GOD DAMNED HERO View my profile

My Wish

posted on 18 Mar 2008 22:08 by dcdiary  in Hush

 

 

........................................................................................................................


My wish

แสงเทียนส่องจับผิวสีแทนนวลเนียนของหญิงสาวในชุดแดงซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่เพียงลำพัง
เส้นผมสีดำขลับของเธอถูกปล่อยสยายเคลียไหล่ ทรวงอกอิ่มสะท้อนไหวยามหายใจเข้าออก
นัยน์ตาสีน้ำตาลคมเข้มตามสายเลือดละตินอเมริกันมองไปยังเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม

อาหารถูกจัดเตรียมไว้สองชุด
...สำหรับเธอ และ เขา

แพขนตาหนาไหวระริก หยาดน้ำตาเอ่อขึ้นมา เธอกรีดปาด
ริมฝีปากที่ถูกแต้มด้วยลิปกลอสอย่างบรรจงแย้มออก เผยรอยยิ้มขื่น
หากรู้ว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันจะสั้นถึงเพียงนี้ เธอคง...
หญิงสาวส่ายหน้า กระดกแก้วดื่มน้ำสีอำพันรวดเดียวหมด ก้มมองมือตัวเอง ที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดเดี่ยว ไม่ใช่เพชรขาว แต่เป็นเพชรแฟนซีสีแดงสดใส ปราศจากตำหนิ
...ใช่...รสนิยมของเขา
สิ่งที่เขามอบให้เธอ มักจะเป็นสิ่งที่มองปราดแรกดูพื้นเพ ธรรมดา
ต้องดูเป็น ต้องพินิจ ถึงจะรู้ว่าสูงค่าแค่ไหน
เธอถอดแหวน มอง
เพชรเม็ดนี้เขาคัดด้วยตัวเอง แหวนวงนี้...เขาก็ออกแบบเอง
ตัวเรือนโปร่งบาง ประณีต หากเรียบง่าย ใส่ง่าย แม้แต่หนามเตยก็ลบเหลี่ยม ไม่ให้เกี่ยวเสื้อผ้า
ที่ด้านในท้องวง มีข้อความสลัก
CEST MON DECIR* T.
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ" เธอพึมพำ กลั้นสะอื้น ประทับริมฝีปากลงบนแหวนอย่างนุ่มนวล

หญิงสาวลุกจากโต๊ะอาหาร คว้าขวดเหล้าจากชั้นวางติดมือ เดินผ่านห้องนั่งเล่น เข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียงหนานุ่ม
ที่หัวเตียง มีรูปถ่ายเธอกับเขาครั้งไปท่องเที่ยวด้วยกันแถบเอเชีย สารรูปดูไม่ได้ทั้งคู่ แต่ต่างก็มีรอยยิ้มสดใส เธอหยิบมันขึ้นมามองใกล้ๆ ไล้นิ้วไปตามโครงหน้าของเขา

เธอกับเขาร่วมรักกันครั้งแรกบนเตียงนี้ ทะเลาะกันครั้งแรกก็ที่เตียงนี้เช่นกัน เธอจำไม่ได้แล้วว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร พอมานึกย้อนดูก็ได้แต่เศร้าใจระคนขัน ถ้าเพียงแต่เธอล่วงรู้อนาคต...เธอคง....

เธอดึงหมอนของเขามากอด กลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคยทำเอาน้ำตารื้น

บนเตียงนี้ เขาสวมแหวนให้เธอ...

ความทรงจำร่วมกันของเธอและเขา...ครั้งสุดท้าย...ก็ที่เตียงนี้

ครั้งสุดท้าย ทะเลาะกันรุนแรง ความเห็นขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
เธอตบหน้าเขา เขากระชากแขนเธอ
ต่างฝ่ายต่างก็ใช้อารมณ์ เชือดเฉือนกันด้วยวาจาที่เผ็ดร้อน

ก่อนจาก เขาบอกเธอว่าเขาจะเดินทางไกล
แต่เธอไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้
ไกล...จนเธอไม่สามารถตามไปได้

คำพูดสุดท้ายที่เธอพูดกับเขา คือ ไปตายซะ
แต่เธอไม่ได้หมายความเช่นนั้น และไม่ได้มุ่งหวังให้เป็นเช่นนั้น

เธอสัญญากับตัวเองว่า เมื่อเขากลับมา เธอจะดีกับเขาให้มาก จะเป็นฝ่ายขอโทษเขาก่อน จะไม่ใช้อารมณ์ และจะบอกเขาว่าเธอรักเขาแค่ไหน แต่โอกาสนั้นไม่มีอีกแล้ว

...เพราะเขาจากไปแล้ว จากไปแล้วจริงๆ...

หญิงสาวกระดกขวดดื่ม ลำคออุ่นวาบ แต่ภายในกลับรู้สึกเย็นโหวง
ถ้าเขายังอยู่ เขาคงจะเดินเข้ามาเตือนว่าเธอดื่มหนักเกินไปแล้ว
"ฉันรู้ค่ะ" เธอพึมพำ

คิดถึงช่วงเวลาที่ยังมีเขา

ไม่เคยพูดกันดีๆ เลยสักครั้ง
คำหวานไม่เคยหลุดจากปากเขาและเธอ
ความสัมพันธ์ทีเล่นทีจริง ปากแข็งกันทั้งคู่ ไม่เคยมีใครยอมรับ แม้กระทั่งตอนเขาสวมแหวนให้...ก็ยัง...
ไม่ใช่ข้อผูกมัด ระหว่างเราไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น
จริงหรือ?

หญิงสาวพลิกตัวนอนคว่ำ ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาอีก

บนเตียงนี้ เธอเคยนอนให้เขานวดตัว เขาภูมิใจ ได้แสดงฝีมือ แต่เธอเจ็บแทบตาย พยายามทน ลงท้ายก็ทะเลาะกันอยู่ดี เธอเอาหมอนกดหน้าเขา เขาแกล้งตาย เนียนซะด้วย เธอตกใจจนเกือบโทรเรียกรถพยาบาล ถ้าเขาไม่หัวเราะออกมาเสียก่อน
เขาถามเธอ ถ้าผมตายขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำไง?
เธอตอบ ฉันก็จะลากศพคุณไปหั่นๆๆ โยนให้หมากิน
เขาคราง ผู้หญิงใจร้าย
เธอยิ้มเหี้ยม ใช่แล้ว เพิ่งรู้เหรอ? แล้วถ้าฉันตายล่ะ?
เขาตอบ ผมไม่ปล่อยให้คุณตายหรอก
เธอเอียงคอ แล้วถ้าฉันอยากตาย จนฆ่าตัวตายเองล่ะ?
เขาตอบ ถ้าคุณอยากตายจริงๆ ให้ผมเป็นคนฆ่าคุณดีกว่า
เธอคาดไม่ถึง อะไรนะ?
เขาทำหน้าใสซื่อ อ้าว วิญญาณคุณจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าไง ส่วนผม...ลงนรกก็ไม่เสียหาย ผมซี้กับซาตานอยู่แล้ว
เธอตีเพียะเข้าที่แขนเขา Asshold!
เขาหัวเราะ Vagina!
เธอชะงัก ตีเขาอีกเพียะ Vagina!? ...you...Motherfucker!
เขาจูบหน้าอกเธอแรงๆ Bitch
เธอพลิกขึ้นคร่อมตัวเขา Son of a Bitch!
เขาลูบไล้สะโพกเธอ Yes? Mommy
เธอหัวเราะคิก ทุบเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว
เขาร้องโอดโอย นี่ใจคอจะเล่นกันถึงตายจริงๆ เหรอ? เกลียดผมขนาดนั้นเชียว?
เธอเคาะปลายจมูกเขาเบาๆ บ้าสิ คุณก็รู้ ฉันรัก.....
เขาเลิกคิ้ว รอฟัง
ฉันรักทรงผมคุณ เธอพูดต่อเสียงแผ่ว
เขาคลี่ยิ้มจางๆ ลูบผมเธอ
ผมก็รัก...

หญิงสาวเหลือบมองวิวนอกประตูกระจกบานเลื่อน จากชั้นนี้ ทิวทัศน์สวยงามของฟิลาเดลเฟียปรากฏแก่สายตาอย่างแจ่มชัด
ตรงนั้น ที่ระเบียง เธอกับเขาเคยยืนอยู่ด้วยกัน ดวดแข่งกันจนเมาหัวทิ่มทั้งคู่

หญิงสาวยกขวดขึ้น ไม่รู้ว่าดื่มหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอสบถ ทิ้งขวดลงพื้น มันกลิ้งไปที่มุมห้อง
มีครั้งหนึ่ง ที่เธอผิดหวังจากเรื่องงาน เครียด กลุ้มใจ ร้องไห้จนหลับอยู่ที่มุมนั้น เขาเป็นคนอุ้มเธอขึ้นเตียง เธอรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนเขายกเธอขึ้นจากพื้น แต่ก็แกล้งหลับต่อ เขาวางเธอบนเตียงอย่างเบามือ ห่มผ้าให้ จูบเธอที่แก้ม นั่งกุมมือเธออยู่เป็นครู่ ก่อนจะลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เธอยังรู้สึกวาบหวามในอกทุกครั้งเมื่อนึกถึงสีหน้าของเขาที่ได้เห็นยามแอบเผยอเปลือกตามอง

รอยยิ้มของเขา สัมผัสของเขา กลิ่นอายของเขา ความทรงจำที่มีร่วมกันทั้งร้ายและดี ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตรึงตรา

เธอไม่ไปร่วมงานศพเขา เพียงเพราะเธอทำใจยอมรับไม่ได้
ไม่ใช่เพราะโกรธ ไม่ใช่เพราะเกลียด

หญิงสาวขดตัวบนเตียง ดึงผ้ามาห่ม มันไม่อุ่นเหมือนยามมีเขาอยู่ เธอซุกหน้าลงกับหมอน ไม่สนใจว่าเครื่องสำอางจะเลอะเปื้อน
"วันนี้เป็นวันอะไรคุณจำได้มั้ย?" เธอกระซิบ
ห้องเงียบสนิท หญิงสาวได้ยินเพียงเสียงหายใจของตัวเอง เธอยิ้มเศร้า
"หน้าอย่างคุณจำไม่ได้แน่ วันเกิดฉันไงคะ คุณเคยบอกฉันว่าคุณจะมาฉลองกับฉันทั้งคืน ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนคุณก็จะมา ฉันยังบอกคุณเลย ว่าฉันจะแต่งตัวให้สวยที่สุดเพื่อรอคุณ"
เมื่อหญิงสาวพูดจบ มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา
เธอสะอื้น

ในห้องที่เย็นเยือก หญิงสาวนอนร้องไห้เพียงลำพัง

..................................................
หญิงสาวไม่ทราบว่าตนเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไร หากเมื่อลืมตาตื่น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืด เธอผุดลุกจากเตียง ลมหนาวต้องผิวกายจนขนลุกชัน
ประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องนอนและระเบียงปิดไม่สนิท
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างทำให้ความจำของเธอเลอะเลือน เธอเป็นคนแง้มมันเอาไว้หรือ? เธอเป็นคนดับไฟหรือ? เธอจำไม่ได้
หญิงสาวเดินโซเซไปที่ประตู จับขอบเย็นเฉียบของมันเพื่อพยุงตัว
ลมพัดกรูเกรียวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นอายที่คุ้นเคย
กลิ่นหอม สะอาด
หญิงสาวถลาออกไปที่ระเบียง หัวใจเต้นแรง เธอทราบว่ามันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เธอสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจน
เขาอยู่ที่นี่
"ท..."
เกือบจะเปล่งเสียงเรียก หากต้องชะงัก
ที่ระเบียงว่างเปล่า
เธอยืนนิ่ง คว้าง ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า มีเพียงระเบียงว่างเปล่าและทิวทัศน์ยามราตรีของฟิลาเดลเฟีย ทิวทัศน์ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่างดงาม
เมื่อไม่มีเขาอยู่ดูด้วย ทิวทัศน์นั้นช่างไร้เสน่ห์

กลิ่นหอมเคยคุ้นถูกลมพัดมาโอบล้อมกายอีกครั้ง
หญิงสาวน้ำตาคลอ โหยหาไออุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับ
ใครว่าเวลาจะช่วยเยียวยา? ไม่จริงเลย

รูปถ่ายในห้องถูกลมพัดปลิวผ่านหน้า
หญิงสาววิ่งตาม พยายามคว้า เขย่งเท้า เอื้อมจนสุดแขน
อีกนิดเดียว
ร่างหญิงสาวเอียงวูบ ไถลลื่นพ้นขอบระเบียง!
หญิงสาวอุทาน คว้าจับราวระเบียงไว้แน่น

หรือนี่คือสัญญาณ? หรือนี่คือความปรารถนาของเขา? เธอฉุกคิดขึ้นมา
ถ้าอย่างนั้น...

หญิงสาวปีนขึ้นไปยืนบนขอบระเบียง พริ้มตาลง สายลมอ่อนโยนพัดมาอีกระลอกราวจะเชิญชวน หญิงสาวค่อยๆ เอนกายไปเบื้องหน้า
"นื่คือความปรารถนาของคุณใช่ไหมคะ?" เธอกระซิบกับสายลม
เท้าเรียวบางก้าวออกไป ทิ้งน้ำหนัก...ดิ่ง

ในวินาทีนั้นเอง
หญิงสาวรู้สึกว่าร่างถูกรั้งกลับอย่างรุนแรง เธอเสียหลัก ล้มหงายหลัง
คิดว่าจะต้องกระแทกพื้นระเบียงแน่แล้ว
แต่...
แผ่นหลังของเธอกลับปะทะเข้ากับความอบอุ่นของเลือดเนื้อ

...ความอบอุ่นที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...

วงแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดร่างเธอไว้อย่างทะนุถนอม
เธอไม่กล้าลืมตา ไม่กล้าขยับ ได้แต่ปล่อยให้ร่างกายซึมซับสัมผัสอันอ่อนโยน
อ้อมกอดนี้ เธอจะลืมได้อย่างไร?
อ้อมกอดนี้ไม่ใช่หรือ อ้อมกอดที่เธอโหยหานัก?
แต่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเขา...

"ไม่ นี่ไม่ใช่ความปรารถนาของผม"

เสียงกระซิบแผ่วที่ริมหูทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหว ความอบอุ่นซาบซ่านไปทั้งร่าง เสียงนี้ สัมผัสนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...แต่...แต่ว่า...
"นั่นคุณหรือคะ? ท..."
"Hush, Baby."

เธอหยุด นิ่งงัน
หยาดน้ำตาร่วงลงมาตามแก้ม
ประโยคนี้เป็นมากกว่าการตอบรับ...ใช่...
ที่ผ่านมา เขาจะพูดประโยคนี้ทุกครั้งที่เธอตั้งท่าจะร้องไห้ เมื่อเธอเงียบ เขาก็จะเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง เล่าเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้เธอสบายใจ จนกระทั่งเธอหัวเราะได้
ประโยคนี้ เรื่องเหล่านี้ ไม่มีใครรู้นอกจากเขาและเธอ
หากนี่ไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใคร?

อ้อมกอดอบอุ่นกระชับแน่นขึ้นเมื่อหญิงสาวเริ่มสะอื้น
"บอกฉันหน่อยสิคะว่านี่ไม่ใช่ความฝัน?" เธอถาม ค่อยๆ ลืมตาในที่สุด
ภาพทิวทัศน์ของฟิลาเดลเฟียยังปรากฏอยู่เบื้องหน้า แสงไฟบนพื้นดินงดงามยิ่งกว่าแสงดาวบนฟากฟ้า
"ผมมาเพื่อกล่าวลา"
คำตอบของเขาทำให้หัวใจเธอแทบสลาย เธอไม่กล้าก้มลงมองแขนที่กอดเธออยู่ และไม่กล้าหันกลับไป
ด้วยเกรงว่าหากทำเช่นนั้น จะพบว่าแท้จริงแล้วตนเองยืนอยู่เพียงลำพัง

ร้อยประโยคพันประโยคที่อยากเอ่ย กลับลืมเลือนไปในชั่วพริบตา

เมื่อริมฝีปากของเขากดประทับลงบนลำคอ หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น พยายามจะยิ้ม แต่ทำได้เพียงเหยียดริมฝีปากออกอย่างฝืนเฝือ
เธออยากสัมผัสเขาใจจะขาด อยากลูบไล้เส้นผมของเขา อยากมองดวงตาสีฟ้าสวยคู่นั้น อยากจูบเขา อยากเป็นหนึ่งเดียวกับเขาอย่างเร่าร้อน...เหมือนที่เคยทำมา...
หากนี่จะเป็นครั้งสุดท้าย...
"นี่คือจูบลาหรือคะ?" เธอถาม แม้สัมผัสของเขาจะหายไปแล้ว แต่ซอกคอของเธอยังร้อนผ่าว
เขาไม่ตอบ แต่เลื่อนมือมาปิดเปลือกตาเธอ
หญิงสาวหลับตา ปล่อยให้สัมผัสของเขานำร่างเธอไป จนกระทั่งรู้สึกว่าสองเท้าลอยขึ้น
เขากำลังอุ้มเธอเหมือนครั้งแรกที่เขาพาเธอออกมาที่ระเบียงแห่งนี้
หัวใจเธอเต้นระทึก ความรู้สึกหวานปนเศร้าเอ่อท้น
หากนี่เป็นความฝัน ก็ขออย่าให้ตื่นเลย

แล้วเขาก็จูบเธอ

จูบนั้นให้รสสัมผัสดังที่เคยไม่ผิดเพี้ยน เร่าร้อน รุนแรง และแฝงด้วยความเสน่หาอย่างเต็มเปี่ยม เธอสนองตอบด้วยกิริยาอย่างเดียวกัน
ริมฝีปากของเขาช่างอบอุ่น นุ่ม มีชีวิต
หญิงสาวส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก
"ลาก่อน..." เขากระซิบ
"Hush." หญิงสาวเอ่ยแทรก เธอรู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะหายไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ซึ่งเธอยังไม่พร้อม
เมื่อเขาเงียบ เธอจึงเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นเครือ แต่อ่อนหวาน
"ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกที่ไม่มีคุณ"
"..." เขายังคงเงียบ
"นี่คือความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน"
"..."

"ฉันรักคุณค่ะ ทอมมี่"

เมื่อพูดจบ หญิงสาวรู้สึกว่าร่างตนเองลอยสูงขึ้น
เธอรู้สึกราวกับกำลังลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์


แต่ก็เพียงชั่วขณะเดียว
ก่อนจะดิ่งวูบลงสู่เบื้องล่าง
!

หญิงสาวลืมตาขึ้น กรีดร้องด้วยความตกใจ
ร่างของเธออยู่นอกระเบียง และกำลังดิ่งลงไปยังชั้นล่างสุดตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เธอไขว่คว้าหาที่ยึดจับ แต่พลาด
ร่างของเธอร่วงลิ่วลงไปกระแทกกับพื้น
เลือดแดงฉานสาดกระเซ็นออกมาพร้อมมันสมอง

เขาก้มลงมองจากระเบียง ยิ้ม ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่ส่วนอื่น...
ริมฝีปากเขาขยับ เอ่ยคำพูดซึ่งเธอไม่มีโอกาสได้ฟัง

It is my wish.

....................................................................................................

EVE: *หัวเราะชั่ว* เพลงนี่ใส่หลอกลวงเอาไว้อย่างนั้นแหละ หึหึ
เป็นฟิกนอกรอบที่ยากกว่าที่คิดมาก ยากเหลือเชื่อจริงๆ แต่งไปแต่งมารู้สึกไอ้ที่คิดในหัวมันเกินความสามารถที่จะเขียน กั่กๆ
ผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่เห็น
ครั้งหน้าจะพยายามทำให้ดี
(= =)”

PS. ไม่แน่อาจจะมีกลับมา EDIT ปรับปรุงอีกที(เหรอ?) ฮ่าๆ เห็นคุณเชคบอกเบื่อๆ อ่านนี่ไปพลางๆ ก่อนนะ ฮ่าๆ

* CEST MON DECIR = It is my wish

T. - อันนี้น่าจะรู้ ~ฮา

 

เปิด BOARD !!!! D.C. YAOI

posted on 16 Mar 2008 22:22 by dcdiary

 

   BOARD  DC. เปิดแล้วน่อ อาจจะยังไม่เป็นทางการเท่าไหร่ อยู่ระหว่างการปรับปรุง(ไปเรื่อยๆ )แต่ก็เปิดแล้ว

จะใช้ควบคู่ไปกับ Exteen .... จนกว่าจะมีมาตรการที่แน่นอน - -  เพราะแอบสองจิตสองใจ ที่นี่ใช้ง่าย + มันส์ดี แต่ที่โน่นก็ปลอดภัย หื่นได้ไร้กังวลกว่า

จุดมุ่งหมาย ใช้เป็น ที่ Hang Out นินทา ป๋าเฮีย โพสแฟนอาร์ท แฟนฟิก บลาๆ ตามภาษา Fangirl ทั่วไป  ตามใจชอบอ่ะ

Click Banner ด้านบนไปได้เลยจ้ะ

ส่วน URL ตามนี้  http://dcyaoi.freeforums.org

 

 

 

Jason Todd 07 : The future hold a.... retard

posted on 15 Mar 2008 14:23 by dcdiary  in RedHood

แบทแมน จากอนาคต .... ผมยืนนิ่งมองคนตรงหน้าจากหัวจรดเท้า หน้ากากสีดำปิดหน้าทั้งหมด ยากจะเดาอารมณ์ของผู้สวมใส่ได้ แต่ท่าทีกระสับกระส่ายบอกผมว่าเขาหวั่นนิดๆ ว่าผมจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาบอก   แต่ว่านะ สำหรับคนที่ฟื้นจากความตาย แถมเพิ่งกลับจากการเดินทางท่องไปโลกต่างๆ มา 52 โลกรวดแบบผมแล้ว  ... เรื่องราวของเขายังจะน่าเชื่อซะกว่า

แบทแมนจากอนาคต ..... ว่าแต่ใครล่ะ  ถ้าไม่ใช่บรูซ ก็คงเป็นทิม ไม่ก็ ดาเมี่ยน ... ?  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ทั้งสามคนนั่น แล้วหมอนี่โผล่มาจากไหนทำไมถึงเป็นแบทแมนแทนบรูซ เกิดอะไรขึ้นในอนาคตกันแน่ ....  ผมสงสัย แต่ไม่มีอารมณ์จะถามต่อ แถมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงหากได้ยินคำตอบ ตัวผมชาวาบเมื่อคิดถึง ภาพแบทแมนยืนตรงหน้าในมือถือปืนจ่อหัวผม ภายใต้หน้ากากสายตาคงเต็มไปด้วยชิงชัง  เกลียดแค้น ความเจ็บปวดจนแทบกระอักปักหลักนิ่งในอก   เหมือนระเบิดเวลาติดตั้ง รอคอยขยี้ร่างกายและวิญญาณของผมให้แหลกสลายลงซักวัน   ทว่ามันไม่เคยระเบิดซักที ระเบิดเวลาเพียงแค่ส่งเสียงเดินช้าๆ เหมือนกับสนุกที่ได้มองผมดิ้นพล่านด้วยความทรมาน 

ทั้งที่ผมในตอนนี้ ... ไม่อยากจะรับรู้ หรือรู้สึกอะไรอีกแล้ว

ผมเหนื่อยเกินไป แถมแบทตาแรงที่ปักติดอยู่กับแขนนี่ก็ไม่ช่วยซะด้วย ผมคิดจะดึงมันออก แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ถ้ากระชากมันออกตอนนี้ เลือดคงไหลไม่หยุดแน่  รอให้กลับไปก่อน กลับไปที่บ้าน แล้วค่อยว่ากันต่อ  ผมเดินกลับไปที่เจ็ทที่ยืมทาเลียมา แต่แบทแมนจากอนาคต กลับเดินตามมาต้อยๆ เหมือนลูกหมาโดนทิ้ง

"นายคงไม่คิดจะตามไปด้วยหรอกนะ" ผมหันไปพูดข้ามไหล่ แม้จะใส่หน้ากากอยู่แต่ก็พออ่านสีหน้ากับท่าทางได้ แล้วก็บอกได้ว่าหมอนี่คิดอย่างมากเลย ที่จะตามผมไปด้วย   เขาพยักหน้าหงึกๆพลางเดินตามมา
 "ฉันไม่มีที่ไป .....กลับก็ไม่ได้"   พระเจ้า  !!!!!!   ให้ตาย เนี่ยเหรอแบทแมนในอนาคต !!!!!   ไม่มีที่ไป เนี่ยนะที่ออกมาจากปาก ท่าทางอนาคตกอทแฮมคงมืดมนน่าดู

"ไม่มีที่อยู่ด้วย แถมไม่มีเงินติดตัวซักดอลล์ เพราะงั้นขอติดไปด้วยนะ"    ยังไม่พอ .... คำพูดต่อมาทำให้ผมแทบหงายหลัง  เสียงต่ำแปลกแปร่งดูน่าเกรงขามด้วยอุปกรณ์ตัดแต่งเสียงที่ติดมาในชุด ทว่าไม่เข้ากับประโยคปัญญาอ่อนนั่นซักนิด

นายมาช่วยจริงรึเปล่าเนี่ย !!!  หรือว่าจริงๆ หมอนี่ไม่ได้มาจากอนาคต แต่มาจากโลกที่แบบว่า... ฮีโร่ทุกคนเป็นปัญญาอ่อนกันหมด ... เชื่อเหอะ จากที่เดินทางมาหลายโลก มันต้องมีมิติแบบนั้นอยู่แหงๆ

ทีแรกผมก่ะจะไล่เขาไปให้พ้น ผมไม่คิดจะช่วยเขาแน่อยู่แล้ว แต่ถ้าปล่อยให้หมอนี่ไปหาพวก JL เขาต้องโพล่งเรื่องของผมแน่ มันอาจมีผลเสียกับผมทีหลัง .. หรือบางทีผมควรจะกำจัดเขาซะตรงนี้เลยว่ะ ..  ยังไม่ทันจะคิดให้ถี่ถ้วน (ซึ่งบอกตามตรงสมองผมเบลอและคิดอะไรไม่ออกซักอย่าง)  เขาก็ปีนเข้ามานั่งในเจทคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว
"เห้ นายผ่านกอทแฮมรึเปล่า ช่วยขับผ่านกอทแฮมได้มั้ย อยากรู้ว่าเมื่อก่อนมันดูเป็นยังไงน่ะ"

...... อยากจะบ้า    ปุ่มที่กดแล้วมีสปริงให้เก้าอี้หมอนี่เด้งออกจากเครื่อง เหมือนในการ์ตูนมันอยู่ตรงไหนว่ะ !!!!!! 

----------------

ผมปล่อยให้เขาตามผมกลับมาถึงโกดังร้างในกอทแฮม ที่พักของผมจนได้หลังจากที่ ต่อสู้กับจิตใจตัวเองอยากถีบคนที่ตามมาด้วยออกจากเครื่องเจทหลายรอบ หลังจากรับฟังคอมเมนท์เกี่ยวกับบ้านเมืองยี่สิบกว่าปีก่อนของมัน

....   ผมไม่มีแผน ไม่มีอะไรซักอย่าง เหมือนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ .... ไม่สิ ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรอยู่  ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป ...บางทีถ้าหมอนี่ไม่เข้ามายุ่ง ผมอาจจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวแบบนี้  ปล่อยให้แบทแมนฆ่าผมซะ .... หึ มันควรจะเป็นแบบนั้นนะ จุดจบของเจสัน ทอดด์ ทำให้แบทแมนทำในสิ่งที่อยากให้ทำมาตลอด    ฆ่า...    ถ้าไม่ฆ่าโจกเกอร์ ก็ฆ่าผมนี่แหล่ะ ... 

คุณควรจะเลือกนะบรูซ

 ผมกลั้นหายใจพลางดึงแบทตาแรงอันเล็กๆ ออกจากแขน มันไม่ใช่ชนิดที่จะตัดอะไรให้ขาดได้ แต่เป็นแบบที่ใช้หยุดไม่ให้เคลื่อนไหวได้ เพราะฉนั้นแผลถึงไม่ใหญ่มาก แต่กระนั้น เลือดจำนวนมากก็ซึมออกมาจากแผลไม่หยุด
ระหว่างที่ผมพยายามทำแผลด้วยแขนข้างเดียวอย่างทุลักทุเล เจ้าแบทแมนตัวตลกนี่ก็จับเก้าอี้ผมหมุนไปหาเขา  ดึงแขนเลือดอาบของผมไปจะทำแผลให้ซะเฉยๆ ผมกระชากแขนกลับอย่างแรง เพียงเพื่อพบว่า  ผมทำไม่ได้
..... โกหกน่า มือที่กำข้อมือผมอยู่ไม่ขยับซักนิด ... หมอนี่แรงเยอะกว่าผมเหรอ ... ไม่หรอก อาจเพราะผมบาดเจ็บอยู่ (แต่ถึงอย่างนั้น แค่ดึงมือกลับเนี่ยผมจะไม่มีปัญญาเชียวเรอะ) 

    ไม่มีทางเลือก ต้องปล่อยให้เขาทำแผลให้ ซึ่งมัน ....  ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ผมว่าผมทำเองดีกว่าเยอะ แล้วไอแผลเนี่ยมองยังไงมันก็ควรจะต้องเย็บนะ แต่ช่างเหอะ เห็นท่าทีตั้งอกตั้งใจของหมอนี่แล้วด่าไม่ลง จะแกะแผลทำใหม่เองตรงนี้เขาคงรู้สึกแย่ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ไว้ผมอาบน้ำแล้วค่อยทำแผลเองดีกว่า ผมเดินหนีเขากลับไปที่โต๊ะคอม ...  เปิดมอร์นิเตอร์ เช็คทุกอย่าง  .... ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังมองหาอะไร  หัวผมปวดตึบๆ พยายามเพ่งมองคอมพิวเตอร์ตรงหน้า ผมทำอะไรค้างไว้นะ ก่อนหน้านี้ เรื่องค้ายาในกอทแฮม ตัวร้ายที่ออกมาเพ่นพ่าน พวกตัวตลก... โจกเกอร์ ถูกจับแล้วพร้อมกับ แสกร์โครว ดูเหมือนสองคนจะร่วมมือกันทำอะไรซักอย่าง  ผมเพ่งอ่านข่าว แต่เงาดำๆที่ป้วนเปี้ยนอยู่หางตา เคลื่อนไหวไปรอบๆห้อง งไม่ได้ทำให้อะไรง่ายขึ้นซํกนิดเดียว
  "นั่นแกทำอะไรไม่ทราบ!!!!?" ผมตะคอกถาม เขายังไม่ทันจะตอบ โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นซะก่อน  ผมคว้ามัน รีบรับสายเมื่อเห็นว่าใครโทรมา ก่อนจะเดินหนีไปคุยข้างนอก

ที่ปลายสาย น้ำเสียงที่ควรจะหวานละมุนเหมือนทุกทีเปลี่ยนเป็นเสียงเจืออารมณ์หงุดหงิด บวกกับกังวลใจ
 "เจสัน !!! ดาเมี่ยนหนีไป"   นึกว่าเรื่องอะไร มีไม่กี่เรื่องที่ทำให้ ทาเลีย อัลกูล นั่งไม่ติด หนึ่งในนั้นคือเรื่องของลูกชายแก้วตาดวงใจของเธอกับ บรูซ

"เธอต้องตามหาเขานะ เจสัน ไปช่วยเขาที "  ช่วยเรอะ เด็กอย่างนั้น ต่อให้หลงไปอยู่ในยุคไดโนเสาร์ก็ไม่ตายหรอก คนที่อยากได้ความช่วยเหลือน่ะ ตรงนี้ต่างหาก 

"เดี๋ยวสิ ผมถูกตามตัวโดยสภายุติธรรมอยู่นะ แค่นี้ก็แย่พอแล้ว จะให้ตามหาเด็กอีก...ผม "

"เจสัน ฉันช่วยเธอทุกครั้งรึเปล่าเวลามีปัญหา"  ผมพูดไม่ออกน้ำเสียงทาเลีย เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก ผมไม่อยู่ในฝ่ายที่จะต่อรองอะไรกับเธอได้ซะด้วย ทาเลียข่วยผมทุกครั้ง โดยแทบไม่ต้องร้องขอ หากไม่ได้เธอ ป่านนี้ผมอาจจะยังนอนอยู่ข้างถนน ความทรงจำขาดหาย เป็นใครก็ไม่รู้ เพราะทาเลียผมถึงจำทุกอย่างได้ และเพราะทาเลีย ผมถึงได้รู้ว่าบรูซไม่เคยคิดแก้แค้นให้ผมเลยแม้แต่น้อย

" ผมสำนึกในบุญคุณคุณเสมอ ทาเลีย แต่ว่า"

"ไม่มีแต่ เรื่องสภายุติธรรม ฉันจะจัดการเอง ท่านพ่อหายตัวไป เพราะฉนั้นฉันเลยมีสิทธิ์แทนเขาทุกอย่างใน the leaque of shadow เรื่องที่ซ่อนของเธอฉันจัดการเอง ตอนนี้เธอต้องไปตามหาเขาให้ฉัน" 

ผมตอบรับ ไม่มีทางเลือก ยังไงซะเรื่องหนีจากสภา ผมก็คิดจะขอความข่วยเหลือจากเธออยู่แล้ว

 หลังจากนั้นเราคุยกันอีกนิดหน่อย ทาเลียบอกว่ามันสำคัญกับเธอแค่ไหนหากดาเมียนเป็นอะไรไป และเพราะราสไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้น เธอเลยยิ่งกังวลกลัวว่าพ่อของเธอจะยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะใช้ร่างดาเมี่ยนสังเวยวิญญาณตัวเอง ผมถามเธอว่าทำไมไม่ติดต่อไปหาแบทแมน เธอบอกว่าเธอทำแล้ว ดาเมี่ยนไปหาบรูซ แต่แค่แวบเดียวก็กลับไปโดยไม่มีใครรู้ ผมถอนหายใจ ดาเมี่ยนเหมือนผมในแง่หนึ่ง เรามีพ่อ ที่ไม่เคยต้องการเรา เหมือนๆกัน เมื่อคุยจบ ทาเลียเงียบไป แต่ยังไม่วางสาย เหมือนมีอะไรจะพูด ผมปล่อยความเงียบไหลผ่านระหว่างเรา รอให้เธอพูดอะไรซักอย่าง

"..... เจสัน บอกฉันสิว่าเธอฆ่าเขาไม่สำเร็จ"   เธอถาม น้ำเสียงอ่อนลง ผมเงียบแทนคำตอบ

"ขอบคุณพระเจ้า"

"ผมนึกว่าคุณอยากให้ผมทำสำเร็จซะอีก"

".....เปล่าเลย เธอตายแน่ ถ้าเธอฆ่าซุปเปอร์แมนได้ บอกตามตรง ฉันกังวลแทนเธอ แต่ฉํนจะไม่ห้ามเธอ มันเป็นทางเลือกของเธอนี่" 

"ขอบคุณครับ"  ที่ปลายสายผมรู้สึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของเธอ แม้จะไม่ได้พูดอะไรซักคำ แต่ทาเลียเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เป็นแบบนี้เสมอๆ ผมนึกขอบคุณที่มีเธอเป็นพันธมิตร

ผมบอกลา วางสาย สัญญาจะติดต่อไปหากได้ข่าวเรื่องดาเมี่ยน ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง อากาศเย็นข้างนอกระเบียงทำให้ผมปวดแผล เมื่อกลับเข้ามาพบว่าเจ้านั่น เดินพล่านไปทั่วเห็นแล้วมันขัดหูขัดตาชมัด ผมสบถ  ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหนาย พยายามหันไปสนใจคอมพิวเตอร์ มองหาข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการตามหาตัวดาเมี่ยน ทั้งที่ใจจริงเหนื่อยสายตัวแทบขาด แถมไอตัวดำๆที่เดินว่อนไปมามันกวนอารมณ์ใช่ย่อย ผมเลยไล่เขาให้ไปอยู่อีกห้อง  ทว่าไม่นานเท่าไหร่ เสียงเรียกน่ารำคาญก็ดังขึ้นอีก คราวนี้ ร้องหาเสื้อผ้า
 .... อีกแป้ปนึง เขาจะร้องหิว ด้วยมั้ย ผมต้องชงนมให้เขารึเปล่า ผับผ่าดิ  นี่ผมต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง  ผมเดินตรงไปหาเขา ก่ะจะหาที่ระบายอารมณ์ แต่ก็ต้องยืนนิ่งเมื่อเขาถอดหน้ากากออก
     ตรงหน้าเป็นแค่เด็กวัยรุ่น อายุน่าจะพอๆกับผม   คิ้วเข้มสีดำขมวดเข้าหากัน เหมือนอยากบ่น แต่พูดอะไรไม่ได้ ทว่าไม่ใช่หน้าตาคมคายหรืออายุเขาหรอก ที่ทำให้ผมตกใจ แต่เป็นเค้าหน้านั่นต่างหาก  มันคุ้นมาก  บางอย่างในโครงหน้านั้น เหมือน บรูซ เวย์น อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็มีอะไรซักอย่าง ....

    "หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ" เขายกมือที่ใส่ถุงมือลูบหน้าตัวเอง ผมรีบส่ายหัว  หันหลังไปที่ตู้เสื้อผ้า โยนเสื้อยืด กับเกงเกงยีนส์ให้เขา ... ก่อนจะชั่งใจ คว้าเสวตเตอร์เพิ่มไปอีกตัว เพิ่งผ่านหน้าหนาวมาเองนะ เสื้อยืดอย่างเดียวเอาไม่อยู่หรอกมั้ง
... อ้ะ เห้ หมอนี่เปนแค่เหลือบไรติดตามไม่ใช่เหรอ จะไปคิดอะไรมากว่ะ 

"เอ้า เอาไปซะ แล้วเลิกยุ่งกับฉันซะทีนะเฟ้ย!!!! "  ว่าแล้วก็รีบเดินหนีออกจากห้อง กลับไปที่คอมพิวเตอร์  รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ผมคิดไปเองล่ะมั้ง ว่าหน้าหมอนั่นเหมือนบรูซ อันที่จริงมันก็ไม่เหมือนซะทีเดียว ไม่สิ แค่มีความรู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมาเท่านั้น ยังไงหมอนี่ก็เป็นแบทแมนจากอนาคต ไม่แปลกหรอก ถ้าเขาจะเกี่ยวข้องกับบรูซ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมปัดความคิดเรื่องนี้ออกจากหัว อย่างที่บอกตอนนี้ไม่อยากจะคิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับแบทแมนทั้งนั้น

 ผมนั่งหน้าจอตามเรื่องต่างๆที่พลาดไป พลางสอดส่ายหาร่องรอยของดาเมี่ยน ที่ที่คิดว่าเด็กนั่นจะไป แต่จนปัญญา ผมคิดถึงดาเมี่ยน จะว่าไปผมเคยใช้เวลาอยู่กับเขาช่วงที่พักตัวอยู่กับ ราสอัลกูล ตอนนั้นผมความทรงจำหายไป ช่วงแรกผมได้แต่นั่งนิ่งเหม่อลอย ชื่อบรูซติดอยู่ที่ริมฝีปาก ทั้งวันผมเฝ้าพึมพำชื่อนั้นเรียกหาราวกับสวดมนตร์ ทั้งที่ผมจำอะไรเกี่ยวกับชื่อนั้นไม่ได้สักนิด ทว่าพอเห็นหน้าดาเมี่ยน ความทรงจำกระตุกวูบ เค้าหน้าที่เหมือนกันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกันของดาเมี่ยน เรียกบางสิ่งในตัวผมกลับมา ความทรงจำชัดขึ้นแต่ก็ไม่สมบูรณ์ซะทีเดียว กระทั่ง ทาเลียพลักผมลงไปในบ่อลาซารัสผมถึงจำได้ทั้งหมด

     นั่งอยู่หน้าคอมซักพัก แต่ไม่คืบหน้าไปไหนเลยซักนิด ในที่สุดก็เพลียจนทนไม่ไหว ผมถอดหน้ากากออก ฟุบหน้าลงกับโต็ะคอมพิวเตอร์ เหนื่อย เหนื่อยสายตัวแทบขาด  เหนื่อยจนอยากจะหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นอีกแล้ว

....... ทำไมถึงได้ยังมีชีวิตอยู่อีกนะ 

   ผมหลับตา หลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที หน้าของหมอนี่จ่ออยู่ตรงหน้า  จ้องหน้าผมที่ตกใจจนแทบตกจากเก้าอี้ 

"ห้ะ  ทะ ทำอะไรของแก !!!!"  ผมตวาด แต่แทนที่หมอนั่นจะหงอ เขากลับขำออกมา 

"แล้วนายอะ ทำอะไร? มานั่งหลับตรงนี้เนี่ยนะ"
 น้ำเสียงกวนประสาทสิ้นดี ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่คนอยู่อาศัยแท้ๆ

"กะ ก็ .... มันเรื่องของฉัน"   ลุกพรวดพราด ไม่พอใจที่หมอนี่อยู่ใกล้เกินไป  จนตัวเองชนโต้ะ ทำให้ไอบ้านี่ยิ่งขำเข้าไปใหญ่ โว้ยยยยย แขนยาวๆยื่นเข้ามาจะช่วยพยุง ผมถอยหนีก่อนที่จะถูกตัว แล้วก็เพิ่งเห็นว่าตอนนี้ไอบ้านี่ใส่แค่เสื้อยืดตัวเดียวกับกางเกงใน เห้ยย มันจะมากไปแล้วนะ

"นอกจากจะขี้เซาแล้วยังซุ่มซ่ามด้วยนะ"   ผมอึ้งกับมันจริงๆ ไอเหลือบไรที่แค่มาอาศัยอยู่เนี่ย มีสิทธ์อะไรว่ะ แล้วก็ ข้างล่างของนายทำอะไรซักอย่าง เซ่ !!! คำพูดแล่นพล่านอยู่ในหัว แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออก อยากจะตบกะโหลกตัวเองนัก

"ที่จริง ชั้นจะมาบอกว่า...กางเกงที่นายให้มามันคับอะ มีตัวที่ใหญ่กว่านี้มั้ย? คือ...ก็ไม่อยากจะรบกวนอะนะ....แต่....ใส่อะไรแบบนี้แล้วมันนอนไม่หลับ เฮ้ย! ทำหน้าอย่างนั้นทำไม? ชั้นพูดอะไรผิด?"  ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ผมยกมือลูบหน้าพยายามอดกลั้น อยากชกหน้าหมอนี่จังๆ ซักที แต่ไม่อยากถูกตัวมันตอนที่มีแค่กางเกงในแบบนี้หรอกนะ คนอะไรว่ะเนี่ย

  เขาเอียงคอ ก่อนจะนึกได้แล้วก้มมองตัวเอง แต่ แทนที่จะอาย หมอนั่นกลับยืนเฉยๆ ทำหน้าขำๆ เหมือนไม่มีอะไร !!

WHAT  THE  F *** !!!!

"กะ  แก้   เรื่องแค่นี้ไปหาใส่เอาเองซิวะ"  ผมตวาด เสหน้ากลับไปมองที่คอมก่ะว่าจะทำตัวยุ่งๆ แต่หน้าจอกลับว่างเปล่าด้วย ScreenSaver บัดซบ !! 

"อ้าว ทำงั้นแล้วเดี๋ยวนายต้องมาว่าชั้นทีหลังแน่ๆ" เขาพูดเกาหัวแกรกๆ แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเหมือนนึกสนุกอะไรได้ ก่อนจะ ลอยหน้าลอยตา.....พูดต่อ
 " แกมันแค่คนอาศัย รุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล ออกไปนอนข้างนอกเลยไป้...นายต้องพูดอย่างงี้แน่เลย"    น้ำเสียงกวนประสาทดัดเสียงล้อเลียนผมชัดๆ (เหมือนด้วย)

 โว้ยยยย ผมเก็บตัวอะไรมาวะเนี่ย 
"หาตัวใหม่ให้หน่อยสิ?"  ผมได้แต่อ้าปากค้าง ลมออกหู แต่นึกคำโต้ตอบเจ็บแสบอะไรไม่ได้ซักอย่าง ทำได้แค่กระแทกเท้าปึงๆ ไปคุ้ยตู้เสื้อผ้าหากางเกงให้มัน
ผมคว้ากางเกงสั่วๆ มันก็ไซส์เดียวกันทั้งนั้นแหล่ะ แต่ถ้าตั้งใจหาให้ก็ดูจะเสียฟอร์ม  ผมโยนกางเกงให้ร่างสูงที่ยืนชะโงกหน้าอยู่ด้านหลัง เขารับไปใส่ต่อหน้า

"พอใจรึยัง ห้ะ !!! "  ผมตวาดใส่  ให้ตายเหอะ ตอนนี้ผมควรต้องอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ หมอนี่มันส่วนเกินชัดๆเลย

"แกจะเอาเสื้อฉันไปหมดตู้ก็ได้  เอาเงินไปด้วยเลยยังได้ แล้วก็ออกไปหาที่อยู่เองไกลๆ เลยไป"  หงุดหงิดโคตรๆ

เขาเงยหน้ามองเมื่อได้ยินผมไล่ ก่อนจะนิ่งไป รอยยิ้มยียวนหายไปจากหน้า

"ก็ได้...."

ตอบด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

"ฉันไม่เอาอะไรจากนายทั้งนั้นแหล่ะ"

 ตาสีฟ้าจ้องผม กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะดึงเสื้อเสวตเตอร์ออกจากตัว 

"งั้น.... ฉันถอดคืนให้ก่อนแล้วกัน"

..... มือค่อยเลิกเสื้อยืดขึ้น   !!! 

"นายไล่ฉันสินะ" 

... มันจงใจแน่ๆ หมอนี่ค่อยๆ ดึงเสื้อยืดพ้นตัว

"ฉันไปหาที่อยู่ใหม่ก็ได้"

.... ท่อนบนเปลือยหมดแล้ว ไอบ้านี่ค่อยๆขยับมาข้างหน้าผม จ้องหน้า ทำหน้าลูกหมา ท่าทางกวนโคตรๆ ไม่แค่นั้นมือปลดกระดุม รูดซิบกางเกงเฉยเลย   ชิทททททททท 

"นายจะไล่ฉันไปจริงๆ เหรอออ "  

ยังจะถามอีกเหรอ  

"ฉันรู้ นายไม่ใช่คนใจร้ายอย่างนั้นหรอก" 

ใจร้าย ใจร้ายขนาดนั้นเลยแหล่ะ  แต่นี่มันคนละเรื่องกัน

 ผมถอยหลังไม่รู้ตัว เขาก้าวเข้ามาใกล้ ขึ้น มือจับอยู่ขอบกางเกง ทั้งกางเกงนอกและกางเกงใน  !!!   ทำท่าจะดึงลงอยู่รอมร่อ  
"ใช่มั้ย? "
 
รอยยิ้มซื่อๆ ที่ไม่ซื่อแม้แต่นิดเดียว หมอนี่ชักกางเกงลงต่ำลงทีละนิด ทีละนิด หมิ่นเหม่  จนน่ากลัว !!!!


เลวววววว

 

"หยุดดดด  หยุดเลย  ให้อยู่ก่อนคืนนึงก็ได้ว่ะ  แต่นอนข้างนอกนะเว้ย แล้วก็รีบๆ ใส่มันกลับขึ้นไปเลย"   ผมรีบพูด หันหน้าไปทางอื่น แค่แวบเดียว พอหันกลับมาไอบ้านี่แต่งตัวเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยยิ้มพออกพอใจบนหน้า

"ขอบใจนะ นายเป็นคนดีอย่างที่ชั้นคิดเลย"  ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้อีก กลับไปสู้กับซุปเปอร์แมนยังดีกว่าอยู่กับมันเลย บัดซบ

"แค่คืนเดียวเท่านั้นเว้ยย !! แล้วก็เปลี่ยนความคิดใหม่ด้วย ฉันไม่ใช่คนดีเลยซักนิด ฉันเพิ่งจะพยายามฆ่า ซุปเปอร์แมนลืมไปแล้วรึไง" ผมตวาดกลับ แต่คำตอบทีได้มาแทบทำให้ลมจับอีกรอบ

"ลืมแล้ว"  พร้อมกับรอยยิ้มแบบเดิม
 "นายไปนอนสิ....เหนื่อยไม่ใช่เหรอ"  ... น้ำเสียงห่วงใยแบบนั้นน่ะเก็บไปใช้กับคนอื่นเหอะ
"ชั้นจะ เอ่อ นอนหน้าห้องละกัน นะ?"   เหอะ ไอประโยคที่เหมือนคำถามนั่นนะ มันแน่อยู่แล้วว่าแกก็ต้องนอนหน้าห้อง ผมหันหลัง เดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนโยนให้ ...... อ้ะเดี๋ยวสิ แล้วผมส่งให้มันทำไมว่ะ จะดึงคืนก็ไม่ทันแล้วด้วย หมอนั่นรับไว้ทำท่าพอใจสุดๆ  ฟัก  ไม่บ่อยเลยที่ผมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ให้ตายเถียงกับบรูซหรือ ตีกับโรบิน ยังเหนื่อยน้อยกว่าซักล้านเท่า

"อย่าแตะต้องอะไรข้างนอกเด็ดขาดเชียวนะ "

"ด้วยเกียรติของลูกเสือ"    ไม่พูดเปล่ายกนิ้วสาบานด้วย   ไอปัญญาอ่อนเอ้ยย  ผมเริ่มเชื่อจริงจังแล้วว่ามันมาจากมิติของคนปัญญาอ่อน

"ฝันด.."    ปึง !!!! ผมกระแทกประตูใส่หน้า ก่อนที่จะจบประโยค ก่อนจะหันหลังพิงประตู ปวดหัวกับไอบ้านี่ 

---------------

อยู่คนเดียวอีกครั้ง ผมอาบน้ำ นอนแช่น้ำอุ่นซักพัก ทำแผลให้ตัวเองใหม่ทั้งตัว ....  แผลเก่ายังไม่หาย ด้วยซ้ำ ในโลกของการต่อสู้บ้าๆนี่ไม่มีคำว่าหยุดพักซินะ
หลังจากนั้นผมตรงเข้านอน สมองปวดระบม ผมยกมือขึ้นลูบท้ายทอย นิ้วมือสัมผัสรอยแผลเป็น หลายสิบ ที่หลังศีรษะ แผลที่โจกเกอร์กระหน่ำฟาดด้วยท่อนเหล็ก 
แผลพวกนี้คอยเตือนผม   ว่าอะไรๆ อาจจะแย่ไปกว่านี้ได้อีก ... 
เตือนว่าแบทแมน ไม่มีวัน ไม่มีทางจะช่วยผมได้อีกแล้ว ....กระนั้นผมก็ยังร้องเรียกชื่อเขา

ทำไมนะ

ความฝันเดิมๆอีกแล้ว  ใบหน้าโจกเกอร์ เสียงหัวเราะ  เสียงเหล็กฝาดกับเนื้อสดๆ  เสียงระเบิด

ความฝันเดิมๆ ผมติดอยู่ในโลงศพตัวเอง  ความมืดดำสนิทกดทับ ทั้งแคบ ทั้งมืด ไม่มีอากาศหายใจ

ผมตะโกน ร้องเรียก  ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

เรียกหาเขา เรียกหาแบทแมน

 ----------------------------------------------------------------

Sheck : ยาวมากมาย กรั้ก อะแฮ่ม ขอโทษกับความยาวของมันนะ (น้ำเสียงลามกแบบซุปเปอร์แมน 55 พักนี้ pervert ชอบกล )  คราวหน้าจะพยายามไม่ให้ยาวแบบนี้แล้ว ตอนนี้เขียนมันส์ไปหน่อย

เจรงๆ เขียนไรไม่ออกเลย แล้วก็ได้อีฟมาช่วยเป็นเทอรี่ให้ กรั้กๆ เทอรี่ได้ใจสุดๆ ภาคที่แล้วเจสัน เครียดมาเยอะแล้ว ภาคนี้ มารั่วกันดีกว่า สลับๆกันไป

[Penguin004] : All this is 'Mistaken' or your 'Intended'

posted on 14 Mar 2008 12:07 by dcdiary  in Penguin

 

ไม่อยากอยู่คนเดียว

แต่ก็ไม่อยากทำตัววุ่นวาย ให้ทู-เฟซ รำคาญ

ไม่อยากให้ฮาวี่ย์ลำบาก...ถึงเขาจะยินดีให้รบกวนก็เถอะ

 

 

แต่ฉันก็ไม่ได้อยู่คนเดียวนี่?...

เด็กๆก็อยู่ด้วยตลอด

แต่มันไม่เหมือนกัน

ฉัน ‘รัก' เจ้าพวกนี้เหมือนลูก เหมือนเลือดเนื้อเชื้อขัย

 

ไม่เคยรู้สึกว่ามันต่างออกไป...จนเร็วๆนี้

ไปพบกับฮาวี่ย์ระหว่างทางที่หนีแบทแมนอยู่...

เขาบอกว่า ‘ไปพักด้วยจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ได้...'

 

คำว่า ‘เรียบร้อย' ดูจะห่างไกลความจริงนัก

ยิ่งเมื่อ ทู-เฟซ กับ ฮาวี่ย์

เมื่อทั้งสอง ที่ต่างบุคลิก ต่างการกระทำ แต่ร่างเดียวกัน

คอยอยู่ใกล้ๆฉัน...

 

ฉันเตร่มาเรื่อยเปื่อยถึงลานน้ำแข็งเก่า อยากเข้าไปข้างในจัง...

เด็กๆหันมามอง เมื่อฉันเปรยออกมา...

เราร่วมมือกันพังประตูเข้าไป

ลานน้ำแข็ง ยังเย็นยะเยือกอยู่...

 

เด็กๆวิ่งนำลงไปสเก็ตบนลาน ร้องเสียงร่าเริง

พวกมันไม่ได้ยืดเส้น ยืดสาย นานอยู่เหมือนกัน

เราเอาแต่ขลุกอยู่ในรังของทู-เฟซ นานโขอยู่

ฉันก้าวเหยียบบนพื้นน้ำแข็ง

 

ไถลพรืด...

แล้วล้มป้าบ! เสียงดังลั่น

 

 

"หวาา...ฉันขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจทำเสียงดัง!!!...."

ฉันร้องขอโทษอย่างลืมตัว เพราะปกติเสียงเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ทู-เฟซตวาดใส่ได้

 

แต่ทุกอย่างนิ่ง เงียบ....และสงัด

ฉันลืมตาขึ้นช้าๆ....

ตอนนี้มีแค่ฉันกับลูกๆนี่นา?

ฉันนั่งแปะลงไปบนน้ำแข็ง

สองมือกุมท้อง เจ็บเป็นบ้า...

ดีแล้วที่ไม่มีใครอยู่...ขายหน้าสุดๆ

...ถ้าหมอนั่นอยู่ คงโดนหัวเราะใส่หน้าแถมเยาะเย้ยอีกยกใหญ่ๆ

กับฮาวี่ย์...ที่คงเดินเข้ามาแล้วพูดเบาๆว่า

‘เป็นอะไรมากไหม?'...แน่นอน

 

...

ฮาวี่ย์จะดุ ทู-เฟซไหมนะ?

ทู-เฟซ บอกว่าฮาวี่ย์บอกให้เขาดูแลฉัน...

แต่ฉันโตแล้วนะ...แล้วทู-เฟซก็ไม่ได้ดูแลฉันด้วย!

เอาแต่ดุ บ่น สบถ แล้วก็รังแกฉัน!

ไม่ได้ดูแลฉันเลยซักหน่อย...

 

ทู-เฟซน่ะ...

 

น้ำตาอุ่นๆที่หยดลงที่มือ

ฉันยกมันขึ้น มองดู

ฉัน....ร้องไห้?

ทำไม?

 

ความรู้สึกร้อนวูบที่วิ่งผ่านหน้าเมื่อกี้มันอะไร?

แค่นึกถึง ตอนที่เขาช่วยฉันขึ้นมาจากบ่อน้ำแข็งนั่น เท่านั้น...

 

นี่ฉันมีใจให้พวกเขาเหรอ?

ทู-เฟซ หรือว่า ฮาวี่ย์ ล่ะ?

 

เวลาที่อยู่กับ คนใดคนหนึ่ง

บรรยากาศรอบตัวมันก็เปลี่ยนไป

ฮาวี่ย์ ที่อบอุ่นและอ่อนโยน อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

ทู-เฟซ เลือดร้อน โผงผาง อยู่ด้วยแล้วถึงกลัวแต่ก็รู้สึกดี...

 

ครีบนุ่มๆของเด็กๆวางแปะลงที่ตักฉัน

ตัวอื่นๆก็ตบเบาๆที่หลังฉัน

ปลอบโยน...โดยไม่ต้องใช้คำพูด

ระหว่างพวกเรา...มันไม่จำเป็น

.......

...

..

.

..

...

......

ฉันที่เล่นกับเด็กๆจนเพลีย หลับไปเมื่อไรก็ไม่รู้

รู้ตัวอีกที คือ มือใหญ่ที่ลูบเบาๆบนใบหน้า

ฉันลืมตาโพล่ง...พละออกจากมืออุ่นทันที

 

ทู-เฟซ!!?

 

"อ้ะ!!...ทู-เฟซ...แบบว่า!!...คือ!...ฉัน...เอ่อ..."

ฉันพยายามจะแก้ตัว...แต่หาคำพูดที่ถูกต้องไม่ได้เสียที

ฉันก้มหน้าลง หลับตาสนิท

รอกำปั้นเขกลงหัว เหมือนที่เคยโดน

เวลาที่เขาเจอตัว...

แต่มันไม่มาเสียที...กลับเป็นเสียงนุ่มๆที่ตอบกลับ

"..หาตัวเสียนาน...มาอยู่ที่นี่เอง"

 

 

ฉันเงยหน้ามองทันที

"เขาไม่อยู่แล้วล่ะครับ...เพนกวิน"

 

 

"...ฮาวี่ย์?"

เขายิ้ม

"ไม่ต้องกลัวนะครับ...เขาทำร้ายคุณไม่ได้อีกแล้ว"

 

ทำร้าย?...ฮาวี่ย์พูดถึงเรื่องอะไร?

แล้วเขาที่ว่าหมายถึงใคร?

 

เหมือนจะรู้ว่าฉันที่จ้องกลับ

ถามด้วยสายตาอยู่ เขาจึงตอบเสียงนุ่ม

"ทู-เฟซ จะไม่ปรากฎตัวอีกแล้วครับ...เขาจะหายไปอย่างสมบูรณ์"

ฉันมองกลับเลื่อนลอย...

เมื่อกี้เขาบอกว่า ทู-เฟซ อะไรนะ?

หายไป?

หมายความว่ายังไงหายไป?

...ก็เขาเป็นคนๆเดียวกันนี่!?

 

"เพนกวินครับ..." เสียงของฮาวี่ย์เรียกสติฉันอีกครั้ง

"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?..." เขาถาม น้ำเสียงห่วงใย

เหมือนเคย...

 

ฉันส่ายหน้าช้าๆ...

มืออุ่น วางทาบที่ข้างแก้มทั้งสอง

เชยหน้าฉันเงยขึ้นเล็กน้อย

 

"...ผมชอบคุณครับ" จบคำริมฝีปากอุ่นของเขาก็ทาบลงมาและผละไปอย่างรวดเร็ว

ไม่เหมือนกัน...

ทั้งที่เป็นคนๆเดียวกัน แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน

ตกใจ...ใช่! แต่ทำไมใจไม่เต้นเหมือนความรู้สึกครั้งนั้น

ที่ ทู-เฟซ จูบฉัน...

 

นี่ฉัน....

ฉัน...

 

"กลับกันเถอะครับ เพนกวิน" ฮาวี่ย์ดึงฉันลุกไปพร้อมเขา

ฉันเงยหน้ามองเขา

กำลังจะเอ่ยปากถาม...

เขาก็วางเหรียญสีเงินไว้ในมือฉัน

เหรียญนั่น! ฉันเบิกตากว้าง

เหรียญด้านเดียวที่ฉันกะเอาไว้โกงเวลาที่ ‘เขา' โยนเหรียญ!!

"นี่..." คิดไว้แล้วว่าต้องจับได้

"...ทู-เฟซ...เขาจับได้นานแล้วล่ะครับ..." ฮาวี่ย์หัวเราะเบาๆ

"...แล้วก็เก็บมันไว้กับตัวอย่างดีตลอดเลย"

ฉันกำเหรียญนั่นแน่น

 

บ้าที่สุด!...

 

กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต่อหน้าฮาวี่ย์ สุดความสามารถ

มันบ้าที่สุด...ฮาวี่ย์ที่แสนใจดีและ อบอุ่น เพิ่งบอกความรู้สึกของเขา

 

ที่มีต่อฉัน..

 

แต่ฉันดัน เพิ่งรู้ตัว...

 

ว่า คนที่ตัวเองมีใจให้คือ...

‘เขา'

 

คนที่ฉัน มีใจให้คือ ทู-เฟซ!

 

ทู-เฟซ...

 

...

..

.

นี่เป็นแค่ ความผิดพลาดของจิตใจฉัน หรือนายจงใจกันแน่

 

ฉันเดินตามฮาวี่ย์ไป

มืออบอุ่นของเขาที่จูงฉันอยู่

น้ำตาที่ไหลลากลงมา

 

ขอโทษครับฮาวี่ย์

แต่...

ผมรัก ทู-เฟซ

...

----------------------------------------------------------

Season#1/ END.

----------------------------------------------------------

...ซักที~~!!! ฮา... *หมอบกราบ* ขออภัยที่ปิดล่าช้ากว่าชาวบ้านฮ้าบบบ เอิ้กๆ...

หวังว่า ลู คงไม่ทำให้พี่Ex เสียเส้นด้วยการหักปลายนะ เอิ้กๆ...หรือช้าไปแล้ว?

แต่เค้าชอบ ทู-เฟซนี่!! แนวประมาณ ร้ายก็รัก อะไรเทือกๆนั้น!

สวัสดีครับประชาชนชาวอเมริกา

ผมประธานาธิปดีคนปัจจุบัน

เล็กซ์ ลูเธอร์ นะครับ                    

ผมรู้สึกดีใจที่ได้หยิบ ไดอารี่เล่มนี้มาเขียนอีกรอบ (แม่งกำลังอ่านการ์ตูนมันส์ๆ จู่ๆอีเจ๊อ้วนบอกให้เขียนสาดเอ๊ย)

ช่วงนนี้ผม ไม่ว่างมากๆเลยครับ (จริงๆแล้วว่างฉิบหายยกให้คนอื่นไปทำหมดแล้วแสด55ชั้นฉลาดมั้ยล่ะ)

เพราะต้องไปหลายๆที่ มากๆ งานเยอะ ต้องคอยดูแลประชาชนที่รักยิ่ง (เอ่อ..ต้องดูด้วยเรอะเห็นตรงไหนล่ะ)

แต่ไม่เป้นไรครับแค่รอยยิ้มพวกคุณทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจทำงานแล้วล่ะครับ (ไม่จริง!!)

ตารางวันๆนึงของผม

05.00น.ตื่นมาล้างหน้า แปรงฟัน และ เปิดคอมที่ห้องทำงานว่าวันนี้ต้องไปที่ไหน

(จริงๆวางแผนการฆ่า Superman) ยังไม่ได้นอน

05.30 น. นั่งอ่านเอกสาร ทั้งหมดที่เรียบเรียงมาและเซ็นตอบรับหรือไม่ตอบรับ 

เพื่อ อำนวยความสะดวกของประชาชนให้เต็มที่

(เริ่มรู้สึกตัวว่ายังไม่ได้นอน เผลองีบ คาคอม) 

6.30น. เริ่ม กินกาแฟแก้วแรก และ เริ่ม ออกไป ที่นั่นที่นี่ ผมชอบเดินไปเองนะ

เพระารู้สึกว่า ตอน เช้าๆของที่ไวท์เฮ้าส์เนี่ย

มันเงียบและไม่มีคนมากๆเลย จิตใจผมสงบดีนะครับ

(จะได้ลงไปเปิดตู้เย็นกินขนมสบายใจเฉิบอ่ะเด๊ 55) 

7.30 น ต้อง ไปคุยกับพวกฑูตต่างประเทศพาพวกเค้าไปกินอาหารพูดคุย

เจริญสัมพันธ์ทางไมตรีซึ่งผมชอบนะ

พบปะผู้คน

(แม่งคุยแต่ภาษาพวกมันอ่ะ อิงลิสอ่ะอิงลิสเป็นไหม ยูเอสเอนะเว้ยไม่ใช่

---ตรี๊ด---สาด) 

9.00 น. เข้าประชุม กับพวก นายกกระทรวง ต่างๆเพื่อหารือ

และ ต้อง ให้พวกเค้า เร่งดำเนินการงานต่างๆให้พวกเค้าเพื่อให้ พวกประชาชนได้รับ ความสุข

(วางแผนจะ เอาอาวุธชิ้นไหนดีไปตีก่ะพวก สภายุติธรรมโคตรพ่องมัน) 

 

12.00 น จำได้ว่าวันเกิดของเพื่อนเก่าเลย โทรไปถาม ว่า ได้ของขวัญรึยังแต่ไม่รับ

ไม่เป้นไรครับ เค้าก็เป็นเพื่อนสมัยเรียนน่ะ

(คลาร์ก นายได้รับช่อดอกไม้ชั้นรึยังโทรไปก็ไม่รับนะเนี่ย

สงสัยมัวแต่ ทำงานสวนอยู่ซินะ

เฮ่อร์นายนี่ก็นะ อยู่แต่ก่ะ บ้านแบบนี้ดีแล้ว

แต่หัดรับบ้างดิเว้ย

อ่าช่างมัน

เออ นายคงไม่โดนสาวที่ไหนหลอกไปหรอกนะ ใช่ไหม?)

 

15.00น ไป เปิดร้านอาหารที่เมโทโปลิสของโรงแรม 5ดาว

 

(ได้กินฟรีอีกแล้วดีใจ นัดเจอ พวกวิลเลี่ยนฉลอง ที่ได้ข่าวว่า ซุปเปอร์แมนเจ็บหนัก หึหึ) 

 

17.00น. ไปเยี่ยมเด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้า

 

(พวกเด็กๆโคลนที่น่ารักทั้งหลายของชั้นไงล่ะ หึหึ) 

20.00น นั่งเชคเอกสารทั้งคืน

(ตามข่าว พวกสภา คิดหาวิธีกวนประสาทพวกมัน วันนี้จะครองโลกอะไรดี) 

23.00น. เตรียมตัวนอนหลับ นั่งดู ข่าวสารเป็นไป แต่ก็ไม่ลืมเล่นกีต้าร์สุดโปรดที่เพื่อนผมให้มา

(ไม่จริงจริงๆเปิดเพลงดิ้นให้สุดมันส์ฉลองที่ ซุปเปอร์ แมนต้องพะงาบๆ กร๊าก

โอยยยย สะใจชั้นจริงๆ) 

01.00น. หลับพักผ่อน

(จริงๆแช๊ทก่ะพวกวิลเลี่ยน ว่ากรู จะฆ่ซุปเปอรืแมนแล้ว กร๊ากแบบนี้ต้องฉลองเว้ยเฮ้ยยย) 

ตารางเวลาแสนยุ่งแบบนี้ผมเอง คงจะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ...

แต่ยังไงก็ จะพยายาม เพื่อ ประชาชนที่รักยิ่งของผมนะครับ

ปล.พรุ่งนี้ต้องตรวจเอกสารอีกแล้วเหนื่อยจัง T^T

มีคนทักว่าให้ผมหาเลดี้นัมเบอร์วัน ผมจะหาจากไหนเนี่ย....

แต่ผมจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เอาใจช่้วยผมนะครับ 

 (5555 ถ้ามันตายซะได้ก็ดี แค้นชั้นก่ะต่างดาวจะได้ชำระซักที ว่าแต่

ทำไม ...มือถือของชั้น ถึงดังล่ะ....)

********************************************

Exit : จบซีซัน 1ไปแล้ว

สำหรับเล้กซ์ โดนรองเท้าบินมา

อยากอ่านเต็มๆ กรุณาพรมขาวอ่านซิแล้วจะรู้ว่าใจท่านประธานาธิปดีเป็นยังไง *3* 

 

Blackmask 01: Pride of the Eagle, Dignity of the Wolf

posted on 11 Mar 2008 22:44 by dcdiary  in Hush
Blackmask 01: Pride of the Eagle, Dignity of the Wolf

เสียงปืน เสียงกรีดดาบ เสียงหมัด
ทั้งหมดประกอบกันเป็นจังหวะเร่งเร้ามีพลังดุจดั่งท่วงทำนองโหมโรงชั้นยอด


ฉันอยู่ในรถ เอนหลังมองภาพการต่อสู้เบื้องนอก พ่นควันซิการ์ช้าๆ
หน้าจอโทรทัศน์ติดรถยนต์กำลังฉายภาพสารคดีการต่อสู้ระหว่างฝูงหมาป่ากับนกอินทรีสีทอง สัตว์ที่เป็นราชาแห่งการล่าเหยื่อ
เจ้านกอินทรีกรีดปีกร่อนลงโจมตีฝูงหมาป่าที่พยายามจะจับมัน แม้จะมีเพียงลำพัง แต่มันก็ไม่หลบหนี หลายครั้งที่คมเขี้ยวของหมาป่าเกือบจะคร่าชีวิตมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ มันกลับพลิกเป็นฝ่ายใช้กรงเล็บแข็งแกร่งทั้งคู่เจาะขย้ำเนื้อหนังของศัตรู

ภาพในสารคดีช่างคล้ายภาพเหตุการณ์สดตรงหน้า
ฉันดูดซิการ์อีกครั้ง เอียงคอมอง

เด็กๆ ของฉันพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถสยบคนที่อยู่กลางวงล้อมได้
การต่อสู้ยืดเยื้อมาเกือบสามชั่วโมง เด็กๆ ของฉันล้มลงราวกับตัวโดมิโนถูกผลัก
ยิ่งต่อสู้ ก็ยิ่งเสียเปรียบ ทั้งที่เป้าหมายมีเพียงลำพัง

ในที่สุด กระสุนก็หมด...เท่ากับเป้าหมายไร้เขี้ยวเล็บ แต่เด็กๆ ของฉันกลับลังเล ยืนล้อมเป็นวง ไม่กล้าบุกเข้าไป จนกระทั่งนักฆ่าจากญี่ปุ่นตะโกนลั่น กรีดดาบบุกทะลวงเข้าจู่โจม การเคลื่อนไหวอันสับสนอลหม่านจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
แม้จะถูกกลุ้มรุมขณะไร้ซึ่งอาวุธ แต่ประกายตาคู่นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย มันยังคงดูหยิ่งผยอง คมปลาบ จนทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกราวกับถูกกดให้ต่ำลงไป

ฉันนึกชื่นชมขวัญกำลังใจของเป้าหมายรายนี้
เคยได้ยินชื่อมาแล้ว...สืบประวัติมาแล้ว
เคยพบกันแล้ว...มากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่ไม่คิดว่ายามต่อสู้จะ...ขนาดนี้

คืนนี้ ฉันหวังจะได้เห็นการต่อสู้เยี่ยงหมาจนตรอก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตาของสัตว์นักล่า โดดเดี่ยว แต่สง่างาม
มันเป็นภาพที่ชวนให้เลือดลมฉีดพล่าน
ฉันอยากโดดลงไปร่วมวงด้วยเหลือเกิน

การเคลื่อนไหวของเป้าหมาย ต่อเนื่อง รัดกุม เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ยิ่งชวนมองมากกว่าการต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ขายาวแข็งแรงคู่นั้นขยับได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหลบหลีกและโจมตี ชายเสื้อที่พลิ้วสะบัดระหว่างการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งทำให้ฉันนึกถึงปีก...ปีกของนกอินทรี...
ท่ามกลางห่ากระสุนและคมดาบ เป้าหมายของฉันยังเคลื่อนไหวอย่างไม่ลนลาน หลายครั้ง ที่อ่านทางคู่ต่อสู้ได้แม่นยำจนน่าตกใจ ความสามารถในการคาดการณ์และการตัดสินใจของเขาอยู่ในระดับยอดเยี่ยมทีเดียว

ในสารคดี อินทรีสีทองถูกหมาป่าตัวหนึ่งกัด ลากลงดิน เจ้าอินทรีใช้กรงเล็บแข็งแรงจิกขยุ้มเข้าที่ตาสองข้างของหมาป่าตัวนั้น หมาป่าตัวอื่นๆ กลุ้มรุมเข้ามา มันยังไม่ทันบินขึ้นก็ตกอยู่ใต้กรงเล็บของหมาป่าอีกตัว แต่มันก็ไม่ยอมแพ้ มันต่อสู้ขับไล่หมาป่าตัวอื่นๆ จนกระทั่งเหลือหมาป่าอีกเพียงตัวเดียว
หมาป่าตัวนั้นทำสำเร็จ
มันงับปีกอินทรีได้ข้างหนึ่ง

ขนปีกสีแดงเหลือบทองงดงามหลุดกระจายบนพื้นหิมะ...

ฉันเหลือบมองการต่อสู้อีกครั้งเมื่อเสียงปืนเงียบหายไป
เด็กๆ ของฉันถูกล้มหมดแล้ว ผู้ที่ยังยืนหยัดต่อสู้ มีเพียงนักฆ่าชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกจ้างมาด้วยราคาสูงลิบลิ่ว
ดาบญี่ปุ่นเล่มงามในมือนักฆ่าส่งประกายเย็นเยียบสะท้อนแสงจันทร์เพ็ญ
เมื่อนักฆ่านิ่ง เป้าหมายก็นิ่ง
แต่...ฉันเห็นเลือดหยดลงมาตามขาแข็งแรงนั่น บาดเจ็บแล้วสินะ?
อย่างไม่คาดคิด เป้าหมายของฉันเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน เขาบุกเข้าหาทั้งที่ไม่มีอาวุธ เข้าประชิดตัวนักฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่ฝ่ายนักฆ่าก็สมกับเป็นมืออาชีพ เขาเลือกที่จะรักษาระยะห่างเอาไว้โดยการก้าวถอยและตวัดดาบจู่โจมสวน
เป้าหมายพลิกตัวหลบ แต่ไม่ไวพอ คมดาบกรีดเสื้อตัวในกับผ้าพันแผลที่ปกปิดโฉมหน้าของเขาขาดออกจากกัน เขาสลัดเสื้อทั้งตัวนอกตัวในทิ้งอย่างรวดเร็ว รวมทั้งกระชากผ้าพันแผลที่หลุดลงมาปิดการมองเห็นออกด้วย

เส้นผมสีแดงโผล่พ้นผ้าพันแผลออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก มันส่องประกายสีทองงดงามเมื่อต้องแสงจันทร์...


นักฆ่าฉวยโอกาสรุกไล่ ตัวดาบส่งเสียงน่าสะพรึงเมื่อกรีดฝ่าอากาศ เป้าหมายถูกรุกจนถอยมาเกือบติดรถที่ฉันนั่ง เขาเหวี่ยงตัวข้ามกระโปรงรถไป เฉียดคมดาบที่ฟันลงมาเพียงนิดเดียว
หยดเลือดจากต้นขาเป้าหมายสาดเปรอะกระจกหน้ารถ
นี่ฉันกำชับไว้แล้วนะ ว่าอย่าฆ่า ฉันต้องการให้จับเป็นเท่านั้น

การต่อสู้เข้มข้นขึ้น เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกเข้าหาผู้ไล่ล่าอีกครั้ง เขาเบี่ยงตัวหลบดาบที่แทงเข้าหา และใช้มือทั้งสองข้างประกบคมดาบ...บิด!
ดาบเล่มยาวเรียวหักสะบั้น
รอยยิ้มปรากฏขึ้น แนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบโผล่ให้เห็นแวบหนึ่ง
ฉันปรบมือให้
การเคลื่อนไหวนี้รวบรัดและอาจกล่าวได้ว่า งดงาม
กำปั้นของผู้เป็นเป้าหมายเสยเข้าที่ปลายคางของนักฆ่า เร็ว และแรง! เพียงครั้งเดียวร่างเล็กเตี้ยแบบชาวเอเชียหากเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ปลิวลิ่วไปกองรวมกับบรรดาร่างที่เหยียดยาว
อยู่ก่อนหน้า แต่ถึงแม้จะหมดสติไป มือก