลับทำให้นายชะล่าใจและลืมไปว่านายนั้นเปราะบางแค่ไหน...

และในตอนนี้ร่างกายของนายกำลังทำร่ายตัวของนายเอง....

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนรักษาไม่ได้ผล  ชีพจรเต้นช้าลงๆ จนน่ากลัว  ในที่สุดเส้นเสียงสัญญานชีวิต

ก็กลายเป็นเส้นที่นิ่งเสมอตลอดสาย... เสียงดังจากเครื่องวัดชีพจรนั้นบาดเสียดหู...

บาดหัวใจ... ทุกสิ่งล้วนหยุดนิ่ง...  ทุกคนหยุดทำงาน...หมอส่ายกน้าอย่างหมดหวัง...

บางคนเริ่มร้องไห้  บางคนเบือนหน้าหนี....

 

นี่ไม่จริงใช่ไหม....ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นความฝัน....ได้โปรดเถอะคลาร์ก...

บอกฉันสิว่ามันไม่จริง....ยิ้มให้ฉันเหมือนทุกครั้ง....มาหาฉันโดยไม่โทรบอก...

เล่นมุขกวนๆของนาย....บอกฉันว่าหนาว....ทุกครั้งที่หิมะโปรยปรายมาเหมือนแต่ก่อน...

บอกฉันว่านายจะไม่จากไปไหนอีก....ได้โปรดเถอะ....คลาร์ก...

 

"ไม่...เขายังไม่ตาย..."

 

หมอที่รักษาส่ายหัว

 

"ขอโทษครับเราทำสุกความสามรถแล้ว"

 

ไม่...เขาต้องยังไม่ตาย....ตื่นขึ้นมาสิคลาร์ก!!

 

"ต้องมีหนทางสิ!!เครื่องอาจจะขัดข้อง!!ลองดูอีกที!!"

 

หมอยังคงก้มหน้านิ่ง  ผมกำหมัดตัวสั่นเทิ้ง  เริ่มรู้สึกถึงคำว่าหมดหวัง...

นั่จะไม่มีหวังเลยรึ....ไม่มีซักเศษเสี้ยวของความหวัง....

ที่จะได้เจอกับนายอีกครั้ง....ได้รับรู้...ได้ยิน...

ได้เห็น...รอยยิ้มนั้นของนาย....อีกครั้ง...

 

 

 

........................

 

 

..............

 

 

.......

 

 

....

 

 

..

 

 

.

 

 

 

 

อยู่ๆรู้สึกถึงมือที่วางลงมาบนบ่า  จอห์น....จอห์นมองหน้าของผมแล้วพูดอย่างมีหวัง

 

"เขายังไม่ตาย...."

 

ว่าแล้วจอห์นก็เดินไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียง

 

"แม้หัวใจเขาเหมือนจะจะหยุดเต้นแต่เพียงแค่เต้นอย่างแผ่วเบามาก วิญญานเขายังอยู่ในร่างนี้เพียงแต่เวลานั้นมีเหลือไม่มากแล้ว...เราต้องรีบคิดวิธีการรักษา..."

 

วิธีรักษา....คำนี้ทำให้ผมนึกได้  หินที่เขาให้ผมมาสามารถรักษาบาดแผลได้ 

ผมหยิบหินที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมา  หวังว่ามันจะได้ผล...

ผมวางมันลงบนเตัวเขา...แล้วรอสักพักแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ทำไม...

 

ผมรีบใช้ความคิด...ไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่...แต่ก็ต้องลองเสี่ยงดู...

 

"จอห์น...พาฉันไปที่ Fortressให้เร็วที่สุด..."

 

จอห์นจัดเครื่องบินเครื่องที่เร็วที่สุดในเครื่องพยาบาลลำใหญ่ลำนี้ให้ผมพาเขาไป

ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึง   สถานที่ที่เรียกว่าบ้านของมนุษย์เหล็กผู้นี้  หวังว่ามันจะทันเวลา

ผมกับจอห์นช่วยนำเขาเข้าไปภายในจนถึงเตียงของเขาในนี้  เาค่อยๆนำร่างเขาวางลงอย่างเบามือ

 

"นายแน่ใจหรือว่าจะได้ผล..."

 

ผมมองหน้าจอห์น

 

"ฉันเองก็ไม่แน่ใจ...จอห์น  แต่มันเป็นความหวังสุดท้าย..."

 

จอห์นพยักหน้า

 

"นายแน่ใจนะว่าไม่ต้องการให้ช่วย"

 

"ในระหว่างนี้ข้างนอกนั้นยังมีเรื่องวุ่นวายอยู่...ชั้นอยากให้นายจัดการเรื่องพวกนั้นส่วนเรื่องนี้...

ฉันจัดการเอง..."

 

"เข้าใจแล้ว...งั้นฝากด้วยนะ...อย่าลืมรายงานมาล่ะ"

 

"อืม..."

 

แล้วจอห์นก็จากไป  ปล่อยผมไว้ที่นี่  ผมไม่รอช้ามุ่งไปยังสิ่งที่เหมือนกับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์

ของที่นี่ผมเคยเห็นซุปเปอร์แมนใช้มาบ้างแต่ก็ยังไม่แน่ใจ  มันเป็นคริสตันทั้งหมด  ผมเริ่มขยับมันและลองกดดู

ท่าทางจะได้ผล  เริ่มประกฏภาพสามมิติของชายคนหนึ่งขึ้นมา  เป็นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึง

กับคลาร์กมาก

 

"นายเป็นใคร แล้ว Kal-Elหายไปไหน"

 

Kal-El?? นั่นคือชื่อจริงๆของเขางั้นหรือ...??

 

"ผมเป็นเพื่อนของเขา  แล้วตอนนี้เขากำลังลำบากมาก"

 

"เกิดอะไรขึ้น"

 

ผมเล่าเรื่องให้เขาฟังไปว่าเกิดอะไรขึ้น   แล้วยื้นหินรูปจันท์เสี้ยวขึ้นมา เล่าถึงความสามารถและคุณสมบัติ

ของมัน  ตอนที่ผมถูกแสงอาทิตย์และมันก็ช่วยรักษาร่างกายของผม เขามีสีหน้าพิจารณาในสิ่งที่เห็น

 

"ปกติแล้วชาวดาวคริปตันจะสามารถฟื้นฟูพลังได้จากแสงอาทิตย์  แต่ด้วยเวทมนต์จากมีดที่แทงนั้น

เป็นตัวยับยั้งการฟื้นฟู  แต่หินนี้มีปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์และมีพลังฟื้นฟู อาจจะช่วยทดแทนกันได้บ้าง

ต้องลองเสี่ยงดู   ปุ่มตรงนั้นจะเป็นตัวเปิดเครื่องผลิตแสงจากดวงอาทิตย์  ให้ฉายแสงอสบไปที่ตัวของเขา

และวางหินนี้เหนือบาดแผล หวังว่ามันจะได้ผล"

 

ผมขอบคุณเขาและเตรียมตัวเริ่มการรักษา 

 

"เดี๋ยวก่อน...เจ้าชื่ออะไร"

 

ผมหันกลับไปมอง  และตัดสินใจ

 

"ผมบรู๊ซ  เวย์น...แบทแมนแห่งก็อธแธม..."

 

เขามองแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น...เหมือนกับคลาร์ก...

 

"ข้า Jor-El บิดาของ Kal-El แม้นี่จะเป็นเพียงโปรแกรมที่ติดตั้งขึ้น  แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จัก

และ  ฝากลูกชายของฉันด้วย..."

 

ผมพยักหน้าให้แล้วภาพของเขาก็หายไป  ผมเดินเครื่องฉายแสงไปยังร่างที่นอนไม่ไหวติง  แสงสีเหลือง

ทองฉาบไปทั่วร่างแต่สีหน้าเขายังไม่ดีขึ้น...ผมวางหินเหนือบาดแผลที่ได้แท