GOD DAMNED HERO View my profile

Batman

Batman 008 : The Key Of Heart

posted on 10 Mar 2008 23:49 by dcdiary  in Batman

รู้สึกเหมือนกับว่าใครมาสัมผัสอะไรสักอย่างเลยสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา

สายตายังพร่ามัวอยู่ สมองยังไม่ค่อยที่จะทำงาน

จนเมื่อได้ยินเสียง ของเขา...เขาพูดอะไรผมยังฟังไม่ค่อยชัด

จู่ๆก็มีมือที่อบอุ่นมาจับที่แก้มแล้วบอกว่า

"สำเนียง Kryptonian ของนายตลกชะมัดเลย"

Downloading.......

20%...

40%..

60%.

80 %.........

100% Complete!!

!!!!!!!!!!!

ความรู้สึกแรกที่รู้ตัวคืออยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปซะจากตรงนี้ รู้สึกได้เลยว่าตอนนี้หน้าคงแดง

ไปทั้งหน้า ผมยกมือเพื่อที่จะฟาดไปที่ใบหน้าที่กำลังยิ้มร่าอย่างกวนๆนั้น

แต่เค้าจับมือผมไว้ทันแล้วลากตัวผมลงมาและกดผมไว้ใต้ร่างอันสูงใหญ่ของเขา

เขาจ้องผมแล้วขำนิดๆ สนุกมากเลยนะคลาร์ก!!

ว่าแต่เค้าตื่นขึ้นมาแล้วได้ยิน.....ได้ยิน!!??

เค้าได้ยินหรือรู้สึก......!! พระเจ้าเขารู้ถึงไหนถึงไหนกัน!!

"นาย !!!! รู้สึกตัวตั้งแต่ตอนไหน !!!???" ผมถามอย่างร้อนรนพร้อมกับพยยายาม

หนีออกจาสถานะการณ์ที่ล่อแหลมนี้ แต่ไม่สำเร็จ แรงผมไม่พอที่จะหนีออกมาจากวงแขนของเขาได้

และคำพูดต่อไปของเขาทำให้ผมแทบคลั่ง!!

"จูบอีกทีซิ" เหมือนมีคนมาปล่อยระเบิดลงต่อหน้าผม Holy!!****!!

เขารู้สึกตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว!! แต่ก็ยังแกล้งหลับต่อ!! อย่างนี้นี่มันจงใจชัดๆ!!

ในขณะที่ผมอยากจะด่าเขาใจจะขาด แต่เมื่อสบเข้ากับตาสีฟ้าที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นมันอีกแล้วนั้น...

ความโกรธที่มีเมื่อกี้ก็หายไป

เขายังมีชีวิตอยู๋......

ดีแค่ไหนแล้วที่เขายังมีชีวิตอยู่ตรงหน้าของผมนี้...รอยยิ้มที่ไม่คิดว่าจะมีวันได้เห็นอีกแล้ว

ผมเอาแขนโอบรอบคอที่แข็งแกร่งลงมาจูบเบาๆ ผมหลับตาเพื่อรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของเขา...

หลักฐานว่าเขายังอยู่... จู่ๆก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ร้อนและชุ่มชื้นเขาวนเวียนอย่างร้องขอ

ผมเปิดตอบรับเขาอย่างนุ่มนวล ปลายลิ้นสัมผัสกันอย่างอ่อนโยน แผ่วเบาแต่ก็เร่าร้อน

จนผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่คอยวนเวียนอยู่ตรงต้นขา....ผมผละออกจากดขาจ้องมองตาที่ตีหน้าใสซื่อ

เหมือนไม่รู้เรื่องอะไร.... นายนี่มันหมาป่าสวมหนังแกะชัดๆ...

"นายมันเจ้าเล่ห์ คลาร์ก เคนท์" เขาหัวเราะชอบใจ เขาดูมีความสุข

เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็อดคิดไม่ได้ว่าที่เห็นอยู่นี้มันไม่จริง...หากเขาหายไปอีกหรือต้องเสียเขาไป...

ผมคงรับไม่ได้...ผมหันไปเห็นรอยแผลที่ถูกแทงแล้วรู้สึกเจ็บปลาบในทรวงอก...

วันนี้ผมเกือบเสียเขาไปแล้ว...

"ฉันนึกว่าจะเสียนายไปอีก เหมือนตอนห้าปีนั่น" ผมเม้นปาก รู้สึกกลัวว่าหากผมช่วยเขาไว้ไม่ทัน

หากวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล...อนาคตผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเขา ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น

ก็มีนิ้วมือมาสัมผัสที่ริมฝีปากเบาๆ ผมมองคลาร์กที่มองลงมาด้วยความเป็นห่วง

"ฉันก็กลับมาแล้วไง" แล้วเขาก็ก้มลงมาจูบอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมเบือนหน้าหนี จู่ๆความน้อยใจก็พุ่งเข้าหา

"แต่นายไป ไม่บอกลาฉันซักคำ จู่ๆก็หายไปแบบนั้น...." ผมรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดแบบนี้...

โมโหที่คิดอะไรแบบ....ผู้หญิง....

"ฉันขอโทษ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด

ผมนิ่งเงียบไป ความจริงแล้วผมรู้ว่าเขาคงตื่นเต้นที่รู้ว่าดาวบ้านเกิดอาจจะยังมีอยู่จนหุนหันพลันแล่นจากไป

แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าจะบอกกันบ้าง...ผมคงใจแคบเกินไปจริงๆ...

ผมไม่สามารถเปิดใจให้กับคนอื่นได้...เพราะผมไม่สามารถที่จะไว้ใจและเปิดรับความรู้สึก...รักได้อีก

ตั้งแต่เสียพ่อและแม่ไปตอนนั้น...นอกจากอัลเฟรดที่อยู่กับผมตั้งแต่ผมยังเล็กจนเปรียบเสมือนคนในคราบครัว

ผมก็ไม่อาจที่จะไว้เนื้อเชื่อใจใครได้ซักคน...แม้แต่โรบิ้น...ปิดกั้นใจตัวเอง...

ขังมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด...เก็บไว้ให้ห่างไกลจากทุกคน...

เก็บไว้...ให้พ้นจากตัวเอง...

จนนายเข้ามา...เข้ามาจนถึงประตูที่ปิดขังไว้...และเปิดมันออก

นายเป็นเพียงคนเดียว...ที่สามารถเข้ามาในนี้ได้...

เป็นคนเดียว...ที่สามารถลุกล้ำเข้ามาภายในใจที่ดำมืดและปิดตายนี้ได้...

หลังจากนั้นนายได้สอนฉันถึงแสงสว่างที่ฉันไม่เคยที่จะรับรู้มันได้...

จนในที่สุดกุญแจที่ปิดตายนั้นได้สลายไปจนหมดสิ้น...

นายเป็นคนที่ฉันสามารถบอกกับคนอื่นได้อย่างเต็มปากเป็นครั้งแรก...

ว่า ฉันไว้ใจนาย....คลาร์ก...

"กับนายบรูซ" เขากระซิบข้างหูของผม "ฉันจะกลับมาเสมอ "

เขาจูบเบาๆที่ใบหูแล้วลากปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวลงมาเรื่อยๆไล้ลงมาผ่านคางแก้ม

ระบายจูบพรมไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะกลับมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง...ริมฝีปากเรายังชื้นจากจูบแรก

คลาร์กเริ่มแทรกลิ้นเข้ามาอีกรอบผมเชิดหน้าขึ้นเพื่อที่จะรองรับเขาได้มากขึ้น

จากความนุ่มนวลอ่อนหวานในตอนแรกเริ่มกลายเป็นความเร่าร้อนและเร่งเร้า เมื่อลิ้นคลาร์กเริ่มรุกเข้ามาเรื่อยๆ

รุนแรง ผมพยายามที่จะตอบรับอย่างเต็มที่ แต่เขาทั้งดูดและกัดเม้นจนผมตามเขาแทบไม่ทัน

เขาเริ่มเอามือแปะป่ายไปทั่วทั้งตัวแต่เท่าที่รู้สึกถึงความป้ำๆเป๋อๆแล้วสรุปได้อย่างเดียวว่า...

เขาถอดชุดของผมไม่เป็น....

อืม...มันคงยากไปสำหรับนายสินะ...

ผมผละออกจากเขาเมื่อเห็นหน้าที่งงๆตรงหน้าแล้วอดที่จะขำไม่ได้

ผมยันตัวขึ้นมา และยิ้มอย่างมีชัยเล็กๆ

"นายไม่มีปัญญาหรอกคลาร์ก" เขาทำหน้าคิ้วขมวดนิดหน่อยแต่แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวกเร็ว

เขายักคิ้วและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "เหรอ แต่ฉันก็มองทะลุมันไปได้ทุกครั้งแล้วกัน"

ผมอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูของตนเอง!! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำอะไร...แบบนี้

ใช้ความสามารถที่มีมาใช้อะไรที่....!! อ้ะเดี๋ยว....ทุกครั้งงั้นเหรอ!!

แสดงว่าตลอดที่ผ่านมาก็...!!

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าใบหน้าที่แดงนั้นแดงจนไปถึงใบหู หน้าชาด้วยความอาย ผมไม่กล้าที่จะมองหน้าเขา

จึงพยายามที่จะขยับหนีไปให้ไกลจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายเพียงแค่เขาเอามือ

มาดึงผม ร่างที่พยายามหนีก็กลับไปที่เขาอย่างง่ายดาย

คลาร์กเริ่มซุกไซ้ที่ลำคอส่วนที่โผล่พ้นเกราะ โลมเลียต้นขอของผม กัดเม้นจนผมรู้สึกเสียวซ่าน

จนเผลอร้องครางออกมา รู้สึกโอนอ่อนไปทั้งร่างรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มบางๆที่ต้นคอ

ผมหลับตาและค่อยๆถอดชุดออกอย่างช้าๆ เมื่อถอดออกเสร็จเหลือแต่เพียงเสื้อเนื้อบางเข้ารูป

ซึ่งเขาก็ช่วยถอดมันออกอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ท่อนบนของผมเปลือยเปล่า

เขาจ้องลงมาที่ร่างกายของผมราวกับจะเก็บไว้ทุกรายละเอียดนิ้ว ผมหลบสายตาที่จ้องลงมาอย่างกระหายนั่น

คลาร์กรู้ไหม...สายตานั้นของนายนี่มัน...ลามกเป็นบ้า

มือที่ร้อนระอุเริ่มลูบคลำไปมาบอกหน้าอก ลูบไปตามรอยแผลเป็นจางๆ ก็ที่เขาจะก้มลงจูบเลียมัน

ผมสะดุ้งเล็กน้อย หายใจติดขัด ปลายสัมผัสที่ร้อยรุ่มค่อยลากลงต่ำมาเรื่อยๆ จนเมื่อเขาเลียและดูดเม้นหนักๆที่แผลเป็นตรงหน้าท้อง

ผมก็เผลอครางออกมา พอถึงจุดสุดท้ายเขาจัดการถอดเข็มขัดที่เอวของผมออก แล้วทิ้งมันลงกับพื้น

ผมยันตัวขยับสะโพกขึ้นเพื่อเป็นการง่ายในการถอด และเขาก็ถกกางเกงของผมออกไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ผมเปลือยเปล่าไปทั้งตัวแล้ว แต่เรื่องอะไรล่ะที่มจต้องเปลือยอยู่คนเดียว ผมเม้นปากกลั้นใจ

และรวบรวมความกล้าที่จะลูบไล้มือบนแผ่นอกกว้างจนมาถึงกางเกงของเขา เขายอมถอยให้ผมถอดได้อย่างสะดวก

เมื่อชิ้นส่วนสุดท้ายถูกถอดออก เขาก็เบียดตัวเข้ามาชิดแทบจะทันที

เขาดึงตัวผมเข้ามา ลูบไล้เรือนร่างทุดสัดส่วนราวกับจะจำถึงทุกรายละเอียดของกล้ามเนื้อ ผมยอมโอมอ่อนไปตามเขา ร่างกายเราเบียดชิดจนแทบไร้ที่ว่าง ผิวสัมผัสกันแทบทุกส่วนทำให้ความร้อนเพิ่มมากขึ้น ผมลูบไล้ไปตามแผ่นหลังทีกำยำพลางเบียดชิดแนบสะโพกเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว ส่วนนั้นของเราเสียดสีเข้าหากันจนของเขาเริ่มแข็งขึ้นมา ส่วนของผมเองก็เช่นกัน เมื่อรู้สึกถึงตรงนั้นโดนเข้ากับที่ต้นขา มันร้อนราวกับไฟ แล้วเขาก็ลากมือสัมผัสที่แผ่นหลังผมลูบขึ้นลง จนมาถึงบั้นท้าย ผมร้องครางพร้อมกับแอ่นกายเข้าหาเขาอย่างอัตโนมัติ นี่ร่างกายผมป็นอะไรไปแล้ว... แต่เมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังเปิดทางเข้ามาอย่างช้าๆ ทำให้ผมเกร็งโดยไม่รู้ตัว บีบรัดสิ่งที่เข้ามาอย่างแน่นหนา ผมกลั้นหายใจ แต่สิง่ที่ถูกใส่เข้ามานั้นยังขยับเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขากดลงตรงจุดหนึงผมกระตุกบีบรัดเขาไว้ ตอนนี้ตาผมเริ่มเบลอสติเริ่มล่องลอย รู้ได้แต่เพียงว่าร่างกายในตอนนี้มันร้อนไปหมดทั้งตัว หอบหายใจแรง เมื่อผมหันไปมองคลาร์กก็พบกับสายตาที่พร้อมจะกินผมอยู่ทุกเวลา แล้วสิ่งที่อยู่ด้านล่างก็เริ่มขยับอีกครั้ง มันถูกขยับเข้าออกอย่างมีจังหวะความเกร็งเริ่มผ่อนคลายลง ผมกัดปากเพื่อกลั้นเสียงที่จะเล็ดลอดออกมา มันเสียวซ่านไปหมดทั้งตัว เมื่อเขาถอนนิ้วออกผมมีความรู้สึกประหลาดเหมือนไม่พอใจอยู่แวบหนึ่ง รู้สึกได้ว่าตัวผมเริ่มสั่นอย่างวิงวอนขอ สุดท้ายเขาจับขาของผมยกขึ้นพาดบ่า ผมมองลงไปเห็นสิ่งที่ผมจะต้องรองรับเข้ามา ทำให้ผมถึงกับหน้าถอดสี.....

หากสิ่งนั้นเข้ามาในตัวผมจนหมดนั่น....ผมคงลุกไปไหนไม่ได้เป็นวันๆแน่ๆ

ไม่คิดเลยว่าความแตกต่างทางสรีระมันจะบ่งบอกถึงความแตกต่างกันได้ขนาดนี้ ภายนอกชาวดาวคริปตันก็เหมือนคนอยู่หรอกแต่นี้มัน....

ใหญ่...มาก...

ผมกลั้นหายใจ ความผ่อนคลายเมื่อครู่พลันหายสิ้น.... คิดจะผลักเขาออกพร้อมกับปฏิเสธ เขาก็เงยหน้าสบตากับผมกระซับด้วยถ้อยคำภาษาบ้านเกิดของเขา

" Please Let me inside you, I just want to feel ... you"

ผมพูดอะไรไม่ออก แรงขัดขืนพลันหายไปไหนก็ไม่รู้ เมื่อเขาสบตาเป็นเชิงถาม ผมมองตาที่อ้ออนวอนของเขาทำให้ผมโอนอ่อนลง และสุดท้ายผมก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ถึงแม้จะกลัวก็ตามแต่ ผมใช้มือเสยผมของเขาจูบที่ริมฝีปากเขาเบา โอบแขนรอบคอแกร่งเพื่อเป้นที่พึ่งพิง ฝังใบหน้าลงกับไหล่กว้าง พยายามที่จะผ่อนคลายส่วนล่าของตนให้มากที่สุด เมื่อสิ่งนั่นเริ่มถูกสอดใส่เข้ามา ผมหายใจเฮือกจิดปลายเล็บลงบนไหล่อย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บปวด

"อ๊าาาาาาาาาา!! อออ อื้อออ!!" ส่วนล่างของผมเจ็บปลาบขึ้นมา เมื่อสิ่งนั้นถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงล่างร้อนราวกับไฟไหม้ ดวงตาร้อนผ่าว ผมแข็งขืนตัวอย่างไม่รู้ตัว พยายามที่จะเบียดสะโพกหนีจากแก่นกายที่ร้อนผ่าวนั้นแต่ไม่เป็นผล มันยังคงสอดใส่เข้ามาแล้วหยุด ผมพักหายใจวูบหนึ่ง ยังไม่ทันไรเขาก็เริ่มที่จะขยับดึงดันเข้ามาต่อ แรงเสียดสีทำให้เหมือนร่างจะถูกฉีกขาดออกจากกัน ผมกัดปากอย่างแรงเพื่อกลั้นเสียงร้องที่น่าอายเหมือนเมื่อครู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมา จนในที่สุดเขาก็สามารถใส่เข้ามาจนมิดด้าม ผมรู้สึกเหมือนมีแท่งเหล็กที่ถูกไฟเผาอยู่ภายในร่างกาย อึดอัด รู้สึกแน่นท้องไปหมด เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าเป็นเชิงขออนุญาต ผมกลั้นหายใจแล้วพยักหน้าให้ เขาถอนตัวออกและสอดใส่เข้ามาอีก ด้วยจังหวะที่เชื่องช้าก่อน แล้วเขาก็เริ่มกระแทกเข้ามาหนักขึ้นแรงขึ้น ผมกระตุกไปตามแรงที่ถูกกระแทกเข้าใส่ กรีดร้องไม่เป็นภาษา หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เจ็บที่ส่วนล่างจนแทบทนไม่ไหว แต่อยู่ๆความเจ็บก็บรรเท่ากลายเป็นความรู้สึกที่เสียวซ่าน สะโพกผมเริ่มที่จะขยับตามและตอบรับจังหวะที่รุนแรงมากขึ้น จากมือที่เคยอยู่ที่แผ่นหลังนั้นก็ป่ายไปมาบนเตียงคริสตันราวกลับจะหาที่ยึดจากพายุโหมกระหน่ำลูกนี้ สะโพกของผมบิดเร้าไปมา ตอบรับทุกจังหวะที่ถูกสอดใส่เข้ามาอย่างถือดี เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นเร็วขึ้น สมองของผมคิดอะไรไม่ออกแล้วในตอนนี้นอกจากร้องครวญคราง เขาลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายผมแล้วยกมือของผมขึ้นมาจูบและดูดนิ้วของผมอย่างกระหาย ส่วนอีกมือนั้นสัมผัสตรงนั้นที่ตอนนี้แข็งขันและชุ่มชื้น เมื่อเขาสัมผัสผมแอ่นตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะที่ร้อนแรง ผมรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดเดือด



"ฮะ อะ อื้อออ" ผมร้องครางออกมาไม่หยุด หายใจรุนแรงเมื่อเขาเริ่มเร่งความเร็วและแรงขึ้นอีกจนผมอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมครางและหอบหนักขึ้น หนักขึ้น ก่อนที่จะร้องครางออกมาพร้อมกับชื่อของเขา เขาทำสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่จะครางเสียงทุ้มต่ำออกมาพร้อมปลดปล่อยเข้ามาข้างใน ผมรับรู้ได้ถึงของเหลวที่ร้อนเหมือนลาวาเข้าสู่ร่างกายจนล้นปรี่ เมื่อเขากระแทกเข้ามาครั้งสุดท้าย ผมแอ่นอกเกร็งตรงนั้นบีบรัดของเขาจนเขาปลดปล่อยออกมาจนหมด และผมก็ปลดปล่อยตามเขามาจนน้ำสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของผม
ผมหอบหายใจพัก แล้วเขาก็คอยๆถอนตัวออกช้าๆ ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ยังหลงเหลืออยู่ แล้วเขาก็ทิ้งตัวลงนอนข้างผม ผมหันหลังให้เขา(ในระหว่างที่ขยับตัวความเจ็บก็แล่นเข้ามาเป็นระยะระยะ....) รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก ไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ดึงตัวผมเข้าไปกอด ผมอยากจะดันตัวหนีแต่เรี่ยวแรงไม่มีแล้ว ก็เลยปล่อยเลยตามเลยและความจริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นัก....จนเมื่อ....


"เจ็บรึเปล่า" เขากระซิบข้างหูผม มือไล้วนลูบอยู่ที่สีข้าง เจ้าบ้าถามมาได้ยังไงว่าเจ็บรึเปล่า!! มันก็ต้องเจ็บอยู่แล้วล่ะไซส์ขนาดนั้นน่ะ!! ผมปัดมือเขาออก ผมไม่มีอารมณ์ที่จะเถียงต่อเพราะเหนื่อยมากเกินไปแล้ว....ผมต้องพัก...

"พอแล้วน่าคลาร์ก ...ฉัน" จู่ๆใบหน้าของเขาก็ปรากฏตรงหน้าผมซะอย่างนั้น

"ขอดูหน้าหน่อยสิ" เขายิ้มร่า อย่างมีความสุขที่ได้กวนประสาทผมงั้นสินะ....

"ห้ะ คลาร์ก นายยยมัน" ผมเงื้อมือหมายจะตบหน้าคนทะเล้นอย่างหมอนี้ แต่เขาก็รับไว้ได้(อีกแล้ว) และดึงมือผมมาจูบเบาๆ ผมนิ่งเงียบ



"หายกันนะ" เขาพูด " ฉันขอโทษ เรื่องห้าปีนั่น เรามาแก้ไอห้าปีที่เสียไปให้มันคุ้มค่าดีกว่า"



แล้วเขาก็ยิ้มให้อย่าใสซื่อ ผมอยากจะด่านัก แต่สุดท้ายผมก็ยิ้มออกมา

อืม....นั้นสินะ แล้วผมก็เห็นหน้าของเขาอึ้งไปเลย ผมมองหน้าเขาด้วยความเปลกใจ

บรู๊ซ.....

หืม...ทำไม....หน้าฉันมีอะไรงั้นเหรอผมเริ่มมองเขาด้วยความสงสัย แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงความมืดที่แผ่ออกมา....

อีกรอบ....นะแล้วเขาก็เข้ามาใกล้ด้วยสายตา.....ที่เตรียมพร้อมอีกครั้ง....ผมถอยตัวหนีทันทีแต่เนื่องจากเจ็บอยู่จึงไปได้ทีละนิด

“!!!!! นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ครั้งเดียว ก็แย่แล้ว อีกรอบนี้กะฆ่ากันเลยรึไง!!”

คลาร์กยังคงเข้ามาเรื่อยๆมือเริ่มอยู่ไม่สุข ผมหน้าซีด ถ้าอีกรอบนี้ไม่ไหวจริงๆนะคลาร์ก!!

คลาร์ก!!” ผมตะโกนเรียกชื่อเขา แล้วก็รู้สึกถึงริมฝีปากบนกน้าผาก

โอเค....ครั้งนี้ไว้ก่อนก็ได้ นอนกันเถอะนะ....ว่าแล้วเขาก็กอดผมไว้แล้วหลับไป ในวงแขนของเขามันอบอุ่ม...มาก จนผมเองก็ผล๊อยหลับไปในวงแขนนี้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้....

................................................................................................................................

ตื่นมาอีกทีสลึมสลือแล้วก็พบว่าตนเองอยู่ในอ้อมแขนที่กำยำเมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสีฟ้าสดใสยิ้มร่าแล้วบอกว่า

“Good morning Honey~~~~”

ผมทำหน้าเหยเกใส่แล้วผลักเขาออก คราวนี้เขายอมแต่โดยดี ผมพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ความปวดแสบที่สะโพหก็แล่นขึ้นมาเหมือนไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ผมก้มตัวทรุบลง แบบนี้สงสัยจะขยับไม่ได้ไปอีกสักพักแน่ๆ เมื่อหันไปมองตัวการก็เห็นว่ายิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขจนตัวลอยอยู่ข้างๆ น่าหมั่นไส้ชะมัดแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องรายงานไปหาจอห์นก่อน ผมมองหาเครื่องมือสื่อสารก็พบว่าผมวางไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่การที่จะไปหยิบนี่แหละปัญหา....

คลาร์ก....ช่วยหยิบเครื่องสื่อสารนั้นที.... เขาทำท่าจะไปหยิบให้แต่จู่ๆก็หันมาทางผมแล้วยิ้ม ผมมองหน้าเขาอย่างงงๆ

จูบอรุณสวัสดิ์ก่อนสิบรูซเมื่อพูดจบผมแทบจะบ้า แต่เมื่อมองสีหน้าคนตรงหน้าแล้วผมก็ถอนหายใจ แล้วจูบเขาเบาๆ

อรุณสวัสดิ์คลาร์ก.... ผมยิ้มให้เขาบางๆแล้วไม่ถึงวิเครื่องมือสื่อสารก็อยู่ในมือของผม ผมสื่อสารกับจอห์นว่าซุปเปอร์แมนปลอดภัยแล้ว และกำลังจะกลับ จอห์นรายงานมาว่าสเลดถูกจับขังอยู่ที่ JLA เพื่อที่จะสืบหาต้นตอของคนที่จะลอบทำร้ายซุปเปอร์แมน แต่คนอย่างเดธสโตรกนั้นไม่เปิดปากพูดแน่ๆ

เมื่อจบการติดต่อผมก็เห็นสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่อย่างกระตือรือร้น ดูจากสภาพการณ์แล้วผมยังไม่สามารถจะปฏิบัติภารกิจได้คงต้องกลับไปที่บ้านก่อน แต่อยู่ในสภาพแบบนี้นี่...คงลำบากหน่อย ผมบอกคลาร์กว่าต้องกลับบ้านก่อน คลาร์กไม่รอช้าจัดการแต่งตัวให้ผมโดยที่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วก็อุ้มผมไปส่งถึงคฤหาสเวย์นอย่างรวดเร็ว โดยเข้าทาง....หน้าต่างห้องนอน....(ถามจริงๆเถอะว่าชาวดาวคริปตันไม่รู้จักคำว่าประตูงั้นเหรอ....)

เขาค่อยๆวางผมลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าในชุดนอนให้ด้วย (ทำไมนายถึงชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชั้นนัก....)แล้วเขาก็ไปตามอัลเฟรดมา

เมื่ออัลเฟรดมาถึงก็เข้ามาต้อนรับอย่างเป็นห่วง ผมบอกว่าไม่เป็นไร เมื่ออัลเฟรดโล่งใจก็ขอตัวไปทำอาหารเช้าให้ เมื่ออัลจากไปผมสบตากับคลาร์ก เขายิ้ม

เดี๋ยวฉันคงต้องไปก่อนแล้วล่ะบรู๊ซ

ไม่ทานเข้าวเช้าด้วยกันก่อนล่ะ เขาส่ายหนาแทนคำตอบ

การต่อสู้ไม่มีวันจบบรู๊ซและอาชยากรรมก็ไม่เคยมีวันหยุดเช่นกันจริงไหม

ผมนิ่งไปแล้วพยักหน้าตอบ เขาเดินเข้ามาจูบผมที่หน้าผากอีกครั้งว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมา เมื่อเขาทำท่าจะไปผมร้องเรียกเขา

คลาร์ก!!เดี๋ยวก่อน เขาหยุดแล้วหันมามองผม ผมเปิดเกะในโต๊ะข้างเตียงแล้วโยนบางสิ่งให้กับเขา เขารับมันไว้มองมันอย่างตกใจเมื่อเขาเงยหน้ามามองผม ผมยิ้มให้เขา

“Happy Birth Day ย้อนหลังเหมือนกันคลาร์ก เขามองสิ่งของสีเงินที่อยู่ในมือแล้วยิ้มอย่างยินดี มันส่งประกายแวววาวอยู่ในมือเขาใส่มันไว้ที่เข็มขัด

คราวหน้าคราวหลังเข้าให้ถูกทางซะทีล่ะ

หืม.....งั้นคราวหน้าฉันก็ไม่ต้องใช้หน่าต่างอีกแล้วสินะแล้วเขาก็พูดทิ้งท้ายก่อนจากไป

ขอบใจมากบรู๊ซฉันจะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีแล้วเขาก็จากไป ผมอมยิ้มเล็กน้อย แล้วอัลเฟรดก็เข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าที่เตรียมมาเกินไปหนึ่งที่ แล้วเขาก็ถามกาคลาร์ก ผมยิ้มแล้วบอกกับเขาว่า

อัลเฟรดวันนี้ปี๊มกุญแจบ้านให้ฉันอีกชุดนะ

----------------------------------------------------------------------------------

Whitefox : จบแล้วววววววววววววววววววววววว!! ซีซํนแรกของป๋าฮิ้วววโอ้ยเหนื่อยมากมาย

หวังว่าจะโอเคกันนะฮ้ะ ส่วนภาพนั้นจะตามมาอีกทีเพราะอยากอัพภายในวันที่ 10 มีนาคมนี้

สาเหตุเพราะ..... เป็นวันที่เขาสองคนเจอกันครั้งแรกในดีซีนั่นเองฮิ้วววว!!

หวังว่าจะถูกใจกันสมกับที่รอคอยนะฮ้ะ =_=""

สำหรับฉากที่บอกว่าจะเขียนเพิ่มนั้นขอยกไว้ตอนพิเศษล่ะกันนะฮ้ะเพราะยาวเกินไปแหล่ว=[]=

Extra

กลางคืน

ณ.คฤหาสตระกูลเวย์น

"คลาร์ก........."

"หืมอะไรเหรอบรู๊ซ" ร่างข้างบนถามอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

"นายยังเข้ามาทางหน้าต่างอยู่เลยนี้!!" ผมพยายามที่จะพลักเขาออกไปแต่ไม่ขัยบซักนิด เขากลับยิ้มแล้วห้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ

"ช่วยไม่ได้ก็บินเข้ามาทางนี้เร็วกว่านี้นา"

.......แล้วชั้นจะให้กุญแจนายไปทำไมล่ะ......คลาร์ก....

 

 

 

 

 

 

 

 

Batman 007 : I can't live without you

posted on 09 Mar 2008 07:21 by dcdiary  in Batman

 

ผมไปถึงช้าเกินไป.....

 

พระเจ้าบอกผมทีว่ามันไม่จริง??

 

......................................

 

ผมขับเจ๊ทไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  สิ่งที่ผมเห็นเบื้องล่างเห็นเสลดกวัดแกว่งดาบอยู่ใกล้ๆกับเขา

ผมกระโดดเข้าไปขั้นและลากเขาออกมา  เท่าที่เห็นก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ดาบธรรมดาแน่ๆ เพราะคนอย่าง

เดธสโตรก ไม่มีทางที่จะฟันดาบแบบนี้กับ Man of Steelเด็ดขาด

 

ผมตะโกนเรียกชื่อเขาแล้วเริ่มต่อสู้กัน  เรื่องฝีมือนั้นท่างทางจะพอๆกัน  ผมยิงคำถามที่จะสามารถกวน

สมาธิเขาได้แต่มันค่อนข้างใช้ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร...สมเป็นมีออาชีพ   แต่ถึงอย่างนั้น...

ดิ๊กไม่สำคัยสำหรับนายถึงขั้นนั้นเลยรึ  ??

 

"นายต้องการอะไรกันแน่...เสลด!!?"  ผมถามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

 

"...ปกป้องดิ๊ค" นั่นเป็นคำตอบที่ได้  ปกป้องดิ๊ก....?? แล้วทำไมถึงมาทำอะไรแบบนี้??

มันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่  ทั้งๆที่เขา.....กับดิ๊กไว้แล้วแท้ๆ  ผมขบกรามไว้แน่น

ดิ๊ก....นายไว้ใจเขาได้ยังไงกัน....

 

"...และนายกำลังขวางฉันบรูซ..." เขาฟาดกระบองมาแต่ผมหลบทันกระบองฟาดพื้นจนแตก

 

"ใครที่ขวางฉันจะต้องตาย...ไม่เว้นแม้แต่นาย"

 

เมื่ออีกฝ่ายเริ่มบุกเข้ามาอีกครั้ง  ผมเตรียมตัวที่จะสู้ต่อแต่แล้ว......

 

 

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าเมือนกับในฝัน.....เป็นภาพถ่านซ้ำช้าๆ....

ร่างที่สูงใหญ่  เบิกตากว้าง  หน้าตาตกใจอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

อีกฝ่ายถอยตัวออกอย่างช้าๆ  ปล่อยให้ชายที่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์เหล็กร่วงลงสู่ผืนดิน

น้ำสีแดงไหลออกมาจากร่างนองเต็มพื้นยางสีดำสนิท...

เหมือนกับครั้งนั้น...ครั้งที่ผมสูญเสียคนที่ผมรักที่สุดไป....

และผมกำลังจะเสียเขาไปอีกครั้ง...!? เขาจะจากผมไปโดยไปบอกลา

และครั้งนี้เขาอาจไม่มีวันที่จะกลับมาอีก

 

ไม่!!

 

ผมรีบวิ่งไปยังร่างที่นอนไม่ไหวติงอยู่นั้นโดยไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างแม้สักนิด

ในตอนนั้นผมมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากร่างที่เหมือนจะไร้วิญญาณตรงหน้าผมหอบหายใจ

สีแดงตรงหน้า...มันเด่นชัดเสียเหลือเกิน  แล้วอยู่ๆก็เหมือนสีนั้นถูกฉาบขึ้นมาบนหน้า

ความโกรธประทุขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟ  ผมหันกลับไปที่ตัวการ  ตัวการที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้!!

แบบทาแรงถูกขว้างด้วยความเร็วปักเข้ากับแขนสองข้าง และอีกหนึ่งกับคนที่อยู่ไม่ไกลจากกัน

ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร  แต่ตอนนี้ผมมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น!!

 

Red Hood!!

 

ผมแย่งอาวุธของเขามาโดยที่เขาไม่รู้ตัว  เอามันจ่อหน้าเขา  จ่อหน้าเขาด้วยสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด

สิ่งที่พรากคนที่ผมรัก....  สิ่งที่ชั่วร้ายกว่าสิ่งใด....

สิ่งที่ผมจะไม่มีวันใช้มัน   และไม่คิดว่าจะไม่มีวันได้ใช้!!

จนถึงวันนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันเหมาะสมที่จะใช้  ใช้มันเพื่อให้คนบางคนชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ

 

ผมจ่อปืนแน่นิ่ง  คนตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะปัดป้อง  ผมเหนี่ยวไกอย่างช้าๆ

จ้องเขาอย่างที่จะไม่ละสายตา  ผมอยากเห็นเขาล้มฟุบไปด้วยตาตนเอง

แต่แล้วจู่ๆก็มีบางสิ่งบางอย่างดังขึ้นมาในหัว

 

บรู๊ซ อย่า!!

 

ผมฟื้นคืนสติอีกครั้งแล้วจอห์นก็เข้ามาจับมือของผม

 

"แบทแมนตั้งสติสิ!!  ตอนนี้ซุปเปอร์แมนสำคัญสุดไม่ใช่รึ!!"

 

แล้วผมก็ตื่นขึ้นมาจากห้วงคำนึงสีแดงดำมาสู่โลกแห่งความจริงเบื้องหน้าโดยสมบูรณ์  ผมมองจอห์น

และเห็นปืนที่ตนเองถือไว้อยู่จ่อไปที่หน้าของเจสัน  ผมรีบทิ้งปืนราวกับมันเป็นของที่ร้อนราวกับไฟ

ผมหันหลังกลับโดยไม่คิดที่จะเหลียวหลังไปหาเจสันอีก...  เมื่อผมไปถึงตัวเขา

เลือดนั้นยังคงไหลไม่หยุด  แต่เท่าที่เห็นนั้น  สิ่งที่เคยปักอกเค้าอยู่หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

และมีการทำแผลแบบลวกๆอยู่  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่พอที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายได้

ร่างของบุรุษชุดฟ้าโดนนำขึ้นเครื่องของ JLA หน่อยรักษาพยาบาลพร้อมแล้วสำหรับสถานะการณ์นี้

ผมยืนอยู่ข้างกายเขาอยู่ตลอดเวลาเห็นหน่วยแพทย์สาละวนกับการที่จะเย็บแผลและช่วยชีวิต

แต่ด้วยความแข๊งแกร่งของเขากลับทำให้ทุกอย่างกลับยากยิ่ง...จุดแข็งกลับกลายเป็นจุดอ่อน...

ทั้งที่มีร่างกายดุจเหล็กไหลกลับทำให้นายชะล่าใจและลืมไปว่านายนั้นเปราะบางแค่ไหน...

และในตอนนี้ร่างกายของนายกำลังทำร่ายตัวของนายเอง....

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนรักษาไม่ได้ผล  ชีพจรเต้นช้าลงๆ จนน่ากลัว  ในที่สุดเส้นเสียงสัญญานชีวิต

ก็กลายเป็นเส้นที่นิ่งเสมอตลอดสาย... เสียงดังจากเครื่องวัดชีพจรนั้นบาดเสียดหู...

บาดหัวใจ... ทุกสิ่งล้วนหยุดนิ่ง...  ทุกคนหยุดทำงาน...หมอส่ายกน้าอย่างหมดหวัง...

บางคนเริ่มร้องไห้  บางคนเบือนหน้าหนี....

 

นี่ไม่จริงใช่ไหม....ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นความฝัน....ได้โปรดเถอะคลาร์ก...

บอกฉันสิว่ามันไม่จริง....ยิ้มให้ฉันเหมือนทุกครั้ง....มาหาฉันโดยไม่โทรบอก...

เล่นมุขกวนๆของนาย....บอกฉันว่าหนาว....ทุกครั้งที่หิมะโปรยปรายมาเหมือนแต่ก่อน...

บอกฉันว่านายจะไม่จากไปไหนอีก....ได้โปรดเถอะ....คลาร์ก...

 

"ไม่...เขายังไม่ตาย..."

 

หมอที่รักษาส่ายหัว

 

"ขอโทษครับเราทำสุกความสามรถแล้ว"

 

ไม่...เขาต้องยังไม่ตาย....ตื่นขึ้นมาสิคลาร์ก!!

 

"ต้องมีหนทางสิ!!เครื่องอาจจะขัดข้อง!!ลองดูอีกที!!"

 

หมอยังคงก้มหน้านิ่ง  ผมกำหมัดตัวสั่นเทิ้ง  เริ่มรู้สึกถึงคำว่าหมดหวัง...

นั่จะไม่มีหวังเลยรึ....ไม่มีซักเศษเสี้ยวของความหวัง....

ที่จะได้เจอกับนายอีกครั้ง....ได้รับรู้...ได้ยิน...

ได้เห็น...รอยยิ้มนั้นของนาย....อีกครั้ง...

 

 

 

........................

 

 

..............

 

 

.......

 

 

....

 

 

..

 

 

.

 

 

 

 

อยู่ๆรู้สึกถึงมือที่วางลงมาบนบ่า  จอห์น....จอห์นมองหน้าของผมแล้วพูดอย่างมีหวัง

 

"เขายังไม่ตาย...."

 

ว่าแล้วจอห์นก็เดินไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียง

 

"แม้หัวใจเขาเหมือนจะจะหยุดเต้นแต่เพียงแค่เต้นอย่างแผ่วเบามาก วิญญานเขายังอยู่ในร่างนี้เพียงแต่เวลานั้นมีเหลือไม่มากแล้ว...เราต้องรีบคิดวิธีการรักษา..."

 

วิธีรักษา....คำนี้ทำให้ผมนึกได้  หินที่เขาให้ผมมาสามารถรักษาบาดแผลได้ 

ผมหยิบหินที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมา  หวังว่ามันจะได้ผล...

ผมวางมันลงบนเตัวเขา...แล้วรอสักพักแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ทำไม...

 

ผมรีบใช้ความคิด...ไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่...แต่ก็ต้องลองเสี่ยงดู...

 

"จอห์น...พาฉันไปที่ Fortressให้เร็วที่สุด..."

 

จอห์นจัดเครื่องบินเครื่องที่เร็วที่สุดในเครื่องพยาบาลลำใหญ่ลำนี้ให้ผมพาเขาไป

ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึง   สถานที่ที่เรียกว่าบ้านของมนุษย์เหล็กผู้นี้  หวังว่ามันจะทันเวลา

ผมกับจอห์นช่วยนำเขาเข้าไปภายในจนถึงเตียงของเขาในนี้  เาค่อยๆนำร่างเขาวางลงอย่างเบามือ

 

"นายแน่ใจหรือว่าจะได้ผล..."

 

ผมมองหน้าจอห์น

 

"ฉันเองก็ไม่แน่ใจ...จอห์น  แต่มันเป็นความหวังสุดท้าย..."

 

จอห์นพยักหน้า

 

"นายแน่ใจนะว่าไม่ต้องการให้ช่วย"

 

"ในระหว่างนี้ข้างนอกนั้นยังมีเรื่องวุ่นวายอยู่...ชั้นอยากให้นายจัดการเรื่องพวกนั้นส่วนเรื่องนี้...

ฉันจัดการเอง..."

 

"เข้าใจแล้ว...งั้นฝากด้วยนะ...อย่าลืมรายงานมาล่ะ"

 

"อืม..."

 

แล้วจอห์นก็จากไป  ปล่อยผมไว้ที่นี่  ผมไม่รอช้ามุ่งไปยังสิ่งที่เหมือนกับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์

ของที่นี่ผมเคยเห็นซุปเปอร์แมนใช้มาบ้างแต่ก็ยังไม่แน่ใจ  มันเป็นคริสตันทั้งหมด  ผมเริ่มขยับมันและลองกดดู

ท่าทางจะได้ผล  เริ่มประกฏภาพสามมิติของชายคนหนึ่งขึ้นมา  เป็นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึง

กับคลาร์กมาก

 

"นายเป็นใคร แล้ว Kal-Elหายไปไหน"

 

Kal-El?? นั่นคือชื่อจริงๆของเขางั้นหรือ...??

 

"ผมเป็นเพื่อนของเขา  แล้วตอนนี้เขากำลังลำบากมาก"

 

"เกิดอะไรขึ้น"

 

ผมเล่าเรื่องให้เขาฟังไปว่าเกิดอะไรขึ้น   แล้วยื้นหินรูปจันท์เสี้ยวขึ้นมา เล่าถึงความสามารถและคุณสมบัติ

ของมัน  ตอนที่ผมถูกแสงอาทิตย์และมันก็ช่วยรักษาร่างกายของผม เขามีสีหน้าพิจารณาในสิ่งที่เห็น

 

"ปกติแล้วชาวดาวคริปตันจะสามารถฟื้นฟูพลังได้จากแสงอาทิตย์  แต่ด้วยเวทมนต์จากมีดที่แทงนั้น

เป็นตัวยับยั้งการฟื้นฟู  แต่หินนี้มีปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์และมีพลังฟื้นฟู อาจจะช่วยทดแทนกันได้บ้าง

ต้องลองเสี่ยงดู   ปุ่มตรงนั้นจะเป็นตัวเปิดเครื่องผลิตแสงจากดวงอาทิตย์  ให้ฉายแสงอสบไปที่ตัวของเขา

และวางหินนี้เหนือบาดแผล หวังว่ามันจะได้ผล"

 

ผมขอบคุณเขาและเตรียมตัวเริ่มการรักษา 

 

"เดี๋ยวก่อน...เจ้าชื่ออะไร"

 

ผมหันกลับไปมอง  และตัดสินใจ

 

"ผมบรู๊ซ  เวย์น...แบทแมนแห่งก็อธแธม..."

 

เขามองแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น...เหมือนกับคลาร์ก...

 

"ข้า Jor-El บิดาของ Kal-El แม้นี่จะเป็นเพียงโปรแกรมที่ติดตั้งขึ้น  แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จัก

และ  ฝากลูกชายของฉันด้วย..."

 

ผมพยักหน้าให้แล้วภาพของเขาก็หายไป  ผมเดินเครื่องฉายแสงไปยังร่างที่นอนไม่ไหวติง  แสงสีเหลือง

ทองฉาบไปทั่วร่างแต่สีหน้าเขายังไม่ดีขึ้น...ผมวางหินเหนือบาดแผลที่ได้แทงของเขา  หินค่อยๆเรื่องแสง

ตาม  หวังว่าจะได้ผล...

 

ผมยืนอยู่ข้างๆกายของเขา  มองใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา

 

"คลาร์ก...นายรู้อะไรไหม...ว่านายน่ะชอบทำตัวงี่เง่ามากในบางครั้ง

ชอบปั่นหัวฉันเล่น  ฉันรู้ว่านายมีความสุขที่ได้ทำแบบนั้น...แต่มันก็น่ารำคาญมากๆจน

อดที่จะตวาดหรือประชดประชันใส่ไม่ได้ทุกที"

 

ใบหน้าของเขายังคงหลับสนิท ไม่มีอไรเปลี่ยนแปลง

 

"นายมักจะเป็นห่วงคนอื่นก่อนเสมอ  คิดถึงความปลอดภัยของคนอื่นยิ่งกว่าตนเอง

จนบาดเจ็บกลับมาทุกที... แต่ถึงอย่างนั้นนายก็ยังยิ้มให้กับทุกคนได้..."

 

ผมนึกขำจนเผยรอยยิ้มออกมา

 

"ตอนที่นายแกล้งเป็นคลาร์ก เคนน์  นายก็แกล้งทำตัวเป็นป้ำๆเป๋อๆ ทำอันนี้ตกบ้าง

หกล้มบ้าง  นายรู้อะไรไหมสำหรับฉันมันไม่เนียนเอาซะเลย  แต่คนอื่นก็ไม่เคยมองนาออกเลย

ซักครั้งสินะ "

 

แล้วทุกอย่างก็เหมือนหยุดนิ่ง

 

"ตอนที่นายจากไป...ฉันคิดเป็นห่วงนายมาตลอด...ว่านายหายไปไหน

เป็นอะไรไป  มองหานายตลอดเวลา....  ไปหาทุกๆที่ที่นายจะไปไม่ว่า  เมโทรโปลิส

สมอลวิล  หรือว่าที่นี่ไม่ว่าที่ไหน...ก็หานายไม่เจอ  ในตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้

เพียงเพราะนายหายไป..."

 

ผมมองคลาร์ก  รู้สึกรอบดวงตามันร้อนไปหมด

 

"ช่วงหนึ่งฉันกำลังตัดใจที่จะเลิกคิดถึงกังวลแต่นาย...แต่แล้วอยู่ๆนายก็กลับมา...

รู้ไหมว่าฉันดีใจแค่ไหนที่เห็นนายปลอดภัย  แต่อีกใจก็รู้สึกเจ็บปวด...จนเกินเยียวยา

เพราะนายจากไปโดยไม่บอกฉันซักคำ...ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองคงไม่มีค่าพอที่นายจะคิดถึง

เป็นเพียงแค่คนคนหนึ่งที่อยู่ทั่วไปในสายตาของนาย...ความโกรธและความน้อยใจ ถาโถม

เข้ามา...โกรธจนไม่อยากจะให้อภัย ไม่อยากแม้นแต่จะมองหน้า  เพราะกลัวที่จะหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้ๆ

สับสนปนเปว่าเป็นอะไร  เพราะไม่เคยรู้สึกเป็นแบบนี้มาก่อน"

 

ผมสัมผัสผิวหน้าที่ไร้ซึ่งสีสันของเขาเบาๆ

 

"ฉันเจ็บปวดที่หน้าอกทุกครั้งที่รู้ว่าไม่มีนายอีกต่อไปมาตลอด 5 ปี  ความเชื่อใจที่ฉันมีไว้ให้นาย

มันถูกบั่นทอนไป  ทั้งที่ฉันเชื่อใจนายแตานายกลับไม่เชื่อฉันพอที่จะกล่าวแม้คำอำลา...

บาดแผลนี้ถูกกรีดลงบนพื้นผิวที่มองไม่เห็น  เจ็บปวดมาตลอด...และมันก็ไม่เคยหายไป...

มันปวดมากขึ้นๆจนฉันทนไม่ได้  ต้องตัดความสัมพันธ์ของเราทิ้ง...หนีความจริงที่ไม่อาจจอยอมรับ..."

 

ผมก้มหน้าลงไปใกล้ๆเขาจนใบหน้าเราแทบไม่ห่างจากกัน  สองมือมือประคองที่ใบหน้าของเขา

 

"จนในที่สุด...ฉันก็เข้าใจ...ฉันไม่อาจหนีความจริงนี้ได้...เมื่อรู้ตัวว่าจะสูญเสียนายไป...

ทำให้ฉันแทบเป็นบ้า....แต่มันก็ทำให้ฉันรู้...คลาร์ก...."

 

ผมจ้องไปในตาที่ยังคงปิดสนิท...มีเพียงแต่ลมหายใจของผมที่อยู่ตรงนี้...

มีเพียงแต่ผม....ที่อยู่ตรงนี้....

 

"หากเพียงแค่นายได้ยินหรือรู้สึกได้คลาร์ก...ฉันอยากเพียงแค่ให้นายรับรู้..."

 

ผมก้มลงประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบากับเขา...  ริมฝีปากเขาเย็นราวกับน้ำแข็ง...

ผมจูบเขาอีกครั้ง...และอีกครั้ง...เนิ่นนาน...แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือสิ่งใดเกิดขึ้น...

ผมผละออกมาจากริมฝีปากเขาเล็กน้อย...กระซิบอย่างแผ่วเบา...ถึงคำพูดที่ไม่คิดว่าจะพูดออกมาได้อีก...

 

คลาร์ก.....ได้โปรด....ลืมตาขึ้นมาสิ....

มองฉัน......ยิ้มให้ฉัน.....หัวเราะให้ฉันเหมือนอย่างเคย.....

คลาร์ก.....

คลาร์ก...........

 

 

 

 

ผมผละออกจากเขา  ความอ่อนล้าเข้าจู่โจมอีกครั้ง  ผมจับมือเขาไว้แล้วคุกเข่าลงนอนข้างๆเขาอย่างเหนื่อยล้า.....

 

 

มันก็ทำให้ฉันรู้...คลาร์ก..

 

 

ว่าฉัน....ขาดนายไม่ได้....

 

 

 

...................................................................................................

 

 

 

 

Whitefox : กร้ากกก  ใกล้แล้วสินะเหลืออีกนิดเดียว!!

แคนนอน!!!!! 

ฮิ้ววววว  กว่าจะอัพได้ช่างยากลำบากยิ่งนัก

ไม่รู้ว่าจะถูกใจกันรึเปล่า =_="" นะฮ้ะ

รอเฮียอัพต่อไป!! อย่างใจจดใจจ่อ!!

สำหรับคนที่ยังอ่านภาษาครัปโตเนี่ยนไม่คล่องนะฮ้ะนี้เลย!! 

 

 

ลองเอาไปแปลกันดูนะฮ้ะ =[]=b

 

 

 

 

 

 

 

Batman 006 : Meet again...

posted on 06 Mar 2008 06:32 by dcdiary  in Batman

ทุกสิ่งทุกอย่างสว่างวาบ เมื่อผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมาภายในดังเพล้ง ตรงจุดนั้นเผยร่างของเด็กหนุ่มเลือดผสมของชาวคริปตันที่ผมรู้จักดี

คอนเนอร์.....??

ตาผมยังพร่ามัวอยู่ และยังมึนจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลืออยู่ผมมองไปทางซุปเปอร์บอยอย่างงงๆไม่เข้าใจ   ทำไมเขาถึงมาที่นี่?? แต่แล้วอยู่ดีๆเขาก็พุ่งมาทับร่างของผมไว้ เขาเร็วมาก เร็วเกินไปที่ผมที่อยู่ในสภาพนี้จะตอบโต้เขาได้    เขาเอาเข่าทับทั้ง สองแขนแรงกดมหาศาลทำให้ผมไม่สามารถที่จะขยับได้ซํกนิด ในขณะที่ตกใจอยู่นั้นก็มีหมัดต่อยเข้ามาทางซ้าย   หมัดนั้นหนักพอๆกับการเอาไม้เหล็กฟาดเข้าที่หน้า รู้สึกได้ถึงความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ใบหน้า เนื่อเยื่อภายในปากฉีกขาดจนรู้ได้ถึงคาวเลือดในปากของตนเอง  ยังไม่ทันที่จะได้สำลักเอาเลือดในปากออกก็ถูกต่อยเข้าที่หน้าอีก 1 หมัด ความบอบช้ำเพิ่มมากขึ้น หากถูกต่อยไปเยอะกว่านี้ ผมแย่แน่


"พอทีเถอะครับ! ทำแบบนั้นคุณบรูซจะตายเอานะครับ!"

จู่ๆก็ได้ยินเสียงของอัลเฟรดขึ้นมา ผมสำลักเลือดภายในคอออกมาไม่หยุด

"แล้วถ้าทิมตายไปแล้วล่ะ!!?? จะทำยังไง!? ยังมีหน้ามานอนพักผ่อนเอาแรงอีกเหรอ!?"

ทิม...??? ทิมไม่ได้อยู่ที่ตึกไททันหรอกรึ เกิดอะไรขึ้น!!?? ผมมองหน้าคอนเนอร์แต่มองได้ไม่ชัดนักเพราะตาข้างหนึงของผมลืมไม่ขึ้น    และภาพที่เห็นออกสีแดงหน่อยๆ เส้นเลือดฝอยในตาคงแตกแน่ๆ

"คุณจะไม่ใส่ใจกับมันเลยรึไง...เขาหายไปก็เพราะคุณ!...เพราะออกไปตามหาคุณ!"

ผมชะงักไป ตามหาผมงั้นเหรอ... ทิมหายตัวไปเพราะตามหาผมซึ่งในตอนนั้นคงเป็นช่วงที่ผมอยู่กับเจสัน และไม่ได้ติดต่อกับใครเลย....   เพราะผมตัดขาดจากโลกภายนอกและหายไป โรบินจึงติดตามหาผมแล้วหายไปอีกหนึ่งคน!?

"ทิมหายไปงั้นเหรอ!?" ผมถามเด้กหนุ่มที่ตอนนี้สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ เขามองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"เป็นความผิดผมเองครับ ที่ไม่ได้บอกคุณบรูซ..."อัลเฟรดพูดขึ้น ทั้งห้องมีแต่ความเงียบ คอนเนอร์นิ่งเงียบไปแต่ไฟนั้นยังไม่มอด...

"คุณบรูซกลับมา พร้อมกับสภาพสะบักสะบอม ผมไม่คิดว่าควรจะพูดในตอนนั้นครับ" ผมเห็นคอนเนอร์กัดฟันกรอดแล้วอยู่ๆเขาก็จากไปด้วย  ซูเปอร์สปีด แขนของผมถูกปลอดปล่อย แต่ความรู้สึกเจ็บนั้นยังอยู่ ผมเริ่มรู้สึกชาที่ใบหน้า อัลเฟรดเข้ามาหาผม ตกใจกับใบหน้าที่นองไปด้วยเลือด    เพียงแค่ชก 2 ครั้งก็สามารถเรียกเลือดออกมาได้ขนาดนี้แล้ว แต่คงไม่ใช่เพียงแค่ใบหน้าของผมเท่านั้นที่ทำให้เขาตกใจเท่านั้น แต่ร่างกายของผม   คงเป็นเหตุที่ทำให้เขาตกใจเสียมากกว่า ร่องรอยที่เจสันทำเอาไว้...มีอยู่ไปทั่วเต็มร่างกายไปหมด อัลเฟรดนิ่งไปแล้วทำสีหน้าบางอย่างที่ผมไม่อยากจะเห็น
ผมยกมือจับบ่าอัลเฟรด

"ไม่เป็นไรหรอก....อัล...และอย่าถามอะไรเลยนะ...."

อัลไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้ารับแล้วเริ่มทำแผลให้ผม มันใช้เวลาพอสมควรกว่าจะทำความสะอาดและทำแผลจนเสร็จ อัลให้ผมกินยาแก้ปวด

"เรียบร้อยแล้วครับคุณบรู๊ซ"

"ขอบใจมากอัลเฟรด...."

"คุณควรนอนหลับให้ร่างกายได้พักผ่อนนะครับ "

"อืม โอเค..."

แล้วก็เหมือนมีเสียงคนเดินเข้ามาทางด้านล่าง อัลเฟรดเดินออกไปต้อนรับส่วนผมยังรู้สึกไม่ดีที่ทิมหายไปเป็นเพราะผม  ผมจึงตัดสินใจใส่เสื้อคลุมแล้วพยายามเดินลงไป(ซึ่งผมเซและล้มไปหลายครั้งเหมือนกันสภพผมในตอนนี้คงดูแย่มาก)หมายจะเดินไปที่ถ้เพื่อสืบหาทิมแต่แล้วก็เจอกับผู้มาเยือน  ที่ไม่คิดเลยว่าจะมาที่นี้ 

ดิ๊ก...  ผมทักทายเค้าและบอกว่าคอนเนอร์มาเพื่อตามหาทิมแล้วผมก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น  ดิ๊กทำหน้าตกใจเพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทิมหายไปไหน  และเริ่มกระวนกระวายเล็กน้อย  เขาว่าเขาเป็นคนท้ายๆที่เจอกับทิม  เพราะพวกเขาตามหาผม .... ผมไม่พูดอะไรแล้วเดินเพื่อลงไปที่ถ้ำ (ผมพยายามที่จะเดินให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้ดิ๊กสังเกตุเห็น)  เปิดมอนิเตอร์ติดต่อกับ  JLA หน้าจอปรากฏภาพของชาวดาวอังคารคนสุดท้าย   จอห์น

"ดีใจที่นายยังปลอดภัยนะแบทแมน"จอห์นพูด

"เรื่องนั้นไว้ว่ากันทีหลัง...มีข่าวจากโรบินบ้างไหม?"ผมถามโดยที่มีดิ๊กยืนอยู่ข้างหลัง

"เดี๋ยวจะเช็คให้"

ด้วยความสามารถของ JLA ผมว่าคงใช้เวลาไม่นานนัก  แผลที่หน้าเริ่มเจ็บมากขึ้น

"มีรายงานมาว่า ซุปเปอร์บอย เจอเขาแล้ว..."จอห์นพูดขณะอ่านรายงานที่เข้ามา

ต้องยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง  แต่ใครเป็นคนรายงานเข้ามากันนะมันไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ว่าแปปๆซุปเปอร์บอยก็รายงานมาแน่ๆ  แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี้เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าทิมปลอดภัย....

"แต่ดูเหมือนซุปเปอร์บอยจะพาเค้าไป แล้วยังไม่มีรายงานถึงเรื่องนี้..."

ผมขมวดคิ้วถึงแม้จะเป็นการดีที่เจอเขาแต่เขาน่าจะพาทิมไปรักษาที่กองบันชาการหรือสถานพยาบาลไม่ใช่พาไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า  ยังไงผมก็คงไม่ไว้ใจคนที่ต่อยผมจนเป็นแบบนี้แน่ๆ ดิ๊กถอนหายใจอย่างโล่งอก

"เดี๋ยวผมจะบอกให้เค้ามาขอโทษคุณ เพราะคุณไม่ผิด"เขาบอกกับผม

"whatever..."ผมตอบกลับไป  จะมาขอโทษหรือไม่นั้นมันก็ไม่สำคัญซักเท่าไหร่แต่ถ้าเด็กนั่นมาอีกล่ะก็ผมคงต้องเตรียมคริปโตไนท์หรือของที่ใช้ป้องกันตัวจากเด็กเลือดร้อนอารมณ์ร้ายนี้ก่อน

 แล้วดิ๊กก็ขอตัวกลับแต่ผมยังนั่นอยู่ที่หน้าจอจนเขาจากไป  ผมหันกลับมองไปรอบๆถ้ำ   ทุกอย่างถูกเก็บอย่างสะอาดเรียบร้อย.... ทำให้ไม่เหลือสิ่งสกปรกภายในห้องนี้อีก  แต่ผมก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบทุกกครั้ง....เพราะเมื่อมองไปยังจุดที่ที่ผมโดน.....กระทำอย่างนั้นมันก็อดที่จะสั่นไหวไม่ได้แล้วจู่ๆมือที่อบอุ่นก็วางไว้บนบ่าของผม...อัลเฟรด 

"คุณบรู๊ซ...คุณควรพักผ่อนนะครับ...."

"อืมนั่นสินะ...."  มือของอัลนั้นอบอุ่นเมื่อตอนที่ผมเสียพ่อแลพแม่ไปก็มีแต่เขาที่ช่วยเหลือผมมาตลอดเป็นบุคคลเดียวที่ผมสามารถเปิดใจและไว้ใจเขาได้อย่างเต็มที่....พูดกับเขาได้เกือบทุกเรื่อง....บางเรื่องที่ผมไม่พูดเขาก็เหมือนจะเข้าใจและไม่ถามอะไร....เขาเหมือนกับเป็นพ่อคนที่ 2 ของผมก็ว่าได้ 

อัลเฟรดช่วยพยุงผมขึ้นแล้วพาผมกลับเข้าห้องผมถอดเสื้อตัวนอกออก  เปลี่ยนกางเกงนอนแล้วล้มตัวลงกับเตียง  อัลเอายามาให้เพิ่มกินก่อนนอน ผมบอกขอบคุณแล้วทานยานั้น อัลยิ้มให้กล่าวราตรีสวัสดิ์เดินจากไป ผมก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง...และหลับไปด้วยฤทธิ์ยา


..........................................................


บนหลังคาของตึกในเมืองก๊อตแธม ผมกำลังตรวจตราเมืองที่แสนสงบแห่งนี้อยู่ โรบินติดภารกิจงานที่ไททัน หิมะเริ่มโปรยปรายลงมา   เมืองเริ่มปกคลุมไปด้วยสีขาวสะอาด ซึ่งตัวผมเองก็เช่นกันแต่ผมไม่รู้สึกถึงความหนาวเพราะสมาธิผมจดจ่ออยู่กับเมืองที่ผมต้องดูแลอยู่นี้

" บรู๊ซ " อยู่ๆก็มีเสียงเรียกที่คุ้นเคยอยู่เป็นนิด น้ำเสียงท่าทางวันนี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษซะด้วยสิ...

"นายไม่โทรมาอีกแล้ว..." ผมพูดด้วยเสียงออกรำคาญนิดๆแม้ผมไม่มองผมก็รับรู้ได้ว่าเขาคงกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ

"ก็เหมือนเดิมแหละบรู๊ซ บินมาเร็วกว่าตั้งเยอะ " เขาคงมีความสุขที่ได้กวนโมโหผมแบบนี้

"แล้วนายมาทำไมที่นี่...คลาร์ก" ผมลุกขึ้นแล้วเก็บกล้องส่องทางไกลลงในกระเป๋า

"ก็มาเยี่ยมเยียนบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี้...ฉันจะคิดถึงนายบ้างไม่ได้เหรอ" ผมชะงักหันหลังกลับไปมอง คลาร์กเดินเข้ามาใกล้แล้วดึงผมเข้ามากอด

"ที่นี่หนาวมากเลยนะบรู๊ซ..." ผมตกใจตั้งใจจะผลักเขาออกแต่ความอบอุ่นนี้กลับยื้อผมไว้ ผมซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง  แต่แล้วจู่ๆเขาก็ทรุดตัวลง มีเลือดไหลนองฉาบให้หิมะสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมไปด้วยสีแดงสดเต็มพื้นไปหมด ผมตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เมื่อผมมองตรงไปก็เห็นเจสันยิ้มอย่างสะใจ

"อย่างที่บอกไงบรู๊ซ....ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้คุณกลับมา"

แล้วทุกอย่างก็มืดลงเมื่อผมรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาที่ผม ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก็ตกใจเมื่อพบกับชายผู้ที่สวมชุดสีฟ้า ผ้าคลุมแดง   เจ้าของดวงตาสีฟ้าสุกใส Thelast son of Krypton ซุปเปอร์แมน....ผู้ที่อยู่ในอ้อมแขนของผมในความฝันนั้น...  ผมหลับตาลงอีกครั้งเพื่อที่จะตั้งสติเอาไว้ มันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น....

"ให้ตาย พวกนายรู้จักเข้าทางประตูบ้างไหมนี่ ทั้งนาย ทั้ง superboy " ผมลืมตามองหน้าเขาท่าทางเขาดูอึ้งๆไปเหมือนกัน   ที่เห็นหน้าผมเป็นแบบนี้....มันคงดูเย่มากเลยสินะ

"ก็คงใช้ประตู ถ้าคนบ้านนี้รู้จักเปิดรับคนอื่นซะบ้าง" เขาพูดแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆผม ผมรู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวเขาที่ทิ้งลงมา   การที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้งทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แสดงว่าเขายังปลอดภัยอยู่... และการที่เขานั่งใกล้ๆกับผมแบบนี้ ปกติแล้วผมที่จะไม่ค่อยให้ใคร  เข้ามาใกล้แบบนี้เพราะผมมักจะสร้างเกราะที่กันคนอื่นออกไป แต่ในเวลานี้ผมกลับรู้สึกอุ่นใจที่มีเขาอยู่ตรงนี้...เหมือนกับว่าเขาสามรถทลายเกราะ ที่ผมสร้างมานานนั้นได้อย่างง่ายดาย

"ฉันขอโทษเรื่อง คอนเนอร์ " เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเหมือนกับเขาเป็นคอนเนอร์เองหยั่งงี้นแหละ ผมยกมือให้เขาหยุดก่อนที่เขา  จะพูดมากไปกว่านี้ แล้วผมก็พยายามที่จะยันตนเองขึ้นมาก ความเจ็บปวดเหมือนโดนเข็มแทงก็แล่นขึ้นมาจากด้านล่างของร่างกาย ส่วนนั้นเป็นส่วนที่   ผมไม่กล้าพอที่จะบอกอัลเฟรด แต่ตรงนั้นคงสาหัสไม่น้อยเหมือนกัน เมือผมเงยหน้าขึ้นสบตากับชายที่จ้องมองผมเขม่นอย่างไม่วางตา   เขาจ้องผมอย่างนั้นทำไมนะแต่ผมก็ได้คำตอบแทบทันที

"นั่น" เขาชี้มาที่คอของผม ผมรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว และยกมือขึ้นปิดคอแต่เมื่อมองตนเองแล้ว....มันมีรอยแดงอยู่เต็มไปหมด  รวมถึงรอยฟันตามตัว และรอยช้ำที่ข้อมือ ผมรู้สึกถึงความ.... รู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดไปทั่วใบหน้า ต้องหาอะไรมาปิดรอยพวกนี้ ผมเห็นผ้าคลุมอาบน้ำอยู่ตรงหน้า ผมรวบรวมกำลังที่จะลูกออกจากเตียงเพื่อที่จะไปหยิบ แต่ความเจ็บปวดแปล๊บที่สะโพกและความเจ็บจากคราบที่แห้งจนเหนียวติดไปนั้นทำให้การก้าวขาเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ผมเซจะล้มแต่ก็จับโต๊ะตัวเล็กที่ตั้งไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไป ผมหันไปสบตากับคลาร์ก ชั่วแวบนึงผมรู้สึกกลัว...กลัวว่าเขาจะรู้เรื่อง   ร่างกายที่สกปรกนี้... ผมสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวมันไม่ใช่เรื่องสำคัญในเวลานี้ เรื่องสำคัญคือผมต้องเตือนเขาเกี่ยวกับเจสัน

"ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย มีคนพยายามจะ..."

"ฉันถามว่านั่นอะไร" เขาตัดบทผม ขยับเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ขวางทางผมระหว่างที่แคบๆ ข้างเตียงกับโต๊ะวางโคมไฟ ทำให้ไร้ซึ่งทางที่จะหนีเขาพ้น  แล้วจ้องมองผมอย่างไม่วางตา ผมจ้องเขากลับ ผมไม่อยากจะตอบคำถามของเขาในเวลานี้ตอนนี้และสถานะการณ์แบบนี้

"ไม่ใช่เรื่องของนาย" ผมตอบ และพยายามที่จะพลักเขาออก แต่ไม่ได้ผลเขาไม่ขยับเลยซักนิด

"ถอยไปคลาร์ก" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดปนกังวล

"ยอมเรียกชื่อฉันแล้วเหรอไง" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงกร้าว ผมชะงักไปเล็กน้อย

"ซุปเปอร์แมน"

"อย่ามาซุปเปอร์แมนกับฉัน นายสภาพแบบนี้เป็นแบทแมนไม่ได้หรอก" ผมเริ่มที่จะโมโห แต่สิ่งที่เขาพูดมาก็ถูก... สภาพผมตอนนี้ไม่ต่างอะไร  ไปจากเหยื่อที่ถูกทำร้ายจนสภาพร่างกายสะบักสะบอม รวมถึงการถูกข่มขืน.... ว่าแล้วเขาก็เอานิ้วชี้รอยบนหน้าอกของผม

"จอห์นบอกฉันว่านายอาจจะกำลังทำงานชิ้นสำคัญมากๆอยู่ ฉันยอมถอยให้นาย นายบอกไม่ให้ยุ่งฉันก็ไม่ยุ่ง ปล่อยให้นายอยู่คนเดียว แล้วดูสภาพนาย หายไป ? มัวไปทำอะไรอยู่ล่ะ"

ผมเจ็บใจ เม้นและกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ภาพเหล่านั้นย้อนมาอีกครั้งช่วงเวลาที่เขาหายไป...อยู่กับเจสันนั้นเป็นความผิดของเขาเอง แต่เรื่องเมื่อคืนก่อนก็  ผุดขึ้นมาด้วย ความเจ็บแสบทุกครั้งตอนที่ถูกสอดใส่เข้ามา ความทรมาณถึงพยายามที่จะดิ้นออกจากสิ่งที่เร่าร้อนนั้น และความเจ็บใจที่ตนเองกลับเอาตัวรอดออกมาไม่ได้...

"ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของนายไง" ผมขึ้นเสียงใส่ ผมโกรธ โกรธมาก ที่เขาพูดกับผมแบบนี้ แม้ผมจะเป็นคนธรรมดา ไม่มีพลังซูเปอร์เพาเวอร์เหมือนกับเขา   อ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่รึ!! และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผมมันก็แทบจะไม่เกี่ยวกับเขาเลยไม่ใช่เหรอทำไมต้องมาตอกย้ำกันอย่างนี้ด้วย!!
เพียงแค่นี้ตัวของผมก็โสมมเกินพอแล้ว!!

5 ปีที่เขาจากผมไปโดยที่ไม่บอกอะไรผมเลยซักคำ.... เพราะฉันไม่ใช่คนที่ไว้วางใจได้อย่างนั้นเหรอ ฉันไม่มีค่าพอที่จะบอกเลยใช่ไหม   ตงลงฉันเป็นอะไรของนายกันแน่ คลาร์ก!!

แล้วเขาก็ดันตัวของผมชิดติดกับกำแพงแรงกระแทกเล็กน้อยทำให้ผมรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวแต่ผมจะไม่แสดงให้เขาเห็นความอ่อนแอไปมากกว่านี้อีกแล้ว   ผมจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าน้ำเงินที่เต็มไปด้วยความโมโหและหงุดหงิด ผมไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไร ผมต่างหากที่โมโหจนตัวแทบไหม้ด้วยไฟโทสะ


"ถอย" ผมสั่งเขาเสียงเรียบ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ

"ไม่" เขาตอบแล้วขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนแทบไม่มีที่ว่างผมเริ่มสังหรรืใจไม่ดีจึงตัดสินใจเงื้อมือเพื่อที่จะต่อยเขา ผมรู้ว่ามันความคิดที่โง่มาก   หมัดของคนธรรมดาน่ะหรือจะทำอะไรกับ Man Of Steel ได้ ทั้งๆที่รู้ผมก็ทำ แต่เขากับรับหมัดของผมไว้ได้อย่างงายดาย


"นายบอกฉันว่าอย่ายุ่งกับนายอีก แต่แบบนี้คงยากแล้วหล่ะ" พอเขาพูดจบ เขาก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด เขาจูบผม....!!??

ผมช๊อคไป แล้วหัวใจของผมต้นแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดไม่ได้ ริมฝีปากนั้นบดขยี้ลงมาอย่างหนักหน่วง จนผมเจ็บ ผมครางประท้วง พยายามที่จะผลักเขาออก   ทั้งๆที่รู้ดีว่าไร้ประโยชน์เสียเปล่าเพราะผมไม่สามารถที่จะสู้แรงเขาเลยได้ซักนิดเดียว จนในที่สุดผมเผลออ้ากปากออกเพื่อจะหายใจ ก็รับรู้ถึงลิ้นอุ่นๆจนร้อนถูกสอดใส่เข้ามาอย่างอวดดี ลิ้นเกี่ยวกระหวักกับลิ้นของผมอย่างถือว่าตนเองเป็นเจ้าของ เขาโอบแขนไว้ที่รอบเอวแล้วดึงเข้าประชิดตัวของเขาและลากผ่ามือสอดใส่ผ่านเสื้อคลุมอาบน้ำเข้ามาลูบไล้แผ่นหลัง หัวสมองเริ่มเบลอ อารมณ์เริ่มที่จะเตลิดไปไกล ความโกรธเมื่อครู่หายไปสิ้น ในตอนนี้ความรู้สึกของผมบอกว่า....ผมต้องการเขา...

ผมเริ่มจูบตอบเขาบ้างโดยการใช้ลิ้นโต้ตอบกับของเขา ท่างทางเขาคงแปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็เริ่มจูบหนักขึ้นอีก ลิ้นของชาวคริปตันนี่...  ไม่ธรรมดาเหมือนมนุษย์เลยซักนิด จูบแบบนี้ผมไม่เคยมีมาก่อน มันเร่าร้อนจนผมแทบจะละลายหลอมรวมไปกับเขา ผมใช้มือโอบรอบคอเขาเพื่อพยุงตัวเองไว้   อารมณ์เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อคลาร์กเริ่มเลื่อนมือไล้ลงมาตามแนวสันหลัง ทำให้ตัวผมเริ่มสั่น ลูบขึ้นและลงจนผมบดเบียดสะโพกเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัว   มืออีกข้างของเขาเริ่มลูบไล้สะโพกและผ่านเข้ามาในกางเกงผ้าเนื้อบาง ผมรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่ดี อะ แน่ผมผละออกจากจูบที่เร่าร้อน  เพื่อพยายามที่จะพูด "อยะ หยุดนะ "

คลาร์กทำท่าไม่ฟังและจูบต่อทันที เขาเลื่อนมือที่ร้อนผ่าวมาสัมผัสกับส่วนที่อ่อนไหวของผม ผมสะดุ้ง "ห้ะ" ร้อน!!มือของคลาร์กเรื่มสัมผัสมันมากขึ้น   ผมชะงักไปวูบหนึ่ง แล้วภาพของเจสันก็วาบขึ้นมา ภาพที่ถูกจับกระแทกเข้าใส่ จังหวะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้เหมือนมีฟ้าผ่าเข้าที่สมองของผม

....!! ผมดิ้นรนหนีออกจาริฝีปากนั้นแล้วตะโกนเรียกชื่อเขา

"คลาร์ก....." เขายังคงไม่ได้สติ มือที่เคยลูบที่หลังเริ่มสอดเข้าภายในกางเกงข้างล่างลงมาเรื่อยๆจนถึงบั้นท้าย ในขณะที่มือข้างหน้าก็เริ่มสัมผัสมากขึ้น


"คลาร์ก !!!!!!" ผมตะโกนใส่เขาจนเขาได้สติ แล้วเขาก็นิ่งงันไปผมจ้องเขาอย่างไม่เข้าใจและเริ่มโมโหตัวเองที่ปล่อยไปตามอารมณ์ง่ายๆอีกครั้ง....เขารีบผละมือออกจากตัวผมแล้วถอยออกไปด้านข้างแต่ยังคงมองหน้าผมอยู่ดูท่าทางเขาจะตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมต่างหากที่ควรจะตกใจ...

"นั่นมัน ... ฉัน" เขาพยายามจะพูดแต่ก็ไม่เหมือนเขาจะสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วบรรยากาศก็เริ่มเข้าสู่ความเงียบ ผมยืนพักที่กำแพงเพื่อสงบจิตสงบใจก่อนจะเดินผ่านชายที่ยืนแข็งทื่อด้านข้างไปหยิบผ้าเช็ดตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ผมรู้สึก.....จนแทบคลั่ง จึงทำได้แค่นิ่งเท่านั้น

"ฉันต้องเตือนนาย มีคนพยายามจะทำร้ายนาย อาจจะลงมือเร็วๆนี้" ผมพูดถึงสิ่งที่ต้องทำ เพื่อทำลายบรรยากาศชวนน่าอึดอัดนี้

"ใคร? "

"เจสัน ทอดด์"

"ทำไมเป็นฉันล่ะ ? " เขาถามด้วยเสียงที่ใสซื่อ....จนผมนิ่งไป ....

"............ฉันไม่รู้" ผมไม่บอกเขาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะผมกลัวเขาจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนั่น

"นายไม่รู้" เขาทวนอีกครั้ง แต่ผมก็ยังคงนิ่งต่อไป มันไม่ใช่เรื่องที่นายอยากจะรู้หรอกคลาร์ก....

"....นายควรระวังตัว เจสันฝีมือไม่ธรรมดา" แน่นอนว่าเจสันนั้นผมฝึกมากับมือทั้งความสามารถและไหวพริบดีเยี่ยม...

"เขามีคริปโตไนท์?" ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะถามคำถามงี่เง่าอย่างนี้มาได้ หากไม่มีคริปโตไนท์ เขาก็คงจะชนะนายหรอกนะ

ผมพยักหน้า "ฉันต้องสืบอีกซักพักถึงจะรู้ว่าเขาจะลงมือเมื่อไหร่ ยังไง ระหว่างนี้ นายคอยระวังตัวไว้แล้วกัน"

"อืม" ว่าแล้วผมก็เดินจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อหยุดการสนทนาแต่เพียงเท่านี้

"เฮ้ " เขาเรียกผมก่อนที่จะโยนบางอย่างให้ ผมรับมันไว้ในมือ มันเป็นกล่องใบเล็กๆสีสันสดใสฟ้ากับแดง...ผมมองหน้าคลาร์กอย่างไม่เข้าใจ
แล้วเขาก็พูดว่า " Happy Birthday ย้อนหลัง"

ผมค่อยๆเปิดกล่องที่อยู่ในมือ เห็นผลึกหินสีเงินส่องแสงวาววับอยู่ในกล่องผมหยิบมันออกมาพิจารณา มันเป็น ผลึกสีรูปพระจันทร์เสี้ยวมีเชือกร้อยอยู่ ผมเลิกคิ้วขึ้น มันไม่ใช่หินที่อยู่บนโลกนี้แน่แต่เขาเอามันมาจากไหนกันล่ะ

"ได้มาตอนเดินทางไปรอบอวกาศนั่นแหล่ะ คิดว่าคงมีประโยชน์กับนาย" หลังพูดจบเขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว ผมพูดขอบคุณเขาด้วยเสียงที่เบามาก  


หลังจากนั้นผมแขวนสร้อยหินนี้ไว้ที่คอแล้วเข้าห้องน้ำไป เพื่อชำระล้างร่างกายนี้ สภาพผมที่สะท้อนจากเงาในกระจกดูแย่มาก ตาบวมช้ำ ริมฝีปากแตกร่างกายมีแต่ร่องรอยฟัน รอยช้ำและรอยจูบเต็มไปหมด ส่วนที่ต้นขานั้นมีคราบแห้งๆสีขุ่นกับสีแดงเข้ม ผมมองมันด้วยความเจ็บปวดเหนือบรรยาย ผมอาปน้ำชำระล้างคราบพวกนั้นทิ้ง แต่ข้างในนั้นยังหลงเหลืออยู่ ผมกลั้นหายใจ ค่อยๆเอานิ้วใส่เข้าไปในช่องทางที่บอบช้ำ "ซื้ด..." ผมรู้สึกถึงคราบน้ำเหนียวๆที่ยังอยู่ข้างในได้เป็นอย่างดี เลือดถูกสูบฉีดขึ้นที่หน้าจนแดงซ่าน ผมพยายามใช้นิ้วเพื่อที่จะให้มันออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่อาปน้ำเสร็จแต่ถึงอย่างนั้นผมกลับไม่รู้สึกเลยว่าตนเองสะอาดขึ้นมาเลยซักนิด

เมื่อผมเดินเข้ามาในห้องอีกครั้งผมเดินไปทางหน้าต่างที่เขาคนนั้นเพิ่งจะออกไป ผมมองไปยังท้องฟ้าที่สดใสแล้วมองเหม่อออกไปอยู่นั้น จู่ๆผมก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มอบอุ่มเหมือนมีคนมาโอบกอดไว้ ตัวเบาหวิวและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จนผมเห็นว่าหินที่คลาร์กให้มานั้นก็ลังส่องแสงเรืองๆอยู่  ผมหยิบมันมาดูด้วยความมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ผมมองดูหินนั้นได้อย่างชัดเจนจนรู้สึกแปลกๆ ไข้ก็ดูเหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้ง ความเจ็บทั้งตัวก็เริ่มลดลง  ผมคิดได้ดังนั้นจึงวิ่งไปดูที่กระจก ใบหน้าที่เคยบวมช้ำกลับหายได้จนเกือบเหมือนปกติ แม้จะยังเหลือร่องรอยเอาไว้นิดหน่อยก็ตาม ไม่น่าเชื่อ....

หินนี้มีพลังในการรักษา.....ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแต่ถึงแม้จะรักษาอาการบาดเจ็บได้แต่ก็จะเหลือร่องรอยเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นการดี



 ที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่




             ผมรีบเร่งเดินลงไปยังถ้ำค้างคาวเปิดคอนพิวเตอร์สืบหาที่อยู่ของเจสันทันที เขาคงไม่รู้ตัวว่าผมได้แอบติดเครื่องดักฟังและติดตามเอาไว้ผมมองดูในมอนิเตอร์พบว่าเขาไปยังสถานที่ที่หนึ่งและการสนทนาก็เริ่มขึ้น เขาคุยกับคนคนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่แปลกใจเลยว่าเป็นใคร....เจ้าของน้ำเสียงนี้เป็นคนที่เด็กของผมยอมรับและไปอยู่ด้วยกัน.... สเลด... คิดอยู่แล้วว่าหมอนี้ไม่เคยไว้วางใจได้...ไม่รู้ว่าดิ๊กคิดอะไรอยู่ถึงได้คิดว่าหมอนี้จะกลับตัวกลับใจได้นะ ผมฟังแผนที่เขาวางไว้อย่างดีเวลาลงมือคือ...วันนี้ที่เมโทรโปลิส รอจังหวะแล้วล่อมันออกมา....ผมดูเวลาคาดว่าคงจะเริ่มปฏิบัติการหลังจากนี้ไม่นาน ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยนำหินที่เขาให้ใส่ในช่องกระเป๋าด้านซ้าย ตระเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมที่สุดแล้วผมก็เดินออกไป แต่แล้วผมก็เห็นเด็กคนหนึ่ง....เด็กที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าคุ้น...เด็กผู้สืบสายเลือดของผมแท้ๆ

ดาเมี่ยน....ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอเด็กคนนี้ที่นี้เวลานี้

"ท่านพ่อ..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ออกจะหยิ่งเล็กน้อยตามสไตล์ของเขา...ทุกครั้งที่เห็นเขาทำให้ผมนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ  ตอนที่ผมยังอยู่ในอ้อมอกของผู้อันเป็นที่รักอยู่เสมอ....แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะมาคิดเรื่องแบบนี้

"...ดาเมียน ลงมาทำอะไรที่นี่?" ผมพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมยเหมือนเคย เขาหัวเราะและพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอวดดีเหมือนเคย

"...ที่นี่ ก็บ้านผมเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?" ผมพยักหน้าตอบเขา แต่นี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกัน ผมมีงานต้องทำ....
ผมเดินกลับไปที่หน้าจอเจสันยังอยู่ที่เดิมและตอนนี้ผมก็ติดต่อกับซุปเปอร์แมนเพื่อบอกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

"ซุปเปอร์แมนนี่แบทแมน" ผมพูดแล้วเหมือนได้ยินอีกฝ่ายทำเสียงเหมือนจะตกใจอะไรซักอย่างแต่มันก็ไม่สำคัญนัก

"ซุปเปอร์แมนพูดว่าไง มีอะไรเหรอ" เขาทำเสียงร่าเริงขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังแฝงอะไรบางอย่างในน้ำเสียง ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีแต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามความรู้สึกอะไรตอนนี้

"นายจะถูกลอบโจมตีวันนี้ที่เมโทรโปลิส พยายามที่จะอยู่ห่างไกลฝูงชน  และเลือกสถานที่ที่ค่อนข้างโล่งเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกเขามีที่ซ่อนตัวมากนัก เขาจะโจมตีนายตอนเผลอระวังตัวด้วย" ผมพูดเป็นการเป็นงาน

"โอเค...เอ่อบรู๊ซ..." ผมเลิกคิ้วขึ้น...เขาเรียกชื่อผมทำไมกัน แล้วปลายสายก็นิ่งเงียบไป

"มีอะไร....ซุปเปอร์แมน"

"อืม...ไม่มีอะไร ช่างมันเถอะ " แล้วเขาก็ตัดสายไป ปลายเสียงของเขาดูหงอยๆไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่นะ

พอผมลุกเพื่อที่จะขึ้นเครื่องเจ็ท ร่างเล็กๆที่เคยอยู่กลับหายไปแล้วโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยซักนิด ผมก้าวขึ้นเครื่องแล้วขับออกมาทันที

จุดหมายปลายทาง....เมโทรโปลิส
---------------------------------------------------------------------
whitefox : โอ้วมายต๊อด.......ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี =[]=
ตอนเขียนช่วงกลางนี้ เลือดจะพุ้งเอง กร้ากกก
เจอกันแล้วสินะ ว่าแล้วก็จรลีไปทำงานต่อกร้ากกก
ผิดพลาดประการใด+อัพช้า ขออภัยโทษ ณที่นี้ด้วยฮ้ะ
ป.ล.ไม่มีรูปอีกแล้วกร้ากกกกเรวววว



Batman 005 : The sin of mine...

posted on 18 Feb 2008 22:59 by dcdiary  in Batman

เจสันกระชากเขาเสื้อของผมขึ้นและเอามันไปผูกไขว้แขนของผมไว้ข้างหลัง  เขาจ้องมองลงมาสายตาที่จดจ้องทุกรายละเอียด  ค่อยๆไล่ลงไปตามสัดส่วนร่างกายอย่างช้าๆ  เหมือนจะจดจำรายละเอียดทั้งหมดของผมได้ทุกระเบียดนิ้ว  อยู่ๆเขาก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วลากปลายนิ้วลงมาตั้งแต่ต้นคอของผมอย่างช้าๆ  ทำให้ผมเกร็งโดยไม่รู้ตัว

 

บรู๊ซ...คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าคุณมีเสน่ห์แค่ไหน  สัดส่วนที่สมส่วน ผิวขาวที่ประดับไว้ด้วยรอยแผลเป็นจางๆนี่ แล้วเจสันก็ก้มลงมากัดตรงรอยแผลเป็นที่อยู่ตรงเนินอกด้าซ้ายของผม  จนเป็นรอยแดง

 

รอยนี้....เซลีน่าสินะ....  คุณเองก็เคยคบกับเธอมาเหมือนกันนี่.... รู้ไหมผมไม่ชอบเอาซะเลยที่รู้ว่าคุณแอบมีใจให้กับเธอ

 

เจสันเอามือมาลูบไล้ตรงที่ตนเองกัดแล้ววนมือรอบอกของผม  ร้อน  มือของเจสันร้อนอย่างกับไฟ  ผมพยายามที่จะถอยหนีแต่เขาก็ล็อคตัวผมเอาไว้  การลูบไล้ค่อยลดวงแคบขึ้นจนมาวนที่รอบๆยอดอก  เจสันใช้นิ้วบีบมันอย่างรุนแรงและบดขยี้ จนผมเผลออุทานออกมา 

 

หืม.....ตรงนี้ของคุณนี่เริ่มแข็งซะแล้ว....เป็นสีแดงสวยสด....สดมากจน...ห้ามใจไม่ไหวเลยล่ะ....

 

เขาใช้ลิ้นเลียตรงยอดเบาๆเหมือนจะลิ้มรส ขบกัดเหมือนจะหยอกล้อ ความเบาค่อยๆรุนแรงขึ้น  รุนแรงขึ้น  ผมกลั้นเสียงเอาไว้  เจสันใช้มือบีบขยี้อีกข้าง และเริ่มพรมจูบรอบๆอก  แล้วถอยออกมามอง  อย่างพอใจกับผลงานเจสันก็ก้มลงมาจูบที่ซอกคอ ผมพยายามที่จะดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล  เพราะแรงในตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะผลักเจสันออกไปได้  ปลายลิ้นลากลงมาเรื่อยๆจนถึงท้องน้อย  มือที่เคยเวียนวนอยู่ข้างบนก็ลดลงมาจับที่สะโพกแต่ในขณะที่อีกข้างเริ่มมาวนเวียนแถวข้างหลัง  แล้วเริ่มที่ส้วงจะเข้าไปข้างใน  ผมคิดหาทางออกเท่าที่เป็นไปได้  ผมหยุดการต่อต้าน นิ่ง...แล้วรอจังหวะ  เมื่อเจสันเห็นผมนิ่งไปก็หยุดแล้วจ้องหน้าผมใกล้ๆ

 

เป็นอะไรไป...."

 

ผมยังคงนิ่งเงียยบ....ยังก่อน....

 

นี่บรู๊ซ...."

 

ใกล้อีก....อีกนิด....

 

เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  เหมือนจะเข้ามาจูบ แต่.... จังหวะนี้แหละ!!

 

ผมเอาหัวโขกเข้ากับหัวของเจสัน  เขาล้มถอยออกไป แล้วผมก็ใช้ขายันเขาออกไปให้ไกลพอที่จะยันตัวหนีได้  ต้องรีบ.....หนีออกไป  ในระหว่างที่ผมลุกขึ้นได้ยินเจสันสบถและด่าทออย่างโกรธเกรี้ยว  เรียวแรงไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่เพราะยาบ้าๆนั่นแท้ๆ ผมวิ่งไปเซไปบ้างเล็กน้อยแต่ในระหว่างนั้นอยู่ๆก็มีคนรวบผมเอาไว้ยกผมขึ้น

 

คุณนี่มันดื้อด้านบรู๊ซ!!"  แล้วเขาก็ทิ้งตัวผมลงกับฝากระโปรงรถแบทโมบิลอย่างแรง

ตอนแรกคิดว่าจะอ่อนโยนให้บ้างแต่  ผมเปลี่ยนใจแล้ว!!"

พูดจบเจสันก็ถอดเกางเกงของผมออกอย่ารวดเร็ว  เขาจัดการกับของตนเองจนได้ที่  ยกขาของผมขึ้นพาดบ่าแล้วกระแทกเข้ามาในตัวของผมรวดเดียวจนมิดโดยไม่มีการเตรียมพร้อมที่ตรงนั้น  ผมรู้สึกเหมือนโลกหยุดนิ่งไปวูบนึง  อยู่ๆความเจ็บแสบสุดบรรยายที่ส่วนล่างก็แล่นเข้ามา 

 

...........อ..!!”   ผมเบิกตาโต กรีดร้องแต่ไร้ซึ่งเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา  ตัวผมสั่น  รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก  ช่วงล่างของผมรู้สึกร้อนราวกับไฟจะไหม้  แสบ!! ผมเกร็งไปหมดทั้งตัว  รู้สึกถึงน้ำเหนียวๆบางอย่างไหลออกมาช้าๆจากตรงส่วนล่าง

 

อึ๊ก....ตอดรัดแน่นเกินไปรึเปล่าบรู๊ซ....หากยังดิ้ออยู่อย่างนี้คุณจะเป็นคนเจ็บเองนะ....แต่ก็ช่างเถอะ  มันไม่เกียวกับผมนี่ "

 

ผมไม่เห็นหน้าเจสันชัดเจนนัก แต่ผมคิดว่าเขาคงยิ้มอย่างสะใจอยู่แน่ๆ เขาถอดตัวของเขาออกผมพยายามที่จะถอยหลังหนีจากตรงนั้นแต่เจสันก็กระแทกเข้ามาอีกครั้งและคราวนี้แรงขึ้นและเข้ามาลึกกว่าเดิม  ความเจ็บก็มากขึ้นตามไปด้วย 

เจสันขยับเข้าออกอย่างช้าๆแต่หนักหน่วงและรุนแรง  ผมเริ่มหายใจหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ กัดปากเพื่อที่จะกลั้นเสียงจนรู้สึกได้ถึงรสเลือดในปาก มือของผมกำแน่นเพื่อที่จะลดความเจ็บนี้ได้บ้างแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก  แรงเสียดสีค่อยเพิ่มขึ้นๆ อารมณ์ผมเริ่มเตลิด  และธรรมชาติเริ่มทำให้ร่างกายของผมทรยศ….

 

ตรงนั้นของคุณตั้งขึ้นมาแล้วนี่....  ทั้งที่ผมไม่ได้แตะของของคุณเลยซักนิดเดียว.....ลามกจริงๆร่างกายของคุณน่ะ"

 

ผมรู้สึกโกรธตนเองที่เป็นอย่างนี้  อายที่ร่างกายนี้สามารถตอบรับเขาได้ง่ายๆ  ผมหันหน้าหนีไปทางอื่นปิดตาแน่นเพื่อที่จะเก็บซ่อนความอับอายของตนเองเอาไว้ แต่เจสันก็เอามือมาบีบบังคับให้ผมหันหน้าไปสบตากับเขา

 

อย่าหันหน้าหนีสิ....ยอมรับซะเถอะ....ร่างกายของคุณน่ะมันสกปรก....มันต้องการใครก็ได้ที่จะสามารถปรนเปรอความสุขให้กับมันได้.... และที่สำคัญมันเข้ากับผมได้มากกว่า.... " แล้วเจสันก็ก้มลงมากระซิบที่หูของผม  ด้วยน้ำเสียงที่สะใจ

 

เพราะผมเป็นคนแรกที่ได้เข้าไปข้างในตัวคุณ....และนี่เป็นครั้งที่สอง...ที่ผมได้อยู่ภายในร่างของคุณ....

 

ผมพูดอะไรไม่ออก  แต่เจสันยังคงพูดต่อไป

 

จากครั้งแรกทำให้ผมได้รู้ว่าข้างหลังของคุณนั้นยังบริสุทธิ์อยู่และยังไม่โดนเจ้านั้นเอาไป....คุณรู้ไหมว่าผมรู้สึกดีแค่ไหนที่ผมเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มรสชาติของคุณ....ก่อนเจ้าหมอนั่นซะอีก

 

ผมกัดฟันกรอด โกรธ....ที่เป็นอย่างนี้ เจสันถอยออกมาจ้องเข้ากับสายตาที่โกรธเกรี้ยว  เขาเหมือนจะนิ่งไปแต่รอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมก็มาแทนที่

 

เรามาสนุกกันต่อดีกว่า...."

 

เขากระแทกเข้ามาอีกครั้ง  จังหวะเร็วขึ้นๆ จนใกล้ถึงจุดของเขาและของผม  เขาก็เอามือมาจับไว้  ผมร้องออกมาเบาๆ

 

ยังก่อน....ถ้าผมยังไม่สั่งคุณก็ไปไม่ได้....บรู๊ซ.... หรือไม่ก็ขอร้องผมสิแล้วผมจะทำให้....."

 

อึ๊ก...!!  ใครจะไป .... ยะ...ยอม..."

 

งั้นก็ช่วยไม่ได้....

 

แล้วเขาก็ทำต่อจนในที่สุดเจสันครางเสียงทุ้มต่ำและปลดปล่อยสารที่เหนียวและร้อนเข้ามาข้างในตัวของผม รู้สึกถึงความเหนียวเหนะหนะตรงที่ไหลลงมาหว่างขา แต่ผมยังไม่ได้รับการปลดปล่อย  และรู้สึกทรมาร  อึดอัด แต่ผมจะไม่ร้องขอจากเขาอย่างเด็ดขาด

 

ในระหว่างที่ผมพักหอบหายใจอยู่นั้นจู่ๆเขาก็พลิกตัวผมคว่ำ

 

เจสันนายจะทำอะ....  อะ!!"

 

แล้วก็มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาภายในร่างกายของผมอีกครั้ง ผมสะดุ้งเพราะครั้งนี้มันไม่ใช่....  แต่มันมันเย็น  เย็นกว่าเดิมมาก.... 

 

อย่าเกร็งล่ะ  เดี๋ยวมันจะแตกเอา...."

 

นาย....ใส่อะไร.....ฮึก!! เข้ามา.....!?"

 

ลองทายดูสิคุณนักสืบ....  สิ่งที่คุณคุ้นเคยอย่างดีเลยล่ะ...."

 

คุ้นเคย...??

 

สิ่งที่คุณเก็บเอาไว้อย่างมิดชิด   สิ่งที่จะสามารถทำให้ปรารถนาของผมเป็นจริง....เพียงแค่สิ่งนี้....จะสามารถทำให้คุณเป็นของผมคนเดียว....เท่านั้น"

 

คริปโตไนท์....!?

 

เก่งมาก...คุณนักสืบ....  เพียงแค่กำจัดเจ้านั้นไป  คุณก็จะเหลือเพีบงแค่ผม...ผมคนเดียวเท่านั้น....  หากใครอื่นที่ทำให้คุณหันเหจากผมไป....ผมจะฆ่ามันทิ้งให้หมด!!"

 

นายไปเอา....มันมาได้ยังไง...."

 

บรู๊ซ....ผมรู้เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ...ทุกอย่าง...."

 

นาย...... อ๊ะ!!"

 

ผลึกสีเขียวนั่นถูกขยับเข้ามาอีก  ผิวสัมผัสมันหยาบกระด้าง เสียดสีกับผิวภายในบาดผิวจนเจ็บ  เมื่อเจสันเห็นสีหน้าของผมพูดอย่าง

 

"ท่าทางจะเจ็บน่าดูเลยละสิ....ขอร้องซะแล้วผมจะอ่อนโยนกับคุณ"

 

ผมกัดฟันพูดอย่างยากเย็น

 

"ไม่.....เด็ดขาด....อะ  อึก!!"

 

เจสันดันคริปโตไนท์เข้ามาอีกครั้งอย่างไร้ความปราณี จนร่างกายที่ต่อต้านมาตลอดเริ่มรู้สึกปวดร้าวไปหมด  ราวกับจะประท้วงให้หยุด แต่แล้วสิ่งนั้นก็ถูกเอาออกไปจาดร่างกายของผม ในขณะที่ผมกำลังพักจากสิ่งนั้นไม่เท่าไหร่  ก็ถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่า  แก่นกายที่ร้อนผ่าวถูกสอดแทรกเข้ามาอีกครั้ง  แต่คราวนี้กลับเข้าง่ายกว่าคราวที่แล้ว  เพราะมีสิ่งที่ช่วยหล่อลื่นที่อยู่ภายใน  แต่ถึงอย่างนั้น  ผมก็ยังรู้สึกเจ็บเหมือนช่วงล่างจะถูกฉีกขาด 

 

ความรุนแรงเวลาใส่เข้ามายังคงอยู่  ทำให้ร่างกายนี่ชักจะรับไม่ไหวกับความเจ็บปวดที่ได้รับ  มันรุนแรงเกินไป....  ด้วยความรู้สึกยังคงความต่อต้านเอาไว้การเกร็งของผมจึงทำให้การเสียดสีมากขึ้นตามไปด้วย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วไม่รู้ว่าเพราะร่างกายผมแรงลดน้อยลงจึงทำให้สอดใส่เข้ามาครั้งนี้ไม่ทรมารเหมือนครั้งที่ผ่านมา

 

ร่างที่อยู่บนก้มต่ำลงมาขบกัดที่หน้าอก  ปลายลิ้นลิ้มรสผิวหายอย่างกระหาย ผมกับหอบหายใจที่เร็วขึ้น ถี่ขึ้นถึงตอนนี้ผมไม่สามารถที่จะกลั้นสียงตนเองได้อีกต่อไป  ผมครางออกมา พร้อมกับสะโพกที่ถูกเจสันยึดเอาไว้ดึงเข้าหาตัวเอง ให้จังหวะประสานกัน

 

 

เมื่ออารมณ์พุ่งถึงขีดจำกัด ผมเกร็งตัวขึ้นบีบรัดเจสัน แล้วปลดปล่อยออกมา  น้ำสีขาวขุ่นเปรอะไปทั่วท้องน้อย  ในขณะที่เจสันเองก็ใกล้ถึงจุดแล้วเช่นกันเขากระแทกอย่างแรงครั้งสุดท้ายเข้าไปภายในที่ลึกที่สุด ครางอย่างสุขสมพร้อมกับปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาข้างในจนล้นออกมา  เราอยู่นิ่งไปสักพักเขาก็เอาสิ่งนั้นออกจากตัวของผม

 

 

"หืมออกมาเยอะเหมืนกันนี่.. ดูท่าทางคุณคงสุขเหมือนกันล่ะสิ....ส่วนคริปโตไนท์นที่เข้าไปในตัวของคุณ  สีเขียวที่ฉาบไปด้วยสีแดงกับสีขาวขุ่นๆนี้สวยมากเลยทีเดียว....."

 

ผมนอนแน่นิ่ง  รับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายที่แสนน่าอับอายนี้จนอยากแทรกแผ่นดินหนีออกไปจากตรงนี้ซะ  จู่ๆผมก็เริ่มมึนหัวขึ้นมา  สติเริ่มที่จะเลือนราง  ผมเห็นเจสันตรงหน้าแต่ตาของผมพร่ามัวจนไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวเสียเหลือเกิน  เหมือนเขาพูดอะไรซักอย่างแต่ตอนนี้ผมกัลบจับใจความที่เขาต้องการพูดไม่ได้  

 

เขาปลดเสื้อที่มัดแขนผมออก จูบผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า  แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาที่ไหล่ จนถึงมือผมรู้สึกถึงริมฝีปากที่จูบเบาๆที่มือของผม กระซิบถ้อยคำบางอย่างและเอามือผมแตะที่ใบหน้าของเขา  ผม

 

"เจ....สัน"

 

"ผมขอเถอะบรู๊ซ.... เป็นผมไม่ได้จริงๆงั้นเหรอ...."

 

".........."

 

"คุณคบกับใครต่อใครมาเยอะแต่การคบกันมันก็เป็นไปไม่ได้เพราะคุณไม่เคยเปิดใจให้กับใคร....  คุณเป็นอย่างนี้เสมอ....  แม้กระทั้งกับผม....."

 

".........."

 

"แต่ทำไมคุณถึงยอมเปิดใจให้กับหมอนั่น.... มันมีดีวิเศษวิโสอะไรนักหนา.... มันไม่ใช่แม้แต่จะเป็นมนุษย์ซะด้วยซ้ำแล้วทำไม......ทำไมคุณถึงไว้ใจมันนัก.....ทำไม"

 

เจสันมองใบหน้าของผมฃอย่างไม่เข้าใจ 

 

"............ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน.....ว่ามัน.....เริ่มต้นที่ไหน.....เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่..... แต่เขา....แตกต่างจากคนที่เคยเจอ....เขาสอนให้ฉันรู้ว่าความยุติธรรมนั้นไม่ได้มีแต่ความมืดเท่านั้นที่ทำได้....เขาสอนให้รู้จักกับคำว่าแสงสว่างบนโลกใบนี้....และเขา..... เป็นคนมที่สามารถเปิดประตูที่ปิดตายที่ใหญ่ที่สุดของฉันได้ของฉันได้...."

 

ผมจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเจสันอย่างแน่วแน่ 

 

"ฉัน....ไว้ใจเขา....เจสัน"

 

ผมเห็นเจสันแน่นิ่งไปใน  แล้วสีหน้าที่เจ็บปวดก็เข้ามาแทนที่ เขาขบกรามแน่นปล่อยมือจากผมหันหลังให้  

 

"ถ้าอย่างนั้น  ผมก็จำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้น....บรู๊ซไม่ว่าคุณจะคิดยังไงก็ตาม..... ผมจะกำจัดคนที่มาขวางทางของผม"

 

ผมยันตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วจ้องแผ่นหลังที่อยู่เบื้องหน้า

 

".....หากนายคิดจะทำอย่างนั้นจริง...เจสัน....การพบกันครั้งหน้าเราจะเป็นศัตรูกัน…."

 

 

"…………"

 

 

"ทำไมเจสัน....ทำไมนายต้องทำถึงขนาดนี้....."


 

"ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามผมยินดีที่จะทำเพื่อที่จะได้คุณมาครอบครอง...."

 

"แม้ว่าฉันอาจจะแค้นนายก็ตาม ?"

 

ผมถามทำให้เจอสันหันหน้ามามองที่ผมอย่างจริงจังและมั่นคง

 

"บรู๊ซ.....ไม่ว่าคุณจะรักใครหรือจะเป็นยังไง....ผมก็จะทำให้คุณกลายเป็นของผมคนเดียว....ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามผมจะดึงคุณกลับมาเป็นของผม....ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีที่สกปรกแค่ไหนก็ตาม....คุณจะต้องเป็นของผมซักวัน..... แม้นคุณจะโกรธแค้นผม เกลียดผม  ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม  คุณจะคิดถึงแต่เพียงผมเท่านั้น....นั่นก็คุ้มค่าพอที่จะฆ่า....."

 

ผมอึ้งกับคำพูดที่ผูกมัดของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า พอพูดจบเจสันก็หันหลังกลับไปแต่งตัวเมื่อเสร็จก็ตรงไปที่มอเตอร์ไซค์ของตนเองแล้วขับรถจากไป

 

ผมมองเขาจนเขาจากไป จึงพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ความเจ็บที่แล่นมาจากข้างล่างทำให้ผมทรุดตัวลงกับพื้น  คราบเหนียวๆที่อยู่ในตัวไหลออกมาตามหว่างขาเป็นทางยาว  เมื่อผมมองลงไปพบน้ำสีขุ่นมัวกับสีแดงสดที่ผสมกันอยู่ตรงหว่างขาของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงไปหมด

 

บ้าเอ๊ย.....

 

ผมรวบรวมกำลังอีกครั้งเพื่อที่จะลุกขึ้น โดยเอาแขนจับรถแล้วช่วยพยุงตนเองขึ้นได้ผล....แต่ทุลักทุเลมาก  แค่ยืนนี่ก็เต็มกลืนแล้วในตอนนี้....แต่ผมต้องพยายามที่จะเดินกลับไปที่ห้อง ถ้าอัลเฟรดหรือใครมาเห็นผมในสภาพนี้ล่ะก็แย่แน่ๆ ทุกครั้งที่ย่างก้าวความเจ็บปวดก็จะขึ้นมาทันที  ผมมองสภาพในถ้ำตรงที่ผมกับเจสันมีอะไรกัน  ที่รถยังมีคราบทิ้งเอาไว้ ส่วนตรงที่ผ่าตัดนั้นดูเละเทะ  แต่ผมในสภาพนี้คงเก็บกวาดไม่ไหวแน่...คงต้องให้อัลเฟรดช่วยจัดการ....

 

ผมค่อยๆประคองตัวเองอย่างทุลักทุเลจนไปถึงกางเกงที่ถูกทิ้งไว้ผมค่อยๆสวมมันอย่างช้าๆ  เมื่อเสร็จผมค่อยๆเดินจากถ้ำขึ้นลิฟท์ไปยังเบื้องบน...ทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้ใกล้ที่จะเช้าแล้ว  ผมต้องรีบกลับไปเข้าห้องก่อนที่อัลเฟรดจะมาเจอเข้า  ผมเดินชิดริมกำแพงเพื่อยันตนเองไม่ให้ล้ม  ในระหว่างทางเป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าห้องของตนเองนั้นอยู่ไกลเสียเหลือเกินเมื่อผมมาถึงที่ห้อง  ผมล้มตัวลงกับที่นอนที่อ่อนนุ่มอย่างเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน....ต้องพักเอาแรงซะก่อนก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจใหญ่...เพราะดูจากเจสันเองก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูพอสมควรเหมือนกัน  แต่เมื่อหัวถึงหมอนได้ซักพัก ผมก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าสุดบรรยาย.....

 

 

------------------------------------------------------

 

 

 

whitefox : โอ้่กกกกกก  /เสียชีวิต........  เหนื่อยได้อีก บางทีก็คิดว่ายาวเหมือนกันนะนี้....

แหมไร่เลื่อนลอยดีจริงๆ...จะมีเนื้อซักเท่าไหร่กันเชียวกร้ากกกก

รู้สึกว่าแอบน้ำเน่าเหมือนกันนะเนี้ย หุหุ แต่ก็ชอบฮ้ะ

รู้สึกยังไงเขียนดีไม่ดีติชมกันได้ฮ้ะ พยายามสุดๆแล้ว

แต่คงมีที่เขียนผิดเยอะขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

หว้งว่าทุกคนจะชอบกันนะฮ้ะ

พุ้งนี้วันเกิดป๋าแล้ววว!! เฮ~~~~~~!!

 

Batman 004 : Bloody Body

posted on 15 Feb 2008 10:56 by dcdiary  in Batman

 

 

....ตอนนี้ข้างนอกนั้นมืดสนิด....เวลาน่าจะราวๆเที่ียงคืน....

ตั้งแต่ติดอยู่กับที่นี้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกันได้แต่เฝ้ามองแสงอาทิตย์รำไรที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่สูงชัน นั้น จากตำแหน่งนี้ทำให้ผมพอคาดการเวลาจากแสงที่ส่องลงมาได้บ้าง แต่พอตกกลางคืนทำให้คาดการลำบากมากขึ้นนิดหน่อย หลังจากที่ใช้เวลาสักพักในนี้ ผมได้ตรึกตรองในหลายๆเรื่อง ทำให้ผมตัดสินใจได้ว่าการที่จะมาจมปลักอยู่ในที่อย่างนี้โดยจมปลักอยู่ในความคิดของตนเองไม่ทำอะไรเลย เป็นเรื่องที่... ไม่่น่าให้อภัยเลยจริงๆ และผมรู้สึกว่าตนเองนั้นน่าสมเพชมาก ที่อ่อนแอมากในเรื่องแบบนี้กับคนเพียงคนเดียว ผมคงฝึกฝนมาไมเพียง่พอ ถึงได้ทำตัวงี่เง่าอย่างนี้

ก่อนอื่นต้องหาทางออกจากที่นี้.... ตอนนี้ไม่ของอะไรที่ใช้ได้เลยจริงๆ ไม่แปลกเลยซักนิดเพราะเจสันเคยอยู่กับผมมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าผมจะเก็บซ่อนอุปกรณ์ไว้ที่ไหนบ้าง และเอาสิ่งที่สามารถใช้ได้ออกจนหมด.... แต่ยังพอมีหนทาง.... ถ้าผมหักข้อนิ้วโป้งออกอาจจะสามารถที่จะเอามือออกจากกุญแจมือบ้าๆนี้

แต่ในระหว่างที่ผมก็ลังจะทำนั้นอยู่ๆประตูโกดังก็ถูกเปิดออก

ร่างที่คุ้นเคยเดินกระโผลกกะเผลกเข้ามาอย่างช้าๆร่างกายถูกฉะโลมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน พระเจ้า !! เจสัน !! เกิดอะไรกันขึ้นกับนาย!! หัวใจของผมแทบจะหยุดเต้น ผมตะโกนเรียกชื่อเขา ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาไม่ตอบและยังคงเดินโซเซเข้ามาหา เลือดของเขาหยดไปตามทางเป็นสายยาว แม้บาดแผลบางส่วนจะดูแห้งไปบ้างแล้วก็ตาม แต่บาดแผลก็ดูสาหัสมาก เสื้อผ้าขาดวิ้น ผมตะโกนเรียกเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเงงหน้าขึ้น...สบสายตากับผม...แล้วยิ้ม...ยิ้มที่รู้สึกถึงความสิ้มหวังและหมดอาลัยตายอยาก ผมรู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นเขายิ้มแบบนี้

เข้าดินอ้อมเข้ามาข้างหลังและปลดกุณแจมือให้ในขณะที่ผมถูข้อมือด้วยความงงงวยในการกระทำของเขา

เจสัน....นายเป็นอะ.... ในระหว่างที่ผมถามเขาก็ทรุดลงไปที่พื้น

เจสัน!!” ผมตรงรี่เขาไปหาเจสันตรวจลมหายใจของเขา เขายังหายใจอยู่แต่มันเบามากหากปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้เขาตตายแน่!! ต้องพาไปโรงพยาบาล....แต่ในสภาพนี้ไม่ไหวแน่... ต้องพากลับไปที่ถ้ำก่อน.... อัลเฟรดน่าจะพอช่วยได้.... เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมก็เอาแขนเจสันพาดกับตัวพยุงเขาขึ้น... แล้วค่อยๆพาเขาเดินออกไปข้างนอกพบมอร์เตอร์ไซของเจสันจอดไว้อยู่ ผมเอาสายเชือกที่อยู่ในเข็มขัดของเจสันผูกติดเขาที่ผมจัดให้เขาซ้อนข้างหลังกับตัวอย่างแน่นหนาพอ จากระยะทางนี้ไปที่ทำค้างคาวทางที่ใกล้ที่สุด...อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก...ผมขับรถด้วยความเร็วสูงสุดคิดถึงหมทางเลือก... ทางที่ลัดที่สุด... ปลอดคนที่สุด... นั่นก็คือทางท่อระบายน้ำของก็อธแธม... ว่าแล้วผมก็หักรถเข้าซอยที่คดเคี้ยวสู่ทางเข้าท่อระบายน้ำท่อใหญ่ได้โดยไม่มีใครเห็น ผมหักเลี้ยวไปตามทางอย่างชำนาญ ในเขาวงกตของก๊อธแธมแห่งนี้ผมได้ศึกษาแปรนทุกทิศทางของเมืองเอาไว้หมดแล้ว... ถัดจากโค้งหน้านี้ก็จะสามารถทะลุไปถึงถ้ำค้างคาวได้ !! แต่มันมีกำแพงขวางกั้นไว้อยู่ทางเดียวที่จะเข้าไปได้คือระเบิดมันเท่านั้น!! แต่โชคดีที่ผมได้หยิบระเบิดมือของเจสันมา(มันมีรูปร่างที่คล้ายคลึงแบทเมอร์แรง)เผื่อหนทางนี้เอาไว้แล้ว ผมขว้างระเบิดไปที่กำแพงและมันระเบิดทันที แรงระเบิดไม่มากเท่าที่คิดแต่กำแพงนั้นก็เป็นรูที่ใหญ่พอ ผมเร่งความเร็วรถพุ่งออกไปและแล้วก็โผล่ออกมาที่ถ้ำค้างคาวในที่สุด.....ในที่สุด...ผมก็ถึงบ้าน....

คุณบรู๊ซ!!” อัลเฟรดวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หน้าตาตื่นตกใจมาก นี้คุณหายไปไหนมาตั้งหลายวันครับเนี้ย คุณเป็นอะไรหรือเปล่าบาดเจ็บตรงไหนไหมครับ แล้ว....Oh Dear!! อัลเฟรดเบิกตาโตเมื่อเห็นคนที่ผมพามาด้วย

ฉันไม่เป็นไรอัลเฟรด แต่ช่วยเขาด้วย... ” ผมแก้มัดแล้วผมกับอัลก็ช่วยกันพาเขาไปที่เตียงผ่าตัดของถ้ำ อัลเฟรดล้างอุปกรณทำความสะอาดแล้ะสวมถุงมือผ่าตัด

ผมไม่รู้ว่าพวกคุณไปทำอะไรกันมา แต่อาการเจสันนี้สาหัสอยู่เหมือนกัน แต่ผมว่าผมน่าจะพอที่จะจัดการได้

ขอบคุณมากอัลเฟรด.... ว่าแล้วผมก็ยืนอยู่ข้างๆเจสันมองเขาอย่างไม่วางตา... เจสันนี่นายไปโดนใครทำร้ายมากันนะ... และเสียงเรียกของอัลก็เรียกให้ผมตื่นจากพวังค์

คุณบรู๊ซครับ...เรื่องนี้ปล่อยผมจัดการเอง ส่วนคุณบรู๊ซไปพักผ่อนเถอะนะครับ

ไม่เป็นไรอัลเฟรดฉันจะอยู่ที่นี่...

คุณเฝ้าไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะครับ คุณบรู๊ซ ผมว่าคุณไปรักษาแผลที่อยู่ตามตัว ล้างตัวให้สะอาดแล้วค่อยมาเฝ้าเขาก็ได้ครับคุณบรู๊ซอัลเฟรดพูดถูก... เนื้อตัวผมในตอนนี้สกปรกมอมแมม รอยถลอกตามร่างกาย (คงได้มาตอนระเบิด) หากผมอยู่ดูอาจทำให้แผลของเจสันติดเชื้อได้...

ตกลงอัล...เดี๋ยวฉันกลับมา.... ผมเดินกลับขึ้นไปบนบ้านเพื่อนที่จะอาปน้ำชะระล้างร่ายกาย ผมถอดเสื้อผ้าออกและเปิดฝักบัว ในระหว่างที่ผมล้างเนื้อล้างตัวนั้น ผมก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา ภายในร่างกายผม....มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างใน.... เมื่อผมสัมผัสเพื่อจะล้างมันออก.... อึก.... เจ็บ....?? และเมื่อผมสัมผัสมันมันรู้สึกเหมือนเมือกเหนียวๆ ค่อยๆไหลออกมาตามขาอ่อน..... พระเจ้า!! นี่มัน!! ผมออกไปมองดูตัวเองกระจก พบรอยแดงเล็กๆที่จางไปบ้างแล้วเต็มตัวไปหมด ตอนที่ถูกมัดอยู่ที่โกดังผมไม่ได้สังเกตุละเอียดอะไรมาก แต่ไม่ผิดแน่....นี่คือ

...คิสมาร์ก...

มันมาได้ยังไงกัน...ไม่ใช่ว่าเจสันไม่เคยทิ้งรอยเอาไว้เมื่อตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่นี้มัน....เยอะเกินไป เมื่อผมตรวจดูร่างกายตัวเองโดยละเอียดพบว่าร่องรอยไม่ได้หยุดเพียงแค่ส่วนบนเท่านั้น.... ตรงช่วงท้องน้อยจยถึงขาอ่อนของผมนั้นก็มีร่องรอยเต็มไปหมด.... หัวสมองผมตื้อไปหมด.... ผมเซถอยหลังไปพิงกำแพง จ้องตนเองในกระจก นี้ผม....กับเจสันไปแล้วงั้นหรือ ???

...........................................................

หลังจากผ่านไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมงอัลเฟรดก็เดินมาบอกผมว่าเจสันปลอดภัยแล้วตอนนี้รอเพียงแค่ตื่นขึ้นมาเท่านั้น ผมบอกขอบคุณอัลเฟรดแล้วให้เขาไปพักผ่อนซะเพราะเขาเหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปเฝ้าเจสันเอง อัลเฟรดเห็นสีหน้าของผมก็ยอมแต่โดยดีและบอกว่าเจสันอาจไข้ขึ้นเพราะพิษบาดแผลต้องคอยเช็ดตัวของเขาเพื่อที่จะลดไข้ด้วย ว่าแล้วอัลก็เดินจากไป

ผมเดินลงไปที่ถ้ำไปตรงจุดที่เจสันนอนอยู่ เขามีผ้าพันแผลพันเต็มตัวไปหมด ดูจากร่องรอยแล้วศัตรูต้องไม่ใช่ผู้ร้ายธรรมดาๆแน่ เพราะเจสันนั้นมีฝีมือที่ต้องยอมรับว่าเก่งกาจมาก การที่เขาพ่ายแพ้มานั้นต้องเจอกับศัตรูที่ตึงมือจริงๆ ผมนั่งลงที่ข้างๆเขาเอามือแตะที่หน้าผากของเขา ตัวร้อนพอสมควร ว่าแล้วผมก็เดินไปเอาผ้าชุบน้ำที่อัลเฟรดเตรียมไว้ก่อนแล้วมาเช็ดตัวให้กับเขา.... ใจจริงแล้วผมอยากถามเขาหลายต่อหลายเรื่องแต่ว่าอย่าพึ่งจะดีกว่า.... ตอนที่ผมเช็ดตัวเขาอยู่นั้นทำให้ผมได้เห็นว่าเจสันนั้นโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากแล้ว ไม่ว่าจะร่างกาย หรือจิตใจแต่จิตใจส่วนมากของเขานั้นก็ยังมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่.... ในระหว่ที่ผมเช็ดหน้าให้อยู่นั้นก็มีมือมาจับที่ข้อมือของผม เจสัน...เขาฟื้นแล้ว

ที่นี่ที่ไหน.... เขาถามด้วยเสียงที่แหบพร่า

ถ้ำค้างคาว....นายสลบไปและบาดแผลสาหัสมากแต่อัลเฟรดรักษาให้นายแล้ว... เจสันค่อยๆหันหน้ามาทางผม ทำหน้าอย่างไม่เข้าใจในตัวของผม  ผมก็พอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

          ฉันทิ้งนายไปไม่ได้หรอกเจสัน ในสภาพอย่างนั้นน่ะ ฉันไม่อยากให้ใครตายจากไปอีกแล้ว  แม้นายจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง.... แม้นายอาจไม่ใช่เจสันจริงๆร้อยเปอร์เซนหรือไม่ว่าจะอะไรก็ตาม.... แต่ตอนนี้นายก็คือนาย...

          คุณนี้โง่กว่าแต่ก่อนขึ้นเยอะเลยนะ เพราะหมอนั่นใช่ไหม ที่เอาเชื้อโง่ๆอย่างนี้มาให้คุณน่ะ ผมนิ่งเงียบไป  เจสันเองก็เช่นกันแล้วเจสันก็พยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง

นายอย่าฝืนเลยน่ะ เจียมสังขารซะบ้าง เพิ่งจะบาดเจ็บมาแท้ๆ ผมต่อว่า แต่เขากลับหัวเราะ หึหึ แล้วหันหน้ามาหาแล้วเอามือเชยคางผมขึ้น....

มาทำกันเถอะ...บรู๊ซ...ไม่อยากจะเชื่อ!! นี่ผมฟังผิดไปรึเปล่า !!

นายจะบ้าหรือไง!! นายพึ่งจะบาดเจ็บมา อุ๊บ!!” อยู่ๆผมก็โดนเขาจับกดลงบนเตียงที่เขาเคยนั่งอยู่แล่วคร่อมตัวผมเอาไว้ นั่เขาไปเอาแรงมาจากไหนกันนะ....

เรื่องบาดแผลน่ะช่างมันเถอะ เรามาต่อกันดีกว่า...

ว่าแล้วเจสันก็เริ่มซุกไซ้ที่คอของผมเริ่มดูดและกัด แรงจนเจ็บ....

ผมเผลอร้องอุทานออกมา เขาเงยหน้าขึ้นและยิ้ม ก่อนที่จะเอามือเข้ามาในเสื้อของผม

เจสัน... เธอจะเป็นคนเจ็บปวดเองนะ....เพราะฉะนั้นหยุ.... อึ้ก!!” เจสันกัดที่คอเต็มแรง จนเลือดไหล เขาเริ่มรุกต่อโดยไม่มองหน้าผม

ไม่หยุด

มือที่เขาสอดเข้ามาทำให้ผมรู้สึกเย็นและสากเจสันเริ่มลูบไล้ไปทั่วตัวของผมจนตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา พอผมเริ่มรู้ตัวก่อนที่ผมจะขาดสติ ผมพยายามที่จะดันเจสันออก

โอ้ย....!!” แผลที่ถูกพันไว้เริ่มมีเลือดออกตรงที่ผมดันเจสัน

หากคุณยังต่อต้ามผมอีกเดี๋ยวแผลผมมันจะฉีกเอานะว่าง่ายๆหน่อยสิ

ถ้านายไม่ทำเรื่องอย่างนี้ตั้งแต่แรกมันก็ไม่ฉีกหรอก

หึวันนี้พูดมากซะจริงนะ หยุดพูดได้แล้ว ว่าแล้วเขาเริ่มใช้ลิ้นเลียที่ริมฝีปากของผม แล้วจูบเบาๆ จนผมเผลอเปิดริมผีปากเขาก็สดลิ้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมพยายามต่อต้านในตอนแรกแต่ก็ไม่สำเร็จ....

เราผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดูดดื่ม รสในปากของเจสันยังมีรสคาวของเลือดอยู่ จนในที่สุดเขาก็ผละออก พักหายใจสักพัก และกลับมาประกบกันอีกครั้งคราวนี้ร้องแรงยิ่งกว่าเดิม มือของเจสันเริ่มอยู่ไม่สุข เขาป่ายสะเปอะสะปะบนร่างกายของผมจนมาหยุดที่ตรงกลางลำตัวของผม ก่อนที่เขาจะกดเคล้นคลึงอย่างหนักหน่วง จนผมเริ่มที่จะหอบหายใจมากขึ้น และเขาก็ผละออกไปอีกรอบ

เจสัน...อย่าทำอย่างนี้....

วันนี้คุณพูดมากเกินไปจริงๆน่ะแหละบรู๊ซ... คุณอยู่เฉยๆเถอะวันนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง พูดจบเจสันก็เลิกเสื้อของผมขึ้น แล้วเริ่มพรมจูบลงมาเรื่อยๆ ผมก้มมองเขา จนเขาหยุดจ้องอยู่ที่กางเกงยีนส์ที่ผมใส่อยู่ เขายิ้มก่อนมองตาผมอย่างมีเลสนัย เขาปลดกระดุมออกค่อยๆใช้ริมฝีปากกัดที่ซิปแล้วค่อยๆรูดลงมาอย่างช้าๆ

ผมเสหน้าไปทางอื่น ก่อนที่เขาจะเห็นในสิ่งที่ผมไม่อยากจะให้เขาเลยจริงๆในตอนนี้ และผมต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่ชุ่มชื้นที่ห่อหุ้มส่วนตรงนั้น เมื่อผมมองลงไปก็พบว่า เจสันกำลังคลอบคลุมตรงนั้นของผมอยู่ เมื่อเขาเห็นหน้าตาของผมผมรู้สึกถึงรอยยิ้มของเขาที่อยู่ตรงนั้น เจสันค่อยๆเลียอย่างช้าๆแต่เน้นคลึงอย่างหนักหน่วง ผมกัดริมฝีปากอดกลั้นเสียงที่จะเล็ดลอดออกมา ผมเอามือกดหัวของเจสันเอาไว้ในขณะที่อีกข้างเอามือปิดปากเอาไว้ เจสันเริ่มขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือข้างหนึ่งของเจสันกอบกุมนวดคลึงส่วนล่างเอาไว้ จนผมอดทนแทบไม่ไหวเสียงครางเริ่มเล็ดลอดออกมา ก่อนที่ผมจะถึงที่สุดนั้นเจสันก็หยุด เขายกตัวขึ่นคร่อมตัวผมแล้วเขาก็ถอดกางเกงของเขาออกแล้วเอาน้ำสีขุ่นที่อยู่ในปากของเขามาชะโลมที่ข้างหลังของเขา ผมดันตัวขึ้นจับมือเจสันไว้

เจสันเธอแน่ใจเหรอที่จะทำอย่างนี้.....

ผมจะทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ... .

ทั้งที่เธอจะต้องเจ็บน่ะหรือ....

ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม….”

....ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจนายก็แล้วกัน....แล้วอย่าเสียใจทีหลังล่ะ….”

ว่าแล้วผมก็นำ 2 นิ้วสอดใส่เข้าปากของเจสันเขาตอบรับต่อนิ้วของผมอย่างกระหายจนนิ้วของผมชุ่มไปด้วยน้ำลายของเขา แล้วผมก็นำ 2 นิ้วนั้นสอดเข้าไปในตัวเจสัน เจสันครางออกมาในระหว่างที่เขาจะเอานิ้วของเขาออกผมได้จับเอาไว้

"ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละทั้งของชั้นและนาย..."

นิ้วของเราประสานกันเข้าออก เจสันเริ่มสั่นและครางหนักมากขึ้น ผมรู้สึกได้ถึงความแน่นและร้อนภายในตัวของเขามันร้อนมากกว่าทุกครั้งที่ทำกันคงเพราะพิษไข้ด้วย

"พอ....ได้แล้ว...มาเลย..." เจสันพูดด้วยเสียงที่สั่นและต้องการ

"ต้องการอะไรเจสัน....บอกมาสิ..." เขาทำเสียงเหมือนไม่พอใจและสบถ

"ผมต้องการคุณ เข้ามาข้างใน......ตัวผม"

ผมถอนนิ้วออกจากตัวของเขาและแทนที่ด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่ามากทำให้เจสันทำเหยเกในตอนแรก ข้างในตัวเจสันร้อน...ร้อนจนแทบไหม้... และบีบรัดอย่างรุนแรง แต่สักพักเขาก็ผ่อนคลายลงและเอามือยันตัวเองขึ้นผลักผมออก

" บอกแล้ว...ไงวันนี้ผมขอทำเอง " พูดจบเจสันเลียริมฝีปากอย่างกระหาย พร้อมกับขยับขึ้นลงด้วยตนเอง ในจังหวะช้าๆก่อนในตอนแรก ผมเห็นสีหน้าเขาเจ็บปวดเล็กน้อยแต่เขาก็ยิ้มออกมา เจสันนายยิ้มทำไมกันนะ.... แล้วเขาก็เข้ามาจูบผมสอดใส่ลิ้นเข้ามา ผมจูบตอบรู้สึกได้ถึงการหอบหายใจที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับความเร็วที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น และเสียงครางที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากนั้น เจสันเริ่มขยับเร็วขึ้น เร็วขึ้น แต่.... มันยังไม่พอ....

ผมจับเอวของเขาทำให้เขาแปลกใจ แล้วกระแทกเขาลงมาจนมิด เขากรีดร้อง บีบที่ไหล่ของผมอย่างแรงราวกับจะระบายความเจ็บปวดและความเสียวซ่าน ผมเริ่มขยับเร็วขึ้นและแรงขึ้น สะโพกของเจสันเริ่มขยับตามจังหวะของผมได้ เขาเอาเล็บจักที่บ่าของผม

" คุณนี่....อะ...ขี้โกงชะมัด.... "

" ที่นี้....ชั้นเป็นกฏ.... "

" หึ....เจ้ากี้เจ้าการไม่เคยปลี่ยน..... "

 

กลิ่นเหงื่อและเสียงหอบครางดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ.... จนในที่สุดเจสันก็ครางและปลอกปล่อยออกมาในที่สุด แรงบีบรัดที่แน่นและเร้าร้อนทำให้ผมก็ถึงจุด ผมเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันผมกัดฟันแน่มเมื่อปลอปล่อยตนเองเข้าสู่ร่างกายที่อบู่เบื้องหน้า เราหอบพักหายใจซักพัก ผมก็ถอนตัวออกจากเจสัน

" อีกรอบสิ... " ว่าแล้วเจสันก็เอาหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะจูบ แต่ผมผลักเขาออก

" ไม่....พอแล้ว.... " ผมลงจากเตียงจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่กับกางเกงให้เข้าที่ " แค่นี้....ก็มากเกินพอแล้ว...."

" เพราะผมไม่ใช่เขาใช่ไหม...." น้ำเสียงของเจสันสั่นเล็กน้อย แต่ผมไม่สามารถทำอะไรได้....

" .........เดี๋ยวฉันจะทำแผลให้ใหม่....."

" อย่ามาบ่ายเบี่ยง !! ตอบมาเซ่!! " ผมหันกลับไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ สบตากับตาสีฟ้าแต่ภายในกลับดูร้อนแรงราวกับสีแดงของเลือด แล้วผมก็ตัดสินใจพูดออกไป

" ใช่....เพราะนายไม่ใช่เขา....เพราะงั้นหยุดได้แล้วเจสัน.... " " ผมหันหลังให้เจสันเพื่อที่จะเดินไปหยิบยาและผ้าพันแผล แต่จู่ๆก็มีมือมาล็อคผมไว้และรู้สึกถึงสารบางอย่างถูกฉีดเข้าที่ต้นคอ

" เจสัน....!! นี่นายจะทำอะไร!! "

" ผมไม่หยุดหรอกบรู๊ซ....และจะไม่มีวันหยุด....คุณเป็นของผม!! ของผมคนเดียวเท่านั้น!! "

ผมใช้ศอกกระทุ้งที่ท้องของเจสันแล้วถอยออกมา รู้สึกเหมือนครั้งที่แล้ว...ร่างกายผมมึนอ่อนแรงแต่ไม่เหมือนครั้งก่อนแน่ ผมกัดลิ้นตัวเองทำให้ยังไม่หมดสติไปแต่ร่างกายก็ยังอ่อนล้าอยู่ดี ผมทรุดตัวลง

" ต้องขอชมเชยว่าหาทางออกได้ ไม่ต้องห่วง....ยาในคราวนี้น้อยกว่าคราวมี่แล้วนิดหน่อยผมไม่เอาถึงคุณสลบไปเหมือนคราวที่แล้วแน่...แค่อยากให้มีอารมณ์ร่วมแค่นั้นเอง แต่ก็นะสติอยู่ครบแบบนี้คงสนุกกว่าเป็นไหนๆ "

" นายจะ....ทำอะไร "

" ผมว่าคุณคงรู้อยู่แล้วว่าผมจะทำ.... " เจสันเดินมาทางผมเอาหน้าเข้ามาใกล้และกระซิบอย่างแผ่วเบาที่หู " อะไร "

จู่ๆตัวผมก็ถูกผลักให้ไปชิดกับผนัง เจสันใช้มือบีบเข้าที่คอล๊อคหน้าของผมไว้ เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆอีกครั้งจ้องตาของผม แล้วแสยะยิ้ม

"คราวที่แล้วคงจำอะไรไม่ได้สินะ....ผมจะเตือนความจำให้นิดหน่อย....ว่าคุณน่ะเป็นฝ่ายเรียกร้องแค่ไหน....ยั่วยวนแค่ไหน....และ.....ตอดรัดผมแน่นแค่ไหน...." ผมรู้สึกใบหน้าชา ทำให้เจสันหัวเราะออกมาอย่างสะใจ แล้วก้มลงมาสูดกลิ่นที่แก้ม

" อาบน้ำแล้วจริงๆด้วย ก็ว่าทำไมถึงได้หอมนัก ยังใช้สบู่ยี่ห้อเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน " เขาหัวเราะเบาๆก่อนที่จะหันมาสบตากับผมและพูดต่อ

" ผมว่าคุณคงเห็นแล้วสินะ....ร่องรอยของคิสมาร์กนั่นนะ..... ของผมเอง..... ทั้งหมดเลย.... อ๋อ รวมถึงสิ่งที่คุณพบสิ่งที่อยู่ภายในตัวของคุณด้วย.....นั่นก็ของผมเองเพียวๆเลย.... ตอนนั้นคุณกรีดร้องทุกครั้งก็ผมเข้าไปในตัวของคุณ ข่วนผมจนเป็นรอยไปทั้งตัวเลยรู้ไหม และ....เลือดของคุณตอนที่ผสมกับสิ่งนั้นของผมรวมกับตัวของคุณที่เต็มไปดวยรอยของผมนั้นน่ะ....เข้ากันไดู้ดีมากกว่าอะไรทั้งหมดบนโลกใบซะอีก...."

ใบหน้าของผมตอนนี้ร้อนผ่าว และเต็มไปด้วยโทสะเจสันยิ้มอย่างสะใจก่อนก้มตัวลงจูบผม สอดใส่ลิ้นเข้ามา และเขาก็ถอนลิ้นออกไปทันที เลือดของเจสันไหลออกมาที่มุมปากเล็กน้อย ส่วนผมถ่มเอาเลือดของเขาออก เจสันมือป้ายที่เลือดของตนแล้วมองมัน แล้วจ้องมาทางผมด้วยสีหน้าโกรธเกรียวสุดฤทธิ์

" ท่าทางคืนนี้ต้องสนุกแน่....บรู๊ซ....!! "

 

 

.......................................................................................

 

 

 

 

Whitefox : อีกระรอกจะตามมาฮ้ะ ฮึ้ย ฉากนั้นแต่งยากจริงๆด้วยสินะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

ไม่รู้จะถูกใจกันรึเปล่านะฮ้ะ =_=""" หวังว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังนะฮ้ะ.....

ต่อไปเป็นข้าแรมของป๋าฮ้ะ ฮิ้ววววว ข้างขึ้นข้างแรม

 

Batman 003 : The Feeling of you....

posted on 21 Jan 2008 22:51 by dcdiary  in Batman

ผมไม่ได้กลับบ้านมาสักพักแล้ว....

 

ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนั้น....

 

คืนที่ผมได้เจอกับเจสัน...

 

ความจริงมันควรเป็นคืนที่ผมตรวจตราอย่างปกติ  ไล่ล่าเหล่าร้ายอย่างที่เคยเป็น.... ทำอะไรอย่างที่เคยทำ....

 

      แต่ก็ยังมีเรื่องบางอย่างที่สลัดยังไงๆก็ยังไม่หลุดไปจากหัวซะที.... ทำเอาผมไม่อยากอาหารหรือแม้แต่จะนอน..... เรื่องของหมอนั่นยังคงติดใจผมเรื่อยมา...  มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่นึกขึ้นมาทั้งที่พยายามจะลืมมันเสีย... 

 

     แต่ก็ทำไมได้ซะที....  ทำไม.... ผมเองก็ไม่รู้...

 

     ทั้งๆที่ผมเป็นคนตัดความสัมพันธ์นั้นทิ้งด้วยตนเองแท้ๆ....

 

     ในระหว่างที่ผมคิดเรื่องไร้สาระผมก็ได้ไปเห็นคนที่ไม่ได้เจอมานาน....คนที่ได้ลาจากผมไปแล้ว....และไม่ควรที่จะกลับมาอีก.....

 เจสัน

      โรบินคนที่สองหลังจากที่ดิ๊กได้ออกไป.... ผมก็ได้พบกับเขา  เขาเป็นโรบินที่มีฝีมือแต่อารมณ์ร้อน โผฝผ่าง และดุร้าย   เขาถูกโจ๊กเกอร์ฆ่าตายไปเมื่อนานมาแล้ว....  แต่ก็ฟื้นคืนชีวิตใหม่เพราะความผิดเพี้ยนของกาลเวลาที่ Superboy Prime ได้ทำเอาไว้...  หลังจากนั้นเขาก็มีแต่ความโกรธแค้น.... กับทุกสิ่งทุกอย่าง...   ผู้ใดที่ทำผิดเขาจะพิพากษาด้วยชิวิต  อย่างโหดร้ายทารุณ ไม่มีคำว่าปราณี.... 

....และเขาก็เกลียดผมที่สุด....

....ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้น  แต่มันก็คงไม่แปลกอะไร....

       เพราะตั้งแต่ที่เขาฟื้นชีวิตขึ้นมา  ก็โกรธที่ผมไม่ได้ฆ่าโจ๊กเกอร์เพื่อที่จะล้างแค้นให้กับเขา... และผมก็ไม่สามารถที่จะรับเขากลับมาเป็นโรบินได้อีกแล้ว.... เขาคงผูกใจเจ็บตลอดมา

       ผมโดดลงไปตรงจุดที่เจสันกำลังโดนล้อมอยู่  ผมรู้ว่าเขาคงไม่ต้องการความช่วยเหลือ  แต่ตอนนี้เขากำลังโดนรุมอยู่และเป็นจำนวนมากเสียด้วยคงไม่เป็นการดีที่จะปล่อยเขาไป  เพราะไม่งั้น....

ทุกคนที่ล้อมเขาอยู่โดนฆ่าแน่

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมไม่ยอมที่จะให้มันเกิดขึ้น

       ผมเตะปืนที่เขาสกำลังจะเอาออกมาทันทีเพื่อนที่เขาจะได่ไม่สามารถที่จะทำร้ายคนอื่นได้ และหันไปจัดการกับพวกที่อย่าข้างหลังอย่างรวดเร็ว  เราหันหลังให้กันและจัดการเจ้าพวกนั้น  ทุกวินาทีที่ผมจัดการแต่ละคน  ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น  ส่วนเจสันเองก็เช่นกัน....  เราไม่ได้สู้ด้วยกันอย่างนี้นานมาแล้ว....  ทำให้ผมรู้สึกว่าเรานั้นสามารถต่อสู้กันได้อย่างเข้าขากันมากเหมือนแต่ก่อน  และผมเองก็รู้ว่าเจสันเองก็รู้สึกอย่างเดียวกัน.... นั่นคงทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย...  แต่แล้วอยู่ๆก็มีพวก Blackmask บางคน ยกปืนขึ้นมายิงมาทางผม....

....ซึ่งผมเกลียดปืน....

....มันคร่าชีวิตผู้เป็นที่รักยิ่งของผมไป....

....และตอนนี้ผมอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก....

....สาเหตุก็เพราะหมอนั่นคนเดียว....

       ผมโดดเข้าไปหาคนที่ยิงสาดกระสุนอย่างไม่กลัวตายเลยสักนิด  ผมรู้สึกว่าใช้อารมณ์ชักนำตนเองมากเกินไป  แต่มันก็เป็นไปแล้ว  ระบายอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่  ไม่คิดหลบกระสุนที่ยิงเข้ามาหรืออย่างอื่น  ไม่ว่าอะไรก็ตาม....  ผมสู้ไม่ถอยจนเหมือนคนบ้า...  ควบคุมสติไม่อยู่เพียงเพราะหมอนั่นคนเดียว!!  เพราะหมอนั่น!!!  เพราะหมอนั่น!!!!!

       

        หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจที่อยู่ตรงหน้า...  ผมยืนพิงกำแพงข้างๆมองไปรอบๆ  ผู้ร้ายที่เหลือผมได้จับมัดหมดแล้ว....  และผมช่วยบางคนไว้ไม่ได้.... ผมช่วยเขาไว้ไม่ทัน....  ผมช้าเกินกว่าเจสัน... และที่สำคัญ.... มันเป็นเพราะความสะเพร่าของผม... เป็นเพราะผมปล่อยอารมณ์ให้อยู่เหนือสติสัมปชญญะที่ควบคุมมากเกินไป....

...เป็นเพราะผม...ที่ยังคิดวนเวียนถึงหมอนั่นอยู่ตลอดเวลา...

       " เป็นบ้าอะไร ? "  อยู่เจสันก็ถามผมขึ้นมา  ผมตกใจมากและมองหน้า  นี้ผมอ่ออนแอจนคนอื่นสามารถสังเกตุได้ขนาดนี้เชียวหรือ...  ผมเม้นปากด้วยความเจ็บใจในความอ่อนแอของตนเองได้ขนาดนี้ผมอัดอั้นใจ  คิดว่าจะเล่าให้เจสันฟังดีหรือไม่.....   

ไม่......  ผมจะเล่าให้เขาฟังทำไมกัน.....

...เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว...

       พอผมรู้สึกตัวอีกที  เขาก็อยู่ข้างหน้าผม  หมวกกันน็อกสีแดงฉานถูกถอดออกเหลือเพียงแต่หน้ากากสีแดงที่ปกปิดใบหน้าของเขา  เราใกล้กันมาก.... มากจนเกินไป  ระหว่างที่ผมมองเขา อยู่ๆเขาก็ค่อยๆโน้มตัวลงมา...  จูบผม...  ผมรู้สึกแปลกใจในตอนแรก  คิดว่าจะผลักเขาออกไป  แต่มีอะไรบางอย่าง....  ที่ห้ามผมเอาไว้....  แล้วผมก็จูบตอบเขาไป  รู้สึกทุกอย่างมันร้อนผ่าวไปหมด  ผมได้ลิ้มรสเลือดผ่านจากปากของเราทั้งสองคน  มันออกรสเค็ม....  ความร้อนเริ่มมากขึ้น.... รุนแรงมากขึ้น  ผมดันเขาเข้าไปในรถของผมแล้วถอดหน้ากากของเขาและของผมออก....  สายตาของเราประสานกันอีกครั้งและครั้งนี้มันได้ตอบคำถามทั้งหมดในตอนนั้นแล้ว  โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรเลยซักคำ....

 

....................................

 

      และสองสามวันถัดมาผมไม่ได้กลับบ้าน  แต่อยู่กับเจสันที่ห้องๆหนึ่งที่ผมได้ซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว  เราไม่แทบได้พูดคุยกัน  เราเพียงแค่อยู่ด้วยกันเท่านั้น 

      ตั้งแต่ที่อยู่กับเจสันผมรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย  ไม่ได้อยู่กับเขามานานแค่ไหนแลวนะ....  นิสัยเขายังคงคล้ายๆกับแต่ก่อน....  ทั้งท่าทางการกิน  การสบถ(ต้องยอมรับว่าคำหยาบสแลงๆนี้เพิ่มขึ้นมาก)  ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ในบางครั้ง.... แต่ไม่ว่าจะเวลาไหน  ผมก็ยังไม่สามารถสลัดเขาออกไปจาหสมองของผมได้ซะที.....  ผมไม่เข้าใจจริงๆทั้งๆที่ผ่านมาขนาดนี้แล้วทำไมผมจึงเลิกที่จะคิด....ไม่ได้  เหมือนมีอะไรบางอย่างเหนี่ยวรั้งผมไว้  ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกที่ผมมีตอนนี้นั่น.... ผมรู้สึกกับเขายังไงกันแน่...

      วันคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  และตอนเช้าวันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังทำอาหารส่วนเจสันกำลังดูข่าวทางหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะ  อยู่ๆเจสันก็หัวเราะเสียงดัง 

      " นายหัวเราะอะไรน่ะ "  ผมยิ้มถามเขาแต่เขายังคงหัวเราะไม่หยุดอย่างสะใจมาก

     " ขำจนแทบจะบ้าตาย!!  คิดดูสิว่าท่านประธานาธิบดีผู้มีความสามารถ  ฉลาดหลักแหลมไปจูบกับผู้ชายหนุ่มบ้านนอกคอกนาซะได้นี้สิ  ฮะฮธฮะ  ไม่รู้ว่านักข่าวเอามันมาได้ยังไงกัน!! "  ว่าแล้วเขาก็ขำต่อไม่หยุด  ส่วนผมอยู่ดีๆก็รู้สึกเอะใจขึ้สนมา...  ประธานาธิบดี....  หนุ่มบ้านนอก....  ไม่จริง....  เป็นไปไม่ได้!!

     ผมทิ้งจานที่ถืออยู่ทันทีแล้วดึงหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือเจสันออกมา  " เฮ้ย !! ทำอะไรน่ะ!! "  ผมดูพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งและรูปแล้ว....  ใช่เขาจริงๆ.... แล้วอยู่ๆทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนกับหยุดนิ่ง.... และเงียบสงัด....  ผมรู้สึกหัวใจของผมเต้นแรงและเร็วมากจนปวดไปหมด.... เจ็บเหลือเกิน.... นี่เกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่....

     " เฮ้!! บรู๊ซ !! บรู๊ซ!!!! "  

      รู้สึกตัวอีกทีภาพที่เห็นอยู่ข้างหน้าคือเจสันที่กำลังเขย่าตัวผมอยู่  หนังสือพิมพ์ตกลงไปที่เท้าผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

      " อยู่ดีๆเป็นบ้าอะไรขึ้นมาน่ะ "  ผมไม่ตอบ....  ผมผลักเขาออกไปเบาๆแล้วเดินหันหลังให้เขา 

      " ขอโทษนะเจสัน... ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว...."  ผมพูดโดยที่ไม่สามรถควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเทิ้งของผมไว้ได้...ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก.... ผมได้ยินเสียงเจสันสบถอย่างโมโห และเหมือนได้ยินเสียงเขากำลังเดินออกไป  แต่อยู่ๆก็มีมือกระชากผมแล้วดันไปชิดติดกับกำแพงอย่างแรง  จนผมรู้สึกเจ็บแถมซี่โครง  เจสันจับที่คอเสื้อของผมไว้แล้วจ้องผมด้วยสีหน้าที่โกรธแค้นอย่างที่สุด 

      " บรู๊ซเป็นบ้าอะไรขึ้นมา!! เลิกอมพะนำแล้วพูดออกมาซะที!! มันน่าโมโห!! อย่าคิดนะว่าฉันไม่ได้สังเกตุเห็นนะ!! ผมดูคุณอยู่ตลอดทุกวันที่ผ่านมานี่!! ผมเห็นนะว่าแววตาของคุณน่ะไม่ได้จ้องมาที่ผม!! เอาแต่เหม่อลอยทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้น่ะ!! รวมถึงตอนที่คุณนอนหลับผมก็ได้ยินถึงคนที่คุณละเมอถึงและร้องไห้ทุกคืน.... "  ผมเห็นเจสันกัดริมฝีปากจนเลือดออกก่อนที่จะพูด

" คุณพูดว่า....." คลาร์ก....ฉันขอโทษ...." แล้วร้องไห้ทุกครั้งที่พูดชื่อนี้... "

ผมจ้องหน้าเขาและเงียบ รู้สึกหน้าร้อนผ่าว

" เจสัน นายพูดเรื่องอะไรน่ะ "

" เขาคือผู้ชายที่อยู่บนหน้าปกหนังสือพิมพ์ใช่ไหม คุณถึงเสียใจ "

        ผมหลบสายตาและหันหน้าหนีจากเจสัน ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นและดันผมแรงขึ้นอีก แต่สิ่งที่เขาพูดต่อนั้นทำให้ผมถึงกับช็อค

 

 

" บรู๊ซ....คุณรักเขาใช่ไหม... "

            

 

ผมหันหน้ากลับมาที่เขาเบิกตากว้าง

รัก.........รักงั้นเหรอ.........บ้าน่ะ!!

คนอย่างผมเนี่ยนะ!!ที่จะไปหลงรัก.....คลาร์....

...................

.......

.

      ไม่จริงน่ะ..... มันไม่น่าจะเป็นไปได้.... แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกพูดไม่ออก.... หัวใจของผมเต้นระรัว  รู้สึกว่าหน้าร้อนไปหมด   ผมเห็นเจสันทำใบหน้าอึ้งไปแปปนึง  แล้วเม้นปากแน่นแล้วตะคอกใส่ผม บอกให้ผมปฏิเสธในสิ่งที่เขาพูด.... แม้สักนิดก็ยังดี  แต่ผมทำไม่ได้..... ผมพูดอะไรออกไปไม่ได้  ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงปฏิเสธไปไม่ได้....

" เจสัน....ฉันขอโทษ.... "

       เขานิ่งไปแต่ยังคงจ้องเขม่น  แล้วอยู่ๆเขาก็ต่อยผมจนหน้าหันไปทางทิศหมัด  และตามมาด้วยอีกหมัดและอีกหมัด.... ผมรู้สึกถึงคาวเลือดในปากของผม  เจสันหอบหายใจหอบ จับปลายคางของผมบังคับให้หันมาสบตากับเขา....

" หากคุณลืมเขาเองไม่ได้.... ผมจะป็นคนทำเอง....!! "

" นายจะทำ....!!!! "

ว่าแล้วเขาก็เอาของบางอย่างใส่ปากของผม  มันละลายอย่างรวดเร็วจนผมไม่สามารถคายออกมาได้ทัน  ผมผลักเขาออกอย่างแรงแล้ววิ่งไปที่ประตู แต่ผมก็ล้มลงทันที  ร่างกายของผมหนักอึ้ง....  และร้อนไปหมด.... และภาพเบื้องหน้าก็พร่ามัว  สิ่งผมรู้สึกเป็นอย่างสุดท้ายคือภาพของเจสันที่อุ้มผมขึ้นมาและโน้มตัวเข้ามาจูบผม  ผมมองหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนว่าเขาจะพูดอะไรสักอย่าง  ก่อนที่สติของผมก็เลือนหายไปในที่สุด....

 ................................

นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนก่อนหน้านี้แต่ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่..... ตัวผมเหลือเพียงกางเกงยีนส์แค่นั้น ตามตัวผมมีรอยแดงเต็มไปหมด....  ผมจำอะไรหลังจากที่หมดสติไปไม่ด้เลย..... รู้เพียงแต่ว่าตอนผมถูกใส่กุญแจมือไว้กับเสา เหล็กกล้าต้นหนึ่งในห้องที่ผมไม่รู้จักมาก่อน  แต่สายนั้นยาวพอที่ผมจะเดินไปไหนมาไหนได้บ้าง  แต่ก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่ใช้ได้เลย  แทบไม่มีสิ่งของใดอยู่ในห้องนี้เลย.... มันแทบจะว่างเปล่า.... ไม่มีทางที่จะออกไปได้เลย... ผมเอาหัวพิงเสา....อย่างหมดหวัง....

...ผมควรจะทำยังไงดี....

 

 

...คลาร์ก...

 

       นี่ฉันเผลอใจให้ไปกับคนอย่างนายไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...  ทำไม...และยังไง... คนที่ซื่อตรงจนซื่อบื้ออย่างนาย.... คนที่ยิ้มและหัวเราะได้อย่างอบอุ่น.... คนที่สามารถเปิดใจของฉันได้.... คือนาย.... นี้คงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงได้ทำกับนายอย่างนั้น.....และทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้... และทำไมถึงลืมเรื่องของนายไปไม่ได้ซํกที.... คลาร์ก....

 

 

" ฉันรักนาย "

 

................................................................

 

 

 

Whitefox : ในที่สุดก็ได้มาอัพแล้ว  กรี๊ดดดดดดดดด!! ขอโทษด้วยที่ดองเค็มไว้นะฮ้ะ T[]T ต้องขอโทษด้วยจริงๆ

 

Batman 002 : ลาก่อน....

posted on 12 Jan 2008 20:22 by dcdiary  in Batman

8.22 WatchTower

วันนี้ถูกจอห์นเรียกให้ไปเช็คข้อมูลที่ WatchTower .... ไม่อยากที่จะไปเลย เพราะไม่อยากที่จะเห็นหน้าของใครบางคนที่นั่น ความจริงแล้วจะเรียนว่าคนก็ไม่ค่อยจะถูก....เพราะเขาก็ไม่ใช่คนบนโลกนี้ แต่เป็นชาวคริปตันคนสุดท้าย... The man of steel ... เขาช่างต่างกับผมมากมายเสียเหลือเกิน เขาเป็นที่รักและคนพิเศษของคนทุกคน เขาเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่สว่างจ้าและสดใส รอยยิ้มของเขานั้นดูอบอุ่น เขาเป็นคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เป็นฮีโร่ในดวงใจของคนนับล้าน.... เขาเป็นในสิ่งที่ทุกคนอยากจะเป็น.... ส่วนผมเป็นเพียง Batman The Dark Knight มนุษย์ธรรมดาไรซึ่งพลังพิเศษ เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับทุกคน.... เป็นฝันร้าย....ที่น่าสะพรึง.... ไร้ความปราณีและโหดเหี้ยม... แผงกายซ่อนเร้นตามความมืด.... ดุจเงาตามตัว เย็นชา.....และไร้ซึ่งหัวใจ..... ผมเป็นในสิ่งที่ทุกคนไม่อยากจะเป็น....

พอผมไปถึงที่ WatchTower เท่าที่ดูดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่มาที่นี้.... จึงตรงไปที่ห้องประชุมเพื่อทำงานทันที แต่ในระหว่างที่ผมทำงานอยู่คนเดียวนั้นก็มีคนๆหนึ่งเข้ามา.....

......คลาร์ก.....

เขาดูรู้สึกแปลกใจที่เห็นผมอยู่ที่นี้.... ผมเองก็เช่นกัน.... อยู่ๆก็รู้สึกอึกอัดขึ้นมา.... ผมจึงหันหลังให้เขาแล้วทำงานต่อโดยพยายามที่จะไม่สนใจเขา... อึดอัด..... อึดอัดอยู่ในใจ.... ทรมานเหลือเกิน.... ผมพยายามที่จะควบคุมให้สงบสติอารมณ์ของตัวเอง แต่หัวใจของผม.... มันกลับไม่ยอมทำตาม... มันเต้นเร็วจนน่าตกใจ... นี้ผมกำลังทุกข์ทรมานกับอะไรอยู่.....

" พอทีบรูซ ฉันได้ยินนะ " พอเถอะ.......ได้โปรด.......

" ฉันได้ยิน เสียงหัวใจนาย ชีพจรนาย " พอได้แล้ว.......

"เลิกทำเป็นมองไม่เห็นฉันซักที หัวใจนายเต้นแรงขึ้น เวลาที่ฉันโผล่มา ฉันได้ยิน บรูซ"

หยุดซะที!!

" นายจะไปรู้อะไร!! " ผมกระแทกคีย์บอร์ดอย่างแรงด้วยความโมโห กัดริมฝีปากแน่น แล้วหันไปหาเขา คลาร์ก.... ไม่สิ ซุปเปอร์แมน..... นายไม่รู้หรอก!! นายไม่รู้อะไรเลย!! ว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้มันยาวนานมากแค่ไหน!! และฉันรู้สึกยังไง!! เจ็บปวดซักเพียงไร!! จากเสียงที่เคยได้ยิน.... จากสิ่งที่คุ้นเคย.... กลับหายไปเพียงชั่วข้ามคืน.... โดยที่ฉันไม่ได้รับรู้อะไรเลย!!

"อย่าคิดว่านายรู้ดีทุกเรื่อง ซุปเปอร์แมน นายไม่รู้อะไรเลย ได้ยินทุกอย่าง มองเห็นทุกอย่าง ไม่มีค่าอะไรหรอก"

ผมเหนื่อย และโมโห รู้สึกอ่อนล้า อึดอัด เสียเหลือเกิน.... คลาร์กเริ่มที่จะหงุดหงิดมากขึ้น "ถ้างั้นก็บอกมาสิ !!!! " ผมอยากจะพูด.... แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีอะไรมาอุดอยู่ที่คอ.... เริ่มรู้สึกว่าดวงตาผมมันร้อนผ่าว แล้วผมก็ลุกแล้วเดินออกไปทางประตูทันที

"บรูซ !!!! ให้ตายเหอะ นายเป็นบ้าอะไรกันแน่ อย่าทำให้อะไรมันยากไปกว่านี้ได้มั้ย "

ยาก....งั้นรึ ผมกำหมัดแน่น เริ่มรู้สึกถึงรสเลือดในปากของผม นั่นน่ะสินะ....เรื่องมันเริ่มยากเกินไปเสียแล้วสำหรับพวกเรา....ชื่อของฉันคงได้ยินจากปากของนายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย.... ชั้นจะทำทุกอย่างให้มันง่ายขึ้นเอง.... ฉันจะจบเรื่องบ้าๆพวกนี้ลงซะ!!

" ..... ถ้ามันยากนักละก็ .. ฉันจะทำให้มันง่ายขึ้น" ผมรู้สึกว่าตัวผมเริ่มที่จะสั่น...ผมพูดโดยไม่หันหน้าไปมองเขา

" อย่ามายุ่งกับฉัน....."

แล้วผมก็เดินออกจากห้องไป แล้วรีบรุดไปที่ยานกลับบ้านทันที... ในระหว่างเดินทางผมรู้สึกถึงน้ำที่ไหลลงมา น้ำ....ตา....งั้นเหรอ.... ฮะฮะ.... อ่อนแอ......อ่อนแอเสียเหลือเกิน.... ทั้งทีผมเป็นคนจบเรื่องนี้แท้ๆ แต่ทำไมยังเสียใจอยู่อีกนะ.... หลังจากนี้ไป.... คงไม่มีอีกแล้ว.... รอยยิ้ม เสียง สายตา ทุกๆอย่าง.... มันจบลงแล้ว.....

 

บาดแผลนั้นมันได้ฝากรอยลึกที่ยากจะเยียวยาไว้เสียแล้ว........ลาก่อน.....คลาร์ก

 

.....ลาก่อน......

 

....I'm sorry....

 

....Too Weak....

 

....To love....

 

....Someone Like You....

 

Goodbye....Clark

 

 

************************

 

Whitefox : โฮๆ ยิ่งเขียนยิ่งเศร้า ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย!! ป๋าขราเศร้าได้อีก ( ได้ข่าวว่าเขียนเอง กร้ากกก บ้าเอง ) บิ้วอารมณ์นานมักมาย เวลาเขียนก็เลยใช้เวลาเยอะมากโดยไม่จำเป็น ไร้ซึ่งเครื่องสแกนเพราะหาแผ่นโหลดโปรแกรมไม่เจอ รูปแอบเขียนผิดอีก.... ถ้าเขียนอังกิดอะไรผิดก็ขออภัยคร้าแบบว่าอ่อนอังกิดแต่อยากเชียน (อ้าว)ขอโทษไว้ก่อนล่วงหน้าฮ้ะ T[]T !! เส้นร่างเยอะได้อีก =_="" กรี๊ดดดด!! ปัดอารมณ์เศร้าๆกันบ้างดีกว่า

ว่าแล้วช่วงนี้กำลังไซโคเพื่อนเรื่องป๋ากะเฮียตอนนี้มในเริ่มติดแล้ว แฮ่ (แพร่เชื้อเฮียป๋า) ก็เลยได้รูปนี้มา

Whitefox(Batman) + Babylon( Superman)

ไว้ลงสีแล้วจะเอามาให้ดูนะฮ้ะ

 

 

 

1.12 น. ณ. ห้องนั่งเล่นคฤหาสเวย์น

           ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วหลังจากที่ไปทำภารกิจมากับโรบิน  วันนี้เขาดูท่าทางเหนื่อยสงสัยคงเพราะความเครียดเริ่มสะสม  เมื่อวันก่อนผมได้ให้ไดอารี่เขาไปเล่มหนึ่ง  เพื่อให้เขาได้จดบันทึกถึงชีวิตตัวเองเพื่อที่จะสั่งสมประสบการณ์  และแก้ไขในจุดที่ผิดพลาด.....  รวมถึงการผ่อนคลายในระดับหนึ่งซึ่งชั้นคิดว่าน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย...  ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น....

           การสูญเสีย.... เหตุการณ์ที่น่าเศร้า  สิ่งที่น่ากลัว  ที่ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น.... แต่กลับไม่มีใครที่จะสามารถหยุดมันได้หรือแม้แต่จะเปลี่ยนมัน... มันเป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปตามธรรมชาติกำหนด  แม้อยากจะได้คืนมาซํกแค่ไหน อยากจะเหนี่ยวรั้งมันไว้ให้นานแสนนานแต่มันก็เป็นไปไม่ได้  หากแม้ได้เขากลับมา.....ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่เหมือนเดิม.... ความรู้สึกของทิมในตอนนี้  คงเหมือนกับผมตอนที่ต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผมไปแล้วไม่สามารถที่จะนำพวกท่านกลับคืนมา....  พวกท่านได้จากไปแล้วตลอดการ....และชีวิตในวัยเด็กของผมก็หยุดตั้งแต่วันนั้น.... ความกล้าที่จะรักใครซักคน....  กลับทดแทนด้วยความกลัวที่มีมากมายกลบเอาไว้....   ไม่กล้าที่ไว้วางใจใคร....เพราะกลัวที่จะถูกหักหลัง  กลัวว่ารักแล้วจะสูญเสียเขาไป....  และจะรู้สึกเหมือนครั้งนั้นอีกครั้ง....    เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีคนมากมายรายล้อมอยู่  แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าช่างโดดเดี่ยวเสียเหลือเกิน.... 

           หิมะ....เริ่มตกอีกแล้วทำให้นึกถึงใครบางคน...  หึ  พอนึกถึงทีไรบางทีก็อดใจที่จะยิ้มไม่ได้  ทั้งที่เขาไม่สามารถรู้สึกถึงความหนาวเย็นนี้ได้  แต่กลับบอกว่าชอบเจ้าหิมะสีขาวๆนี้...  แปลกดีจริงๆ  พยามทำท่าเหมือนว่าหนาวๆขอกอดหน่อยอย่างกับเด็ก  ตัวก็โตตั้งขนาดนี้แล้วด้วยใครจะให้กอดกันเล่า!!  ผมทำหน้าเหยปฏิเสธแล้วเดินหนีไป  แต่นั่นมันก็เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน....      

...5ปีก่อนที่เขาจากผมไปโดยไม่บอกลาผม....เลยซักคำ...

...................................

.............

......

...มืด...

...ช่วงเวลานั้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมืดมนไปหมด...

...ทำไม...

...ทำไมนายไม่บอกลาฉัน....ซักคำ...

            ช่วงแรกๆนั้นผมรู้สึกแย่มาก  รู้สึกเหมือนโดนหักหลัง...  รู้สึกทุกข์อยู่ในใจตลอดเวลาแต่ผมพยายามม่ให้ใครสังเกตุไก้แม้แต่พวกดิ๊ก  ยกเว้นอัลเฟรด....  ผมไม่เคยตบตาเค้าได้เลยสักครั้ง.... อัลเฟรดช่วยปลอบผมในสไตล์ของเขาโดยไม่พูดให้ใครฟัง  จนผมค่อยๆดีขึ้น  จนเกือบเหมือนปกติ  แต่ในส่วนลึก....ผมคอยเฝ้ามองวันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า....เพื่อว่าสักวัน....เค้าจะกลับมา....จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปจนผมเลิกหวังและเริ่มที่จะตัดใจ....

           แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็กลับมา....หลังจากจากไปนาน 5 ปี....  ทุกคนต่างดีใจที่เขากลับมา  แต่สำหรับผม.........  ทุกอย่างมัน.....ไม่รู้สิ......มันยากที่จะพูดเสียเหลือเกิน........  ผมไม่รู้ว่าควรที่จะรู้สึกยังไง.... ดีใจที่เขายังมีชีวิตอยู่  เสียใจที่เขาจากลาไป  โกรธที่หายไปโดยไม่บอกลาซักคำ  ผมไม่รู้ว่าระรูสึกแบบไหนแต่สิ่งที่อยู่ภายในใจมันช่างอัดอั้นหนักอึ้งเสียเหลือเกิน  ทำให้เวลาที่อยู่กับเขาผมไม่อยากที่จะพูด  หรือแม้แต่มองหน้า

คลาร์ก.....รู้ไหม......บาดแผลที่มันเกิดขึ้นแล้ว.....ถึงแม้มันจะหาย......แต่มันก็ฝากรอยทิ้งไว้เสมอ.....

 

________________________________________